ตำนานเหล็กไหลเขาแรด
ตำนานเขาแรดอันลี้ลับ
หลวงพ่อสัมฤทธิ์ หรือ พระครูกาญจนกิจจาทร ได้เล่าเรื่องราวของท่านให้ฟังต่อไปว่า หลังจากที่ท่านได้สำรวจหาเหล็กไหลทางภาคเหนือจรดใต้ แต่ไม่ได้ผลเท่าที่ควร จึงได้เดินทางเข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี
เมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2500 ท่านได้ธุดงค์มาถึงบริเวณถ้ำแห่งหนึ่งอยู่ห่างจากแม่น้ำแม่กลองเพียงเล็กน้อย เห็นเป็นสถานที่สัปปายะเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม สภาพทั่วไปเป็นป่าไผ่รวกขนาดใหญ่ พื้นที่อุดมสมบูรณ์ ชุกชุมด้วยสัตว์ป่านานาชนิด เช่น เสือ เก้ง กวาง เลียงผา ชะมด เสือปลา งู ซึ่งต่างก็ได้อาศัยน้ำจากแม่น้ำแม่กลองดื่มกินในยามหน้าแล้ง ซึ่งถ้ำนี้ต่อมาท่านได้เรียกว่า “ถ้ำแฝด” ด้วยว่าเป็นถ้ำคู่กันสองชั้น
เทือกเขาลูกย่อมหลายลูกที่สลับซับซ้อนอยู่เบื้องหน้าและหลังถ้ำแฝดที่พักอยู่ นั้น เรียกกันว่า “ภูเขาแรด” โดยเฉพาะมีเทือกเขาลูกหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของเทือกเขาหรือของวัดถ้ำแฝด ปัจจุบัน เรียกกันว่า “หัวเขาแรด” เนื่องจากเขาลูกนี้มีลักษณะเหมือนศรีษะแรด ประกอบด้วยนอ 2 นอ พร้อมดวงตาและจมูก รวมทั้งเป็นรูปศรีษะแรดอย่างชัดเจน สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในระยะไกล
ดินแดนอาถรรพณ์
ในสถานที่ “หัวเขาแรด” นี้ มีอาถรรพณ์ร้ายแรงหลายอย่าง โดยเฉพาะถ้าผู้ที่ไม่มีศีลธรรม ไม่มีความเคารพยำเกรงในคุณพระรัตนตรัย เหล่าเทพเทวา เจ้าที่เจ้าทางผู้รักษาสถานที่แห่งนี้แล้ว มักจะมีเหตุอาเพท เช่น ถ้าไปปลูกบ้านหรือไปทำมาหากินอยู่ หน้าเขาแรดนี้แล้ว บางทีก็เกิดไฟไหม้บ้าน ปืนลั่นใส่ตนเองบ้าง พิการเป็นง่อยบ้าง
บางครั้งมีโยมไปปลูกพริกอยู่ที่บริเวณที่ราบเชิงเขาแรด คุยกันไปคุยกันไป เกิดคึกคะนองกล่าวลบหลู่จาบจ้วงว่า “ถ้ามีแรดอยู่ในที่นี้จริงและมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างที่ลือกันแล้วละก็ ขอให้มาช่วยเฝ้าไร่พริกให้ด้วย ถ้าไม่มาเฝ้าให้ละก็จะเอานอมาทำยาเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป”
หลังจากปลูกพริกได้ระยะหนึ่งจนออกดอกออกผล ใกล้จะเก็บผลได้แล้ว จู่ ๆ ก็ปรากฏว่ามีแรดมากินพริกในไร่เสียจนราบเรียบเป็นหน้ากลอง หลายคนในย่านนั้นได้ยินเสียงประหลาดและเห็นแรดกำลังกินพริกอย่างเพลิดเพลิน แต่ไม่มีใครกล้าออกมาดู หรือทำสิ่งใดเพื่อขัดขวางไม่ เพราะทราบอาถรรพ์ของภูเขาแรดกันดี
รายหนึ่งคิดปลูกบ้านที่เชิงเขาแรด แต่ได้ถูกเพื่อนพ้องและผู้เฒ่าผู้แก่ที่อยู่ที่นี่มานาน ทักท้วงว่าอย่าไปปลูกบ้านบริเวณนั้นเลย เพราะปลูกแล้วจะอยู่ไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ เชื่อดื้อรั้นปลูกสร้างบ้านไปตามความคิดของตนแถมยังคุยโวอีกว่า หากแรดมารังควาน ก็ จะเอาปืนไล่ยิงเสียให้เข็ด
จนเมื่อปลูกบ้านเสร็จเรียบร้อยนิมนต์พระมาทำบุญขึ้นบ้านใหม่เสร็จ จึงได้นำสิ่งของเครื่องใช้ไปส่งคืน ก็ได้เกิดอัคคีภัยไฟลุกไหม้บ้านหลังใหม่จนหมดทั้งหลังโดยไม่ ทราบสาเหตุ บ้านที่สร้างเสร็จจึงไม่มีโอกาสเข้าไปอยู่จริง ๆ สมดังคำที่ผู้เฒ่าผู้แก่ทักท้วงไว้
อาถรรพณ์ความศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นที่ประจักษ์ของคนในพ้นที่มานานหลายชั่วคน จนหลาย ๆ คนได้พบเห็นเรื่องราวอภินิหารต่าง ๆ ของเขาแรดนี้มากมาย แต่ในทางกลับกัน ผู้ใดมีความเคารพ มีสัมมาคาราวะ มีศีลธรรมไม่ลบหลู่ต่อสถานที่ ก็มักจะประสพโชคลาภได้ทรัพย์มาอย่างไม่คาดฝัน
ในอดีตมีผู้พบสมบัติโบราณหลายอย่างในบริเวณเทือกเขานี้ โดยมีแหล่งใหญ่อยู่ที่ถ้ำบนเขา เช่น ทองคำ พานทองเหลืองขนาดคนโอบ กระทะทองเหลืองใบใหญ่ เป็นต้น
นอกจากนี้ผู้ที่มีความเคารพนับถือไปจุดธูปไปขอความช่วยเหลือในเรื่องการทำมาหากินไม่เกินแก่ฐานะแล้ว มักจะได้รับการอนุเคราะห์ด้วยวิธีการที่แปลก ๆ เช่นบางครั้งในฤดูน้ำหลาก ก็จะเกิดปลาประหลาดมีหลากสี สีสันสวยงามเกิดขึ้นในหนองน้ำข้างภูเขา ทำให้จับไปขายได้เงินยังชีพได้อย่างสบาย แต่พอสมควรแก่เวลาปลานั้นก็เกิดอันตรธานสูญหายไป
สมัยที่หลวงพ่อสัมฤทธิ์สร้างวัดใหม่ ๆ นั้น ท่านได้ทองคำมาจากเขาแรดมาจำนวนหนึ่งที่ มากพอสมควร มีอยู่ครั้งหนึ่งหลวงพ่อติดค้างค่าแรงงานช่างมานาน ก็ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาจ่ายดี พอดีได้มีโอกาสไปพักที่ วัดชนะสงคราม บางลำพู มีโยมร้านทองที่ เป็นลูกศิษย์มานิมนต์ให้ฉันเพลที่ร้าน และได้ถวายปัจจัยร่วมสร้างวัดหลายร้อยบาท ท่านก็เลยตัดสินใจเสี่ยงโชคตามที่ท่านได้นิมิตมาก่อนออกจากวัด รอจนประกาศผลรางวัล ปรากฏว่าถูกตรงตามที่ท่านแทงได้เงินมาจำนวนหนึ่งเกือบ 8 แสนบาท
เรื่องราวความลี้ลับเหล่านี้ คงจะได้ยินได้ฟังจากครูบาอาจารย์ผู้ปฎิบัติดีทั้งหลาย ที่มักได้ของมีค่าจากชาวลับแล หรือบังบด สุดแท้แต่จะนำมามอบให้โดยวิธีใด บางครั้งนิมิตรบอก บางครั้งนำมาวางให้ บางครั้งนำมาถวายให้เองเลยก็มี สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องพิสดารสำหรับเรา ๆ ท่าน ๆ แต่กับครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัตินั้นถือว่าเป็นเรื่องราวแสนจะธรรมดา โดยเฉพาะการสร้างวัดเพื่อเป็นการสืบพระพุทธศาสนาให้สถาพรต่อไป ย่อมเป็นแรงบันดาลใจเป็นพิเศษ ที่ท่านทั้งหลายเหล่านี้อยากมีส่วนร่วมในมหากุศลครั้งนี้เหมือนกัน
แม้ในปัจจุบันนี้ พระเณรในวัดถ้ำแฝด ก็ยังพบปรากฏการณ์ที่ประหลาดมหัศจรรย์อยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะวันพระ จะปรากฏแสงสว่างนวลลอยอยู่เหนือเขา เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ จนลับสายตาไป บางทีได้ยินเสียงทำวัตรสวดมนต์ของผู้คนจำนวนมาก บางครั้งได้ยินเสียงมโหรีไทยโบราณพร้อมเสียงร้องเพลงแว่วมาตามลม ลอยลงมาจากถ้ำศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ อย่างหาที่มาไม่ได้
ผู้เฒ่าผู้แก่ของที่นี่นับถือสืบต่อกันมาว่า ทั้งหมดนี้เกิดจากอำนาจของ ธาตุกายสิทธิ์ที่เหล่าฤาษี พญานาค และชาวลับแลผู้ดูแลรักษาเทือกเขาลูกนี้ทั้งสิ้น จนทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดเทือกเขาแรดนี้จึงเป็นแดนที่สถิตของอาถรรพ์ต่าง ๆ มากมาย
สำหรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดถ้ำแฝด ก็มักจะพบปรากฏการณ์ที่ประทับใจ จิตใจสว่างสงบ บางครั้งจะเห็นพวกชาวลับแลแต่งชุดขาว ลงมาทำวัตรสวดมนต์ที่ “ศาลาปฏิบัติธรรม เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” เป็นประจำ
เขาแรดนี้จึงคงเป็นถิ่นของเหล่าเทพเทวา ฤาษี มุณี ดาบส นาคนาคา คนธรรพ์ ยักษ์ ที่คอยต้อนรับผู้ที่เป็นสัมมาทิฐิทุกท่าน ที่ปรารถนาจะสร้างบุญบารมีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
กำเนิดวัดถ้ำแฝด
เหตุผลอันแท้จริงของความศักดิ์สิทธิ์ของ เทือกเขาแรด นี้ ยังไม่มีผู้ใดสามารถค้นหาคำตอบที่แท้จริง หรือสามรถสยบอำนาจลึกลับต่าง ๆ ลงได้ จนกระทั่งมีพระภิกษูผู้ทรงศีลและกำลังสมาธิแก่กล้ารูปหนึ่งนามว่า “สัมฤทธิ์ คัมภีโร” ได้ธุดงค์มาปักกลดหาความวิเวกภายในถ้ำแห่งหนึ่งบนเทือกเขาแรดนี้ (คือถ้ำแฝดในปัจจุบัน)
ในคืนแรกหลังจากสงบจิตลงได้ไม่นาน ปรากฏนิมิตงูยักษ์มีหงอนมากมายมารบกวนในขณะนั่งเจริญสมาธิภาวนาอยู่ ทำให้ล่วงรู้ด้วยกำลังญาณและสมาธิว่า ถ้ำแห่งนี้จะต้องเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แหล่งสถิตย์สิ่งของวิเศษของเหล่าพญานาคแน่นอน เมื่อได้ทราบดังนั้นแล้ว หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ก็คงนิ่งเฉยหาได้สนใจในของกายสิทธิ์เหล่านั้นแต่อย่างใดไม่ ยังคงกำหนดจิตละกิเลสบำเพ็ญสมณะกิจต่อไป
ในช่วงขณะจิตหนึ่งนั้น มีความรู้สึกเหมือนของหนัก ๆ เคลื่อนไหวช้า ๆ อยู่ข้าง ๆ มีเสียงลมประหลาดคล้ายใครเป่าเบา ๆ พอได้ยิน และได้ปรากฏนิมิตรเสียงขึ้นว่า “หลวงพ่อกลัวงูไหม” จิตของท่านในขณะนั้นมีความมั่นคงมาก ได้ตอบกลับไปว่าไม่กลัว ด้วยความสงสัยทำให้ท่านค่อย ๆ คลายสมาธิลืมตาขึ้นมา
งูยักษ์ขนาดลำตัวเท่าเสาศาลา ดวงตาสีแดงกล่ำแวววาวขนาดเท่าไข่ห่าน ลำตัวยาวเต็มถ้ำ กำลังแลบลิ้นแปลบปลาบอยู่เบื้องหน้า ชั่วขณะหนึ่งนั้นท่านรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ จนรู้สึกว่าจีวรนั้นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ ความที่เป็นพุทธบุตรเมื่อตั้งสติพิจารณาถึงสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าในขณะนี้แล้ว ก็ทราบทันทีว่างูนี้ไม่ใช่งูธรรมดา จิตของท่านจึงมิได้หวั่นไหวกับภัยอันตรายที่ปรากฏต่อหน้าไม่ คงกำหนดสติพริ้มเปลือกตาลงนิ่งสงบสมกับเป็นสมณะ พร้อมกับกำหนดจิตแผ่เมตตาไปทั่วทุกทิศทุกทาง
ด้วยอากัปกริยาอันสงบน่าเลื่อมใสของ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ได้สร้างความยำเกรงและประทับใจให้แก่พญางูเป็นอันมาก ก่อนที่พญางูจะเลื้อยลับหายไปนั้น ก็ได้กลายร่างเป็นผู้ถือศีลนุ่งขาวห่มขาว และกล่าวต่อหลวงพ่อว่า
“ข้าพเจ้าคือพญานาคผู้เฝ้ารักษาถ้ำกายสิทธิ์นี้มาเป็นเวลานาน ได้พบแล้วผู้ซึ่งทรงความบริสุทธิ์แห่งศีลสมควรแก่การเคารพนับถือ ขอมอบเหล็กไหลและของกายสิทธิ์ทั้งหมดในที่นี้แก่ท่าน และขอมอบเสื้อคลุมของข้าพเจ้าไว้เป็นที่ระลึกแก่ท่าน เราหมดวาระแล้ว” ซึ่งต่อมาหลวงพ่อได้สำรวจภายในถ้ำส่วนลึกก็ได้พบ “คราบงู” ขนาดใหญ่ปรากฏอยู่
หลังจากนั้นก็ได้มีศรัทธาญาติโยมในหมู่บ้านมานิมนต์ให้ท่านอยู่จำพรรษาที่นี่ เพราะเคยมีพระมาธุดงค์พักอาศัยถ้ำนี้หลายองค์ แต่พอเช้าจะมาถวายอาหารบิณฑาตร ก็ไม่ทราบว่าท่านถอนกลดหายไปแต่เมื่อใด คาดว่าคงจะพบเหตุการณ์ที่น่าสพึงกลัวจากอาถรรพ์แห่งขุนเขาจนเกิดความกลัว
นับแต่นั้นมา หลวงพ่อสัมฤทธิ์ จึงได้เริ่มก่อกำเนิดวัดถ้ำแฝด เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2500 ด้วยบาตรและกลด จากสำนักสงฆ์จนสำเร็จเป็นวัดที่สมบูรณ์ ประกอบไปด้วย กุฎิ ศาลาการเปรียญ และพระอุโบสถ
- เข้าสู่ระบบ หรือสมัครสมาชิก เพื่อ แสดงความคิดเห็น

ข้อคิดเห็นเร็วๆนี้
1 วัน 12 ชั่วโมง ผ่านมา
1 วัน 18 ชั่วโมง ผ่านมา
1 สัปดาห์ 5 days ผ่านมา
1 สัปดาห์ 5 days ผ่านมา
2 weeks 3 days ผ่านมา
3 weeks 15 ชั่วโมง ผ่านมา
3 weeks 2 days ผ่านมา
5 weeks 4 days ผ่านมา
5 weeks 4 days ผ่านมา
6 weeks 22 ชั่วโมง ผ่านมา