เข้าสู่ระบบ

ตุ๋นเหล็กไหล 600 ล้าน

   ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ข่าวสด วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2544 ฉบับที่ 3,810ได้พาดหัวข่าวตัวใหญ่ว่า บุกรวบคาห้างดัง ตุ๋นเหล็กไหล 600 ล้าน ตร.แฉเล่ห์แอบบิดเข็มแทงฉนวนยิงไม่โป้ง!

                   ซุ่มจับกลางห้างดังย่านรังสิต แก๊งตุ๋นเหล็กไหล 2 คน ล่อเหยื่อมาให้จ่ายเงิน 1.5 แสน รวบพร้อมของกลางโลหะขัดมันที่เอาไว้ล่อเหยื่อ อ้างว่าเป็นเหล็กไหล ผู้เสียหายแฉโดนแก๊งตุ๋นหลอกให้ไปทดลองยิงเหล็กไหล ปรากฏยิงไป 2 นัดกระสุนด้านเหมือนกัน เลยคล้อยตามเป็นเหล็กไหลของแท้ แต่พอจะมียิงนัดที่ 3 ผู้ต้องหาก็ล่อให้วางเงินกับทองคำมัดจำก่อน เพราะได้หายเข้ากลีบเมฆไป จนมาได้ข่าวกำลังตุ๋นเหยื่อรายใหม่ นัดมอบเงินกันที่ห้างเซียร์ เลยพา ตร.ไปซุ่มจับได้ ตร.แฉเล่ห์แก๊งเหล็กไหล จะฉวยทีเผลอบิดเข็มแทงชนวน หรือไม่ก็เปลี่ยนใส่กระสุนที่แช่แอลกอฮอล์จนด้านเข้าไปแทน

                   เคยหากินกันมาโบราณอย่างไร แก๊งเหล็กไหลก็ยังหากินได้ต่อไปเหมือนเดิม เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 5 พ.ค. ร.ต.ท.สมชาย ธรรมสารตระกูล ร้อยเวรสายตรวจ สน.บางพลัด พร้อมด้วย จสต.สมาน จันทรแก้ว และ ส.ต.ท.เกิดภูมิ โมรา สายตรวจ สน.บางพลัด ได้รับแจ้งจากนายประพจน์ มาประกอบ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 541 แขวงและเขตบางพลัด กทม. ให้ช่วยจับกุมนายคำสิงห์ หรือ ทองคำ สิงหราช ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท และเงินสดอีก 20,000 บาท โดยได้แจ้งความคดีดังกล่าวไว้กับ ร.ต.ต.สมชาย ศรพล รองสว.ส.สน.บางพลัด เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา

                   ร.ต.ท.สมชาย ธรรมสารตระกูล ร้อยเวรสายตรวจพร้อมกำลัง จึงได้ประสานงานกับทาง สภ.คูคต ปทุมธานี ขออำลังมาช่วยจับกุม เมื่อถึงเวลานัดหมาย พบนายคำสิงห์ หรือทองคำ ซึ่งมีชื่อจริงว่า นายนพดล จักรกฤษณ์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/223 ม.6 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ กับนายจำนงค์ อัดไชโย อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 3 ต.ลำชี กิ่งอ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธ์ มาตามนัดหมาย มีนายประพจน์ ผู้เสียหายยืนยันชี้ตัวให้จับกุม จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมาสอบสวนที่ สน.บางพลัด

                   นายประพจน์ ผู้เสียหาย พรอ้มด้วยผู้เสียหายอีก 2 คน ซึ่งขอสงวนนาม ทราบเพียงชื่อเล่นว่านางเพ็ญ และอาจารย์โรงเรียนย่านประโขนงอีกคน ช่วยกันเปิดเผยรายละเอียดของคดียักยอกทรัพย์ครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากเมื่อต้นเดือน มี.ค. 44 ได้รับการติดต่อจากนายคำสิงห์ หรือทองคำ สิงหราช ซึ่งเป็นชื่อปลอม และนายจำนงค์ว่ามีเหล็กไหล ซึ่งเป็นเครื่องรางของขลังที่ทราบอานุภาพ ยิงไม่ออก แทงไม่เข้า หากสนใจต้องการจะซื้อขาย ยินดีที่จะจำหน่ายให้ พร้อมจะให้ทดลองฤทธานุภาพได้ทันที

                   นายประพจน์ ผู้เสียหายเปิดเผยต่อว่า ตนเองมีความเชื่อในเรื่องของเหล็กไหลเป็นทุนเิมอยู่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยได้สัมผัสอานุภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของเหล็กไหลจากพระภิกษุรูปหนึ่ง นำเหล็กไหลก้อนที่ครอบครองอยู่มาพิสูจน์ ซึ่งตนกับพรรคพวกได้ทดลองโดยการเอาไม้ขีดไฟจำนวน 10 กล่องเข้าไปใกล้ ๆ ปรากฏว่าไม้ขีดไฟทั้ง 10 กล่องถูกเหล็กไหลดูดกินจนไม่สามารถที่จะขีดหรือจุดไฟได้แม้แต่ก้านเดียว ซึ่งในครั้งนั้นตนได้ติดต่อนายทุนผู้หนึ่ง ซื้อเหล็กไหลก้อนนั้นจากพระภิกษุได้เป็นจำนวนหลายล้านบาท ไม่ขอเปิดเผยตัวเลขที่มีการซื้อขายที่แท้จริง

                   นายประพจน์กล่าวอีกว่า สำหรับเหล็กไหลก้อนที่นายนพดล หรือคำสิงห์ กับนายจำนงค์ มาติดต่อจะขายให้นี้ ตนได้ติดต่อนายทุนผ่านนายหน้าอีกทอดหนึ่งคือ คุณสมรส มนูญญา อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/1048 หมู่บ้านบัวทองธานี ถ.ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งมีการทำหนังสือสัญญากันเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 44 ว่าจะซื้อขายวัตถุมงคล (องค์พระอัศนีมรกต)   หรือเหล็กไหลก้อนนี้ในราคา 599 ล้านบาท ดดยที่ผู้ขายคือนายนพดลืหรือ คำสิงห์ จะต้องยินยอมให้ตนและนายสมรส ทำการทดลองยิงด้วยอาวุธปืน เป็นการพิสูจน์ฤทธานุภาพของเหล็กไหลก้อนนี้เสียก่อน ซึ่งทางนายนพดลยินดีให้ทดลอง จึงได้นัดหมายทดลองยิงกันเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2544 ที่บริเวณปากซอยสกุลชัย 1 แขวงและเขตบางพลัด กทม.

                   ในวันนัดหมายดังกล่าว ทางนายสมรส นายหน้าตัวแทนจะซื้อขายเหล็กไหล ได้เตรียมอาวุธปืนขนาด .38 มาพร้อมกระสุนปืน เพื่อให้ทดลองยิง ทางนายนพดลหรือคำสิงห์ และนายจำนงค์ ได้เดินทางมาตามนัดหมายพร้อมด้วยก้อนหินเล็กกว่าฝ่ามือนิดหน่อย โดยระบุว่าก้อนเหล็กไหลนั้นบรรจุอยู่ภายใน จึงได้มีการทำพิธีบวงสรวงเทพยดาฟ้าดินก่อนการทดลองยิง โดยนายนพดลเป็นผู้ทำพิธีกล่าวเป็นภาษาบาลีสันสกฤต จับความไม่ได้ จากนั้นได้ให้นายสมรส เจ้าของปืนหยิบปืนและกระสุนปืนที่เตรียมมาเองทดลองยิงด้วยตัวของนายสมรสเอง

                   เหยื่อแก๊งต้มตุ๋นกล่าวว่า ปรากฏว่าการทดลองยิง จำนวน 2 นัดแรก กระสุนปืนไม่ลั่นแม้แต่นัดเดียว ทุกคนที่อยู่พากันเชื่อถือเหล็กไหลก้อนนี้ไปกว่า 90% จึงขอทดลองยิงนัดที่ 3 ต่อ แต่นายนพดล หรือคำสิงห์ ไม่ยอมหใ้ทดลองยิงนัดที่ 3 อ้างว่าตกลงกันไว้เพียงแค่นี้ หากต้องการทดลองยิง หรือต้องการซื้อ จะต้องเอาเงินสดมามัดจำจำนวน 4 แสนบาท พร้อมทองคำน้ำหนัก 99 บาท มาทำพิธีบูชาเทพผู้ประทานเหล็กไหลเสียก่อน ตนและผู้เสียหายรายอื่น ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างตกลงที่จะทำการทดลองยิงนัดที่ 3 จึงได้มีการเอาสร้อยทองของตัวเองออกมาให้ แต่ยังไม่ครบจำนวนน้ำหนัก 99 บาท ซึ่งนายนพดล หรือ คำสิงห์ อ้างว่ามีผู้อื่นพร้อมที่จะมอบทองคำจำนวนที่เหลืออีกให้ครบจำนวน 99 บาทแล้ว แต่ขอผัดไปทดลองวันอื่น พร้อมกับเอาสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาทของตนไป หลังจากนั้นก็หายหน้าไป ตนจึงมาแจ้งความ สน.บางพลัดว่าถูกนายนพดล หรือคำสิงห์ ยักยอกเอาทรัพย์คือสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาทไปกับเงินสดอีก 2 หมื่นบาท

                   นายประพจน์กล่าวว่า จากนั้นได้รับทราบจากเพื่อนในวงการว่าได้รับการเสนอขายเหล็กไหล จากนายนพดล หรือคำสิงห์อีก โดยมีการเรียกเงินทองก่อนการพิสูจน์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมแบบเดียวกับที่คนเคยเจอมา จึงได้ประสานขอกำลังจาก ร.ต.ท.สมชาย ธรรมสารตระกูล นำกำลังไปซุ่มจับกุมนายนพดล หรือคำสิงห์ ที่ห้างสรรพสินค้าเซียร์ รังสิต ซึ่งนายนพดลได้นัดเหยื่ออีกรายไปมอบเงิน 1.5 แสนบาท เมื่อถึงเวลาผู้ต้องหาทั้ง 2 คนก็มาตามนัด ตำรวจจึงได้เข้าจับกุม ค้นในตัวยังพบก้อนหินสีดำขัดมันขนาดเท่าไข่นกกระทา หุ้มด้วยหินคล้ายเปลือกอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งนายนพดลอ้างว่าเป็นเหล็กไหล จึงยึดเอาไว้เป็นของกลาง

                   นายประพจน์และผู้เสียหายอีก 2 คนมาที่ สน.บางพลัด ต่างต้องการที่จะเอาคืนสร้อยคอทองคำ และเงินสดที่ถูกยักยอกเอาไปก่อน ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นคดีที่สามารถยอมความกันได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางพลัดจึงอนุญาตให้นายนพดล ติดต่อ น.ส.แหม่ม แฟนสาวหาเงินสดมาเคลียร์ค่าเสียหายที่ยักยอกไป ซึ่งน.ส.แหม่มหาเงินมาได้เพียง 1 หมื่นกว่าบาท ทางเจ้าทุกข์รายอื่นที่ไม่ได้รับเงินจึงพากันแจ้งความเพิ่มเติม

                   ร.ต.ต.สมชาย ศรพล ร้อยเวรเจ้าชองคดี กล่าวว่าคดีนี้ยอมความกันได้ หากมีเจ้าทุกข์เพิ่มเติมและท้องที่อื่นแจ้งอายัดตัวผู้ต้องหามา เราก็พร้อมที่จะอายัดเพื่อดำเนินคดีทันที เบื้องต้นตำรวจสามารถควบคุมตัวไว้แค่ 48 ชั่วโมง จากนั้นต้องส่งตัวไปขออำนาจฝากขังต่อศาล ผู้ต้องหาสามารถขอประกันตัวได้ในวงะเงินคนละ 3 หมื่นบาท ถ้ายื่นขอประกันตัวมาเราก็ต้องให้ความยุติธรรมให้เขาประกันตัว เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงขายเหล็กไหลให้ในลักษณะเดียวกันนี้ตกเป็นเหยื่ออีกหลายราย จึงขอฝากประกาศผ่านหนังสือพิมพ์ว่า หากใครเคยถูกผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้หลอกลวง ขอให้ติดต่อขอดูตัวและยืนยันชี้ตัวดำเนินคดีที่ สน.บางพลัดได้

                   ด้าน ร.ต.ท.สมชาย ผู้จับกุม เปิดเผยว่า ตัวผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่า ซื้อก้อนหินดังกล่าวมาในราคาก้อนละ 300 บาท วิธีการจะให้เหยื่อทดลองยิงโดยให้เอาปืนมาเอง กระสุนปืนมาเอง เพื่อจะได้เชื่อมั่นว่าไม่ถูกหลอก จากนั้นก็จะหาโอกาส ถ้าจับได้ปืนก่อนก็จะแอบทำให้เข็มแทงชนวนปืนคดหรือบิดเบี้ยวเสียก่อน เวลายิงจะได้กระสุนปืนไม่ลั่น หรือถ้าไม่มีโอกาสก็จะแอบเปลี่ยนกระสุนปืนที่ตระเตรียมมา โดยกระสุนปืนที่เตรียมมาเป็นกระสุนปืนที่แช่แอลกอฮอล์ไว้จนกระสุนด้าน

                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนพดล หรือคำสิงห์ ผู้ต้องหาจะรับสารภาพต่อหน้าตำรวจเท่านั้น แต่กับผู้สื่อข่าวกลับอ้างว่าเป็นความสามารถของตัวเขา ที่คำนวณทุกอย่าง ทั้งกำนดเวลา วิธีการยิง ตลอดจนการควบคุมจิตใจผู้ทดลองยิง ซึ่งทุกอย่างเมื่อเป็นไปตามที่กำหนดแล้ว การยิงทดลองกระสุนปืนจะไม่ลั่นอย่างเด็ดขาด หลังจากการคุยโม้โอ้อวดเสร็จ แต่ไม่มีเงินมาเคลียร์กับผู้เสียหายรายอื่น และไม่มีเงินประกันตัว นายนพดลหรือคำสิงห์ และนายจำนงค์ ต้องคอตกเดินเข้าไปนอนห้องขัง รอเจ้าทุกข์รายอื่นที่เตรียมทยอยมาแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

                   ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 7 พฤษภาคม 2544 ปีที่ 11 ฉบับที่ 3,811  ได้ติดตามข้อมูลจากแก๊งตุ๋น เหล็กไหล ว่า ที่แท้ศิษย์ อ.ชำนาญจอมตุ๋นเหล็กไหลระดับชาติ

                   ภายหลังจากการสอบปากคำผู้ต้องหาเสร็จสิ้นแล้ว พ.ต.ท.สมภพ นพคุณ สว.สส.สน.บางพลัด เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทางผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่าเฉพาะเรื่องของเหล็กไหลนั้นเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล เปรียบเหมือนเรื่องของแก๊งปลอมพันธบัตร หรือขุมทอง ตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ ในเรื่องของเหล็กไหลก็จะมีขั้นตอนและขบวนการของการครอบครองเหล็กไหลเป็นตัวเดินเรื่องเพื่อต้มตุ๋นเหยื่อที่หลงเชื่อ ซึ่งในเรื่องนี้ทางผู้ต้องหารับสารภาพว่า ที่ผ่านมาได้เรียนรู้จากนายชำนาญหรืออาจารย์ชำนาญ นักต้มตุ๋นเหล็กไหลชื่อดังของเมืองไทย ซึ่ง ท.พ.วิชิต ตริชอบ เคยนำเรื่องมาเล่าให้ พนมเทียน เขียนหนังสือรวมเล่มมาแล้ว

                   ปัจจุบันนายชำนาญเสียชีวิตแล้ว โดยตัวนายชำนาญ จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการต้มตุ๋นเหล็กไหลเป็นอย่างยิ่ง และเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการครอบครองเหล็กไหล รวมทั้งรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับเหล็กไหลจนสามารถสร้างความเชื่อถือให้กับเหยื่อ จนต้องเสียเงินเสียทองไปเป็นอันมาก นอกจากนี้ยังมีลูกศิษย์อีกมากมาย ซึ่งนายชำนาญได้สั่งสอนกลวิธีต่าง ๆ ในการต้มเหยื่อจนต้องเสียเงิน ซึ่งผู้ต้องหาก็เป็นหนึ่งในกลุ่มลูกศิษย์ที่แยกตัวออกไปหากินภายหลังจากอาจารย์ชำนาญเสียชีวิตแล้ว

                   พ.ต.ท.สมภพ กล่าวว่า กลวิธีที่ทางผู้ต้องหาสารภาพว่า แล้วแต่วิถีทางของแต่ละกลุ่มที่โอกาสจะเข้ามา ว่ามีใครจะหลงเชื่อตกมาเป็นเหยื่อ ทางแก๊งก็เดินทางไปพบทันที เมื่อพบเหยื่อแล้วก็จะหว่านล้อมแสดงกลจนหลงเชื่อ จากนั้นก็จะใช้วิธีการหาเงินในขั้นตอนที่จะขอซื้อเหล็กไหล เช่น ขบวนการตัดกรรม ทำพิธีซื้อ ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่หลักหมื่น-แสนบาท ที่เหยื่ออ้างเสียให้ขบวนการเพื่อนำเงินไปทำพิธี โดยจะหลอกเหยื่อให้ร่วมลงทุนอีกด้วยว่า ให้จ่ายเงินไปก่อน และจะจ่ายให้ภายหลังเมื่อมีการซื้อขายแล้ว บางวิธีเหยื่อก้เสียเงินไปแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ได้วัตถุอะไรมาก็ไม่ทราบ

                   สว.สส.สน.บางพลัด กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหารับสารภาพอีกว่าเพิ่งได้เงินไปเพียง 150,000 บาท เพื่อนำไปทำพิธีบางอย่างและมีผู้ร่วมขบวนการแค่ 2 คนเท่านั้น ปกติแล้วแก๊งต่าง ๆ เหล่านี้จะมีผู้ร่วมขบวนการน้อยและมีไม่เกิน 3 คน ต่อการต้มเหยื่อ 1 ครั้ง เนื่องจากไม่ต้องใช้ตัวละครช่วยเยอะก็หลอกได้ ส่วนการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว ซึ่งเชื่อว่าอาจมีเจ้าทุกข์ที่เคยถูกหลอกไปก่อนหน้านี้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาอีกหลายราย และทีผ่านมาได้มีการติดต่อมาแล้ว 2 ราย แต่เป็นเรื่องที่เกิดในพื้นที่อื่นจึงแนะนำให้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเจ้าของพื้นที่ ซึ่ง สน.บางพลัดก็อยู่ระหว่างการติดต่อ เพื่ออายัดตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีเพิ่มเติม และจะขยายผลเพื่อหาผู้ร่วมขบวนการนี้

                   ต่อมาวันเดียวกันนี้ เจ้าทุกข์คือ นางโสมนัส ไม้เรียว ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางพลัด พร้อมทั้งได้นำสลิปการโอนเงินผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาชิดลม ไปยังบัญชีเงินฝากของ ม.ล.สรรเสิญ สุขสวัสดิ์ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. จำนวน 5 หมื่นบาท ซึ่งในเรื่องดังกล่าวทางนางโสมนัส ให้การว่ารู้จักกับ ม.ล.สรรเสิญ ที่อ้างตัวว่าเป็นรองเลขาฯพรรคะรรมประชาธิปไตย และรู้จักกันในวงการซื้อขายเหล็กไหล ซึ่งที่ผ่านมานั้นตนเคยเห็นการซื้อขายเหล็กไหลมาแล้ว 5 ครั้ง ก็เลยมีความเชื่อจนในครั้งนี้ไดด้รับการติดต่อให้เป็นตัวกลางที่จะมีการซื้อขายกันในวงเงิน 500 ล้านบาท

                   นางโสมนัสกล่าว่า ทางกลุ่มที่ต้มตุ๋นให้ตนไปทำพิธีตัดกรรมก่อน และพิธีตัดกรรมนี้ต้องใช้เงินเป็นมูลค่าถึงแสนบาท แต่ตนไม่มีเงิน ทาง ม.ล.สรรเสิญบอกว่า จะช่วยออกให้ตนก่อน 5 หมื่นบาท ตนจึงโอนเงินไปให้ดังกล่าว ต่อมาก่อนจะมีการจับกุมตนก็ต้องเสียเงินไปอีก 1.5 แสนบาทให้กับแก๊งดังกล่าว เพื่อนำไปทำพิธีเซ่น โดยเงินจำนวนนี้ตนได้สอบถามไปทางผู้ต้องหาแล้ว ได้แจ้งกับตนว่าหมดไปแล้ว เนื่องจากต้องเสียเงินค่าทำพิธีมากมาย เช่น ต้องนำไปซื้อ วัว ควาย ปล่อยเพื่อทำบุญ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถครอบครองเหล็กไหลได้ ก่อนจะคิดได้ก็ต้องสูญเงินไปแล้วถึง 2 แสนบาท ก่อนจะคิดได้ก็ต้องสูญเงินไปแล้วถึง 2 แสนบาท จึงอยากจะนำสลิปมามอบให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ดำเนินคดีเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาที่เหลือ