คนลองของ

12 posts / 0 new
เวลาโพสล่าสุด
คนลองของ

รวมประสบการณ์ เกี่ยวกับ การลองของ มหาอุด แคล้วคลาด คงกระพัน และ อื่นๆ

การทดสอบทาง มหาอุด แคล้วคลาด คงกะพัน

เมื่อประมาณปี 2538-39 มี การทดลองพระเครื่องครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งในไร่ส่วนตัวของนักเลงพระมีชื่อ เสียงที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยผมอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย เพราะในช่วงนั้นกำลังคลั่งไคล้พระเครื่องของขลังอย่างมาก ตะเวณเดินสายลองพระเครื่องแทบทุกอาทิตย์ตลอดช่วงเวลาสองปีในตอนนั้น ปาฏิหารย์ของพระเครื่องที่เจอส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดจะเป็นทางแคล้วคลาด ทั้งที่พระหลายองค์มีประสบการณ์ทางมหาอุดมามากครั้งกับเจ้าของ เช่นตะกรุดของอาจารย์ดังองค์หนึ่งในจังหวัดพิจิตร พระปิดตาวัดทอง และพระท่ากระดานกรุเก่าของกาญจนบุรี ที่เป็นของเซียนมีชื่อ แต่เมื่อผมลองทดสอบเองแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับพระทั่วๆไปที่ยิงออกทุกนัด เมื่อทดสอบมากครั้งเข้าก็เริ่มเบื่อที่ไม่พบพระมหาอุดตามที่หวังสักครั้ง จนให้เพื่อนๆเป็นคนทดสอบแทนและตัวเองขอเป็นคนดูบ้าง

จะ ไม่พูดถึงว่าพระของเกจิองค์ใดบ้างในการทดลองที่กาญจนบุรีครั้งนั้นมีผลอย่าง ไรบ้าง ในการทดลองครั้งนั้นมีคนร่วมชมประมาณห้าสิบคน เป็นเซียนพระดังๆเกินครึ่ง แต่พระแท้ดีๆดังๆของเซียนแต่ละคน ที่ตอนนี้องค์ละมากกว่าแสนบาทมีประมาณ 100 องค์ที่เอามาทดลองกัน มหาอุดไม่มีผลให้เห็นเลย หลายอย่างเป็นทางแคล้วคลาด (ส่วนใหญ่เป็นพระเกิจิ) ส่วนใหญ่ยิงเข้าเป้าแทบทั้งสิ้น แม้แต่พระของอาจารย์ทางใต้บางองค์ที่เคยท้าให้คนจะบูชาพระของท่านต้องเอาปืน มายิงก่อนเท่านั้น พระสายบุญฤทธิ์จะไม่ค่อยแสดงผลให้เห็น
แต่จะมาให้ข้อคิดเกี่ยวกับอำนาจอิทธิฤทธิ์ของพระเครื่องที่แสดงผลจะแตกต่างกันแม้จะเป็นองค์เดียวกัน แล้วแต่เหตุการณ์เฉพาะหน้า

โดยการทดลองพระเครื่องส่วนใหญ่แล้วเราจะอาราธนาแล้วเอาพระแขวนกับต้นไม้ หรือวางพระในจานสังกะสี ปิดหน้าจานด้วยแผ่นไม้หนา แล้ววางบนแท่นวางอีกทีหนึ่ง แล้วยิงด้วยปืนพกสั้น ในระยะประมาณ
2-3 เมตร ผลการทดสอบที่ออกมาตลอดนั้น หากไม่ผิดเป้าไปเลย ก็เข้าเป้าไม้กระดานทุกนัดไม่ผิดเพี้ยน จนเซียนใหญ่ๆเขามีข้อคิดคำพูดไว้ว่า พระดังๆแพงๆเขามีไว้ขายเท่านั้น แต่พระดีๆถูกๆเขามีไว้แขวนป้องกันตัว และพอสรุปได้ว่า

-ต้นไม้และแท่นวางพระ ไม่มีชีวิต ไม่ใช่คน เมื่อไม่มีพลังศรัทธาในพระเครื่อง ไม่เกิดการสื่อทางจิตสัมผัสระหว่างอาจารย์และศิษย์ จึงไม่มีผลทางการคุ้มครองมากพอจะแสดงปาฏิหารย์ให้เห็นได้ เห็นได้เพียงแค่การแคล้วคลาดในบางองค์

เมื่อ มีการเปลี่ยนวิธีเอาพระเครื่องมาแขวนกับไก่เป็นๆ เพื่อลองการคุ้มครองชีวิตของสิ่งมีชีวิต ก็พบว่าพระองค์เดียวกันที่เคยแคล้วคลาด กลับกลายเป็นคงกะพัน กระสุนปืนทั้งสามนัดเข้าที่อกไก่ทุกครั้ง ไก่ตายแต่ไม่มีบาดแผลจากรอยกระสุนปืน

อำนาจ มหาอุดที่ไม่แสดงผลเลย อาจเพราะระยะยิงที่ห่างเกินไปหรืออะไรก็เหลือคำนวน แต่จากการทดลองหลายครั้งที่ผ่านมานานแล้ว ผมเจอลักษณะมหาอุดเพียงสามชิ้น จากพระเครื่องและเครื่องรางประมาณพันชิ้นที่ทดสอบมาแล้ว คิดเป็น 5% จะเป็นทางแคล้วคลาด นอก นั้นไม่เกิดผลอะไรตามการร่ำลือทั้งสิ้น พระและเครื่องรางของพระเกจิดังจากสุพรรณบุรีองค์หนึ่ง แสดงผลแทบทุกครั้งทั้งคงกะพันและแคล้วคลาด

พระกรุเนื้อชินจากลพบุรี องค์หนึ่งเป็นคงกะพันให้เห็นหลายครั้ง และพระเครื่องบางองค์ในบางครั้งแสดงผลทางแคล้วคลาด บางครั้งทางคงกะพัน แต่บางครั้งไม่แสดงผลอะไรเลยทั้งๆที่เป็นพระองค์เดิม มีคำกล่าวของคนรุ่นเก่าไว้ว่า พระที่ดีถึงขั้นสุดยอด เมื่อจ่อยิงจะแสดงผลเป็นมหาอุด เมื่ออยู่ห่างออกไปเล็กน้อยไม่เกินสองวาจะแสดงผลเป็นคงกะพัน ห่างพ้นจากนั้นไปแล้วจะเป็นแคล้วคลาด


พลัง ศรัทธาจากผู้แขวนพระ จึงมีผลกับปาฏิหารย์จากพระเครื่องมากกว่าแค่การได้พระดังๆแพงๆแท้ๆ อำนาจในพระเครื่องจะแสดงผลชัดเจนต่อผู้อาราธนาได้นั้นต้องประจวบเหมาะด้วย กันหลายๆอย่าง ดังที่เคยได้แจ้งไว้แล้ว หากเรายังไม่พบอำนาจศักดิ์สิทธิ์จากพระเครื่องดีๆแท้ๆอย่างที่หวัง ลองย้อนค้นหาตัวเอง ก่อนที่จะไปไล่หาพระองค์อื่นๆอีกไม่จบไม่สิ้น

หากเราเป็นเช่นตอไม้หรือไก่เท่านั้น พระเครื่องที่ดีๆก็อาจเป็นแค่ของชำร่วยที่เป็นมงคลสักชิ้นเท่านั้น หากเราสามารถสื่อพลังศรัทธาจากจิตใต้สำนึกพื้นฐานของเรา กับพลังอำนาจจากพระเครื่องได้แล้ว เราจะได้มากกว่าแค่อำนาจคงกะพัน หรือแคล้วคลาดเท่านั้น อยู่ที่เราจะรู้จักการอาราธนาขอพลังบารมีจากครูบาอาจารย์ และพลังอภิญญาจิตในองค์พระหรือไม่เท่านั้น...

อาพัดเหล้า

อาพัดเหล้า คือเสกเหล้าเพื่อคงกะพัน แบบที่ ลป.กวยทำนั่นแหละครับ

อาพัดหมากพลู ก็เสกหมากเสกพลูกิน เพื่อความคงกะพันเช่นกันนั่นเอง
เป็นวิชาที่ทำขึ้นเพื่อการอยู่ทนต่ออาวุธทั้งปวง แต่อยู่ได้เพียงอึดใจเดียว ชั่วขณะหม้อข้าวเดือดเท่านั้น เป็นไสยศาสตร์โบราณ ปัจจุบันยังมีคนทำได้หลายคน หลายรายทำโชว์แลกเหล้าด้วยซ้ำไป

ว่านทางคงกะพัน เช่นว่านกาสัก ว่านเฒ่าหนังแห้ง ว่านมหาเมฆ ว่านหนุมาน ว่านเพชรกลับดำ ว่านคางคก ว่านสบูเลือด หัวว่านชนิดเหล่านี้ เมื่อกินเข้าไปจะเกิดอาการคันผิวหนังและมีสรรพคุณทางกะพัน และจะมีฤทธิ์อยู่แค่ถ่ายเบา แต่หากพระอาจารย์ผู้รู้ได้เขียนเลขยันต์และเสกกำกับเข้าไปจะยิ่งเกิดอำนาจ มากขึ้น ว่านที่ดีและมีประโยชน์ตามตำราต้องมาจากว่านธรรมชาติ ที่เติบโตตามป่าเขา หรือหากเป็นว่านที่มีการเพาะปลูกเลี้ยงดู ก็ต้องได้รับการลงอาคมปลุกเสกเลขยันต์จากผู้ทรงภูมิ จึงจะได้ผลตามคุณสมบัติของว่านชนิดนั้นๆ

การเล่นผีถ้วยแก้ว

การเล่นผีถ้วยแก้วภาคบังคับ ต้องมีอุปกรณ์ดังนี้
- เครื่องเซ่น
- ธูปเทียน
- แผ่นกระดาษเขียนตัวอักษร ตัวเลข สระให้ครบในแผ่นเดียว
- ถ้วยแก้วใส
- ลูกแก้ว 1 ลูก
- น้ำพระพุทธมนตร์1 ถังเตรียมไว้

ใช้คนห้าคนสำหรับกิจกรรมนี้ โดยสี่คนสำหรับเล่นและมีคนคอยควบคุมเกมการเล่นอยู่ภายนอก1 คน หากต้องการผลที่แม่นยำให้เล่นที่นอกชายคาหรือนอกรั้วบ้านยิ่งดี เวลาที่ดีที่ีสุดคือเที่ยงคืนไปแล้ว ก่อนตีสามจะเป็นเวลาประตูของโลกแห่งวิญญาณ เลือกบ้านที่ในบริเวณใกล้เคียงในพื้นที่นั้น มีศพผีตายโหงที่ตายมาแล้วไม่เกิน 7 วันยิ่งดีที่สุด ผู้เล่นทั้งสี่ให้ถอดพระหรือเครื่องรางออกจากตัวให้หมด และนั่งไหว้พระสวดมนตร์แผ่เมตตาต่อดวงวิญญาณที่อยู่ใกล้เคียงทุกดวง และขออนุญาติต่อเจ้าที่เจ้าทางขอเปิดโลก เปิดทางให้ดวงวิญาณที่กำลังรอส่วนบุญนั้นได้เข้ามาในพื้นที่เพื่ออำนวย ประโยชน์ต่อทุกๆคน และจำไว้เสมอว่า ทุกดวงวิญญาณที่เราเรียกเข้ามาสอบถามนั้นจะต้องไม่เกินชั่วธูปหมดดอก

ให้คนใดคนหนึ่งจากสี่คนเป็นผู้ไปจุดธูปกลางแจ้ง 16 ดอก เพื่อบอกต่อเทพ เทวดาและขออนุญาติเปิดโลกแห่งวิญญาณ เมื่อกลับเข้ามาแล้ว ให้จุดธูปหนึ่งดอก ว่าคาถา จิเจรุนิ จิตตัง เจตะสิกัง รูปัง นิพพานัง ทะพะนะมะ เตโชธาตุ ทีฆังวา กะสะจะภะ อาคัจฉามิ เอา ควันธูปให้เข้าในแก้วเล็กน้อย ปักที่ข้างๆวง รำลึกถึงผู้ที่เพิ่งตายไปแล้วนั้นและดวงวิญญาณที่ยังไม่ไปใหนเพื่อเชิญมาเสพ เครื่องเซ่น และมาเข้าในถ้วยแก้วเพื่อช่วยตอบปัญหาโดยจะมีการกรวดน้ำอุทิศกุศลให้ในวัน รุ่งขึ้น สถานที่เล่นต้องปิดไฟ จุดเทียนไว้สี่มุม

เอาถ้วยแก้วใสครอบลูกแก้ววางไว้กลางวงบนกระดาษที่มีตัวหนังสือและเลขครบถ้วน ผู้เล่นสี่คนเอานิ้วนางมือข้างใดข้างหนึ่ง วางแตะที่ก้นถ้วย ตาจ้องมองลูกแก้วที่กลิ้งอยู่ในถ้วยอย่างมีสมาธิ ให้สังเกตุดูว่าลูกแก้วจะกลิ้งไปมาในถ้วยหรือยัง หากยังให้เชิญใหม่อีกครั้ง ทดสอบคำถามว่าวิญญาณที่เข้ามาแล้วตอบตรงกับเรื่องจริงหรือไม่ หลังจากถามชื่อและอายุแล้ว ให้ถามว่าที่นี่หมู่บ้านอะไร หากตอบตรงก็ดำเนินเกมต่อไปได้และให้ถามคำถามช้าๆเน้นๆทีละคน

สมาธิต้องอยู่ที่ลูกแก้ว อย่าได้เฉไฉไปที่อื่น
อย่าให้นิ้วหลุดจากก้นถ้วย ตามองเป็นจุดเดียวกัน
อย่าให้แก้วล้ม ขณะที่กำลังเลื่อนไปมาตามคำตอบ

ต้องถามช้าๆ เน้นๆ ทีละคำถาม ทุกคนห้ามมองไปที่ตัวหนังสือบนกระดาษ คนที่เหลืออีก1 คนจะเป็นผู้อ่านและจดจำไว้ คนที่ไม่ได้แตะก้นถ้วยห้ามถามใดๆทั้งสิ้น แต่จะคอยดูธูปที่จุดไว้ และคอยสังเกตุดูอาการแต่ละคน หากอยากรู้อะไรก็ถามเขาเอา เช่นเลขท้ายสองตัวล่าง หากเป็นดวงวิญญาณที่มีฤทธิ์มาก จะบอกได้หลายๆคำตอบและตรงมาก เราทดสอบได้โดยถามเลขที่เคยออกมาครั้งที่แล้ว เมื่อเขาบอกตรงก็แล้วแต่จะสอบถามต่อไป ดวงวิญญาณในพื้นที่ตรงนั้น ที่จริงแล้วมีมากกว่าเราคาดคิดเสียอีก แต่เราต้องเลือกให้ถูกและควบคุมได้ หากเมื่อถามอะไรไปแล้วแก้ววิ่งวนไปไม่มีจุดหมาย ให้หยุดและปลดปล่อยเขาไปเสีย โดยสัญญาว่่าจะกรวดน้ำแผ่เมตตาไปให้ หากมีอาการไม่ดีให้เอาสร้อยสวมศรีษะคนเล่นที่มีอาการสั่นเหมือนวิญญาณจะเข้า

เคยเล่นมาหลายครั้ง และได้คำตอบตรงในหลายๆเรื่อง จนมีครั้งหนึ่ง วิญญาณนั้นได้เลื่อนแก้วไปเองมีคำตอบได้ความหมายว่า เขาฝืนต่ออำนาจมากจะถูกลงโทษ เลยสงสารเขา หากเปลี่ยนดวงวิญญาณใหม่ ต้องเปลี่ยนน้ำในแก้วเครื่องเซ่นทุกครั้ง อย่าลืมกรวดน้ำแผ่เมตตาให้เขาเมื่อเล่นเสร็จแล้ว

Re: คนลองของ

อยากลองเล่นผีถ้วยแก้วดูบ้างไม่เคยเล่น ต้องหาคนที่เคยเล่นใช่มั้ย มาเล่นด้วยเพราะเคยมีประสบการณ์

Re: คนลองของ

[quote=i_ya]

อยากลองเล่นผีถ้วยแก้วดูบ้างไม่เคยเล่น ต้องหาคนที่เคยเล่นใช่มั้ย มาเล่นด้วยเพราะเคยมีประสบการณ์

[/quote]

การลองของประเภทเกี่ยวกับวิญญาณ ควรมีคนที่มีความรู้พอสมควร อย่างน้อยควรแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ เช่น

  • ถ้าเชิญมาแล้วแต่วิญญาณไม่ยอมเลิกเล่น จะทำอย่างไร
  • ถ้าผิดพลาดเกิดถ้วยเปิด หรือ หล่นแตก จะทำอย่างไร
  • ถ้าโดนผีเข้า จะไปหาใครมาช่วยแก้ หรือ ควรทำอย่างไร

ทุกอย่างควรทำด้วยความระมัดระวัง  การไม่ลองน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

 

Re: คนลองของ

หลวงพ่อเดิม หรือ พระครูนิวาสธรรมขันธ์ วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ. นครสวรรค์

ซึ่ง เป็นเกจิอาจารย์ ที่มีพลังจิต สูงมาก เชื่อกันว่า ท่านสำเร็จอภิญญา หรือฌาณสมาธิขั้นสูง สามารถเรียกลม เรียกฝนได้ เครื่องรางของขลัง ของท่านเป็นที่ประจักกันดีว่ามีพุทธคุณด้านคงกระพัน และมหาอุดเป็นที่สุด ที่รู้จักกันดี และเป็นที่ปรารถนาของผู้ที่นิยมพระเครื่อง ของขลังเป็นที่สุด ก็คือ มีดหมอ พระเครื่องรูปเหมือนปั้ม และรูปเหมือนหล่อ เหรียญรูปไข่ พ.ศ. 2482 ที่เรียกว่าเหรียญบัวคว่ำ บัวหงาย ผ้ายันต์รอยเท้า และอื่นๆอีกมากมาย หลายรายการ

กลับมาที่การไขปริศนาของ เส้นแบ่งความตาย ของหลวงพ่อเดิม ที่มีต่อการอาราธนาพระเครื่องที่เกิดต่อหน้าผู้คนมากมาย หลายคนด้วยกัน ว่ากันว่าวันหนึ่งมีคนวิ่งกระหืดกระหอบ มากราบเรียนหลวงพ่อเดิม ว่าลูกศิษย์รักของท่านคนหนึ่งถูกยิงตาย หลวงพ่อเดิมเมื่อทราบข่าว ก็ขี่ช้างเพื่อไปดูศพ ที่อยู่ไม่ไกล จากวัดหนองโพธิ์นัก เมื่อท่านไปถึง ตำรวจกำลังพลิกศพอยู่พอดี หลวงพ่อเดิมท่านจึงสั่งให้ตำรวจ นำเหรียญรูปท่านซึ่งผู้ตายแขวนคออยู่ที่คอ เป็นเหรียญรูปไข่ รุ่นปี พ.ศ. 2482 ที่เคยมีคนมีประสบการณ์ด้านคงกระพัน มานับครั้งไม่ถ้วน ไปวางห่างจากศพ ประมาณหนึ่งวา แล้วท่างจึงสั่งให้ตำรวจท่านหนึ่ง ที่เป็นลูกศิษย์ของท่าน ยิงไปที่เหรียญรูปเหมือนของท่าน แต่ตำรวจท่านนั้นไม่กล้ายิง จนท่านต้องสั่งกำชับให้ยิงได้

ปรากฎว่าไม่ว่าจะยิงสักกี่นัด ปืนก็ไม่ลั่น และจะเปลี่ยนปืนสักกี่กระบอกกระสุน ปืนก็ไม่ทำงาน แล้วท่านก็ได้มอบเหรียญนั้นให้แก่ตำรวจที่ยิงไป แล้วท่านก็เดินทางกลับวัดหนองโพ แต่ก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับ ท่านได้พูดไว้ให้เป็นปริศนาธรรมให้หลายๆคนคลายข้อสงสัยท่านกล่าวไว้ว่า

ถ้ามัน (หมายถึงผู้ตาย) ขยับเดินออกไปอีกสองก้าว มันจะไม่ตาย หรือถ้ามันมาถึงที่ตรงนี้เร็วหรือช้ากว่านี้ไปอีกสักหน่อย
มันก็จะไม่ตาย
ที่มันตายเพราะถึงฆาตถึงเวลา ไม่ใช่เพราะเหรียญของข้า ...

จาก คำพูดของหลวงพ่อเดิม น่าจะอธิบายได้ว่า คนเรานั้นเมื่อถึงที่ต้องตาย คำว่าถึงที่ก็คือถึงฆาต ชะตาขาดมักไม่รอด นอกจากจะมีบุญเก่ามาช่วยหนุนช่วยเสริมเอาไว้ มาช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้บ้างเท่านั้น คนที่รู้จักเคล็ดลับนี้ ก็จะแก้ไขได้ เรื่องนี้เคยปรากฎมาแล้วในสมัยพุทธการ โดยพระพุทธเจ้าทรงให้พระสงฆ์ สวดมนต์ช่วยเหลือสามเณรที่มีชื่อว่าอายุวัฒนะ ให้รอดตายมาแล้ว นอกจากจะไขปริศนาเส้นแบ่งแห่งความตายแล้วหลวงพ่อเดิม ได้ตอบคำถามของศิษย์ที่ขี้สงสัย ที่ถามท่านเกี่ยวกับการใช้เครื่องรางของขลังติดตัว ว่ามีข้อห้ามประการใดบ้าง หลวงพ่อเดิมท่านตอบว่า พระเครื่องรางของขลังของท่านมีฤทธิ์เหมือนงูเห่า ที่เลื้อยผ่าน กองอุจจาระ ปัสสาวะ เพราะมันไม่รู้ว่าคือสถานที่ใด แต่พิษมันก็คงมีอยู่และกัดคนตาย พระเครื่องก็เป็นเช่นเดียวกัน หากปราศจากเจตนาแล้ว เพชรยังไง ก็ยังเป็นเพชร อยู่เสมอ...

Re: คนลองของ

ดี

 

Re: คนลองของ

สมาชิกใหม่ ขอตามอ่านด้วยคนค่ะ

Re: คนลองของ

ของดีมีไว้ บูชา บูชาดีก็เกิดผล ไม่เชื่ออย่าลบหลู

Re: คนลองของ

ผมแนะนำว่าอย่าไปลองเลยครับ พระเครื่องนั้นเขามีไว้เป็นเครื่องเตือนสติให้ทำความดี อย่าทำชั่ว คนถ้าไม่ทำชั่วแล้วใครจะมาทำร้ายล่ะ ..เหมือนเขาบอกว่าพระองค์นี้ฟันไม่เข้า ยิงไม่ออก ก็พากันไปลองผลไม่ตายก็คางเหลือง ..เพราะเขาไม่รู้ว่า เขาฟันกันไม่ให้เข้าไปใกล้ เวลาเขายิงกันไม่ให้ออกไป

Pages