ตำรา พุทธศาสตร์ ภาค ๒

ธาตุ พะทะนะมะ 

อุณะโรปะปิสัฐถาเว ?

สิทธิการิยะอาจารย์เจ้า ท่านยกมาจากพรหมวิหาร ให้เป็นทานแก่กุลบุตรทั้งปวง แก้วสิบหกยกเอาสี่ตัวพระเจ้าอยู่หัวตัวเดียวอย่าละ บุคคลผู้ใดแก้ได้จักได้พระนิพพานอย่างแท้จริงแล?

o นะ อุ นะ อะ นะ มะ ? บทนี้แก้วมณีโชติแล ?
o มะ อะ มะ อุ มะ นะ ? บทนี้แก้วไพฑูรย์แล ?
o อะ มะ อะ นะ อะ อุ ? บทนี้แก้วปัทธรรมราชแล ?
o อุ มะ อุ นะ อุ อะ ? บทนี้แก้ววิเชียรแล ?

o อะ มะ อะ นะ อะ อุ ?
o นะ อุ นะ อะ นะ มะ ?
เมื่อเขาจะจับเราให้เอาสองบทนี้เข้าในตัวเราจับไม่ได้เลยแก้วทั้งสองลูกนี้จักรักษาอุ คือพี่ อะ คือตัวเรา นะ คือพ่อ มะ คือแม่แล ? 

o อะ นะ อะ มะ อะ อุ ? บทนี้เสกเป่าตัวกันได้สารพัดแล ?

o นะ อะ นะ อุ นะ มะ ฯ
อุ นะ อุ มะ อุ อะ
 
 สองบทนี้ภาวนา เจ็ดจบมักจักได้อันใดได้ดังใจมักแล ?

o นะ อุ นะ อะ นะ มะ ฯ บทนี้ภาวนาเวลาจะไปทางน้ำแล ?
o มะ อะ มะ อุ มะ นะ ฯ บทนี้ภาวนากันผีแล ?
o อะ นะ อะ มะ อะ อุ ฯ บทนี้เสกด้ายมงคลกันไฟแล ?

o อะ นะ มะ อะ อุ
o อุ นะ อุ มะ อุ อะ
o นะ อุ นะ อะ นะ มะ
o อุ อะ อุ นะ อุ มะ
สี่บทนี้ภาวนาเอาน้ำมากินได้ แลอยากได้อันใดภาวนาเอาได้ดังใจมักแล ? 

o ถ้าจะทำการใดๆ หรือจะให้เป็นนกยาง ให้เสกด้วยอาโปธาตุร้อยเอ็ดคาบเป็นนกยางได้แล ?
o ถ้าจะให้เป็นตั๊กแตน ให้เสกด้วยวาโยธาตุเป็นแล ? อาจารย์กล่าวไว้ว่าเส้นผมบังภูเขาให้แปลเอาไปให้ได้ ถ้าบ่อได้ บ่อพ้นทุกข์แลท่านเอย ?

 

อะ

 

อะ

มะ นะ อุ

นะ มะ อุ

ธาตุน้ำ

ธาตุดิน

มะ

มะ

นะ อะ อุ

นะ อุ อะ

ธาตุไฟ

ธาตุลม

 

o อุ นะ อะ นะ มะ นะ

o อะ อุ มะ อุ นะ อุ

o นะ มะ อะ มะ อุ มะ

o มะ อะ อุ อะ นะ อะ

 

สี่บทนี้ให้เอาเข้าทั้งสี่บทแล?

 

 
  • o นะ อุ นะ อะ นะ มะ
  • o มะ นะ มะ อะ มะ อุ
  • o อะ มะ อะ อุ อะ นะ
  • o อุ อะ อุ มะ อุ นะ

สี่บทนี้ให้เอาเข้าทั้งสี่บทแล ?

 

๑. o มะ นะ อะ นะ อุ นะ o อะนุนะมะมะอุนะฯ บทนี้ให้บริกรรมให้เป็นคนหนุ่ม ?
๒. o นะ อะ อุ อะ มะ อะ o อุอะมะนะนะอะอุ ฯ บทนี้บริกรรมให้เป็นคนแก่ ?
๓. o อะ มะ อุ มะ นะ มะ นะมะอะอุนะมะอะอุ ? บทนี้บริกรรมให้เป็นตัวเล็กแล ?
๔. o นะ อะ อุ อะ มะ อะ มะ นะอุอะนะอะอุ ? บทนี้บริกรรมให้ตัวใหญ่แล ?
๕ . o นะ มะ นะ อะ นะ อุ o อะอุนะมะอะอุ ? บทนี้บริกรรมให้ตัวเป็นดีแล ?
๖ . o อุ นะ มะ อุ อะ o อุอะมะนะนะมะอะอุอะอุนะ ? บทนี้บริกรรมอึดใจคนไม่เห็น ?
๗ . o อะ นะ อะ อุ อะ มะ o นะ มะอะอุมะอะอุ ? บทนี้บริกรรมให้ฝนตก
๘ . o มะ นะ มะ อะ มะ อุ o มะนะอุอะนะมะอะอุ ? บทนี้บริกรรมหายตัว ?
๙. o มะ นะ อุ อะ o นะมะอะอุมะนะอุอะ ? บทนี้บริกรรมให้ฝนตก ?

 

o อะ อุ นะ มะ

o อะ นะ มะ อะ

o อะ มะ อุ นะ

ธาตุลมไฟอาจารย์เจ้าให้พิจารณาเอา ใครไม่ได้ก็ได้แต่เป็นลมเสียเปล่าแล ?

 

o นะมะพะทะ ? น้ำทำน้ำมนต์ ?
o มะพะทะนะ ? ดินทำอยู่ยง ?
o พะทะนะมะ ? ไฟทำทวนไฟ ?
o ทะนะมะพะ ? ลมทำทำความ ?

o นะมะอะอุนะมะพะทะจะพะกะสะโสสะอะนิ ? ธาตุน้ำ
o มะนะอุอะมะนะทะพะกะสะจะพะกะสะโสนิอะ ? ธาตุดิน
o อะอุนะมะพะทะนะมะ กะสะจะพะอะนิโสสะ ? ธาตุไฟ
o อุนะมะอะทะพะมะนะสะจะพะกะนิอะสะโส ? ธาตุลม

o สิทธิการิยะจะกระทำการใดๆ ให้รู้จักธาตุสี่จึงประเสริฐแล นะคือธาตุน้ำ มะคือธาตุดิน พะคือธาตุไฟ ทะคือธาตุลม ถ้าจะกระทำการใดๆ ก็ดี ถ้าวันอาทิตย์ วันจันทร์ ธาตุดินให้ทำที่ดิน วันพุธ วันพฤหัสบดีธาตุน้ำให้อยู่ที่น้ำ วันศุกร์ธาตุไฟให้ทำที่ป่าช้า วันเสาร์ธาตุลมให้ทำที่พระเจ้านิพพานพระวัสสาแล ?

o วันอาทิตย์ให้ทำเมื่อตะวันเที่ยง วันจันทร์ให้ทำเวลาเช้ามืด วันอังคารให้ทำเวลากลางคืน วันพุธให้ทำเวลาตนนอนหลับ วันพฤหัสบดีให้ทำเวลาเย็น วันศุกร์ให้ทำเวลาไก่ขัน วันเสาร์ให้ทำเวลาวันเที่ยงแล ?

o สิทธิการิยะอุปเทศหัวใจพระกรณี หรือธาตุพระกรณี

ถ้าจะให้เป็นล่องหน ให้เอาวาโยธาตุถ้าจะให้เป็นจังงังให้เอาปัฐวีธาตุ

ถ้าจะให้เป็นนกยางให้เอาข้าวสารมา แล้วเสกด้วยวาโยธาตุสิบเจ็ดคาบ

ถ้าจะให้เป็นงูเห่าให้เอาปลาช่อนมาหนึ่งตัว แล้วเสกด้วยวาโยธาตุสิบคาบปลุกเสกด้วยปัฐวีธาตุ แล้วใช้ได้ตามใจชอบเทอญ

ถ้าจะทำเป็นต่อแตน ให้เอาใบมะขามหรือข้าวสารก็ได้เสกด้วยวาโยธาตุสิบคาบเทอญ

ถ้าจะทำไม่ให้คนเห็นเราทั้งกลางวัน กลางคืน ให้เอาต้นหิ่งหายมาแกะเป็นพระคว่ำสูงหนึ่งข้อมือแล้วลงด้วยหัวใจพระกรณี จึงปลุกด้วยธาตุสี่ จนพระนั้นลุกขึ้นนั่งจึงจะใช้ได้ ให้เอาพระนั้นอมไปเถิดมิเห็นตัวเราเลย

ถ้าจะสะเดาะโซ่ตรวนขื่อคา ให้บ่ายหน้าไปทิศบูรพาบริกรรมด้วยวาโยธาตุสิบคาบมีอำนาจเสน่ห์แก่คนทั้งหลาย

ถ้าจะให้เป็นที่รักแก่เทพามนุษย์ให้บ่ายหน้าไปทิศบูรพาเมื่อเที่ยงคืนจุดธูปถวายพระแล้ว ภาวนาด้วยธาตุสี่นี้ร้อยแปดคาบเป็นที่รักแล

ถ้าจะกันไฟมิให้ไหม้มาถึงบ้านเราให้เสกน้ำด้วยธาตุทั้งสี่ แล้วเอาพรมที่บ้านเราไฟมิไหม้ได้แล

ถ้าจะไปทางใดให้ภาวนา ปัฐวีธาตุเถิด ไม่มีอันตรายเลย

ถ้าจะให้มีอำนาจแก่คนทั้งหลาย ให้เอาเขี้ยวเสือมาฝนด้วยน้ำหอม เสกด้วยวาโยธาตุสิบคาบมีอำนาจมากแล

ถ้าจะเรียกปลาอยู่ในน้ำให้มาหาเรา ให้ภาวนาปัฐวีธาตุ อาโปธาตุสิบห้าคาบมาแล

ถ้าจะเรียกสัตว์ป่าให้มาหาเรา ให้ภาวนาปัฐวีธาตุอาโปธาตุร้อยแปดคาบมาแล

ถ้าจะสำแดงตัวให้เป็นภูเขา ให้ยืนตัวตรงภาวนาปัฐวีธาตุสิบหกคาบเทอญ

ถ้าจะเรียกน้ำให้ขุดหลุมลึกหนึ่งศอก ภาวนาด้วยอาโปธาตุสิบแปดคาบมีน้ำผุดขึ้นมาให้เรากินแล

ถ้าเราอดน้ำให้ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า พระฤษี พระอินทร์ พระพรหม เทวดา มาช่วยภาวนาคาถาพระกรณีด้วยธาตุสี่ จะสำเร็จความปรารถนาทุกประการแล

ถ้าจะบังเลื่อมให้เอากาฝากไม้ชุมแสง มาแกะเป็นรูปพระคว่ำ แล้วลงด้วยอักขระสี่นั้นแล้วปลุกด้วยธาตุสี่ จนพระนั้นลุกขึ้นนั่งเอาพระนั้นไปเทอญ ไม่มีอันตรายเลย

ถ้าจะบังเลื่อมให้เอาต้นหิ่งหายที่เกิดกองฟอนผีให้เอาวันอังคารวันเสาร์ มาทำเป็นลูกประคำร้อยแปดลูกแล้วลงอักขระตัวละลูกเสกด้วยคาถาพระกรณี นั้น ร้อยแปดคาบจะไปทางไหนให้เอาลูกประคำนั้นใส่หัวไปคนไม่เห็นเลย?

ตอบปัญหาที่ตั้งไว้ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด

จากปัญหาข้างต้นที่ว่า  แก้วสิบหกยกเอาสี่ตัว พระเจ้าอยู่หัวตัวเดียวอย่าละ

แก้วสิบหกยกเอาสี่ตัว  หมายถึง ธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ

พระเจ้าอยู่หัวตัวเดียว  หมายถึง ร่างกายสังขารของเราเองนั้นแล

ปัฐวีธาตุ อาโปธาตุ วาโยธาตุ

ปัฐวีธาตุ  อาโปธาตุ  วาโยธาตุ  คืออะไรครับ  ต้องภาวนายังไงครับ

ปัฐวีธาตุ  คือ

ปัฐวีธาตุ  คือ ธาตุดิน

อาโปธาตุ คือ ธาตุน้ำ

วาโยธาตุ  คือ ธาตุลม

ที่จริงมี  4  ธาตุ  อีกธาตุหนึ่ง คือ เตโชธาตุ  คือ ธาตุไฟ  ( ดิน น้ำ ไฟ ลม )

ปัฐวีธาตุ  คือ

ปัฐวีธาตุ  คือ ธาตุดิน

อาโปธาตุ คือ ธาตุน้ำ

วาโยธาตุ  คือ ธาตุลม

ที่จริงมี  4  ธาตุ  อีกธาตุหนึ่ง คือ เตโชธาตุ  คือ ธาตุไฟ  ( ดิน น้ำ ไฟ ลม )

Re: ตำรา พุทธศาสตร์ ภาค ๒

ผมเข้าใจเป็น นะ มะ อะ อุ  มันเข้าใจไปเอง  ไม่รู้ว่าถูกไหม  ยังไม่รู้เรื่องธาตุเท่าไร  แต่ใจมันเข้าใจคำนั้นว่าถูกต้อง

Re: ตำรา พุทธศาสตร์ ภาค ๒

ปัฐวีธาตุ  คือ ธาตุดิน

อาโปธาตุ คือ ธาตุน้ำ

วาโยธาตุ  คือ ธาตุลม

ที่จริงมี  4  ธาตุ  อีกธาตุหนึ่ง คือ เตโชธาตุ  คือ ธาตุไฟ  ( ดิน น้ำ ไฟ ลม )

ผมเคยได้ยินว่าถ้าสำเร็จธาติทั้ง4จะกำหนดให้ร่างการเราเป็นสิ่งใดก็ได้

 

Re: ตำรา พุทธศาสตร์ ภาค ๒

ไม่เคยรับรู้มาก่อนน่าทึ่งมาก

Re: ตำรา พุทธศาสตร์ ภาค ๒

ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ และก็ยังไม่รู้ฝึกอย่างไร เป็นไสยขาว หรือไสยดำ?

Re: ตำรา พุทธศาสตร์ ภาค ๒

[quote=อิจ ขวัญทอง]

ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ และก็ยังไม่รู้ฝึกอย่างไร เป็นไสยขาว หรือไสยดำ?

[/quote]

เป็นวิชาของพระในป่าครับ หากภาวนาควบคู่กับการทำสมาธิจะเป็นการเสริมพลังธาตุของร่างกายให้เร็วขึ้น

ควรหาอาจารย์แนะนำเป็นกิจลักษณะให้ถูกต้องตามวิธีแต่โบราณ  โดยเฉพาะบางคนที่มีจิตถอดได้ไวควรมีครูบาอาจารย์ช่วยดูแล

Re: ตำรา พุทธศาสตร์ ภาค ๒

นั่งกรรมฐานและก็ภาวนาคาถา นะมะอะอุนะมะพะทะจะพะกะสะโสสะอะนิ ? ธาตุน้ำ
o มะนะอุอะมะนะทะพะกะสะจะพะกะสะโสนิอะ ? ธาตุดิน
o อะอุนะมะพะทะนะมะ กะสะจะพะอะนิโสสะ ? ธาตุไฟ
o อุนะมะอะทะพะมะนะสะจะพะกะนิอะสะโส ? ธาตุลม  ใช่มั้ย?

Pages