สายโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

สายโพธิญาณ ตามแนวทางของ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

บทความนี้ เขียนบันทึกเพื่อเทิดเกียรติคุณหลวงปู่โสภา ชุตินธโร โดยเขียนหลังจากที่หลวงปู่โสภาได้มรณภาพไปแล้วเป็นเวลา 3 ปี เนื่องจากหลวงปู่ฯต้องการปิดตัวไม่ให้โด่งดัง ในช่วงระหว่างท่านยังทรงขันธ์อยู่นั้นจึงไม่สามารถเขียนเล่าเรื่องราวส่วนนี้ได้ แต่หากปล่อยให้ข้อมูลลบเลือนหายไปตามกาลเวลาก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย ทางณกุศลจึงได้ตัดสินใจเขียนบันทึกไว้

สายโพธิญาณ ตามแนวทางของ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร คืออะไร หมายถึงอะไร

โพธิญาณ มีได้หลายนัยความหมาย แต่หากเป็นตามแนวทางตามสายของ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร สายโพธิญาณจะมีความหมายพิเศษ ไม่เหมือนที่เคยมีการกล่าวถึงกันทั่วไป เนื่องจากเป็นคำสรรพนามที่ใช้เรียกชื่อเป็นการเฉพาะเจาะจงถึง สายปฏิบัติธรรมสายหนึ่งซึ่งดำรงอยู่มายาวนานหลายพันปี โดยมีชื่อเรียกว่า สายโพธิญาณ

หากอ่านบทความนี้แล้วน่าจะมีความเข้าใจมากขึ้น

หลวงปู่โสภา ชุตินธโร และ แนวทางสายในการฝึกจิตปฏิบัติธรรม สายโพธิญาณ

นับย้อนหลังถอยไปหลายสิบปีก่อน ในปี พ.ศ. 2529 ช่วงเวลานั้น กระแสความศรัทธาในหลวงปู่เทพโลกอุดรมีสูงมาก สูงกว่าสมัยนี้ (พ.ศ. 2560) หลายเท่าตัว นักปฏิบัติธรรมจำนวนมากใฝ่ฝันปรารถนาว่าจะได้พบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรสักครั้งหนึ่งในชีวิต

ในสมัยนั้นพวกเรา ลูกศิษย์หลวงปู่ จะเรียก หลวงปู่โสภา ว่า หลวงพ่อโสภา เนื่องจากเป็นสมัยที่ท่านยังอายุไม่มากถึงขนาดให้เรียกเป็นหลวงปู่

กลุ่มของ อ.เทพ เกษมพรรณราย ในช่วงนั้นได้ไปทำบุญและกราบนมัสการ หลวงพ่อญาท่าน พระครูปภัศรคุณ ( บุญเลิศ ปภสฺสโร) วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนาราม  ในช่วงการสนทนาได้มีคนเรียนสอบถามหลวงพ่อญาท่านว่า หลวงพ่อได้เคยพบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรหรือไม่

หลวงพ่อญาท่านตอบว่า " ช่วงนี้ไม่เห็น แต่ช่วงก่อนเคยเจออยู่หลายครั้ง ถ้าอยากรู้เรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร ให้ไปถามหลวงพ่อโสภาโน่น หลวงพ่อโสภาเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าลึกเป็นปีๆ อยากรู้อะไรก็ให้ไปถามหลวงพ่อโสภา "

ได้ยินแค่นี้ทุกคนในกลุ่มก็ออกอาการหูผึ่งทันที ประหนึ่งดัง จุดไต้ตำตอ ตระเวนถามคนไปทั่วเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดร หารู้ไม่ว่าคนที่รู้เรื่องและเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรมาแล้ว คือครูบาอาจารย์ที่อยู่ใกล้ตัว หรือ หลวงพ่อโสภานั่นเอง

มิน่า เวลาถามหลวงพ่อโสภาเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร  ท่านก็จะนิ่งเงียบไม่คุย เปลี่ยนเรื่องคุยทุกที

เมื่อได้ข้อมูลคำชี้แนะจากหลวงพ่อญาท่านแล้ว อ.เทพก็คิดหาคำถามว่า จะถามหลวงพ่อโสภาอย่างไรดี ท่านถึงจะยอมตอบเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดรโดยไม่บ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่อง

พอมีโอกาสพบหลวงพ่อโสภาอีกครั้ง อ.เทพ ก็พูดเกริ่นนำก่อนว่า " หลวงพ่อครับ หลวงพ่อญาท่านบอกว่า หลวงพ่อโสภาเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่า ถ้าอยากรู้อะไรให้มาถามหลวงพ่อโสภา  "

หลวงพ่อโสภา รับฟังแล้ว ท่านก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่ไม่มีท่าทีปฏิเสธ น่าจะเพราะมีการยกเอา หลวงพ่อญาท่าน นำทางอ้างอิงไปก่อน ซึ่งในบรรดาลูกศิษย์จะทราบกันว่าหลวงพ่อญาท่านนั้นมีภูมิจิตสูง ในระดับที่หลวงพ่อโสภายอมรับถึงขนาดบอกว่า หากมีเรื่องอะไรแล้วตามหาหลวงพ่อโสภาไม่พบ ก็ให้ไปหาหลวงพ่อญาท่าน

อ.เทพ ถามต่อว่า " เออ หลวงพ่อครับ อย่างงี้จะเรียกหลวงพ่อว่าเป็น สายในดง ได้หรือไม่ครับ ในหนังสือที่พิมพ์ขายกันเขาเขียนว่า ถ้าใครได้ไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าจะเรียกว่าเป็น ศิษย์สายในดง หรือ ศิษย์ในดง "

คราวนี้หลวงพ่อโสภาท่านตอบกลับว่า " ครูบาอาจารย์ ท่านให้เรียกสายเราว่า สายโพธิญาณ ให้เรียกตามนี้ "

นับเป็นครั้งแรกที่หลวงพ่อโสภา พูดถึง สายโพธิญาณ ที่ท่านศึกษามา ซึ่งครูบาอาจารย์เรียกกันแบบนี้มายาวนานหลายพันปีแล้ว โดยท่านค่อยๆทยอยบอกรายละเอียดเพิ่มเติมทีละเล็กทีละน้อย ถ้าจำเป็นหรือถึงเวลาก็จะบอก แต่หากไม่จำเป็นหรือไม่ถึงเวลาถึงถามไปก็จะไม่บอก

โดยภาพรวมแล้วกล่าวได้ว่า สายโพธิญาณของหลวงปู่โสภานั้น ในรายละเอียดไม่เหมือนกับสายใดๆที่เคยมีบันทึกหรือเขียนเป็นหนังสือเลย หลายอย่างก็อาจจะคาบเกี่ยวดูผิวเผินคล้ายกับสายในดง แต่ในรายละเอียดส่วนที่แตกต่างก็มีอยู่มากมาย สมควรแล้วที่หลวงปู่โสภาให้เรียกตามแบบครูบาอาจารย์ที่เรียกกันมาแต่โบราณ โดยไม่ต้องไปอ้างอิงกับสายอื่น เพราะสายโพธิญาณ มีเรื่องราว และมีเอกลักษณ์เฉพาะของสายเราเอง เพียงแต่ครูบาอาจารย์ไม่อนุญาตให้เปิดตัว หลวงปู่โสภาบอกว่า ถ้าเปิดตัวจะโด่งดังเกินไป คนจะเข้ามามาก ทำให้ทำงานด้านโลกทิพย์ลำบาก สู้อยู่แบบเงียบๆจะทำงานง่ายกว่า

เรื่องราวของ สายโพธิญาณ ตามแนวทางที่หลวงพ่อโสภากล่าวถึงนั้น สายนี้ดำรงอยู่คู่กับพระพุทธศาสนามานานหลายพันปี โดยมีหลวงปู่เทพโลกอุดรเป็นครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งจากในกลุ่มครูบาอาจารย์ทั้งหมด ในสายยังมีครูบาอาจารย์องค์อื่นอีกเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นพระอริยเจ้าที่บรรลุธรรมแล้ว สามารถเข้าสู่พระนิพพานได้แต่ยังไม่ปรารถนาเข้าพระนิพพาน ยังอยู่เพื่อดูแลรักษาพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงจนครบห้าพันปี โดยโปรดสรรพสัตว์ตามแนวทางแห่งพระโพธิสัตว์ ครูบาอาจารย์บางองค์ท่านกล่าวว่าจะอยู่รอจนถึงสมัยพระศรีอริยเมตตรัยมาตรัสรู้บรรลุธรรมเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปก่อนจึงจะยอมเข้าสู่พระนิพพาน

กล่าวได้ว่า สายโพธิญาณ เป็นแกนหลักสำคัญของโลกทิพย์ที่อยู่เพื่อค้ำจุนพระพุทธศาสนาและมีบทบาทสำคัญกับโลกมนุษย์ในหลายๆเรื่อง ทางเข้าสู่ดินแดนสายโพธิญาณนั้นมีทางเข้าหลายทาง หนึ่งในนั้นคือ ทางถ้ำวัวแดง เขตแดนอาถรรพณ์ที่มีคนเขียนเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดรและเผยแพร่ให้คนทั่วไปทราบกัน แต่ถึงรู้ก็มิใช่ว่าใครอยากจะไปแล้วจะไปได้ไปถึง มีแต่ครูบาอาจารย์พาเข้าไปจึงจะสามารถผ่านเข้าไปได้

ในช่วงบั้นปลายชีวิต หลวงปู่โสภา ชุตินธโร ได้รับคัดเลือกจากครูบาอาจารย์ในมิติเหนือโลกให้เป็น ประธานฝ่ายสงฆ์ ของสายโพธิญาณ หากเปรียบเทียบกับเพชร ก็เป็นดั่งเพชรยอดมงกุฏ ที่มีเพียงหนึ่งเดียว ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของพระสงฆ์ที่ยังคงดำรงกายเนื้อแบบมนุษย์ธรรมดา หลวงปู่โสภาเป็นผู้ที่มีฤทธิ์อภิญญาสูงมากตามแบบฉบับพระอภิญญาของสายนี้ และรับผิดชอบดำเนินการในเรื่องสำคัญต่างๆของทางโลกทิพย์ที่มีผลกับโลกมนุษย์หลากหลายเรื่องราว ดำเนินงานร่วมกันกับมหานาคราชาทั้งสามพระองค์ ผู้มีอำนาจเหนือภัยพิบัติธรรมชาติทั้งปวง ดำเนินงานร่วมกันกับพระสยามเทวาธิราช ผู้มีอำนาจดูแลประเทศไทย และเรื่องราวอื่นๆอีกมากมาย

ในครั้งหนึ่งมีนักปฏิบัติธรรมสายพระป่าได้ทราบว่าหลวงปู่โสภาท่านเดินตามสายโพธิญาณ ซึ่งจะใช้เวลายาวนานสุดหยั่งถึง เขามองว่าการตัดตรงเข้าพระนิพพานเป็นสิ่งที่ดีกว่า จึงได้เดินทางไปกราบหลวงปู่โสภาเพื่อจะชวนหลวงปู่ฯให้เปลี่ยนความตั้งใจมาเข้าพระนิพพานในภพชาตินี้ เมื่อไปถึงวัด พอเจอหน้ากัน ยังไม่ได้พูดอะไรกันเลย หลวงปู่โสภาก็พูดออกมาดักทางก่อนว่า " ยังไม่ไปหรอกนะ พระนิพพานน่ะ หลวงปู่ฯจะอยู่โปรดสรรพสัตว์จนโลกนี้แตกสลาย " คนที่ไปถึงกับอึ้งพูดไม่ออก นึกไม่ถึงว่า เจโตปริยญาณ การรู้จิตผู้อื่นของหลวงปู่โสภาจะเฉียบคมปานนี้ สามารถรู้ล่วงหน้าว่าตนเองมาหาด้วยสาเหตุใด

ณ ปัจจุบัน ถึงแม้หลวงปู่โสภาจะละสังขารแล้ว แต่ท่านยังคงดำเนินภารกิจหน้าที่ของท่านภายในมิติเหนือโลกเป็นหนึ่งในครูบาอาจารย์และพระมหาโพธิสัตว์แห่งสายโพธิญาณ  คอยช่วยเหลือมนุษย์ในโลกนี้ตามเจตนาเดิมของท่าน ขอเพียงมีความศรัทธาและสื่อใจไปให้ถึงหลวงปู่ฯเป็นสำคัญ

รายละเอียดของ สายโพธิญาณ ตามแนวปฏิบัติของหลวงปู่โสภา ชุตินธโร ไม่สามารถเขียนลงลึกในรายละเอียดได้ เนื่องจากไม่ได้ขออนุญาตครูบาอาจารย์ เพียงบันทึกไว้เพื่อเทิดเกียรติคุณหลวงปู่โสภา ชุตินธโร และเจริญศรัทธาของผู้ที่เคารพในองค์หลวงปู่ฯ อนึ่งขอให้ พึงระวังว่า กรรมฐานสายโพธิญาณ ตามแบบหลวงปู่โสภา ชุตินธโรนั้น ปัจจุบัน ไม่มีผู้ใดมีอำนาจในการสอนหรือรับศิษย์เข้าสาย อย่าหลงเชื่อใครก็ตาม ที่กล่าวอ้างว่าสามารถสอนได้ หรือ รับศิษย์เข้าสายโพธิญาณได้

แนวทางการปฏิบัติ DMA โมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา

แนวทางการกระตุ้นพลังงานด้วยวิชา ดวงธาตุโพธิญาณ หรือ โมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา ใช้หลักการของ คลื่นแห่งจิตสำนึกหรือกระแสจิตในการกระตุ้นพลังงานในร่างกาย ด้วยวิธีการภาวนาสูตรธาตุในใจไปพร้อมกับการกำหนดสมาธิตามแนวทางที่แต่ละคนมีความถนัด หรือใช้ประกอบในการฝึกจักระ ฝึกโยคะ เดินปราณ โดยสามารถนำไปใช้ได้ในทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน

เนื่องจากชาวพุทธส่วนใหญ่จะมีพื้นฐานในการสวดมนต์และนั่งสมาธิมาก่อน วิธีการนี้จึงไม่ยากในการนำมาใช้ปฏิบัติร่วมกับพื้นฐานที่มี เพียงแต่ท่องจำสูตรธาตุ DMA Sequence เฉพาะของตนเองให้ได้ และหมั่นภาวนาบ่อยๆเท่าที่มีเวลาว่าง

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่เคยฝึกปฎิบัติพุทธศาสตร์สายธาตุมาก่อน ในร่างกายจะมีพลังธาตุที่อ่อนมาก ดังนั้นในช่วงเริ่มต้นทางณกุศลจึงแนะนำให้ผู้ปฏิบัติใช้การภาวนาสูตรธาตุควบคู่ไปกับพระเครื่องที่ผ่านการบรรจุพลังธาตุตามหลักวิชาดวงธาตุโพธิญาณ DMA มาครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว โดยพกหรือแขวนพระติดตัวไว้ หรือ เวลานั่งสมาธิจะใช้วิธีกำพระไว้ในมือก็สามารถทำได้

ณ ปัจจุบัน พระเครื่องที่ได้รับการบรรจุวิชาดวงธาตุโพธิญาณเป็นการเฉพาะนี้ ไม่สามารถหาได้จากตลาดพระเครื่องทั่วไป มีเพียงพระเครื่องเฉพาะส่วน ที่ อ.เทพ ได้นำเข้าขอบารมีเพิ่มเติมจากหลวงปู่โสภาเป็นกรณีพิเศษ คือ ได้นำ พระโพธิญาณ รุ่นแรก ของ หลวงปู่โสภา ชุตินฺธโร ซึ่งสร้างในปี พ.ศ. 2542 เฉพาะส่วนที่ อ.เทพ ได้เคยร่วมทำบุญเก็บรักษาไว้ เข้าขอรับการบรรจุวิชาเป็นการเฉพาะอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2554 นานกว่าสามเดือนเต็ม โดยเน้นวิชาดวงธาตุโพธิญาณ และสรรพวิชาด้านการเสริมดวงชะตามนุษย์เป็นการเฉพาะ

คุณประโยชน์ของ พระโพธิญาณ ของ หลวงปู่โสภา รุ่นที่ได้รับการอธิษฐานจิตบรรจุวิชา ดวงธาตุโพธิญาณ เพิ่มเติมในปี 2554

1. พระเครื่องนี้จะทำหน้าที่เหมือน แบตเตอรี่ บรรจุวิชาดวงธาตุโพธิญาณ หรือ โมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตาส่งพลังผ่านร่างกาย จนเมื่อร่างกายเรามีพลังธาตุเพียงพอหรือเต็มแล้ว จะเริ่มเกิดการชาร์ตพลังธาตุประจำตัวของเรากลับไปเก็บไว้ที่พระเครื่อง ( หลักการคล้ายกับการที่พระสงฆ์อธิษฐานจิตเสกวัตถุมงคล ) เมื่อปฏิบัติไปนานๆ พระเครื่องนี้จะกลายเป็นพระเครื่องประจำตัวของเรา เป็นแหล่งสำรองพลังงานธาตุเฉพาะตัวของเรา โดยที่เราสามารถดึงมาใช้ในเวลาฉุกเฉินได้ทันที

สำหรับรถยนต์ ถ้าขาดแบตเตอรี่ก็จบ ระบบไฟไม่ทำงาน ไม่สามารถสตาร์ทรถยนต์ให้เครื่องทำงานได้ ในทำนองเดียวกันการกระตุ้นพลังงานในร่างกาย ในช่วงเริ่มต้นจำเป็นต้องมีแหล่งพลังงานเพื่อใช้ในการสตาร์ทเริ่มต้นระบบ พระเครื่องที่บรรจุพลังวิชาดวงธาตุโพธิญาณจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้เริ่มต้นฝึกฝนปฏิบัติ

2. วิชาสมัยเก่าโบราณนั้นล้วนแต่มี จิตทิพย์แห่งครูบาอาจารย์ปกปักรักษา การระลึกถึงคุณของครูบาอาจารย์จึงเป็นสิ่งดี เกิดสิริมงคลแก่ผู้เรียนและปฏิบัติฝึกฝนเกิดความสำเร็จ พระโพธิญาณ ของ หลวงปู่โสภา เป็นเสมือน สื่อ ในการเชื่อมโยงจิตถึงครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณ ซึ่งจะเกื้อกูลส่งเสริมในด้านต่างๆให้เกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว ถือว่าเป็น สิ่งจำเป็นสำหรับ คนรุ่นหลังที่เข้ามาฝึกฝนวิชาของสายโพธิญาณ เพื่อให้สามารถใช้วิชาของสายโพธิญาณได้อย่างมีประสิทธิผล

3. พระโพธิญาณ ของ หลวงปู่โสภา เป็นพระเครื่องที่สำเร็จแล้ว ดั่งแก้วสารพัดนึก สามารถใช้อธิษฐานขอพรในด้านต่างๆ  ... การขอพรนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้พระคาถาใดๆ เพียงกำหนดจิตนิ่งเป็นสมาธิตั้งมั่นถึงครูบาอาจารย์ก็เพียงพอ หากเข้าถึง ใช้ได้ ใช้เป็น จะมีคุณประโยชน์มากมาย ครอบคลุมในทุกๆด้าน พลิกฟื้นดวงชะตา กลับร้ายให้กลายเป็นดี

พระโพธิญาณ รุ่นที่ได้รับการบรรจุวิชาดวงธาตุโพธิญาณเป็นกรณีพิเศษนี้ ไม่สามารถหาได้ตามตลาดพระเครื่องทั่วไป แต่ทางณกุศลจะมอบให้ผู้สนใจฝึกปฏิบัติวิชาดวงธาตุโพธิญาณไปพร้อมกับสูตรธาตุเฉพาะตัวบุคคล เพื่อบูชาและใช้ควบคู่กัน

สำหรับท่านที่สนใจ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ขอเชิญที่กระทู้สนทนา http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

สูตร ดวงธาตุโพธิญาณ โมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา ณ ปัจจุบัน

สูตร ดวงธาตุโพธิญาณ หรือ โมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา มีขอบเขตการกำหนดสูตรโมเลกุลธาตุได้เป็นจำนวนมาก ตามจำนวนดวงชะตาของมนุษย์ ... บางสูตรธาตุสามารถเก็บไว้ใช้ได้ตลอดชีวิต ... แต่บางสูตรธาตุเป็นแบบเฉพาะกิจ เหมาะกับการใช้งานเพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ตามอิทธิพลของดวงดาวที่โคจรเปลี่ยนแปลง เมื่อหมดช่วงเวลาที่อิทธิพลของดวงดาวส่งผล ก็ไม่จำเป็นต้องใช้อีกต่อไป

ณ ปัจจุบัน ทางเรา กำหนดการถอดรหัสไว้ 3 สูตรธาตุ ซึ่งเป็นสูตรโมเลกุลธาตุที่แต่ละคนสามารถเก็บไว้ใช้ได้ตลอดชีวิต

  • สูตรธาตุ บารมีอนันตคุณ
  • สูตรธาตุ โภคทรัพย์ต่อเงินต่อทอง
  • สูตรธาตุ มงคลเพชรกลับ ( มงคล + เพชรกลับ )

สูตรธาตุ บารมีอนันตคุณ เป็นสูตรธาตุที่เกี่ยวกับ เสริมอำนาจ วาสนา บารมี สุขภาพร่างกาย

สูตรธาตุ โภคทรัพย์ต่อเงินต่อทอง  เป็นสูตรธาตุที่เกี่ยวกับ การงาน การเงิน โอกาสทางธุรกิจ

สูตรธาตุ มงคลเพชรกลับ เป็นสูตรธาตุที่กระตุ้นเสริมดวงชะตาในภาพรวมแบบทั่วไป ก่อเกิดสิริมงคลกับชีวิต และเพชรกลับ คือ กลับร้ายให้กลายเป็นดี เน้น แก้ดวง ในเรื่องที่ทุกคนต้องพบเจอในชีวิต 2 กรณีใหญ่ๆ คือ แก้คราส และ แก้ปีชง 

ผลกระทบของคราส ( จันทคราส สุริยคราส) แต่โบราณถือว่าคราสเป็นผลร้ายต่อการดำเนินชีวิต ที่ส่งผลให้ดวงชะตามืดมนตกต่ำ

ดวงปีชง คือ การปะทะของพลังงานที่เป็นปฏิปักษ์ตรงข้ามกัน ระหว่างพลังดวงดาว กับ พลังปีเกิดของดวงชะตา ก่อให้เกิดความวุ่นวายในการดำเนินชีวิตด้านต่างๆ

ทุกสูตรธาตุ encode ถอดรหัสจาก ปีเดือนวันเวลาเกิด ของแต่ละคน จึงเป็นสูตรธาตุเฉพาะตัวบุคคล

โดยทั้งสามสูตรธาตุดังกล่าว จะมอบให้ผู้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มณกุศล ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ข้อแนะนำ

1. สูตรโมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา เป็นสูตรธาตุเฉพาะตัวบุคคล ที่เหมาะกับบุคคลหนึ่ง แต่อาจไม่เหมาะกับอีกบุคคลหนึ่ง หากนำไปใช้กับบุคคลอื่นแล้วอาจส่งผลเสียหายได้ เช่น กรณีเป็นธาตุที่ส่งผลเสีย หรือเป็นธาตุที่เป็นปฏิปักษ์ ให้ผลร้ายกับเจ้าของดวงชะตา ดังเช่น ดวงดาวบนฟ้า ดาวดวงเดียวกันแต่ส่งผลกับแต่ละคนแตกต่างกัน จึงควรเก็บรักษาไว้ใช้เฉพาะตัวเท่านั้น

2. วันเดือนปีเกิดของแต่ละบุคคล เป็นข้อมูลที่ไม่ควรเปิดเผยให้บุคคลทั่วไปทราบ  เป็นสิ่งที่สามารถส่งผลได้ทั้งทางดีและทางร้ายต่อเจ้าของดวงชะตา จึงควรเก็บรักษาด้วยความระมัดระวัง

FAQ คำถามที่พบบ่อย

 บารมีอนันตคุณ โภคทรัพย์ต่อเงินต่อทอง และมงคลเพชรกลับ ปรับสมดุลธาตุด้านใดบ้างค่ะ

ANS คำตอบ

เรื่องปรับสมดุลธาตุ ... ทั้งสามสูตรโมเลกุล ไม่ใช่การปรับสมดุลธาตุ 

สำหรับ บารมีอนันตคุณ โภคทรัพย์ต่อเงินต่อทอง หากใช้คำว่า กระตุ้น หรือ Activation จะได้ความหมายใกล้เคียงมากกว่า 

คนในปัจจุบันจะคุ้นเคยได้ยินคำนี้กันบ่อย เช่น เศรษฐกิจไม่ดี รัฐบาลจึงต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ
ในทำนองเดียวกัน ดวงชะตาไม่ดี จึงต้องกระตุ้นดวงชะตา

สำหรับ มงคลเพชรกลับ เป็นการกระตุ้น + เยียวยารักษา แก้ไข ไม่ใช่การสร้างสมดุลย์ธาตุ

Pages