เข้าสู่ระบบ

ร่างทรง องค์เทพ

ร่างทรงองค์เทพ

                   เมื่อได้คุยกันถึงเรื่องความเข้าใจผิดหรือความหลงผิดของมนุษย์มาแต่ครั้งพุทธกาลแล้ว ความคิดเหล่านี้ก็ยังมีอยู่ในทุกยุคทุกสมัย จนบางครั้งดูเป็นความหลงผิดอย่างมหันต์ เช่น ความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ต่าง ๆ โดยขาดการพิจารณาไตร่ตรอง หลงยึดติดในเรื่องอิทธิฤทธิ์จนเกินไป ทำให้หลงเป็นเหยื่อของเหล่า 18 มงกุฎ ที่ชอบอวดอ้างตนเอง ตั้งตัวเองเป็นเกจิอาจารย์ ใช้เล่ห์กลมายาและหน้าม้าขบวนการหลอกล่อ กระทำเรื่องราวต่าง ๆ อวดอ้างเป็นผู้วิเศษในเรื่องราวต่าง ๆ จนผู้คนหลงเชื่อ ในที่สุดก็ต้องสูญเสียเงินทองไปกับกลุ่มคนเหล่านี้อย่างช่วยไม่ได้

                   การเจ็บป่วยของมนุษย์นั้น จัดได้ว่าเป็นความทุกข์อย่างหนึ่งที่พบเห็นกันอยู่ทุกวัน ดังได้กล่าวมาแล้ว หากเกิดจากดินฟ้าอากาศแปรปรวน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ก็อาจเจ็บป่วยเป็นไข้หวัด ไอหรือจาม เพียงกินยาหรือหาหมอก็หาย บางคนอาจมีวิตกจริตมากชอบคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ อย่างมากมายจนเกิดความเครียด นำไปสู่โรคหัวใจ โรคประสาท ก็เป็นไปได้  แต่บางโรคเพียรพยายามจะรักษาอย่างไรก็ไม่หาย กินยากันเป็นปี ผ่าตัดกันเป็นประจำ ก็ไม่หาย

                   ดังนั้นหนทางแห่งการแก้ไข ก็เลยหนีจากทางวิทยาศาสตร์การแพทย์มาเป็นไสยศาสตร์ หาร่างทรงองค์เทพกันไป หายก็มี ไม่หายก็มี เพราะถ้าโชคดี พบกับผู้มีภูมิความรู้จริง ๆ ก็คงจะหาย แต่ถ้าพบผู้แอบอ้างแฝงมาหากิน ก็คงจะเสียเงินมากกว่าจะหาย

                   สิ่งหนึ่งที่มักจะพบเห็นมักได้แก่  ถูกทักทายว่ามีองค์ และจะต้องครอบขันธ์ครู รับองค์เทพไปบูชามิฉะนั้นจะไม่หายป่วย บางทีอาจถึงตาย คนเรามาถึงขั้นนี้มีหรือจะไม่ยอม ส่วนใหญ่จะยอมรับขันธ์กัน เพราะอยากหายและอยากรวย   ดังนั้นเมื่อถูกทักว่ามีองค์ก็อย่าเพิ่งหลงดีใจ เพราะอาจจะเป็นก้าวแรกที่ท่านจะต้องเสียเงินให้แก่ตำหนักนี้อีก เรื่อย ๆ เช่น การครอบขันธ์ งานไหว้ครู เป็นต้น ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ท่านมีองค์จริงหรือ ? .หรือว่า ถูกหลอก !

คนทรงเจ้าหรือเจ้าเข้าทรง

                   ก่อนที่เราจะเข้าสู่เนื้อหาสาระในเรื่อง เกี่ยวกับความเชื่อถือในเรื่องการเข้าทรง ก็อยากจะให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณาในเรื่องดังกล่าว 2 ประเด็นด้วยกันคือ

1. คนทรงเจ้า หมายถึงคนธรรมดาที่ไม่มีเทพมาประทับ แต่จะแสดงตนแอบอ้างชื่อองค์เทพใหญ่ ๆ ที่มีคนนับถือมาก ๆ โดยอาศัยความรู้ในเรื่องไสยศาสตร์ เวทย์มนต์คาถาอาคม วิทยากล  สมุนไพร ดูดวง เข้ามาประกอบ ทำให้คนหลงเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือมาจริง ๆ โดยหารู้ไม่ว่าเป็นการแสดงมายาเพื่อจะแอบอ้างกอบโกยเอาเงินทองจากผู้หลงไหลในเรื่องเหล่านี้  ร่างทรงพวกนี้จึงเป็นพวกมิจฉาทิฎฐิ ที่อาศัยคำพูดและการแสดงที่จะทำให้คนเชื่อถือ หลอกให้เชื่อว่าเป็นมหาเทพลงมาประทับ เช่น ศิวะ นารายณ์ เป็นต้น

2.  เจ้าเข้าทรง หมายถึงผู้ที่มีองค์เทพลงมาประทับจริง ๆ เพื่อสร้างบารมี บางทีร่างทรงจะไม่รู้อะไรเลยในระหว่างที่องค์เทพผ่านมาประทับร่าง ดังนั้นร่างทรงประเภทนี้จะมีน้อยมากเพราะองค์เทพมีความประสงค์ที่จะมาช่วยบำบัดทุกข์ให้มนุษย์เพื่อสร้างบารมี ไม่โกงกินไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ คอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก เพื่อสั่งสมบารมีร่วมกับร่าง จึงทำให้พอมีกินมีใช้ ไม่ร่ำรวยมากนัก องค์เทพท่านจึงต้องเลือกร่างที่มีบุญบารมีมาก ๆ เท่านั้น คนชั่วช้าขาดศีลขาดศีลขาดธรรมท่านจะไม่เอาด้วย เว้นแต่เทพในระดับต่ำ ๆ ที่มีนิสัยเกเรเป็นสัมภเวสี เป็นเทพกึ่งเปรตที่ไม่มีวิมานอยู่ เพราะตอนกลางวันเป็นเทพแต่พอตกกลางคืนก็กลายเป็นเปรตหรือปีศาจเที่ยวหลอกหลอนชาวบ้าน จึงจับร่างที่ชั่วช้าสามานต์มาเป็นบริวารแห่งตน เพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากเครื่องเซ่นสังเวยและอื่น ๆ มีนิสัยอันธพาล อิจฉาตาร้อนชอบกลั่นแกล้งผู้อื่น อาศัยวิชาเดรัจฉานเลี้ยงชีพ จึงต้องรู้จักใช้วิจารณญาณในการพิจารณาเรื่อง การทรงเจ้าเข้าผี ดังที่ว่า

เหตุที่ทำให้มีองค์เทพฯ                

                    ปฐมเหตุของการเกิดร่างทรงองค์เทพมากมายในยุคนี้  กล่าวกันว่าเมื่อครั้งพุทธกาล ก่อนที่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนชีพอยู่ พระพุทธองค์ได้ตรัสกับพุทธบริษัททั้งหลายว่า พระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนมีอายุ 5,000 ปี แต่ของพระองค์นั้นต้องการจะให้พระศาสนามีอายุเพียง 2,500 ปี เท่านั้น

                   พระอานนท์จึงทูลถามว่า เหตุใดพระองค์จึงมิให้พระศาสนาดำรงอยู่จนครบ 5,000 ปี ดังพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า

                   แล้วผู้ใดเล่าจะเป็นผู้ดูแลพระศาสนา พระอานนท์จึงทูลว่า

                   ขอให้พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ผู้เป็นพุทธบริษัทเป็นผู้ดูแลและบำรุงรักษาพระพุทธศาสนากึ่งหนึ่งเป็นเวลา 2,500 ปี

                   พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงอนุญาต แล้วทรงถามต่อไปอีกว่า ใครจะขออะไรบ้าง

                   ปวงเทพทั้งหลายทุกเหล่าชั้น อันได้แก่  พระอินทร์ พระพรหม พระยม พระกาฬ เหล่าเทพเทวาทั้งหลาย จึงพร้อมใจกันกราบทูล ขอให้ปวงเทพได้ดูแลและบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไปอีกครึ่งหนึ่งของพระอานนท์คือ 1,250 ปี

                   พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงอนุญาตอีก แล้วทรงถามต่อไปว่าใครจะขออะไรอีก

                   เหล่าพญาครุฑ คนธรรพ์ นาคราช ท้าวกุเวร กินนร กินนรี และภูติผีปีศาจ จึงกราบทูลขอดูแลอายุพระศาสนาเท่าที่เหลือ 1,250 ปี ให้พวกเขาได้ดูแลรักษา จนกว่าพระศาสนาจะค่อย ๆ เรียวเล็กลงไป ยุคนั้นมนุษย์จะมีร่างกายเล็กลงไปตามลำดับ ถึงกับต้องปีนบันไดสอยลูกมะเขือ  หรือเก็บเม็ดพริก พระสงฆ์สาวกก็จะร่อยหรอแทบว่าจะไม่มีเหลือ จะเหลือเพียง ผ้าเหลืองผืนน้อย ๆ ห้อยอยู่ที่หู เพื่อให้เป็นที่สังเกตุว่าเป็นพระสงฆ์เท่านั้น พระศาสนาก็จะเสื่อมถอยลงไปจนหมดพอดี 5,000 ปี ตามพุทธฎีกาที่กำหนดไว้

                   เมื่อถึงกึ่งพุทธกาล 2,500 ปี เป็นต้นมา จึงเป็นหน้าที่ของเทพพรหมเทวาทั้งหลายที่จะมาทำหน้าที่อุปถัมภ์ค้ำชูทนุบำรุงสืบพระศาสนาขององค์สมณโคดม ตามที่ได้ทูลขอกับพุทธองค์ไว้ จึงเป็นเหตุในเกิดมีร่างทรงองค์เทพมากมายในปัจจุบัน

                   อนึ่ง องค์เทพเป็นเพียงอากาศธาตุเท่านั้น จึงจำเป็นต้องอาศัยสังขารของมนุษย์ที่มีธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ  โดยการมาแฝงบังคับร่าง เพื่ออาศัยติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ได้ นำพาพุทธบริษัทบริจาคทานสร้างวัดวาอารามต่าง ๆ โดยอาศัยการช่วยเหลือบำบัดทุกข์ร้อน รักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับมนุษย์ และบอกบุญกับสานุศิษย์ผู้ศรัทธาได้ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลในโอกาสต่าง ๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อการสืบพระศาสนาเป็นสำคัญ

                   ดังนั้นการที่องค์เทพจะมาเกี่ยวข้องกับมนุษย์นั้นก็ด้วยเหตุ 2 ประการ คือ

1.   ญาณจุติ  หมายถึงภาระหน้าที่ในการเกิดเป็นมนุษย์ตามวาระ และเป็นส่วนหนึ่งของเทพที่ลงมาจุติ เพื่อมารับกรรมบางอย่างและเพื่อทำหน้าที่ในการเป็นผู้นำทางศาสนา เช่น พระสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา ผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เป็นผู้นำทางฝ่ายสงฆ์หรือฆราวาสก็ตาม  ที่เป็นผู้ใฝ่ในการปฏิบัติจนได้ญาณหรือฌาณ และมักจะลำบากในช่วงแรกแต่จะสบายในช่วงปลาย

2.    ญาณแฝง หมายถึง องค์เทพในระดับต่าง ๆ ที่ยังไม่ถึงวาระการเกิดเป็นมนุษย์ แต่มีความเลื่อมใส ปรารถนาจะช่วยส่งเสริมและมีส่วนร่วมในการสืบพระศาสนาด้วย ครั้นจะลงมาเกิดใหม่เพื่อสร้างบุญ ก็จะต้องรอเวลาอีกนานกว่าจะถึงเวลานั้น ญาณนี้แหละทีมักถูกเรียกกันว่า  องค์ ซึ่งแยกตามภาระหน้าที่ได้ 2 ประการด้วยกัน

· ความสัมพันธ์ในอดีต คือให้การอารักขาผู้ที่ได้มาจุติเป็นมนุษย์ เพราะเคยเกี่ยวสัมพันธ์กันมาแต่ชาติปางก่อน  เมื่อร่างนี้ได้ทำบุญและแผ่เมตตาให้ ก็จะได้ร่วมอนุโมทนาบุญด้วยกัน ขณะเดียวกันก็จะคอยปกป้องคุ้มครอง ช่วยเหลือการทำมาหากิน ดลจิตดลใจ หรือเกิดเป็นลางสังหรณ์ในเรื่องราวต่าง ๆ  จะพาสร้างบารมีทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา บางครั้งเวลาสวดมนต์นั่งกรรมฐานองค์เทพท่านจะพาสวดมนต์เป็นภาษาเบื้องบนหรือภาษาเทพไปเลยก็มี  ความสัมพันธ์ดังกล่าวได้แก่

             1. เคยมีบุญคุณกันมาก่อนที่จะลงมาจุติเป็นมนุษย์ หรือ ในอดีตชาติ

              2.เคยติดหนี้บุญคุณกันมาก่อนที่จะลงมาจุติเป็นมนุษย์ หรือ ในอดีตชาติ

               3.เคยเป็นบุตรหลานหรือบริวารกันมาก่อน

               4.เกิดจาการสวดมนต์อ้อนวอนขอบารมีจากเทพเป็นประจำ จึงลงมาช่วย

·       ทำหน้าที่เป็นม้าทรง หรือ ร่างทรง ในกรณีเช่นนี้ส่วนใหญ่จะตายแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ เนื่องจากองค์เทพที่มาจับร่างเห็นว่า เป็นคนดีและมีบารมีพอ บังเอิญมาหมดอายุขัยก่อน ท่านก็เลยต่ออายุให้ ดังนั้นร่างนี้จึงต้องสร้างบารมีชดใช้หนี้บุญคุณขององค์เทพ โดยเป็นร่างทรงหรือสื่อที่จะติดต่อมนุษย์เพื่อสร้างบารมีร่วมกัน ในการทำนายทายทัก รักษาโรค หรือ อื่น ๆ สุดแท้แต่องค์เทพท่านจะเห็นสมควร และเมื่อถืงเวลาหรือหมดหน้าที่ก็จะต้องตายจริง ๆ

                   บางคนอาจสงสัยว่า เทพ พรหม มีบารมีมากพอแล้ว ทำไมถึงต้องลงมาเกี่ยวข้องกับมนุษย์อีก ทั้งที่ร่างกายมนุษย์มีแต่ของเน่าเหม็นเต็มไปหมด ดังนั้นเราควรศึกษาให้เข้าใจก็จะได้หายสงสัย เพราะความเป็นเทพพรหมแม้จะได้ชื่อว่าเป็นสุคติภูมิ แต่ก็ย่อมมีอายุขัยแม้จะเป็นหมื่นปีแสนปี สักวันหนึ่งมาถึงก็ย่อมจะต้องลงไปจุติใหม่ตามวิบากกรรม

                   เหตุฉะนั้นเทพพรหมผู้ไม่ประมาท จึงต้องขวนขวายหมั่นสร้างบุญกุศลให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป อนึ่งในความเป็นเทพพรหมนั้นย่อมอยู่ในสภาวะที่เรียกกันว่า โอปปาติกะ คือมีความเป็นทิพย์ที่ละเอียด ไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยตาเปล่า เว้นแต่ผู้ที่ฝึกจิตจนใสละเอียดในระดับเดียวกันจึงสามารถมองเห็นตัวกันได้

                   ดังนั้นหนทางแห่งการสร้างบุญจึงมีขีดจำกัด ด้วยอานิสงก์แห่งบุญนั้นเอง ไม่เหมือนมนุษย์ย่อมสามารถบำเพ็ญบารมีได้ถึงชั้นสูงสุดคือ พระนิพพาน แม้แต่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านอยู่สวรรค์ชั้นดุสิตก็ยังต้องมาจุติในภพมนุษย์ เพราะต้องอาศัยสังขารหรือธาตุขันธ์ 5 เพื่อชดใช้หนี้เวรหนี้กรรม จนบรรลุพระโพธิญาณ ได้เป็นพระพุทธเจ้าในที่สุด

                   ทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เรามีองค์หรือเปล่า  หรือชอบไปเที่ยวหาร่างทรงตามตำหนักต่าง ๆ  เป็นเทพจริงหรือเปล่า หรือเป็นเพียงสัมภเวสีที่แอบอ้างหากินไปวัน ๆ  พอถูกเขาทักว่ามีองค์ก็เลยพาลรับขันธ์ 5 ไปเลยก็มี ถ้าทำถูกต้องก็ดีไป ถ้าทำไม่ถูกต้อง กลายเป็นว่าเอาผีมาใส่ไว้ในตัวก็จะซวยไปกันใหญ่ เพราะบางทีเราไม่ทราบว่า ตำหนักไหนแท้หรือเทียม  บางคนไม่มีอะไร แต่พอเห็นเขามีองค์ก็พาลอยากจะเป็นบ้าง ก็เลยทำให้มีทั้ง คนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรง ก็อยู่ในวิจารณญาณของท่านที่ต้องพิจารณาศึกษาให้ดีเสียก่อน

                   พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้เราลุ่มหลงในเรื่องของ เทพพรหม เพราะไม่ใช่ทางหลุดพ้น ยังต้องมาเวียนว่ายตายเกิดอีก จึงไม่สอนให้ไปยึดติดในภพภูมิเหล่านั้น แต่ไม่ได้ทรงปฏิเสธในเรื่องเทพพรหมว่ามีจริง เพราะแม้ครั้งพุทธกาลก็เคยเสด็จไปโปรด พุทธมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงษ์ แม้ในพุทธกิจก็ยังแบ่งเวลาไปโปรดเทพเทวดาในชั้นภูมิต่าง ๆ จนมีผู้สำเร็จอริยบุคคลไปเป็นจำนวนมาก

การรับขันธ์

                   หลายคนคงจะประสพปัญหาเกี่ยวกับชีวิต หน้าที่การงาน การเจ็บป่วย เชื่อถือในเรื่องไสยศาสตร์ สิ่งลี้ลับ ก็มักจะไปตามตำหนักทรงต่าง ๆ บ่อยครั้งที่ถูกทักว่า มีองค์ ต้องรับขันธ์ จึงจะทำให้ชีวิตหน้าที่การงาน การเงิน คู่ครอง การค้าขาย หรือ สุขภาพจะดีขึ้น แรก ๆ ก็อาจเฉย ๆ พอถูกทักบ่อยเข้าชักเขวเหมือนกัน ก็เลยตกกระไดพลอยโจนไปกับเขาด้วย ขันธ์หนึ่งก็ไม่ต่ำกว่า 500 บาทขึ้นไป จนเหยียบ 10,000 บาท แล้วแต่จะเป็นขันธ์ 5 ขันธ์ 8 ขันธ์ 9 ขันธ์ 10 ขันธ์ 16  ก็ว่ากันไป ตามอัตตภาพ ไม่รู้ว่าอุปทานหรือไม่ บางคนก็ว่าอะไร ๆ ดีขึ้น แต่ส่วนใหญ่พบว่าเลวยิ่งกว่าเก่า ปัญหารุมเร้าหนักกว่าเดิม พาลเป็นบ้าเป็นบอ เจ็บป่วยหนักกว่าเดิมก็แยะ

                 ขันธ์ 5 คือ เครื่องสักการะบูชา ที่ผู้จะมาขอเป็นศิษย์จัดมาให้ครูบาอาจารย์ เพราะในบรรพกาลผ่านมาจวบจนปัจจุบัน การเรียนรู้สารพัดวิชา จะต้องอาศัยการศึกษาจากผู้ที่เป็นครู และการจะขอเรียนวิชาการเหล่านั้นก็จำเป็นต้องจัดตั้งขันธ์ 5

                   ขันธ์ 5 ดังกล่าวประกอบด้วย ดอกไม้ขาว ธูป เทียน ผ้าขาว และใช้ใบตองทำกรวยทรงแหลม 5 กรวย บรรจุดอกไม้ ธูป เทียน 5 คู่ ใส่ลงในกรวยทั้ง 5 แล้วจึงนำวางลงบนผ้าขาวที่วางรองรับอยู่บนพานหรือภาชนะ แล้วจึงนำเข้าไปกราบครูบาอาจารย์ เพื่อขอเป็นศิษย์ ซึ่งผู้เป็นครูก็จะตรวจดูดวงชะตา ว่าสมควรจะรับเป็นศิษย์ได้หรือไม่ เพราะบางทีจะกลายเป็นศิษย์คิดล้างครูได้ในภายหลัง จึงจำเป็นต้องตรวจเช็คดูเสียก่อน  หากไม่ประสงค์จะรับเข้าเป็นศิษย์ก็จะไม่รับขันธ์ 5  หากพิจารณาเห็นสมควรแล้วก็รับขันธ์ 5 นั้นมา

                 ขันธ์ครู คือ เครื่องมงคลทั้ง 5 ที่ผู้เป็นครูประสิทธิประสาทพร ในรูปแบบของวัตถุให้กับศิษย์เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติ และเป็นที่รำลึกแก่ศิษย์ให้มีความขยันหมั่นเพียรศึกษาวิชาความรู้ที่ครูมอบให้ไปศึกษาเล่าเรียน

                   ขันธ์ 5 องค์เทพ หมายถึงขันธ์ 5 และขันธ์ครูรวมเข้าด้วยกันนั่นเอง

กรณีการรับขันธ์

                   ขันธ์ 5 ของมนุษย์นั้น ประกอบไปด้วย รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์

                   เทพ เป็นจิตวิญญาณ มีขันธ์เพียง 3 ขันธ์ คือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ จึงต้องอาศัยการแต่งขันธ์ 5 ของมนุษย์ ที่จัดตบแต่งขึ้นมาเป็นตัวแทนของตน ว่าได้ยอมรับเป็นร่างให้กับเทพองค์นั้น ๆ  และยังหมายถึงข้อตกลง ระหว่างเทพกับมนุษย์ผู้ตกลงปลงใจยอมรับหน้าที่เป็นสังขารขันธ์ให้กับองค์เทพผู้นั้นไว้ใช้ร่างของตนสร้างบารมี โดยมีองค์เทพผู้ทำพิธีมอบขันธ์ให้เป็นสักขีพยาน หากแม้นมีใครระหว่างเทพกับมนุษย์มีการผิดข้อตกลง ก็ต้องเดือดร้อนถึงผู้เป็นครูที่เป็นสักขีพยาน จะต้องทำหน้าที่ว่ากล่าวตักเตือนผู้กระทำผิดต่อไป

                   ดังนั้นความหมายของการรับขันธ์ขององค์เทพ จึงเป็นสัญญาใจหรือข้อตกลงในการประพฤติปฏิบัติทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวแทนแห่งเทพ ดังนั้นจึงต้องปฏิบัติตนให้ถูกต้องในความหมายดังนี้

                   ขันธ์ 5 หมายถึงการรับศีล 5 มาปฏิบัติโดยเคร่งครัด ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าเผลอไปรับเข้า มิฉะนั้นอาจถูกลงโทษได้

                   ขันธ์ 8 หมายถึงการรับศีล 8 ซึ่งจะต้องประพฤติพรหมจรรย์ ห้ามร่วมหลับนอนฉันท์สามีภรรยา งดเว้นอาหารมื้อเย็น สวดมนต์ไหว้พระ เจริญสมาธิภาวนา เหมือนการถือศีลบวชพราหมณ์นั่นเอง

                   ขันธ์ 9 หมายถึงการรับศีลอุโบสถ  ถือศีล 8 เคร่งครัด เด็ดดอกไม้ก็ไม่ได้ ดมดอกไม้หรือเครื่องหอมก็ไม่ได้  กินแต่อาหารเจ หรือมังสวิรัติ

                   ขันธ์ 10 หมายถึงศีลของสามเณรหรือสามเณรี ก็เท่ากับการถือบวชโดยถือสิกขาบท 10 ประการ

                  ขันธ์ 16 หมายถึงศีลของนักบวช ที่มุ่งการบำเพ็ญสมาธิภาวนา กินอาหารมือเดียว งดเว้นของสดของคาว กินแต่ผลไม้ เผือกมัน ไม่เที่ยวเดินพลุกพล่าน อยู่ด้วยการสำรวมปฏิบัติ นั่งสมาธิเป็นที่เป็นทาง แทบจะทำตัวเหมือนนักบวช เพียงแต่เป็นการบวชใจไม่ได้บวชกายเท่านั้น

                   ดังนั้นหากถือปฏิบัติตามที่กล่าวมาแล้วไม่ได้ ก็จงอย่าได้รับเลย หากแม้นมีใครแนะนำให้รับก็จงพิจารณาให้ถ้วนถี่เสียก่อน เพราะการรับขันธ์นั้นไม่ใช่เพียงนำมาบูชาเท่านั้น จะต้องปฏิบัติเป็นประจำด้วยก็คือ การสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ แผ่เมตตาถึงองค์เทพที่รับมาด้วยจึงจะถูกต้อง ไม่เช่นนั้นแล้วอาจสร้างปัญหาให้เดือดร้อนได้ เพราะถือว่าผิดสัจจะที่รับมา

                   ถ้าจำเป็นต้องรับด้วยเหตุอันใดก็ตาม เช่น นิมิตจากองค์เทพมาบอกเอง ก็ควรพิจารณาให้ดีว่าจะรับจากใคร หรือถ้าเป็นตำหนัก ก็ต้องดูว่าร่างนั้นปฏิบัติตนอยู่ในหลักศีลธรรมหรือไม่ เหมาะที่จะเป็นครูบาอาจารย์ที่จะทำพิธีมอบขันธ์ให้หรือเปล่า เพราะหากเป็นร่างที่แอบอ้าง หรือเป็นเทพกึ่งเปรต ก็อาจจะนำเอาบริวารที่เป็นตีนโรงตีนศาลมาครอบให้แทน ก็จะวุ่นวายไปกันใหญ่ อันนี้ต้องระวังให้หนัก

สัจจะองค์เทพฯ

                   มนุษย์เมื่อรู้ว่าจำเป็นต้องรับขันธ์ เพื่อยอมอุทิศตนเป็นร่างให้กับองค์เทพแต่ละองค์นั้น ก็จำเป็นต้องทราบว่า ควรจะปฏิบัติตนอย่างไรจึงสมควรแก่ภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ดังเช่น

1.  การปฏิบัติตัว คือการทำตนเองให้เป็นนักบุญ หมั่นแสวงหาบุญกุศลเหมือนการสร้างสั่งสมบารมีให้มากที่สุด เช่น การไหว้พระสวดมนต์ ทำบุญใส่บาตร ถือศีล กินเจ  สมาธิภาวนา

2.   การปรนนิบัติ  คือการใช้หนี้ใช้สิน อันเกิดจากชาตินี้และชาติที่ผ่านมา รู้จักกตัญญูและกตเวที เช่น การปรนนิบัติ บิดา มารดา ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณ เป็นต้น

3.     การโปรดสัตว์  คือการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ หรือสัตว์โลกทั้งหลายให้พ้นทุกข์ เท่าที่จะสามารถทำได้  รู้จักมีเมตตาธรรมนั่นเอง

ส่วนสิ่งที่มนุษย์จะได้รับตอบแทนจากองค์เทพนั้น ขึ้นอยู่กับการอธิษฐานขอในตอนครอบขันธ์ ทั้งนี้ทั้งนั้นย่อมไม่เกินกฏแห่งกรรม

ลักษณะของชั้นเทพ

                   ลักษณะของจิตวิญญาณในระดับต่าง ๆ ที่ลงมาประทับทรงหรือเข้าทรงมนุษย์นั้น หากเรารู้จักสังเกตุให้ดี ก็พอจะแยกได้ว่า เป็นเทพหรือเป็นผี โดยอาศัยหลักพิจารณาโดยสังเขปดังนี้

1.   ประทับทรงจากส่วนล่าง  จิตวิญญาณใดที่ประทับทรงจากปลายเท้าขึ้นมา มักจะเป็นพวกสัมภเวสี หรือ วิญญาณมนุษย์ที่ตายไปแล้ว

2.  ประทับทรงจากด้านหลัง  จิตวิญญาณใดประทับทรงจากด้านหลัง มักจะเป็นวิญญาณทั่วไปที่มีฤทธิ์อำนาจ ซึ่งมักจะเรียกขานกันว่า เจ้าพ่อ เจ้าแม่ เจ้าปู่ ฯลฯ

3.    ประทับทรงจากด้านหน้า  จิตวิญญาณใดที่ประทับทรงจากด้านหน้า มักจะเป็นวิญญาณของมนุษย์ที่ไปเกิดเป็น เทวดาชั้นจาตุมฯ ที่อยู่ใกล้ชิดมนุษย์

4.    ประทับทรงจากทางบ่า  จิตวิญญาณใดที่ประทับทรงจากทางบ่า มักจะเป็นเทพหรือดาบสที่มีฤทธิ์ ในระดับกลาง ๆ

5.  ประทับทรงจากกลางกระหม่อม  จิตวิญญาณใดที่ประทับทรงจากส่วนศรีษะหรือกระหม่อม มักจะเป็นเทพในระดับสูง

คำแนะนำ

                   ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ จะมีองค์หรือไม่ก็ตาม ถ้าท่านหมั่นสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ แผ่เมตตาถึงครูบาอาจารย์ องค์เทพเทวาที่คุ้มครองรักษาตนเอง ก็น่าจะเพียงพอ เพราะการที่เทพมาอยู่กับเราก็ด้วยเหตุที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น คือปรารถนาจะได้ร่วมสร้างบารมี และช่วยเหลือผู้ที่เคยเกี่ยวข้องกันมาก่อน พาร่างสร้างบารมีทำบุญไหว้พระ สร้างแต่กรรมดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น

                   ถ้าเราทำได้ดังนี้ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องไปรับขันธ์ เทพเป็นผู้ที่มีจิตเมตตา ประกอบด้วย หิริโอตตัปปะ คือความละอายและเกรงกลัวต่อบาป ย่อมไม่สร้างปัญหาใด ๆ ให้กับร่างที่จะมาอยู่ด้วย เพราะท่านกลัวบาป การที่จะทำให้เจ็บป่วยหนักหนาแสนสาหัส หรือลงโทษอะไรหนักหนาคงไม่มี นอกจากช่วยเหลือเท่านั้น แต่ที่มันเจ็บป่วยหรือมีปัญหาในหน้าที่การงาน การเงิน จนล้มละลาย มันเป็นเรื่องของวิบากกรรมที่ใครจะเข้าไปแก้ไขได้ นอกจากช่วยประคับประคองหรือดลจิตดลใจให้ไปหาผู้ที่สามารถแก้ไขวิบากรรมส่วนนี้ได้

                   ดังนั้นบางทีพอรับขันธ์เข้า แล้วหันหน้ามาปฏิบัติ สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ อะไร ๆ มันก็ดีขึ้นตามบารมีของตน เพราะก่อนหน้าเมื่อยังดีอยู่นั้น ก็ไม่เคยคิดปฏิบัติจริงจัง ทำบุญก็มีบ้างตามโอกาสเท่านั้น เพราะหากเทพจะมาอยู่ด้วย ก็คงไม่จำเป็นต้องทำพิธีอะไรมากมาย การรับขันธ์เป็นเรื่องสมมุติกันขึ้นมาเท่านั้น เพราะท่านจะมาอยู่กับมนุษย์นั้น บางทีก็ติดตามมาแต่เกิด อยู่ติดตามเรามาตลอด เพียงแต่ไม่รู้เท่านั้นเอง เพิ่งจะมาคิดรับขันธ์เพื่อรับองค์เทพ เพราะอยากรวยเท่านั้นหรือ เว้นแต่ผู้เป็นร่างทรงที่ทำหน้าที่สงเคราะห์มนุษย์ในการบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ก็เป็นหน้าที่ขององค์เทพที่ผ่านร่างมาจะสั่งดำเนินการตามโอกาสต่าง ๆ

ข้อสังเกต

                   มนุษย์ผู้ที่มีองค์เทพแฝงอยู่นั้นสังเกตได้ด้วยตนเองไม่ยาก

1.  มึนศรีษะข้างเดียวเป็นประจำ บางทีทางการแพทย์ว่าเป็น ไมเกรน

2.   หนักต้นคอ บางครั้งหนักบ่าสองข้างเหมือนมีใครมาขี่คอ บางทีขับรถอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกหนักบ่า

3.   แน่นหน้าอกเป็นบางครั้ง เหมือนคนหายใจไม่อิ่ม บางคนเป็นบ่อย จนหมอว่าเป็นโรคหัวใจ

4.  ฝันแม่นยำ มีลางสังหรณ์แม่นยำ บางทีเรียกสัมผัสที่หก หรือ ซิกเซ้นท์

5.  ชอบฝันหรือตีเป็นตัวเลข เสี่ยงโชคได้ใกล้เคียง บางที ผิดแต้มเดียว กลับบนกลับล่าง กลับหน้ากลับหลัง ซื้อทีไรก็เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาเป็นประจำ แต่ถ้าไม่ซื้อเที่ยวบอกใคร เขาก็จะถูก

6.  บางครั้งหูจะได้ยินเสียงเรียกชื่อเบา ๆ เหมือนเสียงกระซิบก็มี เสียงดังก้องในหู ก็มี

7.   ไปตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือ มีอะไรที่ลี้ลับ จะรับรู้โดยการสัมผัส ขนลุกชันเย็นซ่าไปทั้งตัว

8.   บางครั้งสวดมนต์เป็นภาษาบาลีอยู่ดี ๆ ก็เปลี่ยนเป็นภาษาอื่นรัวเร็วขึ้นมา

9.    หากนั่งสมาธิจะได้หูทิพย์ ตาทิพย์ เร็วกว่าคนทั่วไป

                   ดังนั้นอาการบางอย่างหาหมอก็แล้ว กินยาก็แล้ว มันไม่หาย ก็ให้ สวดมนต์นั่งสมาธิตามที่ว่าแล้วแผ่เมตตาบ่อย ๆ ทุกอย่างมันจะหายไปเอง เสี่ยงโชคลาภก็จะได้ เพราะบารมีที่ทำนี่แหละ แต่บางอย่างก็อาจจะเกิดจากสัมภเวสีได้เช่นกัน

1.   ปวดศรีษะเป็นประจำ บางครั้งปวดมากจนทนไม่ไหว หมอว่าเป็นความดันบ้างก็แล้วแต่ ก็ควรตรวจเช็คแก้ไข เพราะอาจถูกสัมภเวสีเกาะอยู่ในศรีษะได้

2.    ปวดไหล่เป็นประจำ หมอว่าเป็นเส้นเอ็นอักเสบ กินยาทายาก็แล้ว มันไม่หาย ตึงไปหมด ถือว่าผิดปกติ

3.     มือเท้าชาเป็นซีก จากไหล่ หรือตะโพก หัวเข่าก็ตาม

4.     แน่นหน้าอกมากผิดปกติ

5.    วดบริเวณกระเบนเหน็บ บางที่การแพทย์ระบุว่า หมอนรองกระดูกทับเส้น เว้นแต่กรณีการเกิดอุบัติเหตุ ลื่นหกล้มจนกระแทกพื้นอย่างแรง นั่นก็จะต้องพิจารณารายละเอียดเป็นกรณีไป

                   อาการเหล่านี้อาจไม่เกี่ยวกับองค์เทพ แต่เป็นการแทรกซ้อนจากวิญญาณเร่ร่อนหรือสัมภเวสีที่ไม่มีที่อยู่นั่นเอง หากรักษาแล้วแก้ไขแล้วไม่ดีขึ้น ก็ลองติดต่อขอรับการสงเคราะห์หรือปรึกษากับ หลวงพ่อวัชระ วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี เพราะท่านอาจจะพอหาทางแก้ไขให้ได้

                   ดังนั้นการที่ได้กล่าวพาดพิงถึง การรับขันธ์หรือองค์เทพ ก็เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้ใช้วิจารณญาณในการแก้ไขตนเองให้ถูกต้อง ไม่ใช่ใช้เงินแก้ไข เพราะวิบากกรรมเป็นของมนุษย์ที่กระทำกันมา ครูบาอาจารย์องค์เทพก็ตาม ก็ไม่อาจฝืนกฏแห่งกรรมได้ แต่อาจชี้ทางแก้ไขได้ เพราะการเจ็บป่วยหรือปัญหาต่าง ๆ ที่รุมเร้ามนุษย์นั้น มีกรรมเป็นต้นเหตุที่สำคัญ การแก้ไขเรามาแก้กันที่ปลายเหตุมันก็ไม่จบ ต้องรู้จักต้นเหตุ เพราะเหตุเกิดที่ไหนก็ดับที่นั่น

                   หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ยังไม่ชัดเจน ก็ติดต่อสอบถามได้จาก หลวงพ่อวัชระ ที่วัดถ้ำแฝด อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โทร. 081-4053160 หรือ 034-655098 ท่านยินดีรับฟังและแนะนำให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้มีความกระจ่างในเรื่องราวลี้ลับเหล่านี้

สีขององค์เทพ

อันนี้ผมขอคำปรึกษาหน่อย
องค์เทพที่มีลักษณะผิวกายสีส้มสว่างไสวล่ะคับ
เขาเป็นใคร ทำไมมีผิวสีส้ม

คนมีองค์

อยากทราบว่าจริงๆแล้ว คนที่มีองค์มีจริงหรือเปล่า  เพราะตัวข้าพเจ้าเอง ชอบปวดหัวข้างเดียว บางทีก็ปวดบ่าหรือหนักบ่าขึ้นมาเฉยๆ  ถ้าไปตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มักจะชอบขนลุก ขอความกรุณาช่วยตอบให้กระจ่างด้วยนะคะจะเป็นกุศลอย่างมาก

คนมีองค์

ก่อนอื่นนะครับ ผมเองขอถามคุณเพชร นะว่าเวลาไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แล้วนั้นนะจะมีอาการาขนลุก บางครั้งหนักศรีษะ บางครั้งเหมือนมีคนเอาอะไรมากดที่ไหล่ หรือบ่าให้หนักใช่ไหม? บางครั้งเวลาเราไปในสถานที่ที่อโคจร ก็จะมีอาการเช่นกันแต่คนละแบบใช่หรือไม่? บางเวลาจะได้ยินเสียงพูด คุย โดยไม่เห็นตัวคนใช่หรือไม่? ที่นี่มีคำตอบ

grandfather_1963@windowslive.com

องค์ที่เป็นผู้หญิง

อยากทราบมากเลยค่ะว่า ตัวเองมีองค์หรือเปล่าเพราะว่า ตัวเองเป็นคนที่หูแว่วบ่อยมากจะได้ยินเสียงคนเรียกชื่อตัวเองบ่อยมาก เวลาไปแถวศาลเจ้าหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มักจะเห็นเงาสีขาวๆแวบไปมา แล้วก็จะหนาวตลอดทั้งที่อากาศที่ศาลมันร้อนมากๆ แล้วก็จะเป็นไมเกรนบ่อยมาก บางครั้งเป็นแล้วก็จะนั่งร้องไห้แบบน้ำตามันจะซึมออกมาเอง แล้วก็ชอบฝันแล้วความฝันก็เป็นความจริงมาเกือบตลอดแล้วก็ชอบฝันเห็นผู้หยิงผมยาวถึงเอว ใส่สไบสีฟ้ายืนอยู่แถวบ้านทรงไทย แล้วบ้านหลังนั้นดิฉันก็คุ้นมาก แล้วก็เมื่อเดือนที่ผ่านมานอนอยู่แล้วสะดุ้งตื่นเงิยหน้าไปมองที่หัวเตียงก็เห็นผู้หญิงคนนั้นนั่งมองดิฉันอยู่  ดิฉันควรทำอย่างไรดีคะ

องค์ที่เป็นหญิง

ผมขอถามก่อนนะครับ ว่าคุณปิยพร นั้นนะชอบไปสถานที่เหล่านี้แล้วมีอาการขนลุกใช่ไหม? มีความรู้สึกคุ้นๆกับสถานที่ที่ผ่านมาว่าเราเคยมาอยู่นานแล้ว ใช่หรือไม่? ที่นี่มีคำตอบ บางคำตอบ บางท่านอาจจะกล่าวหาว่าเรานั้นนะบ้า จึงไม่ขอตอบรายละเอียดในนี้นะครับ ขอการเป็นส่วนตัว นะครับ ทั้ง สองคนนะ grandfather_1963@windowslive.com

คนมีองค์

สวัสดีค่ะ มีคนทักว่ามีองค์ เป็นผู้หญิง จะทราบได้อย่างไร ว่าเป็นใคร ต้องทำอย่างไรค่ะ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

คนมีองค์จะมีจริงรือเปล่า ยังไม่เคยสัมผัสด้วยตัวเอง เลย 50/50 มั้ง

Re: ร่างทรง องค์เทพ

สวัสดีคะ

อยากทราบคะ เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อปีใหม่ได้ไปวัดเพื่อทำบุญถวายสังฆทานคนเดียว   หลวงพ่อท่านถามว่าที่บ้านมีใครเป็นคนทรงใหมหรือปูย่าตายายก็ได้ na บอกว่าไม่มี แต่ท่านทัก na กับแม่ของ na มีองค์ (แต่ na ไปวัดคนเดียวนะคะ)

ท่านบอกกับ na ว่าห้ามเข้าร่วมหรือรับ ขัน 5 เด็ดขาด  ** และ na จำได้ว่าตอนเด็กๆ เห็นแม่อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้น มารำไทยตอนดึก แล้วพูดอะไรแปลกๆออกอยู่เสมอๆ ** 

อาการแบบนี้ ใช่ร่างทรงใหม แล้วแม่ไม่ได้รับ ขัน5 ถึงทำให้แม่ไม่สบายบ่อยๆ ใช่ใหม  แล้วถ้ามีองค์จริงๆ na จะมีอาการแปลกๆ เหมือนแม่หรือเปล่า

ให้ความกระจ่างด้วยนะคะ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

รับปรึกษาการบูชาองค์เทพ การประกอบพิธีบวงสรวงต่างๆเช่น การไหว้ครู การตั้งศาลเทพศาลพรหม

han's picture

Re: ร่างทรง องค์เทพ

มีครับ   ให้รับท่านโดยการสวดมนต์ไว้พระถือศีล อุทิศบุญกุศลให้ท่านแล้วจะรู้และดีเอง

Re: ร่างทรง องค์เทพ

 

 ทำไมจึงมีแต่คนทักว่าเรามีองค์เราจะต้องทำอย่างไรต่อคะแล้วจะรู้ได้อย่างไรคือใครหรือเทพองค์ไหนค่ะ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

 

 

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ดิฉันพึ่งจะรับขัน 5มาวันมาวันที่ 27 ธันวาคมเองค่ะกลัวมีคนบอกว่ารับแล้วไม่ดีจะแก้ไขยังไงค่ะ

johnlovelove's picture

Re: ร่างทรง องค์เทพ

อยู่ที่ตัวเราทำอะ  อยากไปฟังใครเลย  เราทำดีก็ได้ดี 

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ลองโทรเรียนปรึกษา หลวงพ่อวัชระ วัดถ้ำแฝด ท่านมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ น่าจะได้รับคำแนะนำที่ดีครับ

พระครูสิทธิกาญจนกิจ (หลวงพ่อวัชระ) โทร.081-6438603

บอกท่านว่า ทางเว็บนะกุศล แนะนำให้โทรมาปรึกษา ท่านใจดีมีเมตตา โทรไปได้ครับ


johnlovelove's picture

Re: ร่างทรง องค์เทพ

หวัดดีอะ  เรามาใหม่นะอะ  ใครเก่งแล้ว  ชวยสอนเราบ้างดิ  เราขอยรู้เรื่องเท่าไรนะอะ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

 ขอถามหน่อยครับ  ทำไมคนจะมีองค์หรือมีเทพมาอยู่ด้วยต้องมีอาการป่วย หรือไม่สบายแบบหาสาเหตุไม่ได้  ใครพอมีความรู้ช่วยเมตตาหน่อยครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ดิฉัน มีอาการขนลุกทุกครั้งเมื่อพูดหรือเห็นหรือไปตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือฟังเรื่องลี้ลับก็จะมีอาการขนลุก ฟันบอกเหตุหรือเวลาที่มีเรื่องร้ายกำลังเกิดขึ้นก็จะฟันว่ามีคนปลุกหรือฝันถึงเหตุการที่ปลุกให้ตื่น หรือบางครั้งก็มีเสียงปลุกให้ตื่น ซึ่งเมื่อตื่นแล้วก็จะพบกับเหตุการณ์ที่ร้ายจริงๆที่เกิดในขณะนั้น ดิฉันเคยได้กลิ่นธูปและเหล้าซึ่งไม่มีใครที่กินหรือจุดธูปขณะนั้นเลย เวลาปกติหากมีเหตร้ายที่กำลังจะเกิดดิฉันก็จะขเม้นตาขวามากๆ รวมทั้งเหมือนมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเหตร้ายและก็เกิดเหตุการร้ายขึ้นจริงๆ ถ้าสิ่งดีๆจะเกิดก็จะเขม้นตาซ้าย เรื่องพบเห็นหรือได้ยินเสียงของผีวิญญาณก็มีหลายครั้งสงสัยตัวเองก็เลยไปหาหมอดูๆก็ทักทั้งๆที่ดิฉันยังไม่ได้ถามเลย ว่าดิฉันมีองค์คอยคุ้มครองไปกับดิฉันทุกที่ อยากติดต่อกับท่านได้ต้องนั่งสมาธิแต่ดิฉันยังนั่งไม่สำเร็จเลย เมื่อเร็วๆนี้ดิฉันไปส่งเพื่อนที่ห้องโดยห้องเพื่อนมีพี่สาวเพื่อนอยู่ดิฉันไป2คนกับเพื่อนแต่พี่สาวถามเพื่อนดิฉันว่า มากัน3 คนหรือ เพื่อนดิฉันบอกว่า 2คน แต่พี่เขาเห็นว่ามีเงาดำๆสูงกว่าดิฉันอยู่ด้านหลังของดิฉัน สำหรับอาการปวดหัว หนักบ่าดิฉันจะมีอาการเป็นประจำต้องมีคนคอยนวดตลอดดิฉันอยากรู้ว่าดิฉันมีองค์หรือเปล่าค่ะ ช่วยตอบหน่อยค่ะขอบคุณอย่างสูง

 

 

Re: ร่างทรง องค์เทพ

 เรื่องจริง ดิฉันได้รู้จักกับร่างทรงเทพ เป็นผู้หญิงชื่อสมบุญ พัดเปลี่ยนสี ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น นราสร พรหัตถกร (ทรงหลายองค์มาก) ย่านซ.โรงเจ ตลาดพลู  รู้จักโดยบังเิอิญจากการชักชวนของเพื่อนบ้านของแม่  แนะนำให้รู้จักเพื่อปรึกษาเรื่องงานขายที่ดิน แต่ร่างทรงเมื่อประทับทรงองค์พระพิฆเณศวร พ่อนาคราช พ่อพรหม ฯลฯ  แต่ทุกครั้งที่เรานั่งฟังท่านก็คิดตามนะเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง คอยจับผิดดูว่าลงประทับจริงปล่าว  ช่วงแรกๆ ร่างเป็นคนดีมาก คอยช่วยเหลือแนะนำให้ดิฉันฉลาดในการคบมิตรในการทำงาน  และเทพแต่ละพระองค์จะสอนให้อยู่ในศีลในธรรม มั่นให้ทำบุญ นั่งสมาธิ และละเว้นจากเนื้อสัตว์ สอนให้เป็นคนใจเย็นมีเหตุผล อดทนท่านมีบุญคุณมากๆในชีวิตนี้ ดิฉันจะไม่ลืมบุญคุณท่าน

    แต่พออยู่กับร่างทรงคนนี้ไปนานๆ ทำไมทำให้ชีวิตดิฉันตกต่ำ มีแต่เรื่องเดือดร้อนตลอดเวลา  ร่างมีเรื่องเสียหายเกี่ยวกับลูกศิษย์ไม่ว่าเรื่องเงินทอง, ชู้สาว บ่อยมาก มีแต่เรื่องอะไรยุ่งๆในตำหนัก ไม่หยุดหย่อน ทำให้ดิฉันท้อไม่ยากที่จะเข้าไปคบหา  เพราะนิสัยร่างเปลี่ยนไปจากเมื่อ 10 กว่าปีก่อนเป็นอย่างมาก

กลายเป็นร่างที่เห็นแก่ตัว ไม่ค่อยมีศีลธรรมสักเท่าไร  แต่ทำไมเทพที่ประทับร่างนี้  ถึงลงโทษช้านักกับคนแบบนี้   หรือว่าเค้าทำบุญอดีตมาดีเลยผลกรรมไม่ทันได้รับ  แต่ที่สงสัยมาก คือสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ในภาคเจ้าชายสิทธัตถะ ลงประทับร่างนี้ด้วย เรายังงงๆๆ  อยู่ว่าเป็นไปได้หรือ  หรือว่าร่างอุปโลกขึ้นก็ไม่รู้ แต่พอท่านมาก็สอนพวกลูกศิษย์นะสอนสิ่งดีๆ  แต่ก็ยังเข้าข้างร่างทรงอยู่ดี

       แต่ปัจจุบันอย่างไรเราก็ยังถือศีล นั่งสมาธิ สวดมนต์ อยู่เป็นนิจ  ทำตามที่เทพครูบาอาจารย์ที่สอนสั่งในสิ่งดีๆให้

เทพมีจริง แต่มนุษย์บางคนชอบแอบอ้างเทพให้เสื่อมเสีย    

Re: ร่างทรง องค์เทพ

คุณมีองค์ใหนครับที่คุ้มครองแล้วเขาล่ะครับมีองค์ใหนแล้วได้ัขันธ์อะไรมาครับอยากคุยด้วยว่าเป็นไปได้

อยากคุยด้วย นะครับ ถ้ามีบุญข้างในอยากให้คุยเราคงไ้ด้คุยกัน

Re: ร่างทรง องค์เทพ

- บางครั้งคนมีองค์อาจแค่โปรดคนๆนั้น หรือในครอบครัว  ไม่สามารถรับลูกศิษย์ไ้ด้จริงปล่าว

-คนที่มีญาณเดียวกัน หรือองค์ที่มีภาคเดียวกัน เมื่อมาอยู่ใกล้ๆกัน เทพสามารถลงประทับพร้อมกันได้จริงหรือ

-คนมีองค์เมื่อเข้าไปบริเวณหรือสถานที่สัมผัสสิ่งเล้นลับ จะมีความรู้สึกปวดหัว มึนงงจริงหรือ

-มีวิธีสังเหตุ หรือจะทำอย่างไรว่าร่างลงประทับอยู่จริง

-เมื่อร่างเทพที่ดี เมื่อมีศิษย์ดีควรจะดีใจและส่งเสริม มิใช่อิจฉาลูกศิษย์ว่าจะมีองค์เทพที่ดีกว่าใช่หรือไม่

รบกวนผู้รู้ตอบด้วยค่ะ 

ตั้งแต่ไม่สบายชีวิตเริ่มมีอะไรแปลกๆ

ตอนแรกชีวิตก้อปกติดีแต่มีอยู่พักนึงป่วยถึงกับนอนโรงบาลหมอบอกว่ายังไงก้อไม่รอดแต่..รอดไม่มีใครอยากเชื่อ ตอนนอนที่โรงพยาบาลฝันเห็นยมทูตสองครั้งแล้วก้อเริ่มฝันเห็นเรื่องราวเก่าๆสมัยโบราณแต่ไม่ค่อยชัดเจนมากนักแต่ดิฉันอยากเห็นแบบชัดๆต้องทำอย่างไร  แต่เคยไปตามตำหนักหลายที่เขาก้อบอกว่ามีองค์แล้วก้อเคยโดนผีเข้าด้วย เมื่อเร็วๆนี้ มีเพื่อนมาบ่นให้ฟังว่าไม่สบายอาเจียนกินข้าวไม่ได้แล้วเป็นตอนกลางคืน เท่านั้นแหละภาพผู้ชายคนนึงผอมมาก ถูกล่ามด้วยโซ่ก้อผุดขึ้นมาในสมอง แต่ก่อนที่เพื่อนคนนี้จะเข้ามาฉันก้อขนลุกก่อน พอเข้าจิงขนลุกหนักกว่าเดิมอีก สิ่งที่เห็นคืออะไร หน้าบ้านก้อเปนทางสามแพร่งวันพระทีจะรู้สึกว่าไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

Re: ร่างทรง องค์เทพ

นิดนึงนะครับ

-องค์ที่มาถ้าเป็นสีส้มผมว่าพระนะ

แล้วส่วนของปันปัน

-ปกติคนที่มีองค์เทพคุ้มครองนั้นต้องมีความผูกพันธ์ฺกับท่านมาในอดีัตแล้วมักจะหลากหลาย เช่นเราเกิดมาหลายชาติที่เรามีนั้นย่อมไม่ใช่แค่องค์เดียวสายเดียวแต่จะคุ้มครองหรือช่วยคนช่วยพระพุึทธศาสนานั้นอยู่ที่ท่านครับ

-ท่านสามารถมาได้ครับแล้วจะสัมผัีสกันไ้ด้ด้วยเช่นรู้สึกขนลุกขึ้นมานั่นคือการทักกันของข้างในกรณีแรกครับ แล้วยิ่งถ้าองค์เดียวกันจะสนิทกันมากด้วยครับเพราะเป็นองค์เดียวกัน เอาง่ายๆครับ องค์ท่าน 1 องค์ ท่านจะแบ่งญาณให้ลูกๆท่านคนละเท่าๆกันครับแล้วทำไมท่านจะไม่สนิทกันครับก็ท่านเหมือนกัน

-ครับ นั่นแหละครับที่น่าห่วงเพราะการที่เราสามารถสื่อกับท่านได้มันไม่ใช่แค่นั้นบางสิ่งก็อยากมาด้วยเหมือนกันเช่นวิญญาณต้องระวังคนที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรสื่อกับวิญญาณครับเพราะญาณไม่เหมือนกันเทพละเอียดญาณหยาบครับ

-ข้างในเรารู้ครับส่วนถ้าคนใหนยังงงๆอยู่ว่าเอ๊ะของเราทำไมมาตลอดเลยล่ะแนะครับลองใส่พระที่เรานับถือสักระยะครับเพราะนี่ก็มีคนแนะมาอีกทีครับแล้วคุณจะรู้ว่าท่ีานไม่ได้มาตลอดครับแต่มาก็แฝงเฉยๆ

-ครับในเทพใช่ครับแต่มนุษย์ไม่ใช่ครับร่างก็คือร่างย่อมมีอิิจฉาริษยากันได้เสมอถ้าเขาไม่ปล่อยวางครับแล้วการที่เรารับขันธ์กับเขาเราคิดบ้างมั้ยครับว่าเขาจะให้องค์ที่เป็นองค์จริงของเราเหรอถ้าเท่ากันบอกได้เลยครับว่าไม่เขาอยากได้ศิษย์เขาไม่อยากได้เท่าๆกันกับเขาหรอกครับ

-สายฮินดูไม่มีการรับขันธ์ครับส่วนมากเป็นในไทยแล้วส่วยใหญ่ก็กดศิษย์ครับเพื่อให้ดูแลเขาหรือไม่แจ๊คพ๊อทก็โดนขันธ์ผีเลย ถ้าให้ดีให้ข้างในเราทำให้ดีกว่านะครับ เพราะสบายใจกว่า

 

Re: ร่างทรง องค์เทพ

นิดนึงนะครับในเทพเดียวกันในเมื่อแบ่งภาคแล้วองค์นั้นอยู่ใกล้ๆร่างย่อมรักและห่วงร่างนั้นมากกว่าเราครับแต่บางทีมันทำไม่ได้ครับถ้าเป็นงั้นข้างในเราจะพาออกเองครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

แล้วผมก็ขอลงกระทู้นิดนึงครับ ฝากลงข้อความที่เขาฝากมาลงหน่อยนะครัีบ

สวัสดีค่ะ  คือที่ชั้นอยากถามคือเพื่อนๆรู้รึเปล่าคะว่าพ่อกับแม่ท่านไม่ได้รักกัน เหมือนในตำนานถ้าเป็นคนของแม่ท่านต้องรู้แน่ๆเลยค่ะว่าไม่แล้วไม่เหมือนอัน นี้ได้รู้มาแบบใกล้ๆเลยค่ะแล้วจากเพื่อนชั้นที่มีญาณแม่ท่านแล้วกำลังหนี อยู่แล้วจากพี่ที่ชั้นนับถือได้เล่าให้ฟังแบบเดียวกับที่ชั้นกับเพื่อนชั้น รู้เลยค่ะ คือจริงๆแล้วพ่อกับแม่ท่านเข้ากันไม่ได้ค่ะแล้วพ่อมักแย่งร่างแม่ท่านเสมอ อันนี้ต้องบอกตามทีี่รู้หรือเห็นมากับตาค่ะในปกติชั้นเองเพื่อนชั้นแล้วคน ทั่วๆไปต่างก็คิืดกันว่าถ้าใหว้แม่แล้วต้องใหว้พ่อแล้วทั้งครอบครัว นั่นแหละค่ะ แม่ที่คุ้มครองคุณล่ะที่ำกำลังลำบากเพราะแ่ม่คุณจะโดนพ่อกดแล้วตัวพ่อแหละ ค่ะจะมาเยอะกว่าแม่ในที่สุดต้องบอกอย่างนี้นะคะพ่อก็แทนแม่ค่ะเป็นเรื่องที่ น่้าเครียดที่สุดค่ะเพราะแม่โดนเขากดอีกแล้วค่ะอิชั้นเองก็เคยใหว้เขาแล้ว โดนเขาดึงจนเกือบๆแย่ค่ะใจแข็งสู้ค่ะแล้วเวลาก็ผ่านมานานเขาก็ยังเหมือนเดิม วิธีการแก้การทำผิดเขาคือพูดอ้อนหวานๆให้แ่ม่ใจอ่อนค่ะ เขาำทำบ่อยจนมดจำบ้านได้แล้วค่ะพอเสร็จแล้วเขาก็แก้คำไม่รักษาคำที่ให้กับ แม่ค่ะ ซึ่งในลูกๆแม่บางส่วนที่เป็นแม่โดยตรงพอรู้ตัวต่างก็พยายามหนีพ่อกันอย่าง สุดฤทธิ์ค่ะ ซึ่งคนที่บอกว่ามีแม่แต่ถ้าเขาใหว้หรือบูชาเขาด้วยไม่หรอกค่ะแม่ไม่เต็มหรอก ไม่มีทางเพราะตัวชั้นเองโดนมาแล้วแล้วโดนดึงด้วยค่ะไม่ต้องบอกนะคะแต่ก็รอด ได้อย่างหวุดหวิดเลย แล้วลูกก็บางคนก็โดนแย่งร่างอีกต่างหาก ซึ่งแม่ท่านเองตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าอย่างไรต้องตัดเขาให้ได้แต่ชั้นกับแม่ ท่านต้องการพลังจากลูกๆท่านแล้วบอกญาณแม่ท่านทีี่โดนกดอยู่ค่ะถ้าได้เห็นข้อ ความนี้แล้วจริงญาณแม่คุณจะตอบรับข้อความนี้เอง เมื่อวานนี้ัชั้นไปฟังธรรมมาแล้วก็โดนร่างเขาตามอยุ่เพราะเขาแหละค่ะเขากะกด ชั้น ตอนนี้แย่มากเลย เพราะชั้นต้องการส่งสาล์สแม่ให้ถึงลูกๆแม่พร้อมองค์แม่ที่โดนกดแล้วไม่โดน ให้ท่านรับรู้แต่ลำพังชั้นมันยากค่ะไม่รู้ว่าจะเจอคนที่โดนเขากดหมดรึเปล่า แล้วตอนนี้ก็โดนองค์ันั้นแหละค่ะขัดแข้งขัดขาอยู่เพราะเรื่องนี้ถูกปกปิดกัน มานานแล้วค่ะ ชั้นดื้อค่ะใครจะยอมให้แม่เราถูกเอาเปรียบถ้าแม่จะให้ช่วยก็ต้องพยายามเลยขอ พลังแม่ของพวกคุณแล้วคุณด้วยช่วยกระจายสาล์สแม่ให้ลูกๆที่โดนองค์นั้นคลุม อยู่ให้เขาแล้วแม่เขาทีี่โดนกดอยู่ได้รับทราบแล้วคำว่าโอมถอดเลยค่ะ ถ้าคุณเป็นลูกแม่คุณต้องไม่ช่วยซ้ำเติมแม่ให้มากกว่าเดิมนะคะเพราะคำนี้เป็น ของพ่อทางเขาก็แบ่งทางเราก็แบ่งแล้ว ถ้าเราเป็่นคนแม่ใหญ่อย่าไปยุ่งกับเขาค่ะแล้วถ้าเจอคนของแม่ด้วยกันขอให้ เอ่ยคำนี้นะคะ jai mata di แล้วอธิษฐานในใจนะคะขอให้ชัยชนะนี้เป็นของพระแม่เจ้าศรีมหาอุมาเทวีแล้วทุกๆ ภาคของแม่ด้วยนเทอญ ตอนนี้แม่ท่านกำลังเตรียมตัวต่อไปเราคงเลี่ยงเขาไม่ได้แล้วค่ะแต่ช่วยกันดึง คนของแม่ก่อนนะคะทีีโดนคลุมแล้วกดอยู่พยายามใจแข็งนะคะถ้าเขาพยายามใช้จิต ดึงคุณเพราะตอนนี้เขาก็จะกดแม่อีกแล้วแ่ม่ท่านรู้ตัวแล้วค่ะคงไม่มีคำว่า อภัยกันแล้ว แม่ท่านไม่ยอมหรอกค่ะแล้วลูกๆแม่คงสู้พร้อมๆแม่ด้วยนะคะถ้าแย่ถอยก่อนขอตั้ง ฐานแม่ให้ดีขึ้นกว่านี้ก่อนค่ะ ตามที่ชั้นคิดนะคะแล้วลูกๆทุกๆคนลองคิดกัันดูนะคะ เมื่อแม่แบ่งญาณแ่ม่ให้กับลูกๆทุกๆคนแล้วถ้าเราโดนเขากดก็ทำให้ญาณแม่เรา น้อยลงนะคะถ้าบูชาเขาอยู่เอาออกไปได้เอาออกไปเลยค่ะถ้าใส่แม้แต่สัญลักษณ์ก็ ถอดเลยค่ะ ต่อไปเมื่อแม่พร้อมแล้วเราลูกๆแ่ม่กับพระแม่คงต้องชนกับเขาอย่างหลีกไม่ได้ แล้วค่ะ แล้วอีกอย่างนึงน่ะคะ ตามความคิดชั้นเองนะ คือองค์รัชกาลที่5 ชั้นคิดว่ามีพ่อคุ้มครองอยู่นะคะั แล้วปู่ที่เป็นญาณพ่อก็เหมือนกันค่ะต้องหลบค่ะ ชั้นเคยโดนเขาในภาคปู่คุกคามชั้นตอนฟังธรรมอยู่ในห้องหลายครั้งค่ะแบบที่ นั้นเหมือนห้องแชทค่ะแล้วดันไปเจอกับคนมีญาณเขาได้ซวยจริงๆค่ะแล้วดันเจอ ร่่างเขาอีกค่ะแต่ดีที่่ชั้นไ้ด้ทำหน้าที่หมดแล้วๆธรรมที่ห้องนั้นก็ไม่มี อะไรแล้วค่ะเลยไม่เข้าห้องนั้นอีกเลย เพราะโดนเขาคุกคามค่ะ แบบจะดึงชั้นเหรอไม่อ่ะไม่ชั้นไม่ยอมเทอหรอก ชั้นเลยฉาดหลบมาแล้วคิดว่าจะไม่เข้าไปห้องนั้นอีก แต่ธรรมน่าสนใจจังเลยอาจไปแบบใช้ชื่อใหม่ก็"ด้ค่ะ ถ้าเป็นไปได้อยากบายดีกว่า ตามหน้าที่ก็ได้บอกสิ่งทีี่แม่บอกให้ลูกๆแม่ได้รู้กันแล้วนะคะฉาดหลบเลยค่ะ กรณีเดียวค่ะ แล้วทำอะไรที่เป็นบุญก็ให้แม่ด้วยนะคะเพิ่มบุญเพิ่มพลังค่ะเสร็จซะทีค่ะบาย ก่อนนะคะวันหน้าเราค่อยมาคุยกันใหม่ค่ะ jai mata di ค่ะ ขอชัยชนะทรงเป็นขอพระแม่เจ้าศรีมหาอุมาเทวีแล้วทุกภาคของพระแม่ด้วยเทอญ สาธุค่ะ ขอให้ลูกๆพระแม่ทุกๆคนแล้วเพื่อนๆพี่ๆทุกๆคนในห้องบุญรักษานะคะ ฝันดีค่ะ jai mata di นะคะ บายก่อนค่ะ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ครับเรามาต่อกันที่คุณ พี่ตรีนะครับ คนเราเมื่อมีหน้าที่ย่อมน่าจะรู้จักปล่อยวางบ้างครับแต่ร่างไม่ใช่แล้วมันก็คล้ายๆบททดสอบเขาครับเช่น บางร่างเป็นร่างจริงๆครับแล้วเขาจับเงินบ่อยๆแล้วเกิดกิเลสแ่ล้วทำไงครับ ตอนนี้ขาเขามีปัญหาร่างกายไม่ดีเพราะเรียกเงินเยอะๆแล้วหลอกให้คนรับขันธ์แพงๆสุดท้่ายองค์ในเขาก็ช่วยไม่ได้ครับ เมื่อมีหน้าที่ย่อมต้องปล่อยวางของเราของท่านไม่เกี่ยวโลภต้องวางทิ้งได้แล้วครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ไม่มีครับคุณอย่าไปเชื่อพระพุทธเจ้ายิ่งลงมายากใหญ่ครับ เพราะท่านตัดสิ้นทุกอย่างแล้วครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

จิงๆไม่เกี่ยวครับแต่ต้องดูๆหน่อยแค่นั้นครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

แล้วขอตอบมูหน่อยนะครับ บางทีในบางคนอาจถึงเวลาแล้วจริงๆตัวเราอาจรู้แล้วเลี่ยงหรือหลบหรือไม่รู้เลยเป็นอย่างนั้นงั้นคุณก็ลองขอข้างในคุณดูสิครับถ้าตัวคุณเองยังไม่พร้อมดี

 

นิดนึงครับเมื่อกี้ผมไปเห็นอยู่ลิ้งค์นึงครับเหนื่อยใจมากครับ เขาไม่เชื่อทางเทพจิงๆ มีหลายแบบแต่เขาเจอแบบหลอกบ่อยแ้ล้วไปยึดหลักพระพุทธศาสนา ครับถูกแต่ถ้าร่างไปยึดหลุดพ้นหมดใครจะช่วยพระพุทธศาสนาล่ะครับ เหนื่อยใจ เขาแค่รู้ในตำราแล้วไม่ปฏิบัติให้รู้จริง น่าเหนื่อยจริงๆครับ ผมคิดๆอยู่ว่าลิ้งค์นั้นเบื่อไปแล้วครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ถึงเวลาแล้วก็จะรู้เองครับเรื่องอย่างนี้ท่านวางไว้แล้วจะรีบร้อนไปทำไมครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

เทพทุกองค์ลงมาเพื่อช่วยมนุษย์ โดยไม่สนเรื่องเงินแม้เพยงสักบาทเดียว พานครูนั้นก็ไม่จำเป็น อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยตัดสินใจได้ว่าเป็นของจริงหรือเท็จไม่มากก็น้อย

และร่างทรงควรแยกให้ออกว่าตอนนี้เป็นคน ตอนนี้เป็นเทพ เพราะเราใช้ชีวิตที่เป็นคนมากกว่าเป็นเทพ ไม่ใช่ว่าเป้นคนก็เป็นเทพไปด้วยเช่นนี้เรียกว่าองค์กูเอง

และขอฝากถามว่า พระพุทธเจ้ายังทรงมีอยู่หรือไม่มีที่นี้คือร่างทิพย์หรืออะไรในทำนองนี้ และช่วยแปลความหมายของคำว่า ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้ันย่อมเห็นเราตถาคต

 

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ครับ ถูกต้องแล้วครับ ถูกครับ คนที่มีต้องขอข้างในก่อนครับ ขอเวลาร่างเป็นร่างท่านเป็นท่านเพราะท่านจะอยู่คุ้มครองเราอยู่แล้วถ้าเราขอท่านก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ก็เท่านั้นครับตามความจำเป็น ตามความคิดผมแล้วที่เห็นๆนะครับ

แล้วก็ถูกแล้วครับแต่ไม่แน่ใจว่าผมพูดถูกรึเปล่า ในเบื้องต้นพระตถาคตได้สั่งห้ามทุกๆคนไม่ให้สร้างรูปท่านเพราะท่านได้พูดไว้คำนึงคือว่าคำสอนของเราคือเราครับดังนั้นในยุคแรกๆจึงใช้เป็นรูปธรรมจักรแทนแล้วมีกวาง2ตัวอยู่ข้างๆซ้ายและขวา ในยุคต่อมาจึงคิดจะสร้างพระพุทธเจ้าขึ้นมาแต่ด้วยว่าท่านไม่ได้ให้สร้างรูปเหมือนท่านเลย คนส่วนมากเลยสร้างท่านตามจินตนาการของเขา ส่วนเปลวเพลิงที่เศียรท่านคือปัญญาครับ 

ซึ่งจริงๆท่านมีอยู่จริงๆครับแต่ท่านไม่ได้ลงมาแล้วเพราะท่านตัดแล้วซึ่งโลกครับ แต่ในพระพุทธรูปนั้นจะมีเทพคุ้มครองรักษาอยู่ครับ ซึ่งการที่เราจะใหว้พระพุึทธรูปแล้วนึกให้ถึงท่านก็เสมือนเราได้เข้าถึงท่านแล้วครับ ครับใช่ครับเมื่อใจเป็นธรรมจิตเป็นธรรมจิตย่อมถึงแก่พระตถาคตอยู่แล้วครับ สาธุครับที่แนะผม

พระุพุทธเจ้าท่านยังอยู่ครับ พระเกจิท่านก็ยังอยู่กับแต่กายเป็นทิพย์ครับ การจะเข้าถึงท่านต้องสมาธิครับ เมื่อปฏิบัติเกิดญาณเกิดแล้วจะได้รู้ครับขึ้นอยู่กับเราจะัสัมผัสท่านได้รึเปล่า

 

ญาณพระสีส้มครับจะมีความรู้สึกเหมือนอบอุ่นคล้ายๆพ่อที่่เป็นผู้ให้กับลูกๆโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนครับ

แต่ก็จริงๆครับมีร่างบางร่างโลภก็คือเขาไม่ตัดโลภะไงครับ แล้วกิเลส ก็ไม่ละ ท่านไม่ชอบหรอกที่ให้เราทำอย่างนี้บางทีเตือนเขาไม่ได้ก็กรรมเขาไงครับที่เห็นๆ แล้วมีร่างปลอมก็มี วิญญาณ แปลงเป็นเทพยังมีเลยครับ ต้องคิดให้ดีครับ

 

ครับถูกครับถ้าสายใหนบอกให้ทำขันธ์ บอกเลยครับว่าให้ท่านมาทำเองถึงเวลาให้ท่านมาทำเองนะครับไม่งั้นคุณโดนกดแน่ครับไม่แนะครับให้รับกับคนอื่น กับข้างในเรายังสบายใจกว่าครับ ทางฮินดูไม่มีรับขันธ์นะครับ ไม่เคยเห็นครับมีแต่ทางไทย

 

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ส่วนพานครูไม่เป็นไรครับเราทำเองก็ได้ไม่เป็นไรทำเพื่อให้กับครูบาอาจารย์เราบางคนเคยเรียนปฏิบัติมามีอาจารย์ก็มีการทำพานครูให้กับอาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชาให้กับเราซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีครับ การที่เราทำอะไรก็ตามเราต้องมีครู แต่ควรทำเองนะครับเพราะไม่ยาก ถ้าให้คนอื่นทำให้อาจโดนโก่งเงินครับ แบบง่ายๆก็แค่ทำแล้วจิตระลึกถึงครูบาอาจารยฺ์เรา เวลาทำอะไรท่านก็ช่วยเราเพราะเราเป็นศิษย์ท่านแต่ควรทำแต่สิ่งที่ดีๆนะัครับถ้าทำไม่ดีครูบาอาจารย์ท่านก็ช่วยเราไ่ม่ได้ครับ แต่ที่ห่วงคือขันธ์เทพครับ เพราะมีหลายแบบ มีขันธ์ผีก็มี ขันธ์ปลอมก็มี โดนผูกโดนกดอีกก็มี ใครเขาอยากให้เราดีกว่าครับ เพราะฉะนั้นให้ท่านมาทำเองดีกว่าครับ ไม่ควรไปรับกับใครเดี๋ยวโดนกดหรือมั่วๆนะครับเพราะถ้าข้างในเราไม่ให้เขาเห็นเขาก็ไม่เห็นหรอกครับ ให้ท่านมาทำเอง ถ้าถึงเวลาแค่นี้ทำไมท่านจะทำให้ไม่ได้ แต่ฮินดูไม่มีรับขันธ์ครับ พูดมาหลายปากแล้วครับ แต่ทางไทยมีครับ คิดว่า

Re: ร่างทรง องค์เทพ

พานครูเราทุกคนควรมีนะครับถ้าร่างก็ควรต้องมีครูบาอาจารย์เช่นกันครับเช่นถ้าเรานับถือพระท่านนี้หรือเป็นคนที่ปฏิบัติดีชอบเคร่งแล้วก็เก่งเราก็ควรทำนะครับคนเราต้องมีครู องค์เทพท่านเก่งครับแต่ร่างน่ะยังครับยังไม่ถึง จริงรึเปล่าครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

งั้นที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสว่าเราดับแล้วซึ่งขันธ์ ขันธ์นั้นก็มีรูป วิญญาณและอื่นๆถ้าดับแล้วคือไม่มีแล้วไม่ใช่หรอครับละทุกอย่าง ไม่ใช่เหลือเพียงคำสอนหรอครับ

ที่ว่าคนใดเห็นธรรม คนนนั้นเห็นตถาคต คำว่าตถาคตน่าจาหมายถึงธรรมที่พระองเห็นและการนิพพาน การตรัสรู้ของพระองนะผมว่า

องพระปฎิมาคือองแทนคือสิ่งสมมติที่คนสร้างเพื่อยึดเพื่อให้เห็นว่ามีสิ่งที่จับต้องได้

............ความดี และบุญอยู่หนือสิ่งที่ไม่ดีทั้งปวง................

ขอบตุณครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ใช่ครับถึงได้บอกว่าพระท่านสอนให้คนละ แต่ท่านยังมีหน้าที่ช่วยศาสนาไงครับ ถูกครับที่คุณบอกแล้วถ้าร่างละแล้วใครจะช่วยท่านช่วยเหลือศาสนาครับ อย่าเอาหลักศาสนามาพูด ผมถามคุณแค่นั้นครับ เพราะอีกไม่นานเมื่อท่านช่วยศาสนาแล้วถึงเวลาท่านก็จะปล่อยแล้วแล้วถ้าร่างละแล้วใครจะอยู่ช่วยศาสนาครับ เพราะท่านกับร่างต้องช่วยร่วมกัน คุณสอนให้คนละ คิดว่าผมไม่รู้เหรอ ผมก็รู้ที่คุณพูด แต่ถามคุณแล้วถามคุณอีก ถ้าร่างละแล้วใครจะช่วยท่านช่วยพระพุทธศาสนาหรือควรปล่อยกันดีครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

แม้แต่องค์เทพท่านก็รู้ครับ ผมเองก็รู้ คุณเองก็รู้  หลายๆคนก็รู้ คุณคิดตามผมนะ มันยังไม่ใช่เวลา คนอื่นๆละได้ แต่คนที่มีหน้าที่ก็ให้ละบางส่วน ใจใสๆในธรรมก็ทำให้เรารู้ในหลักธรรม ผมรู้ที่คุณบอก แต่คุณต้องคิดตามผมด้วยนะ แล้วคนอื่นๆจะเป็นแบบใหนผมไม่รู้แต่ขอให้ใจเขามีธรรมอยู่ในใจเขา่ก่อนดีกว่าผมหวังให้คนสมัยนี้เป็นแบบนี้ัแต่เราบังคับกันไม่ได้ในเมื่อเขาทั้งหลายไม่เอาธรรมไว้ในใจแล้วหลักธรรมเขาจะรับไว้ในอย่างไรกัน

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ครับ แต่พานครูคนเราทุกคนต้องมี คุณไม่เคยมีครูเหรอครับ ถ้าที่คุณบอกพระพุทธเจ้าก็คือครูไม่ใช่เหรอครับ แล้วพระที่สอนคุณให้คุณรู้ก็เป็นครู เกิดมาคุณก็ต้องมีครู เวลาทำอะไรคุณก็ต้องมีครู ครูช่วยนำคุณให้ตั้งอยู่ในความดีแล้วไม่ประมาทแล้วพานครูก็แสดงว่าเราเป็นศิษท่านท่านก็ช่วยเราได้ แล้วคุณคิดว่าพานครูไม่ควรมีเหรอครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ผมรู้ว่าคุณมาทางสายพระแล้วคุณก็มีพระคุ้มครองคุณ ข้างในคุณเป็นพระ แต่คุณต้องเข้าใจตามที่ผมได้่บอกคุณให้รู้ ร่างบางร่างยังมีกิเลสนั่นก็ช่วยเขาไม่ได้ แต่คนที่ดีเดินตามรอยบุญไปแล้วสร้างบุญใหม่เสริมบุญเก่าก่อนแล้วไปทางบุญดีกว่า พระที่คุ้มครองแล้วอยู่กับคุณผมถือว่าเป็นครูคุณนะ เห็นมั้ยคนเราทุกคนย่อมต้องมีครูทีี่สอนให้เรารู้แล้วให้เราเข้าใจให้ดี  บางครั้งพระที่อยู่กับคุณก็จะสอนให้คนละ ดีครับ สาธุทั้งคุณพร้อมอาจารย์คุณนะครับ แต่คนที่เป็นร่างเขามีหน้าที่ๆให้ใครทำแทนไม่ได้ แต่สิ่งที่ในบางคนต้องรู้คือการละกิเลสที่มีมาก โลภะที่ควรละควรตั้งแต่มีหน้าที่แล้วครับ กิเลสการเที่ยวแล้วแบบที่ไม่เพียงพอก็ควรงดได้แล้ว คุณมีท่านๆไม่ชอบที่คุณทำอย่างนี้หรอกผมเชืีอ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

แน่นอนครับว่าพานครูมันมีแต่ที่ผมหมายถึงนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น และพานครูนั้นควรมีค่ากำนัลครูเท่าไรเท่าที่ผมทราบคือไม่เกิน24บาท

เท่านี้ก็น่าพอที่จะรับพานและครูนั้นก็ต้องระลึกถึงแน่นอน ศิษย์มีครูเหมือนงูมีหลัก เช่นกันเมื่องูมีหลักก็เหมือนพยัคฆ์ติดปีก ซื่งผมยึดถือมาตลอดทั้งพระที่เป็นครูที่ยิ่งใหญ่ ครูคน ครูเทพ และแน่นอนครับหน้าที่ของใครผู้นั้นย่อมต้องทำไม่มีใครแทนกันได้

ขอบคุณครับ  สนุกและได้อะไรใหม่ๆ ผมน่าจะเจอเวบนี้ตั้งนาน

Re: ร่างทรง องค์เทพ

(เพราะเราขอยืนยันตรงนี้อีกครั้งว่า พระพิฆเนศ พระศิวะ พระวิษณุ พระพรหม พระแม่อุมา พระแม่ลักษมี พระแม่กาลี พระแม่ทุรกา พระขันทกุมาร พระกฤษณะ พระราม พระหนุมาน พระอินทร์ พระพุทธเจ้า พระสีวลี พระอัครสาวกทั้งหลาย พระแม่กวนอิม พระสังกัจจายณ์ พระโพธิสัตว์ และเทพเทวดาชั้นสูงทั้งหลายจะไม่มีวันเข้าทรง หรือประทับทรงมนุษย์ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น ไม่มีมนุษย์หน้าไหนมีสิทธิ์เป็นร่างทรงเทพชั้นสูงเลยแม้แต่คนเดียวในโลกนี้)อันนี้จำเค้ามามันจิงหรอแต่ความคิดผมขัดอย่างแรง ถ้าจิตเราสอาดเทพทุกพระองต้องลงมาแน่นอนช่วยทำให้กระจ่างทีคับ

 

Re: ร่างทรง องค์เทพ

จำไว้นะครับ องค์เทพจริงๆมีจริงไม่รู้ว่าคุณไปรู้เรื่องเหล่านี้มาจากใหนแต่จริงๆมีจริง แต่จะจับร่างที่มีความผูกพันธิ์กับท่านเพื่อมาทำความดีแล้วช่วยลูกๆของท่านแล้วช่วยเหลือพระศาสนาด้วย บางคนเข้าใจผิดบอกท่านมีวัดของท่านๆก็ควรช่วยวัดท่านสิ ก็จริงแต่วัดของท่านทำเสร็จแล้วดีแล้วท่านก็อยากช่วยพระศาสนาคุณคิดแทนท่านได้อย่างไร บางคนก็เป็นวิญญาณปลอมเป็นเทพ หรือปลอมๆก็มีจริงๆ แต่ที่จริงๆท่านมาจริงครับผมรู้ เรื่องนี้มันเฉพาะตัวแต่ผมเชื่อว่ามาจริง แต่ทางเทพก็มีปัญหากันอยู่ภายในครับอันนี้ไม่ขอพูด แต่มาจริงครับเพราะผูกพันธิ์กับโลกมากอยู่มานานแล้ว ผมก็ขอยืนยันว่ามาจริงๆครับ  คุณอย่าไปเชื่อเขาคนบางคนเขาก็มาทางสายพระเจอใครเขาก็บอกว่าให้ละดีกว่าอย่ายึด คือเขามาสายพระองค์คุ้มครองเขาเป็นพระเขามากับพระก็สอนแบบพระครับ แต่ร่างนั้นเป็นคนมีหน้าที่ๆต้องทำให้เสร็จ ละไม่ได้ครับ บางคนเจอปลอมบ่อยก็บอกว่าจริงไม่มีหรอก ขอพูดหยาบหน่อยนะครับ กูเห็นเจอแต่ของปลอมถ้าเป็นเทพจริงจะลงมาโลกทำไมวะ โลกมันสกปรก ประมาณนั้นล่ะครับ บางคนเจอวิญญาณสอนผิดๆมาก็มาบอกงั้นเพื่อให้คนคิดว่าไม่มีทำไมคุณไม่เชื่อข้างในคุณครับ มีจริงเรารู้ของเราอยู่แล้วสัมผัสได้อยู่แล้ว ถ้าใครเขารู้แบบคุณเขาคงไม่ขัดในสิ่งที่เรารู้หรอกครับ บอกใครๆเขาก็ไม่เชื่อ เขาก็บอกว่าทำไมไม่เหมือนคนธรรมดาเลยเป็นนู่นเป็นนี่ บางคนก็บอกว่าเป็นคนไทยรึเปล่า แต่สิ่งนึงที่บอกคือความผูกพันธิ์ของเรากับท่านครับ มีจริงๆครับสอนให้เชื่อข้างในครับ แล้วถามนิดนึงครับ คุณมีองค์ใหนเป็นหลักคุณอยู่ครับ ตอบได้รึเปล่า

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ครับจริงครับ เงินใส่ขันธ์น่ะมันไม่จำเป็นเท่าใหร่ครับ แค่บอกแค่ีว่าคุณทำให้ครูบูชาครูแค่นี้คุณทำไม่ใด้เหรอครับแค่นั้น ผมก็บอกนะถ้าพานครูไม่สำคัญเวลาคนเป็นเรียนกรรมฐานเขาไม่ทำพานครูให้กับพระที่ท่านสอนปฏิบัติเขาหรอกครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

แล้วคนบางคนมีญา่ณพระเกจิก็มีจริงๆแต่สูงขนาดพระพุทธเจ้่าลงมายากครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

จริงๆผมก็ว่าแล้วแต่คนนะครับ หลักปฏิบัติมันไม่เหมือนกันครับ จบงี้ดีกว่าครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ครับคุณคิดเหมือนผมเลยครับ แต่ขันธ์เทพนี่แหละครับที่มีปัญหาเพราะมันมีหลายแบบ แล้วขอโทษนะครับบางครั้งผมก็มึนนิดนึง

Re: ร่างทรง องค์เทพ

มันไม่ใช่แค่จิตสะอาดแค่นั้นหรอกครับ เราต้องมีความผูกพันธ์กันกับท่าน แล้วเราต้องมีบุญเก่าเราด้วยครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ส่วนมากถ้าเป็นเทพท่านจะมาให้คนทำสิ่่งที่ดีๆครับ เราควรมองบุญท่านที่ทำไม่ใช่อิทธิฤทธิ์ที่ท่านทำเพื่อใ้ห้คนนับถือแล้วทำความดีครับเพราะบางคนบอกแล้วไม่สนใจจึงต้องมีการทำบางอย่างเพื่อให้คนๆนั้นเชื่อเพื่อจะทำให้นับถือแล้วสอนเขาได้ แต่สมัยนี้ที่ผมเห็นจะเป็นประมาณไปเพื่อหวยนะ บางคนรู้ว่าที่ใหนดีก็ไปขูดหวยกันหมด องค์ใหนก็ไปขอหวยกันหมด ที่ใหนก็ไปขูดกันหมด ต้นไม้เอง องค์พระเอย สิ่งศักดิ์สิทธิ์เอย มีบางคนที่เห็นไปทำบุญที่วัดใหนก็ตามต้องเอาแป้งกับทีขัดพกพาเหมือนของสำคัญไปด้วยพอมีเวลาก็แว๊ปไปขูดต้นไม้หลังวัดดูหวย ทั้งๆที่เขาไปทำบุญนะ ก็มีครับ จริงๆท่านไม่ชอบเรื่องหวยหรอกครับ ตอนแรกบอกเพื่ออาจให้่คนมีใจนับถือจะได้บอกให้ทำอะไรที่เป็นบุญหรือทำอะไรที่ดีๆจะได้เชื่อพอถูกแล้วเรื่องใหญ่ครับตามตลอดท่านไม่ชอบหรอกครับเรื่องหวยน่ะ มันอยู่ที่ว่าใครมีบุญพอจะได้รึีเปล่าก็เท่านั้นครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

จงครับจงเคยไปรับขันธ์ที่ใหนรึเปล่าครับ ทางฮินดูไม่มีรับขันธ์นะครับ  อยากเห็นรูปจงจังเลยครับ ส่งรูปให้ผมดูได้รึเปล่าครับ

whiteberry2010@sanook.com ครับ

Re: ร่างทรง องค์เทพ

ไม่มีครับเดวผมถ่ายแล้วเดวผมส่งไปให้นะครับ

หลวงพ่อวัชระ วัดถ้ำแฝด ตำนานเหล็กไหล พลังจิตพิชิตโรค