มวลสาร พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา รุ่นแรก 2542

มวลสาร พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา รุ่นแรก พ.ศ. 2542 วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม

มวลสารหลัก (มวลสารที่มีจำนวนมากเป็นกระสอบเป็นกิโล) ที่นำมาจัดสร้าง พระผงโพธิญาณ และ ใช้อุดใต้ฐานพระกริ่งโพธิญาณ

* แผ่นจาร อักขระธรรม ของหลวงปู่โสภา จำนวนมาก ซึ่งหลวงปู่มอบให้สำหรับการสร้างพระกริ่งรุ่นแรกเป็นการเฉพาะ เป็นอักขระธรรมของครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณ มีอยู่ในคัมภีร์โลกทิพย์ แต่ไม่มีในหนังสือที่วางขาย หรือ ในตำราใดๆของโลกมนุษย์

* ผงพุทธคุณโพธิญาณ เป็นผงวิเศษ ซึ่งมีเฉพาะในสายโพธิญาณ ของหลวงปู่โสภา ชุตินธโร

* มวลสารของ หลวงปู่ประเคน จ.ปัตตานี ซึ่งได้สะสมมาตลอดชีวิต

* มวลสารของ หลวงปู่หาน จ.หนองคาย (ศิษย์สำเร็จลุนที่ทันท่านบวชให้ที่ประเทศลาว)

* ผงว่าน ชุดเดียวกับที่ใช้สร้างหลวงปู่ทวด ปี 2497 จ.ปัตตานี

* ผงไม้งิ้วดำ เทพนิมิต จากป่าลึกชายแดนประเทศ

* ดินกากยายักษ์ จากยอดเทือกเขาสันกาลาคีรี

* ดินจอมปลวก 7 เศียร

* ดินขุยปู ดีเด่นด้านเมตตามหานิยม การค้าขายทำกิน

* แร่ด้านโภคทรัพย์ ดึงดูดทรัพย์

* เหล็กไหล ชนิดต่างๆ

* และมวลสารรอง อื่นๆ อีกมากมาย (มวลสารรอง คือมวลสารที่มีจำนวนไม่มาก เช่น อาจมีเพียงกระปุกเล็กๆ )

กล่าวได้ว่า มวลสารชุดนี้ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร จะสร้างใหม่ให้เหมือนเดิมก็ไม่สามารถทำได้เพราะมวลสารบางอย่างนั้นหมดแล้ว หมดแล้วหมดเลย

ผงว่านชุดเดียวกับที่เคยใชัจัดสร้าง พระหลวงปู่ทวด ปี พ.ศ.2497 จ.ปัตตานี

เป็นมวลสารที่ศักดิ์สิทธิ์ ดีจริง และมีมูลค่าสูงตามค่านิยมของพระหลวงปู่ทวด ปี 2497 ซึ่งเป็นที่นิยมของนักสะสม ในช่วงที่มีการจัดสร้าง พระหลวงปู่ทวด ในปี พ.ศ.2497 หลวงปู่ประเคน จ.ปัตตานี ท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่ร่วมแรงในการจัดสร้างช่วยหามวลสารต่างๆมาจัดสร้างพระ โดยได้เก็บรักษาผงว่านชุดดังกล่าวไว้จำนวนหนึ่ง ในภายหลังท่านได้นำมามอบส่งต่อให้หลวงปู่โสภา ที่วัดหนองเลา  จ.มหาสารคาม และหลวงปู่โสภา มอบผงว่านชุดนี้ประมาณครึ่งกระสอบปุ๋ยให้นำมาจัดสร้างพระโพธิญาณเนื้อผงและอุดใต้ฐานพระกริ่ง

สำหรับการจัดสร้างพระเครื่องทั่วไปนั้น  ผงว่านปี2497 ถือว่าเป็นมวลสารหายากและมีราคาสูง เพียงหนึ่งช้อนโต๊ะก็มีคนนำมาใช้เป็นหัวเชื้อผสมสร้างพระเครื่องกันเป็นหมื่นองค์ แต่พระโพธิญาณรุ่นนี้ใช้ผงว่านปี2497 จำนวนมากถึงครึ่งกระสอบปุ๋ยมาเป็นมวลสาร แค่คำนวณราคาต้นทุนของผงว่านปี2497 นับว่าสูงมากและยากที่จะประเมินราคาต้นทุนได้

ดินกากยายักษ์ จากยอดเทือกเขาสันกาลาคีรี

ดินกากยายักษ์ ที่ใช้ในการสร้างพระโพธิญาณ รุ่นแรก ปี พ.ศ. 2542 นำมาจากยอดเทือกเขาสันกาลาคีรี โดยตำรวจตระเวนชายแดนที่เกษียณอายุแล้วท่านหนึ่ง ต.ช.ด.ท่านนี้เคยร่วมในทีมการหามวลสารสร้างพระหลวงปู่ทวดในปี 2497 เมื่อท่านทราบข่าวว่าหลวงปู่โสภาจะสร้างพระเครื่องรุ่นแรก จึงได้เดินป่ากลับไปยังจุดเดิมในสมัยปี 2497และขุดดินกากยักษ์ใส่เป้สะพายหลังกลับมาถวายหลวงปู่โสภาเพื่อสร้างพระโพธิญาณ รุ่นแรก  ถึงแม้จะได้มาจำนวนจำกัดตามขนาดเป้สะพายหลัง แต่เป็นดินกากยายักษ์ของแท้ที่ดีจริงและศักดิ์สิทธิ์จริงตามแบบโบราณ ไม่ใช่ดินกากยายักษ์ที่มีขายกันทั่วไปแบบปัจจุบันที่อยากจะซื้อเท่าไรก็มีขาย

ผงไม้งิ้วดำ เทพนิมิต

ผงไม้งิ้วดำเทพนิมิต อ.เทพ เกษมพรรณราย ถวายร่วมสร้างพระ เป็นไม้ที่ได้มาจากป่าลึกในเขตชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีเทพที่ประสงค์จะร่วมสร้างบุญบารมีในการสร้างพระได้มานิมิตบอกข้อมูลถึงสามครั้งให้ไปนำไม้งิ้วดำต้นนี้มาจากในป่าลึก ซึ่งต้องใช้พรานป่าช่วยนำทางไปหา เมื่อไปถึงสถานที่ตามในนิมิตแล้วทีมงานได้ใช้เวลาค้นหาทั้งวันก็หาไม่พบ ในวันรุ่งขึ้นจึงทำพิธีบอกกล่าวและทำบุญถวายกุศลต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อารักขาไม้งิ้วดำ อัญเชิญให้มาสร้างบารมีสร้างพระร่วมกัน เกิดเหตุอัศจรรย์ ปรากฎภาพหญิงสาวห่มผ้าสไบยืนอยู่ในจุดที่ห่างออกไปเล็กน้อย แล้วภาพหญิงสาวก็หายไป เห็นเป็นต้นไม้งิ้วดำยืนเด่นอยู่ตรงนั้น ทางทีมงานจึงได้อัญเชิญไม้งิ้วดำนี้นำกลับมาสร้างพระ กล่าวได้ว่า นอกจากเป็นของดีที่หาได้ยากแล้ว ยังต้องใช้ทั้งกำลังกาย กำลังใจ และทุนทรัพย์จำนวนมากในการอัญเชิญไม้งิ้วดำเทพนิมิตนี้

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา รุ่นแรก วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม ปี 2542

พระโพธิญาณ วัดหนองเลา

พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร รุ่นแรก วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม ปี พ.ศ. 2542

พระเครื่องรุ่นนี้จัดสร้างในปี พ.ศ. 2542 สมัยที่หลวงปู่โสภายังจำพรรษาอยู่ วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม จัดเป็นวัตถุมงคลยุคต้นของหลวงปู่ฯก่อนที่ท่านจะย้ายไปจำพรรษาที่วัดบูรพาภิรมย์ จ.สกลนคร

ผู้ออกแบบและจัดสร้างถวาย คือ อ.เทพ เกษมพรรณราย โดยหลวงปู่โสภา เป็นองค์ประธานในการจัดสร้าง ตรวจแบบ ให้คำแนะนำปรึกษา และอธิษฐานจิตเสกเดี่ยว

พระเครื่องรุ่นนี้จัดสร้างโดยใช้รูปเหมือนของพระประธานในโบสถ์ของวัดหนองเลา เป็นต้นแบบในการจัดสร้าง โดยมีวาระที่สำคัญ คือ

1. เป็น พระเครื่องรุ่นแรก ที่สร้างเป็นรูปเหมือนของพระประธานวัดหนองเลา ครั้งแรกในรอบ 200 กว่าปี ของวัดหนองเลา

2. เป็น พระผงและพระกริ่ง รุ่นแรก ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะองค์หลวงปู่โสภา เจตนาจัดสร้างขึ้นมาเพื่อให้หลวงปู่โสภาอธิษฐานจิตเดี่ยวเป็นการเฉพาะ อธิษฐานจิตเต็มพรรษา เพื่อให้เป็นพระเครื่องสายโพธิญาณ สายพลังบริสุทธิ์ โดยไม่มีพลังของสายอื่นเจือปน

3. ปกติ ทุกปี หลวงปู่โสภาจะจัดงานไหว้ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ของท่านทั้งหมดที่วัดหนองเลา โดยมีพระโพธิญาณเป็นองค์ประธาน ดังนั้นพระเครื่องนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของครูบาอาจารย์ทั้งหมด เป็นสื่อในการเชื่อมจิตอธิษฐานไปถึงครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณได้ทุกพระองค์ มีความศักดิ์สิทธิ์และคุณประโยชน์สูงมาก

เมื่อครั้ง อ.เทพ ลาบวช 1 เดือน เพื่อทดแทนคุณบิดามารดา ได้ตัดสินใจมาบวชและฝึกสมาธิกับหลวงปู่โสภา ที่วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม มีโอกาสได้รับทราบถึงความศักดิ์สิทธิ์นานาประการของพระประธานในวัด ตลอดจนพบเจอเรื่องอัศจรรย์ด้วยตนเองหลายเรื่อง

ได้ค้นพบว่า ในดินแดนต่างมิติของสายโพธิญาณ มีพระประธานลักษณะแบบเดียวกันกับพระประธานในโบสถ์ โดยเชื่อมโยงพลังถึงกันกับพระประธานองค์นี้ จึงสิ้นสงสัยว่าเพราะเหตุใดพระประธานองค์นี้จึงมีความศักดิ์สิทธิ์มาก

อ.เทพ บังเกิดจิตศรัทธาอยากได้พระเครื่องที่เป็นรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์ไว้บูชาสักองค์ หลังจากสอบถามหาจากพระสงฆ์ในวัดแล้วต้องแปลกใจว่า ในช่วงเวลายาวนานกว่า 200 ปีของวัดหนองเลา ไม่เคยมีการจัดสร้างพระเครื่องที่เป็นรูปเหมือนของพระประธานในโบสถ์มาก่อนเลย มีแต่พระเครื่องในรูปแบบอื่นๆ

ได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในขณะที่คนจำนวนมากล้วนให้ความเคารพบูชาในองค์พระประธาน แต่ในขณะเดียวกันก็ยำเกรงในบารมีมากด้วย คนเชื่อกันว่า หากสร้างรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลาแล้วคนสร้างมีบุญบารมีไม่ถึง จะทำให้มีเหตุเป็นไปต่างๆนาๆ จึงไม่มีใครกล้าสร้าง

เพื่อความสบายใจของบุคคลทุกฝ่าย อ.เทพ จึงได้กราบเรียนอาราธนาหลวงปู่โสภา ขอบารมีท่านเป็นผู้จัดสร้าง พระผงและพระกริ่งพระโพธิญาณรุ่นแรก โดย อ.เทพ จะเป็นผู้ช่วยดำเนินการในด้านต่างๆ

หลวงปู่โสภาได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ถึงวาระที่สมควรจะจัดสร้าง รูปเหมือนองค์พระประธานของวัดหนองเลา โดยพระเครื่องรุ่นนี้ต่อไปจะเปรียบเสมือนตัวแทนของครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณ เพื่อช่วยคุ้มครองช่วยเหลือลูกศิษย์และผู้ที่ศรัทธา หลวงปู่ฯจึงได้ติดต่อผ่านทางจิต ขออนุญาตครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์เพื่อทำการจัดสร้างพระผงและพระกริ่งโพธิญาณ และได้รับอนุญาตจากครูบาอาจารย์ให้สร้างได้

พระเครื่องในรุ่นนี้ มีทั้งพระเนื้อผง และ พระกริ่งเนื้อโลหะอุดกริ่งอุดผง

พระเนื้อผง มีทั้ง พิมพ์ใหญ่ และ พิมพ์เล็ก มีเนื้อมวลสาร 3 แบบ

1. เนื้อผงพิเศษ แจกกรรมการกฐิน พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก

2. เนื้อผงพุทธคุณโรยแร่ พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก

3. เนื้อผงว่านดินมงคล พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก

พระกริ่งเนื้อโลหะอุดกริ่งอุดผง มี 3 เนื้อโลหะ

1. เนื้อทองคำ อุดกริ่งอุดผง

2. เนื้อเงิน อุดกริ่งอุดผง

3. เนื้อนวโลหะ (โลหะผสม 9 ชนิด) อุดกริ่งอุดผง

พระรุ่นนี้ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร อธิษฐานจิตเดี่ยว ตลอดพรรษา ไตรมาส 2542 พุทธคุณครบทุกด้าน และอธิษฐานเชิญครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์มาช่วยประสิทธิ์พุทธคุณ เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของครูบาอาจารย์สายโพธิญาณทั้งหมด เป็นสื่อทางจิตไปถึงครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณได้ทุกพระองค์ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก

สำหรับพระเครื่องจำนวนหนึ่งที่ อ.เทพ ได้ทำบุญเก็บไว้ ได้นำเข้าขอบารมีหลวงปู่โสภาอธิษฐานจิตเพิ่มเติมอีก ตลอดพรรษา ปี 2554  โดยได้กราบเรียนหลวงปู่โสภา ขอให้ท่านบรรจุเพิ่มเติมในทุกสรรพวิชาที่ท่านได้สำเร็จในช่วงเวลา 12 ปีที่ผ่านมา(นับจากการจัดสร้างปี2542) วิชาของพระผู้สำเร็จพระองค์แรกของโลก รวมถึงบรรจุวิชาโมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา และวิชาอื่นๆ โดยขอเน้นในเรื่อง การเสริมดวงชะตา เป็นกรณีพิเศษ  ลงในการอธิษฐานพระเครื่องครั้งนี้ด้วย

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

สายโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

สายโพธิญาณ ตามแนวทางของ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

ก่อนหน้านี้ ทางณกุศลได้กล่าวถึง สายโพธิญาณ อยู่บ่อยครั้ง หลายคนอาจสงสัย หลายคนอาจคาดเดาไปต่างๆนาๆว่า สายโพธิญาณ คืออะไร สายโพธิญาณตามแนวทางของหลวงปู่โสภานั้นจะไม่เหมือนกับที่พบเห็นหรือกล่าวถึงกันทั่วไป หากอ่านบทความนี้แล้วน่าจะมีความเข้าใจมากขึ้น

หลวงปู่โสภา ชุตินธโร และ แนวทางสายในการฝึกจิตปฏิบัติธรรม

นับย้อนหลังถอยไปหลายสิบปีก่อน ในปี พ.ศ. 2529 ช่วงเวลานั้น กระแสความศรัทธาในหลวงปู่เทพโลกอุดรมีสูงมาก สูงกว่าสมัยนี้ (2560) หลายเท่าตัว นักปฏิบัติธรรมจำนวนมากใฝ่ฝันปรารถนาว่าจะได้พบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรสักครั้งหนึ่งในชีวิต

ในสมัยนั้นพวกเราจะเรียก หลวงปู่โสภา ว่า หลวงพ่อโสภา เนื่องจากเป็นสมัยที่ท่านยังอายุไม่มากถึงขนาดให้เรียกเป็นหลวงปู่

กลุ่มของ อ.เทพ เกษมพรรณราย ในช่วงนั้นได้ไปทำบุญและกราบนมัสการ หลวงพ่อญาท่าน พระครูปภัศรคุณ ( บุญเลิศ ปภสฺสโร) วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนาราม  ในช่วงการสนทนาได้มีคนเรียนสอบถามหลวงพ่อญาท่านว่า หลวงพ่อได้เคยพบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรหรือไม่

หลวงพ่อญาท่านตอบว่า " ช่วงนี้ไม่เห็น แต่ช่วงก่อนเคยเจออยู่หลายครั้ง ถ้าอยากรู้เรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร ให้ไปถามหลวงพ่อโสภาโน่น หลวงพ่อโสภาเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าลึกเป็นปีๆ อยากรู้อะไรก็ให้ไปถามหลวงพ่อโสภา "

ได้ยินแค่นี้ทุกคนในกลุ่มก็ออกอาการหูผึ่งทันที ประหนึ่งดัง จุดไต้ตำตอ ตระเวนถามคนไปทั่วเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดร หารู้ไม่ว่าคนที่รู้เรื่องและเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรมาแล้ว คือครูบาอาจารย์ที่อยู่ใกล้ตัว หรือ หลวงพ่อโสภานั่นเอง

มิน่า เวลาถามหลวงพ่อโสภาเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร  ท่านก็จะนิ่งเงียบไม่คุย เปลี่ยนเรื่องคุยทุกที

เมื่อได้ข้อมูลคำชี้แนะจากหลวงพ่อญาท่านแล้ว อ.เทพก็คิดหาคำถามว่า จะถามหลวงพ่อโสภาอย่างไรดี ท่านถึงจะยอมตอบเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดรโดยไม่บ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่อง

พอมีโอกาสพบหลวงพ่อโสภาอีกครั้ง อ.เทพ ก็พูดเกริ่นนำก่อนว่า " หลวงพ่อครับ หลวงพ่อญาท่านบอกว่า หลวงพ่อโสภาเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่า ถ้าอยากรู้อะไรให้มาถามหลวงพ่อโสภา  "

หลวงพ่อโสภา รับฟังแล้ว ท่านก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่ไม่มีท่าทีปฏิเสธ น่าจะเพราะมีการยกเอา หลวงพ่อญาท่าน นำทางอ้างอิงไปก่อน

อ.เทพ ถามต่อว่า " เออ หลวงพ่อครับ อย่างงี้จะเรียกหลวงพ่อว่าเป็น สายในดง ได้หรือไม่ครับ ในหนังสือที่พิมพ์ขายกันเขาเขียนว่า ถ้าใครได้ไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าจะเรียกว่าเป็น ศิษย์สายในดง หรือ ศิษย์ในดง "

คราวนี้หลวงพ่อโสภาท่านตอบกลับว่า " ครูบาอาจารย์ ท่านให้เรียกสายเราว่า สายโพธิญาณ ให้เรียกตามนี้ "

นับเป็นครั้งแรกที่หลวงพ่อโสภา พูดถึง สายโพธิญาณ และค่อยๆทยอยบอกรายละเอียดเพิ่มเติมทีละเล็กทีละน้อย ถ้าจำเป็นหรือถึงเวลาก็จะบอก แต่หากไม่จำเป็นหรือไม่ถึงเวลาถึงถามไปก็จะไม่บอก ท่านให้เน้นการปฏิบัติฝึกจิตมากกว่า

เรื่องราวของ สายโพธิญาณ ตามแนวทางที่หลวงพ่อโสภากล่าวถึงนั้น สายนี้ดำรงอยู่คู่กับพระพุทธศาสนามานานหลายพันปี โดยมีหลวงปู่เทพโลกอุดรเป็นหนึ่งในกลุ่มครูบาอาจารย์ ในสายยังมีครูบาอาจารย์องค์อื่นอีกเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นพระอริยเจ้าที่บรรลุธรรมแล้วแต่ยังไม่ปรารถนาเข้านิพพาน ยังอยู่เพื่อดูแลรักษาพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงจนครบห้าพันปี และโปรดสรรพสัตว์ตามแนวทางพระโพธิสัตว์ กล่าวได้ว่าเป็นแกนหลักสำคัญของโลกทิพย์ที่อยู่เพื่อค้ำจุนพระพุทธศาสนาและมีบทบาทสำคัญกับโลกมนุษย์ในหลายๆเรื่อง ทางเข้าสู่ดินแดนสายโพธิญาณนั้นมีทางเข้าหลายทาง หนึ่งในนั้นคือ ทางถ้ำวัวแดง เขตแดนอาถรรพณ์ที่มีการนำมาเปิดเผยให้คนทั่วไปทราบกัน แต่ถึงรู้ก็มิใช่ว่าใครอยากจะไปแล้วจะไปได้ไปถึง

ในช่วงบั้นปลายชีวิต หลวงปู่โสภา ชุตินธโร ได้รับคัดเลือกจากครูบาอาจารย์ในมิติเหนือโลกให้เป็น ประธานฝ่ายสงฆ์ ของสายโพธิญาณ หากเปรียบเทียบกับเพชร ก็เป็นดั่งเพชรยอดมงกุฏ ที่มีเพียงหนึ่งเดียว ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของพระสงฆ์ที่ยังคงดำรงกายเนื้อแบบมนุษย์ธรรมดา หลวงปู่โสภาเป็นผู้ที่มีฤทธิ์อภิญญาสูงมากตามแบบฉบับพระเหนือโลกของสายนี้ และรับผิดชอบดำเนินการในเรื่องสำคัญต่างๆของทางโลกทิพย์ที่มีผลกับโลกมนุษย์มากมายหลากหลายเรื่องราว

รายละเอียดของ สายโพธิญาณ ตามแนวปฏิบัติของหลวงปู่โสภา ชุตินธโร ไม่สามารถเขียนลงลึกในรายละเอียดได้ เนื่องจากไม่ได้ขออนุญาตครูบาอาจารย์ เพียงบันทึกไว้คร่าวๆเพื่อเทิดเกียรติคุณหลวงปู่โสภา ชุตินธโร และเจริญศรัทธาของผู้ที่เคารพในองค์หลวงปู่ฯ

ณ ปัจจุบัน ถึงแม้หลวงปู่โสภาจะละสังขารแล้ว แต่ท่านยังคงดำเนินภารกิจหน้าที่ของท่านภายในมิติเหนือโลกเป็นหนึ่งในครูบาอาจารย์และพระมหาโพธิสัตว์แห่งสายโพธิญาณ  คอยช่วยเหลือมนุษย์ในโลกนี้ ขอเพียงมีความศรัทธาและสื่อใจไปให้ถึงหลวงปู่ฯเป็นสำคัญ

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

Pages