เหล็กไหลตาแรด
สุดยอดของดีของวัดถ้ำแฝด ที่หลวงพ่อสัมฤทธิ์ได้ทิ้งไว้เป็นมรดกธรรมให้แก่ศิษย์ รุ่นหลังก็คือ “เหล็กไหลตาแรด” สรรพคุณ 108 ที่ท่านนำมาฝังใหัญาติโยมเป็นเครื่องรางของขลังที่ทรงอิทธิคุณเหนือคำบรรยาย เด่นทั้งทางด้าน เมตตามหานิยม แคล้วคลาด มหาอุด คงกระพัน มีผู้ฝังแล้วนับหมื่นราย ประสพการณ์ที่ผ่านมามากมาย โดยท่านนำมาฝังไว้ที่ท้องแขนของผู้ศรัทธา ก่อให้เกิดเป็น “ตำนานเหล็กไหลตาแรด” ที่โด่งดัง จนเป็นที่ ฉงนของผู้ที่ได้ยินว่า เหล็กไหลตาแรดคืออะไร ? เพราะถ้าพูดถึงเหล็กไหลเฉย ๆ ก็คงพอเข้าใจ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องติดตามเรื่องราวอันแสนพิสดารในเรื่องนี้ต่อไป
กำเนิดเหล็กไหลตาแรด
สืบเนื่องมาจากการที่หลวงพ่อสัมฤทธิ์ได้ก่อสร้างพระอุโบสถสำเร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้จัดเตรียมงานฝังลูกนิมิตขึ้นในปี พ.ศ. 2517 โดยคณะสงฆ์อำเภอท่าม่วงได้ร่วมประชุมเตรียมงานด้านสถานที่ ตลอดจนถึงคณะกรรมการชุดต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระหลวงพ่อ เพราะสมัยก่อนการคมนาคมไม่สะดวกเช่นนี้ ถนนก็ยังเป็นทางลูกรัง หมู่บ้านชุมชนก็ยังไม่ใหญ่โตเหมือนปัจจุบัน ภาระต่าง ๆ ส่วนใหญ่จึงตกอยู่กับหลวงพ่อ
จนกระทั่งใกล้วันกำหนดงานซึ่งเหลือเวลาเพียงไม่กี่เดือน ท่านก็มานึกได้ว่ายังไม่ได้จัดเตรียมสิ่งของที่จะมอบไว้ให้เป็นที่ระลึกแก่ผู้ที่มาร่วมงานทำบุญฝังลูกนิมิต เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจที่จะเกิดความผูกพันกับบรรดาศรัทธาทั้งหลายเป็นพิเศษ เพราะเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่ง วัดหนึ่งจะจัดงานได้ก็เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ก็ไม่แน่ ใจว่าเวลาที่เหลือจะพอเพียงต่อการสั่งทำวัตถุมงคลหรือไม่ งานก็รัดตัวจะเข้าติดต่องานที่ กรุงเทพฯก็ลำบาก ไม่มีโทรศัพท์และรถราสะดวกเหมือนปัจจุบัน
ใกล้วันเข้ามาทุกขณะ ท่านคิดพิจารณาตริตรองว่า จะหาสิ่งใดที่เหมาะสมมาจัดสร้างวัตถุมงคลดี สิ่งหนึ่งที่นึกถึงก็คือ จัดทำเหรียญ 2 รุ่นด้วยกันคือ
1. เหรียญพระประธาน
2. เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อ รุ่นแรก
แต่หลวงพ่อท่านมีความคิดที่แยบคายไปจากนั้นอีกว่า น่าจะมีอะไรเป็นพิเศษที่ จะดึงศรัทธาคนเข้าวัดให้มากที่สุด เพราะสมัยนั้นมีวัดดัง ๆ 2-3 วัดก็เตรียมจัดงาน ฝังลูกนิมิตเช่นกัน ประกอบกับวัดถ้ำแฝดอยู่ในทำเลที่ทุรกันดารมากกว่า เกรงว่าศรัทธาจะหลั่งไหลมาน้อย เพราะการจัดงานแต่ละครั้งต้องใช้ทุนทรัพย์ไม่ใช่น้อย จะหยิบยืมใครก็คงไม่ สะดวก และท่านได้เจรจาขอกู้เงินจาก ธนาคารไทยพัฒนา สาขาท่าม่วง จำนวน 5 แสนบาท มาสำรองเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงาน หากคนมาทำบุญน้อยทางวัดคงจะต้องเป็นหนี้ธนาคาร และไม่รู้ว่าภายหลังจะหาปัจจัยจากที่ไหนมาใช้หนี้เขา
ดังนั้นทุกครั้งที่ทำวัตรสวดมนต์เสร็จท่านจะนั่งกรรมฐาน และอธิษฐานขอบารมีจากคุณพระรัตนตรัย ตลอดถึงครูบุรพาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่อยู่ในเขตบริเวณเขาแรดนี้ ได้ช่วยชี้แนะปรากฏเป็นนิมิตหมาย ให้ท่านสามารถหาสิ่งที่จะสมนาคุณแก่ศรัทธามหาชนได้เป็นพิเศษด้วย
บุพพนิมิต
ด้วยจิตที่ตั้งมั่นอยู่ในองค์ฌาณของคืนวันที่ 9 สิงหาคม 2516 ท่านเล่าว่าขณะที่ท่านเจริญกรรมฐานตามปกติ เมื่อจิตเข้าสู่สภาวะธรรมได้นิมิตเห็น “เจ้าคุณวิสุทธิรังสี” หรือ “หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้” อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองกาญจน์ เป็นที่ทรงโปรดของรัชกาลที่ 5 และพระบรมวงศานุวงศ์
ในขณะนั้นท่านเจ้าคุณได้ปรากฏร่างขึ้นมาพร้อมกับอาจารย์บาง หรือ เสือบางซึ่งเป็นศิษย์เอกของท่าน ได้บอกกับหลวงพ่อว่า ถ้ายังหาสิ่งใดไม่ได้ก็ให้ไปเอา “เหล็กไหลตาแรดเขี้ยวแรดซิ” ของสิ่งนี้เป็นของดีหาได้ยาก พร้อมทั้งบอกตำแหน่งที่อยู่ของเหล็กไหลนี้ว่า อยู่ข้างต้นสลัดไดบนภูเขาแรดตรงบริเวณดวงตาของแรด เมื่อไปถึงสังเกตเห็นรู้ได้เอง
พอคลายจากสมาธิ ท่านก็มาพิจารณาถึงบริเวณสถานที่ตามนิมิต ซึ่งความจริงท่านก็เคยสำรวจผ่านไปจนทั่วบริเวณนี้แล้วเช่นกัน แต่ไม่เคยเห็นมีสิ่งใดที่ผิดสังเกตุ ที่พอจะบอกได้ว่าสถานที่ตรงนี้มีของกายสิทธิ์ทรงอิทธิฤทธิ์และมีอานุภาพเช่นว่านั้น
อุบัติการณ์แห่งเหล็กไหลตาแรด
เมื่อถึงรุ่งเช้าหลังจากทำภัตตากิจเรียบร้อยแล้ว ก็ยังมานั่งนึกถึงนิมิตเมื่อคืนนี้ด้วยความกังขา นึกย้อนไปถึงตำนานภูเขาแรด ที่เคยได้ยินได้ฟ้งมา และจากการสัมผัสด้วยตัวท่านเองหลายครั้ง ทำให้ท่านชักลังเลใจ อยากออกเดินทางไปพิสูจน์ถึงสถานที่ ตามนิมิตนั้นทันที
ดังนั้นหลังจากฉันภัตตาหารเพลแล้ว ท่านก็ชวนโยมนวลซึ่งเป็นพรานในหมู่ บ้านที่รู้จักทุกซอกทุกมุมของ เทือกเขาแรดลูกนี้ พร้อมกับหลายชายของท่าน คือคุณอนุชิต เคนพันคร้อ ซึ่งขณะนั้นอายุราว 15 ปีและบวชเป็นสามเณรอยู่ ติดตามไปด้วย ท่านใช้เวลาค้นหาต้นสลัดไดอยู่นานเกือบชั่วโมง
ในที่สุดหลวงพ่อก็พบต้นสลัดไดอยู่ต้นหนึ่งที่โดดเด่นสะดุดตา อยู่ในกลุ่มต้นไผ่ รวก ใกล้ปากถ้ำเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่พอเข้าออกได้สะดวก พอเดินไปได้ระยะหนึ่งทางค่อยขยายใหญ่ขึ้น ทอดลึกต่ำลงไปประมาณ 20 เมตร ลึกเข้าไปประมาณ 50 เมตร
ท่านได้ใช้ไฟฉายและนำเอาต้นเทียนใหญ่ที่พอให้หลานชายท่านแบกขึ้นไปได้ จุดสว่างขึ้นภายในถ้ำ พบว่ามีความเย็นสงบเงียบ พื้นถ้ำสะอาด เหมือนมีคนดูแลรักษา สอดส่ายสายตาช่วยกันดูว่ามีอะไรที่น่าจะผิดสังเกตบ้าง ดูตามพื้นถ้ำและผนังถ้ำไปเรื่อย ๆ จนเข้าไปได้ประมาณ 40 เมตรเศษ ฉับพลันหลวงพ่อท่านได้สังเกตุเห็นวัตถุบางอย่างสะท้อนแสงไฟขึ้นมาวูบหนึ่งจากโพรงพื้นถ้ำที่ทอดต่ำลงไปเรื่อย ๆ
ท่านได้จดจำจุดที่แสงไฟสะท้อนกระทบเข้าตาท่าน เดินปีนป่ายต่ำลงไปตามก้อนหินน้อยใหญ่จนถึงบริเวณดังกล่าว ได้พยายามอาศัยแสงเทียนสาดส่องเพื่อให้เกิดแสงสะท้อนขึ้นอีกซักวูบเถอะ แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ จึงนั่งพักเหนื่อยฉันน้ำแก้คอแห้ง เพราะจากตีนเขาถึงยอดเขาก็ ไม่ใช่ใกล้ ๆ เหมือนกัน
หลังจากหายเหนื่อยท่านก็เริ่มสำรวจต่อไป จากจุดนี้ท่านเดินไปไม่ไกล พลันได้พบเห็นต้นไม้ประหลาดไม่ทราบว่าเป็นต้นอะไรอยู่เหนือศรีษะท่านขึ้นไป ต้นไม่ใหญ่แต่ แปลกที่มาขึ้นอยู่ภายในถ้ำที่ลึกเช่นนี้ ท่านก็เลยเอะใจ พยายามหาทางขึ้นไปสำรวจ โดยให้ลูกศิษย์ช่วยหาต้นไม้ไผ่ใหญ่ตัดมา 2-3 ลำ มาต่อทำบันไดพาดขึ้นไป
พอปีนขึ้นมาถึงจุดที่ต้นไม้อยู่ พบว่าตรงนี้เหมือนมีน้ำซึมอยู่ตลอดเวลา ข้างบนเป็นที่โล่งลึกไปประมาณ 3 เมตร มีต้นไม้อื่นอีก 3-4 ต้นเกาะอยู่ตามผนังถ้ำส่วนบน ก็รู้สึกสนใจ จึงได้พยายามพิจารณาตามพื้นและผนังถ้ำส่วนนี้ ทันใดนั้นหลวงพ่อได้เห็นวัตถุ สีดำมันวาว สะท้อนแสงไฟ คล้ายเป็นปุ่มเหมือนเปลือกไม้เกาะที่ผนังถ้ำในระดับสายตา ส่วนเปลวไฟก็ลู่เข้าไปหาวัตถุสิ่งนั้น หลวงพ่อยืนตกตะลึงต่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าในขณะนั้น ด้วยไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะพบอะไรบางอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน จากประสพการณ์ ท่านทราบทันทีว่าสิ่งนี้คือ “เหล็กไหล” ที่ผู้คนและท่านได้แสวงหามานาน แต่เนื่องจากท่านไม่ได้เตรียมเครื่องมือตัดเหล็กไหลมา จึงได้แต่มองห่าง ๆ ไม่กล้าไปรบกวนของศักดิ์สิทธิ์นี้
เพียงชั่วครู่ที่มองดู สิ่งที่เห็นนั้นก็ค่อย ๆ หดถอยไปตามรอยแตกของผนังถ้ำจนหดหายไปหมดเพียงเวลาแค่อึดใจเท่านั้น หลวงพ่อจึงสั่งให้โยมนวลและหลานชายเดินทางกลับ เพราะเป็นเวลาบ่าย 3 โมงเศษ กำชับมิให้แพร่งพรายให้กับบุคคลภายนอกทราบเด็ดขาด ก่อนกลับท่านได้สำรวจบริเวณถ้ำโดยรอบอีกครั้งหนึ่ง
คราวนี้ท่านพบเห็นที่พื้นถ้ำ มีก้อนแร่สีดำทั้งเล็กบ้างใหญ่บ้างอยู่เกลื่อนกลาดไปทั่ว ท่านได้เก็บมาพิจารณาดูพบว่า มีลักษณะเป็นสีดำมันวาว สะท้อนแสงได้ดี และทราบภายหลังว่าแม่เหล็กดูดติดได้ ท่านจึงทำพิธีจุดธูปเทียนบอกกล่าวขออนุญาต เก็บรวบรวมใส่ย่ามประมาณค่อนย่ามของท่านเพราะมีความมั่นใจว่าสิ่งนี้มีคุณค่าตามที่ท่านตั้งใจปรารถนาแน่นอน ส่วนเหล็กไหลก้อนที่พบนั้นท่านตั้งใจว่า คืนเพ็ญเดือน 12 ท่านจะมาทำพิธีพลีกรรมเอาอีกทีหนึ่ง เพราะช่วงที่ท่านไปพบนั้นยังอยู่ในระหว่างพรรษา จึงไม่ กล้าไปรบกวนเขา
เหล็กไหลตาแรดคืออะไร ?
หลังจากหลวงพ่อสัมฤทธิ์ได้นำเอา ก้อนแร่ที่พบในถ้ำกลับมาถึงวัดแล้ว ท่านได้จุดเทียนธูปบอกกล่าว และจัดเครื่องบวงสรวง อาหารคาวหวานและผลไม้ของหวาน เพื่อขอนำมาใช้ประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนา มอบเป็นวัตถุมงคล หรือทำเป็นเครื่องรางของขลัง เพื่อสมนาคุณผู้มีจิตศรัทธาที่จะมาร่วมกันสร้างวัดในครั้งนี้
ภายหลังที่หลวงพ่อได้นำเหล็กไหลนี้มาไว้ที่วัด ท่านก็ได้เจริญสมาธิภาวนาอธิษฐานจิตขอให้สิ่งนี้มีอานุภาพดังประสงค์ พอดีถึงวันพระขึ้น 15 ค่ำ ขณะที่หลวงพ่อเจริญสมาธิตอนเช้ามืด จิตท่านก็ได้นิมิตเห็น ชีปะขาว ผมยาวขาวโพลนทั้งศรีษะ มากับแรดตัวหนึ่ง ใหญ่บึกบึนสีดำสนิทมันวาว ได้เข้ามากราบหลวงพ่อทั้งแนะนำตนเองว่าคือ ปู่สิงขร ผู้รักษาเทือกเขาแรดแห่งนี้ ส่วนแรดที่มานี้ก็คือพาหนะของท่าน ท่านเป็นผู้รักษาดูแลขุนเขาแห่งนี้มานานแสนนาน
สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีต ได้เคยเสด็จผ่านมา และเคยเป็นบ้านเมืองเก่ามาก่อน แต่ล่มสลายเพราะภัยธรรมชาติ เมืองทั้งเมืองจมหายสู่แม่น้ำไป ส่วนหนึ่งที่ รอดตายก็คือผู้ที่รู้จักรักษาศีลปฏิบัติธรรม ได้พักอาศัยอยู่ ตามถ้ำ และซ่อนฝังสมบัติไว้ใต้พื้นถ้ำ
อีกทั้งยินดีมอบของกายสิทธิ์ที่มีอยู่ในเขานี้ให้ ถ้าหลวงพ่อต้องการ เพราะถิ่นนี้เคยเป็นเขตปกครองของหลวงพ่อเมื่อในอดีตอันไกลโพ้น ของเหล่านี้ชีปะขาวได้เฝ้าดูแลรักษามานานหมื่นปี จนสภาพบ้านเมืองในอดีตได้เสื่อมสลายไปตามกฏแห่งอนิจจัง และในปัจจุบัน หลวงพ่อก็ได้กลับมาปกครองเขตนี้อีกครั้งหนึ่ง ลูกหลานเหล่าบริวารจะเข้ามาช่วยสร้างวัดแห่งนี้ให้เจริญใหญ่โตต่อไปในภายภาคหน้า ขอให้ท่านหมั่นเจริญภาวนา เหล่าเทพเทวา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในเขตเทือกเขานี้จะขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วยเช่นกัน
สำหรับสิ่งที่หลวงพ่อได้พบนั้น ถึงเวลาที่ตั้งใจไว้ก็ขอให้ขึ้นไปเอา เทพที่รักษาของนี้จะมอบถวายให้ ส่วนก้อนแร่ที่เก็บมานั้น เป็นของกายสิทธิ์ที่เกิดจากเหล็กไหลที่พบเห็นนั่นเอง จะมีปรากฏอยู่ ในที่อื่น ๆ ของเทือกเขานี้อีก เมื่อถึงเวลาท่านจะได้พบเห็นเอง สิ่งเหล่านี้บางทีก็เรียกกันว่า “โคตรเหล็กไหล” เหล่าเทพเทวาทั้งหลายจะช่วยทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดอำนาจมีฤทธิ์มีเดชในตนเอง เพื่อให้มี คุณค่าควรแก่การเคารพบูชา สมกับผู้ที่จะมาช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้สถาพรสืบไป
ต่อมาภายหลังหลวงพ่อได้พบกับแร่เหล็กไหลเหล่านี้ในช่วงฤดูน้ำหลากระหว่างเข้าพรรษา บริเวณหลังพระอุโบสถ ซึ่งจะมีทางน้ำจากบนไหล่เขาพัดพาเอาสิ่งของจากภายในถ้ำคูหาต่าง ๆ บนเขาลงมาสู่พื้นด้านล่าง บางทีเคยมีเปลือกมะพร้าวและแกลบใหม่ ๆ ไหลมากับกระแสน้ำด้วย เชื่อว่าเป็นสิ่งที่มาจากเมืองลับแลนั่นเอง ส่วนแร่ เหล็กไหลที่มากับน้ำนี้ก้อนจะไม่ค่อยใหญ่มากนัก ท่านได้ลองใช้แม่เหล็กดูดหา ซึ่งได้มาจำนวนพอสมควรเช่นกัน บางครั้งท่านก็ได้ขึ้นไปเอาลงมาจากถ้ำบนภู เขาเหมือนกัน
หลังจากหลวงพ่อได้รับอนุญาตจากปู่สิงขรให้นำเอาแร่เหล็กไหลเหล่านี้มาทำประโยชน์เพื่อ สืบสานพระพุทธศาสนาแล้ว ท่านก็ยังคิดไม่ตกเหมือนกันว่าจะเอามาจัดทำอย่างไรดี หลังจากออกพรรษาได้อาทิตย์เดียว ขณะที่หลวงพ่อปฏิบัติกรรมฐานของท่านตามปกติในช่วงตี 4 เมื่อจิตท่านเริ่มนิ่งสงบ ฉับพลันได้พบเห็นแสงสว่างนวลขาวพุ่งลงมาจากบนเทือกเขาแรด
ปู่สิงขรได้มาปรากฏต่อหน้าหลวงพ่ออีกครั้ง หลังจากกราบหลวงพ่อแล้ว ท่านได้เอ่ยกับหลวงพ่อว่า “พระคุณเจ้าอย่าวิตกไปเลย แร่เหล็กไหลนี้มีคุณสมบัติใช้ได้ 108 ให้หลวงพ่อนำไปตกแต่งให้ได้ประมาณเม็ดถั่วเขียว นำไปฝังไว้ที่ท้องแขน โดยอาศัยเครื่องมือที่ปลายยาวคมช่วยในการฝัง” อานุภาพและแรงอธิษฐานของญาติโยมที่มีความเชื่อมั่นจะได้รับการตอบสนองจากเหล่าทวยเทพแห่งเทือกเขาแรดนี้ ให้ได้สำเร็จกิจสมดังความประสงค์ต่อไป
ฉับพลันที่ปู่สิงขรกล่าวจบลง หลวงพ่อก็ได้บังเกิดความคิดต่อเนื่องเกี่ยวกับแร่ เหล็กไหลนี้ทันที ว่าจะนำไปใช้ประโยชน์ทางใดได้บ้าง เช่น
1. นำมาเจียรนัยขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวฝังให้ญาติโยม
2. นำเอาเศษที่แตกบิ่นหรือเศษที่เหลือมาฝังไว้หลังพระผงรุ่นแรก
3. เศษผงที่เจียรนัยแล้วมาทำเป็นมวลสารผสมสร้างพระรุ่นใหม่
4. กำหนดเรียกชื่อของสิ่งนี้ว่า “เหล็กไหลตาแรด” ตามภูมิประเทศและนิมิตจากปู่ สิงขร เพื่อให้เป็นที่เข้าใจและรู้จักว่าของสิ่งนี้มีกำเนิดมาจากเขาแรด วัดถ้ำแฝด
- เข้าสู่ระบบ หรือสมัครสมาชิก เพื่อ แสดงความคิดเห็น

เหล็กไหล
ปรารถนามีไว้บูชาจะต้องทำอย่างไร
เหล็กไหล
ปรารถนาจะมีไว้บูชาจะต้องทำอย่างไร
เหล็กไหลตาแรด
เหล้กไหลตาแรด เป็นของวัดถ้ำแฝด หากต้องการ เหล็กไหลตาแรดของแท้ แนะนำให้ติดต่อที่วัดถ้ำแฝดโดยตรงที่ www.watthamfad.com เว็บไซต์ของวัด
โดยส่วนตัวผมมีเพียง เหล็กไหลฤาษี กับเหล็กไหลเงินยวง จำนวนหนึ่งที่เคยได้รับจากหลวงพ่อสัมฤทธิ์ แต่ไม่ได้นำออกมาให้บูชา ... ซึ่งถ้าจะนำออกมาให้ทำบุญ คงต้องกราบเรียนให้หลวงพ่อวัชระรับทราบก่อน