พิธีกรรมฝังเหล็กไหล
เรื่องราวของชายชาตรี ส่วนใหญ่มักนิยมในเรื่องเครื่องรางของขลัง แคล้วคลาด อยู่ยงคงกระพัน และมหาอุด เพราะชีวิตในสังคมทุกวันนี้ค่อนข้างเสี่ยงภัยนานาประการ นอกจากวัตถุมงคลที่เป็นพระเครื่องหลากหลายแล้ว การแสวงหาของขลังอื่น ๆ ก็ไม่น้อยหน้ากัน
หลังจากที่หลวงพ่อสัมฤทธิ์ได้ค้นพบเหล็กไหลตาแรดแล้ว ท่านก็เริ่มต้นทำในสิ่งที่ท่านตั้งใจทันที สิ่งหนึ่งนั้นก็คือ นำเอาเหล็กไหลตาแรดที่พบนั้นมาเจียระไนให้ได้ขนาดพอเหมาะ ประมาณเมล็ดถั่วเขียว ซึ่งโตพอที่จะทำการฝังลงไว้บริเวณใต้ท้องแขนได้โดยสะดวก ก่อนที่จะนำมาฝังให้กับผู้ศรัทธานั้น ก็ต้องทำพิธีบวงสรวงบอกกล่าวต่อ ปู่ สิงขร ผู้รักษาเหล็กไหลนี้ก่อน
สำหรับผู้ที่จะทำพิธีฝังเหล็กไหลนั้น จะต้องมีพานดอกไม้สักการะ บูชาครู เสียก่อน หากท่านไม่ได้เตรียมมาทางวัดก็จะจัดเตรียมไว้ให้ ประกอบด้วย
1. ดอกบัว 10 ดอก
2. ธูปเทียน 1 ชุด
3. เงินค่าบูชาครู
เมื่อจัดเตรียมเครื่องบูชาพร้อมแล้ว ก็จะนำกล่าวบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาพระเข้าตัว ทำพิธีเสริมดวง เสริมบารมี สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา ด้วยการ “ครอบมงกุฎพระเจ้า” เมื่อเสร็จพิธีเสริมดวงแล้ว ก็จะประสิทธิบูชาครูด้วยพระคาถาเฉพาะการนี้โดยตรง เรียกว่า “คาถาปลุกตัว” มอบถวายเครื่องบูชาทั้งหมดกับหลวงพ่อ หลังจากนั้นก็ จะเริ่ม
พิธีกรรมฝังเหล็กไหล
อุปกรณ์การฝังเหล็กไหล ประกอบด้วย
|
1. |
เขียงไม้แก่นมะขาม ลงอาคม | ||
|
2. |
สิ่วแสตนเลสแหลมบาง | ||
| 3. | ฆ้อนไม้ลงอาคม | ||
| 4. | แอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อ | ||
| 5. | พลาสเตอร์ยาปิดแผล | ||
| 6. | ยาใส่แผลสด |
วิธีการฝัง
ในเบื้องต้นจะให้ผู้ฝังเหล็กไหลวางท้องแขนพาดวางไว้ตรงเขียงไม้ที่เตรียมไว้ นำสิ่วแสตนเลสที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง แช่ทิ้งไว้ในแอลกอฮอล์ก่อน เมื่อกำหนดจุดที่จะฝังแล้ว จึงค่อยจรดปลายสิ่วพร้อมกับใช้ฆ้อนไม้นั้นตอกลงไป ผู้เข้าพิธีจะรู้สึกเจ็บเพราะคมสิ่วเล็กน้อยคล้ายถูกมดกัดเท่านั้น บางทีอาจจะไม่ทันเจ็บไปด้วยซ้ำ เพราะการตอกฆ้อนไม้นั้นรวดเร็วจนไม่ทันรู้สึกเจ็บก็ได้
หลังจากนั้นก็จะนำเม็ดเหล็กไหลที่จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ กลมเกลี้ยงเม็ดเล็กขนาดเท่าถั่วเขียว ใส่เข้าไปทางปากแผลที่เปิดไว้นั้น ให้อยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางรอยแผล โอมอ่านพระถาคากำกับตามเคล็ดวิชา แล้วนำยาใส่แผลสดทาที่ปากแผล ปิดด้วยแผ่นพลาสเตอร์ยาให้สนิท และระวังอย่าเพิ่งให้ถูกน้ำซัก 3 วัน ปากแผลก็จะติดสนิท จะเป็นรอยแผลเป็นนิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งถือว่าเสร็จสิ้นพิธี กรรมในขั้นที่ 1
อีกประการหนึ่งที่ใคร่จะเรียนไว้ให้พิจารณาก่อนที่ผู้เข้าพิธีจะทำการฝังเหล็กไหล หากเคยได้รับการฝังเหล็กไหลหรือตะกรุดของขลังจากครูบาอาจารย์อื่นมาก่อน ควรที่จะกราบเรียนให้ท่านผู้เป็นเจ้าพิธีทราบก่อนล่วงหน้า เพื่อท่านจะได้โอมอ่านคาถาขอขมากรรมให้เป็นกรณีพิเศษ เพราะไม่เช่นนั้นการตอกสิ่วให้เกิดปากแผลอาจต้องทำหลายครั้ง เนื่องเพราะความเหนียวและความอยู่คงด้วยอานุภาพเหล็กไหลหรือตะกรุดของขลังที่ฝังไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว เรื่องนี้มีปรากฏให้เห็นมาแล้วหลายราย
เผยปมปริศนา “เหล็กไหลตาแรด”
เหนียวเหมือนแรดจริงหรือ?
เมื่อท่านได้ทำพิธีฝังเหล็กไหลเรียบร้อยแล้ว ก็จะให้รับสัจจะไปถือปฏิบัติ 3 ข้อ
1. รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. อย่าลักของเขา
3. อย่าด่าพ่อแม่ครูบาอาจารย์
ข้อห้าม 3 ประการนี้จะต้องถือไว้อย่างเคร่งครัด ห้ามฝ่าฝืน ไม่เช่นนั้นของดีที่ท่านประสิทธิ์ให้จะมีอานุภาพไม่เต็มพลัง ในกรณีที่พลาดพลั้ง เผลอด่าพ่อ ด่าแม่ ซึ่งอาจจะเกิดจากความเคยชิน มิได้มีเจตนาในทางร้าย ก็จุดธูปเทียนขอขมาครูบาอาจารย์ และพึงรักษาอย่าให้พลั้งเผลออีก หมั่นปลุกด้วยพระคาถาที่ท่านมอบให้เป็นการเฉพาะดังนี้
สัมปันโนปะวะสิเสวะ สมาธิงปะวะโรชิโน
สยัมภูญาณะสัมปันโน สันหาวาจังนะมามิหัง
ฤทธิ์ปุราคาริภูตังวะ ฤทธิ์วิชาปฎิหันยาติ
ฤทธิ์ตะกัมมังนะกาเรตะวา ริยะวังสังนะมามิหัง
ทดสอบความเหนียวคง
พอทำการฝังเหล็กไหลเข้าตัวเป็นที่เรียบร้อย นับได้ว่าได้ผ่านพิธีขั้นแรกในส่วนของการฝัง ก็มาถึงขั้นที่ 2 ซึ่งถือเป็นขั้นตอนของการทดสอบอานุภาพเหล็กไหลที่ฝังไปนั้นว่าจะมีอานุภาพสูงป้องกันภัยให้แก่ผู้เป็นเจ้าของได้จริงหรือไม่ ซึ่งผู้ฝังเหล็กไหลกับครูบาอาจารย์ของทางวัดถ้ำแฝด จะต้องผ่านขั้นตอนนี้ทุกราย ยกเว้นผู้เข้าพิธีฝังเหล็กไหลนั้นจะเป็นสุภาพสตรี จะมีข้อยกเว้นให้เป็นกรณีพิเศษ
ต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่ทุกคนจะต้องผ่านการทดลองเสียก่อน หลวงพ่อท่านจะให้ผู้ฝังเหล็กไหลนั่งพับเพียบต่อหน้าท่าน ส่วนมือก็ล้วงลงไปในย่าม หยิบเอามีดหมอด้ามหัวแรดเนื้อเหล็กไหลหล่อ ด้ามเล็กแต่คมกริบตัดเส้นผมขาด ขั้นตอนของการทดสอบอานุภาพก็มีเพียงว่า ท่านพระอาจารย์ซึ่งเป็นเจ้าพิธีจะนำมีดหมอที่คมกริบ ปลายมีดแหลมเปี๊ยบ ผู้ที่สงสัยในความแหลมคมสามารถขอพิสูจน์ดูได้ ท่านจะเอามีดมาทำการฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์ ใช้มือข้างหนึ่งจับผมของผู้เข้าพิธีทดสอบ แล้ววางมีดของท่านลงบนกระจุกผมที่รวบไว้ ลากคมมีดเบา ๆ ทำให้เส้นผมกระจุกนั้นขาดสะบั้นออกจากกันอย่างง่ายดาย จากนั้นก็นำเอามาปาดคอผู้ผ่านพิธีการฝังเหล็กไหลมาแล้ว ปาดซ้ายที ขวาที แล้วเสือกปลายมีดที่มี ความแหลมคมเข้าไปตรง ๆ ที่คออีก 1 ที เป็นการเสือกแทงที่แรงเอาการ แรงพอที่จะทำให้ผู้ถูกทดสอบเสียหลักหงายผึ่งลงไปกับพื้นได้เลยทีเดียว
พอลุกขึ้นมาท่านก็จะให้สำรวจดูลำคอของตนเองว่าเป็นอย่างไร มีบาดแผลบ้างหรือเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีร่องรอยบาดแผลแต่อย่างใด นอกจากรอยแดง ๆ นิดหน่อย หรือบางรายก็ เป็นยางบอนก็มี แต่ก็แค่ผิวถลอกนิดหน่อยไม่มีอันตรายแต่อย่างใดทั้งสิ้น หลังจากนั้นท่านก็จะให้ดื่มน้ำมนต์ 3 อึกแก้เคล็ดหลังจากถูกลองด้วยของมีคม
ฝังทำไม-ทำไมถึงต้องฝัง
เรื่องราวของวัตถุมงคลหรือเครื่องรางของขลังนั้น มักจะมีเคล็ดลับและวิธีใช้แตกต่างกันบ้างเหมือนกันบ้างตามบุรพาจารย์ผู้เป็นต้นตำนานบอกกล่าวไว้โดยเฉพาะ ดังเรื่อง “เหล็กไหล” หลวงพ่อจำเนียร จากวัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ ได้เล่าให้ลูกศิษย์ผู้สนใจในธาตุกายสิทธิ์เหล่านี้ฟังว่า
เหล็กไหลนั้นโดยธรรมชาติย่อมมีพลังอำนาจอยู่ในตัว หากได้รับการประจุพลังจากการปลุกเสกที่ถูกต้องก็จะมีพลังเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และจะมีพลังอำนาจในการบูชาลดหลั่นกันดังนี้
1. จะมีพลังอำนาจสูงสุดเมื่อฝังอยู่ในตัวคน
2. ห้อยไว้ให้ถูกเนื้อคน กล่าวคืออย่าเลี่ยมปิดทึบทั้งหมด
3. ห่อเก็บไว้ในกระเป๋าถือ จะมีอานุภาพเท่ากับพลังการปลุกเสกอย่างเดียว
หลวงพ่อจำเนียรท่านเปรียบเทียบว่า ของเหล่านี้มีพลังจากธรรมชาติเดิม เหมือนต้นว่านจะมีฤทธิ์เต็มที่ต่อเมื่อ นำมาอมใส่ในปากพอถูกน้ำลายคน ถูกเนื้อคน ก็จะเกิดปฏิกริยาทางเคมี ดูดซึมทำให้เกิดมีอานุภาพทางคงกระพันหรือเมตตา หรือย่อมเป็นไปตามลักษณะของว่านชนิดนั้น ๆ
หลวงพ่อจำเนียร ท่านเคยให้หลวงพ่อสัมฤทธิ์ฝัง “โคตรเหล็กไหล” เป็นครั้งแรกในสมัยที่ท่านมาบุกเบิกวัดถ้ำเสือใหม่ ๆ ไม่ใช่ท่านกลัวตายแต่เพื่อ ป้องกันพิษจากยาสั่ง เพราะท่านเคยมีประสพการณ์เรื่องตรงนี้มาก่อน และหลังจากนั้นท่านก็ได้ฝัง “เหล็กไหลตาแรด” “เหล็กไหลฤาษี” และ “เหล็กไหลเงินยวง” จากวัดถ้ำแฝด ด้วยเหตุผลของอานุภาพเหล็กไหลที่แตกต่างกันไป
สำหรับท่านที่สนใจในเหตุผลเหล่านั้น ก็สอบถามข้อมูลได้จากหลวงพ่อโดยตรง เพราะผู้เขียนเคารพนับถือในความรอบรู้ของหลวงพ่อ จึงไม่ประสงค์พาดพิงถึงท่านจนเกินงาม
ดั้งนั้นการฝังจึงเหมาะด้วยประการทั้งปวง พลังอำนาจของเหล็กไหลจึงเพิ่มพูนและเปล่งอานุภาพได้เต็มที่ยามเกิดภาวะคับขัน หรือประสงค์จะช่วยส่งเสริมผู้ศรัทธาให้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง หรือเป็นประโยชน์ตามที่ พระอาจารย์สิทธา เชตวัน ได้บอกไว้เบื้องต้น
ปัญหาส่วนใหญ่ที่อยากทราบกันเกี่ยวกับการฝังนั้นมีดังนี้
1. เจ็บไหม? นิดหน่อยแค่มดกัด บางทีไม่ทันรู้สึกเจ็บ เพราะตอกเร็วมาก
2. ฝังแล้วมันเคลื่อนที่ได้หรือเปล่า?
3. กลัวว่าฉีดยาไม่เข้า
4. กลัวว่าจะมีข้อห้ามทำให้รักษายาก
5. จะเกิดอันตรายในภายหลังหรือเปล่า ?
ความเจ็บปวด
ในที่นี้จึงใคร่ขอกล่าวโดยภาพรวม ๆ ว่า การตอกฝังนั้นเพียงเปิดผิวหนังในใต้ท้องแขน ในส่วนที่เป็นหนังกำพร้าหรือใต้ผิวหนังนิดเดียว โดยอาศัยค้อนไม้ตอกลงบนสิ่วแสตนเลสที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว จึงไม่ค่อยเจ็บอย่างที่คิด ผู้หญิงหรือเด็กก็เคยฝังกันมามาก เพราะความเร็วในการตอกฝังนั่นเอง ระวังอย่าให้แผลถูกน้ำหรือระวังน้ำซึมเข้าประมาณ 3 วัน ปากแผลก็จะหายสนิท เหลือเพียงรอยแผลเป็นเล็กน้อย ไม่ถึงกับน่าเกลียดอะไร
ฝังแล้ววิ่งในกาย
พวกเราหลายคนคงคิดถึงเรื่องการฝังเข็มทอง ที่ว่ามันจะวิ่งรอบตัว โดยเฉพาะจะวิ่งไปรับอาวุธที่ศัตรูมุ่งทำร้ายมา เกิดวิ่งมาที่ตาจะทำให้ตาบอด หรือผิดครูก็จะทำให้เข็มนั้นทิ่มแทงออกมาใต้ผิวหนังตุงเลยทีเดียว
สำหรับผู้ฝังแล้วเคยมาเล่าประสพการณ์อยู่ 2 ราย รายแรกเป็นทหารอยู่กองพลที่ 9 เมื่อกลางปี 2534 เคยเกิดอุบัติเหตุรถปิคอัพไปอัดกับรถเก๋ง ผลคือขาหัก 2 ข้าง ได้เอกซเรย์ดูผลกระดูก ปรากฏว่ามีเม็ดอะไรบางอย่าง เหมือนเม็ดเหล็กไหล อยู่ใกล้ส่วนบริเวณที่หัก เอะใจขึ้นมาก็ลองลูบดูที่ต้นแขนที่เคยฝัง”เหล็กไหลตาแรด” ปรากฏว่าไม่มี ก็ เลยเชื่อว่าเหล็กไหลคงวิ่งไปรับแรงกระแทกจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น ทำให้ไม่ตายโหง รักษาอยู่เดือนเศษ ก็เลยลาราชการมาบวชอยู่ที่วัดถ้ำแฝด 1 พรรษา ได้เล่าถวายให้หลวงพ่อสัมฤทธิ์และพระในขณะนั้นฟัง พร้อมทั้งเอามือลูบที่หน้าขา ก็ยังปรากฏเหมือนเม็ดเหล็กไหลปรากฏอยู่
สุภาพสตรีรายนี้ไม่อยากให้เอ่ยชื่อ อยู่แถวจังหวัดสมุทรสงคราม ได้มาฝังเหล็กไหลเมื่อต้นปี 2543 นี้เอง เพราะถูกรบกวนด้วยมนต์ดำ ได้ให้หลวงพ่อวัชระรักษาจนหายดี ก็เลยขอฝังเหล็กไหลฤาษี หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 เดือน พบว่าเม็ดเหล็กไหลเลื่อนจากใต้ท้องแขนช่วงไหล่ มาอยู่ใกล้ข้อศอก ก็รู้สึกตกใจ แต่เพียง 2 วันก็กลับไปอยู่ที่เดิมก็ ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกัน ก็เลยพาพี่น้องและเพื่อนมาฝังเหล็กไหลอีก 3 คน เพราะมี ความเชื่อมั่นว่าเหล็กไหลวิ่งมาช่วยกันสิ่งที่ไม่ดีไม่ให้เข้ามาที่แขน เพราะปกติตนเองจะเจ็บที่ข้อศอกเสมอ
ปกติแล้วไม่ค่อยพบเห็นว่าเหล็กไหลวิ่งไปไหนในร่างกายแต่อย่างไร คงเป็นกรณีพิเศษ ด้วยเหตุผลบางอย่าง
ฉีดยาไม่เข้า
มีเรื่องอย่างนี้ด้วยหรือ? ก็คงจะมี เพราะสมัยหลวงพ่อแม้ในปัจจุบัน ผู้ที่ฝังเหล็กไหลบางคน เมื่อเจ็บป่วยถึงขั้นต้องฉีดยา ปรากฏว่าเข็มแกะออกมาใหม่ ๆ ฉีดไม่เข้า ไม่ใช่ครั้งเดียว บางที 3 เข็มก็ยังแทงไม่เข้า จนเจ้าตัวนึกขึ้นได้ จึงกล่าวขออนุญาตจากครูบาอาจารย์ นั่นแหละเข็มจึงแทงเข้า แต่ก็ไม่ใช่จะประสพกับทุก ๆ คน แต่ก็มีหลายคนเหมือนกัน
การระวังรักษา
การรับสัจจะ 3 ข้อนั้นก็ระวังรักษาไม่ยาก จะมีบ้างก็คงการด่าจนติดปากหรือเรียกล้อเล่นกันระหว่างเพื่อนสนิท ก็ไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากไม่มีเจตนาจะปรามาสใครเพียงแต่หมั่นสวดพระคาถาปลูกตัวที่ให้ไว้จนคล่อง หมั่นสวดเป็นประจำ ก็จะสำฤทธิ์ผล ไม่มีข้อห้ามเรื่องการกินอาหาร เหมือนวิชาบางอย่างที่เป็นไสยศาสตร์โดยตรง เพราะเหล็กไหลนี้จัดเป็นธาตุกายสิทธิ์มีฤทธิ์อำนาจในตนเองอยู่แล้ว
ดังนั้นไม่ว่าท่านจะมุดหรือลอดราวผ้า ใต้ถุนเรือน ต้นไม้บางชนิด ของเหล่านี้ก็ คงอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ตลอดกาล หลวงพ่อสัมฤทธิ์เคยเปรียบเทียบไว้ว่า งูเห่าถึงจะมุดน้ำครำผ่านของโสโครกมาอย่างไร ก็คงยังมีพิษเหมือนเดิม ไม่ใช่ว่ามุดลอดในสิ่งที่เราถือแล้ว มันจะหมดพิษไป อย่าให้มันกัดได้ก็แล้วกัน โอกาสตายก็ย่อมมี
การฝังไว้นาน ๆ จะมีผลกระทบอะไรไหม
หลายคนคงจะมีคำถาม เพราะเกรงว่าเม็ดเหล็กไหลที่ฝังไปอาจจะทำให้เกิดปฏิ กิริยาต่อต้านจากร่างกาย หรือ ทำให้ธาตุขันธ์ผิดปกติ บางคนคิดไกลไปว่า เหล็กไหลจะดูดกินเลือดมนุษย์ ทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้ ก็เลิกวิตกได้เลย กว่า 30 ปีที่ ได้ทำพิธีฝังมานับหมื่นคน ยังไม่เคยปรากฏปัญหาผลกระทบจากการฝังสิ่งที่เรียกกันว่า เหล็กไหล นี้เลย
ประโยชน์จากการฝัง
· ทางด้าน เมตตา มหานิยม โชคลาภ แคล้วคลาดกันภัย มหาอุด กันคุนไสย
· ถ้านั่งสมาธิบ่อย ๆ จะสัมผัสพลังบางอย่างไหลผ่านลงมาจากกลางกระหม่อมจนถึงแขนขาชาไปทั่วตัว
· หากจิตดีก็สัมผัสกับปู่เหล็กไหลได้
· บางครั้งจะเกิดเหตุการณ์อะไร ไม่ว่าจะดีหรือร้ายแล้วแต่ ให้สังเกตุเม็ดเหล็กไหลที่ฝัง จะมีแรงกระตุกเตือนหรือลางบอกเหตุล่วงหน้า บางครั้งกระตุกแรงจนท่านอาจตกใจ เช่นขับรถด้วยความเร็วก็ควรลดความเร็วลงอยู่ในระดับที่ควบคุมเหตุกระทันหันได้ เพราะอาจจะมีอุบัติเหตุขวางหน้า เป็นต้น ให้รู้จักสังเกตการกระตุกว่าเป็นลักษณะอย่างไร หรือหากจะมีโชคลาภจากการค้าขาย หรือ ลาภลอยเป็นอย่างไร
· การฝังจะอยู่ติดตัวเราตลอดชีวิตไม่ว่ายามหลับหรือตื่น ถ้าเป็นวัตถุ มงคลบางครั้งเราอาจจะถอดลืมไว้ได้ ยามมีภัยก็ขาดสิ่งคุ้มครองป้องกันอันตรายได้
เรื่องราวต่อไปนี้เป็นประสบการณ์อัศจรรย์ที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ
ชนสยอง……เศษวินาทีกลายเป็นเศษเหล็กพังยับเยิน รอดตายราวปาฏิหารย์ ! !
จากทุกๆ เหตุการณ์ที่ได้ประสบพบมาในอุบัติเหตุ เหล็กไหลที่ฝังเอาไว้จะกระตุกเตือนทุกครั้งเสมอ และทุกครั้งที่เป็นเช่นนี้ มักจะพบกับอุบัติเหตุเภทภัยต่างๆตามมาจนมั่นอกมั่นใจ เพราะอุบัติเหตุในแต่ละครั้งเจ้าตัวรอดตายได้ทุกครั้งอย่างปาฏิหารย์ จนเชื่อแน่อำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในธาตุกายสิทธิ์" เหล็กไหล "จากวัดถ้ำแฝด ของดีที่หลายๆ คนต้องการ
ร.อ. ธำรงศักดิ์ หิรัญโรจน์ ผู้มีประสบการณ์จากการฝังแร่เหล็กไหลจากหลวงพ่อวัชระ เอกวัณโณ แห่งวัดถ้ำแฝด จังหวัด กาญจนบุรี หนึ่งในจำนวนผู้โชคดีที่ท่านหลวงพ่อได้เมตตาฝังธาตุกายสิทธิ์ จากการสัมภาษณ์สดผู้ของดีติดตัว
ร.อ. ธำรงศักดิ์ ได้เล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า กราบนมัสการหลวงพ่อด้วยความศรัทธา และเคารพยิ่ง กระผมร้อยเอก ธำรง หิรัญโรจน์ อดีตทหารประจำกองรักษาพระองค์ เหตุที่กระผมต้องอัดเทปมาในครั้งนี้ก็เพราะว่ามือขวาด้านถนัดยังใช้การไม่ได้ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุนอนพักรักษาตัวอยู่ในขณะนี้
จึงได้อัดเทปมานมัสการหลวงพ่อ ที่ได้เมตตาฝังเหล็กไหลใต้ท้องแขนซ้ายในคราวนี้คือ ปีที่แล้วที่ผ่านมา และเนื่องจากอุบัติเหตุครั้งนี้ กระผมผู้รอดตายราวปาฏิหารย์เชื่อแน่ว่าเหล็กไหลมีอำนาจพุทธคุณจริงจากหลักฐาน และพยานผมจึงเก็บบันทึกเอาไว้ หากหายดีแล้วจะมานมัสการหลวงพ่อด้วยตัวเอง
|
บูชาครู |
ฝังเหล็กไหล |
รอยแผลจากการฝัง |
ลองมีด |
ล้มไปตามแรงมีด |
ร.อ. ธำรงศักดิ์ เล่าต่อไปว่าในโอกาสครั้งหนึ่งได้เดินทางมาทางจังหวัดกาญจนบุรี โดยการแนะนำจากบรรณาธิการหนังสือพระเกจิคุณสงวน สมกาย และหัวหน้าบรรณาธิการหนังสือพระเครื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุณจักรกฤษ คลังศัตราแนะนำให้ฝังเหล็กไหลในการแวะกราบนมัสการหลวงพ่อที่ผ่านมา กระผมเห็นว่าเหล็กไหลมีราคาแพง และจากกรุงเทพฯ มาถึงถ้ำแฝดแห่งนี้ก็ไกลพอสมควรจึงได้ตัดสินใจให้หลวงพ่อทำพิธีฝังเหล็กไหลให้เพื่อความเป็นศิริมงคล เพราะอำนาจพุทธคุณของเหล็กไหลนั้นเป็นที่ต้องการของทุกๆคน
หลังจากได้ทำพิธีฝังเหล็กไหลของดีจากหลวงพ่อแล้ว ก็มักจะพบกับเหตุการณ์ประหลาดๆเกิดขึ้นเสมอ และบัดนี้ได้ทราบซึ้งถึงอำนาจพุทธคุณจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ธาตุกายสิทธิ์ที่ทุกๆคนต้องการว่ามันมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์จริงแก่ผู้ได้ครอบครอง ดังที่ผมจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงต่อไปนี้
เมื่อต้นปี พ.ศ. 2545 ได้เดินทางไปจังหวัดเพชรบุรี และไปซื้อแบบในอำเภอหนึ่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในราคาหลายสิบล้านบาทในงานของพระราชดำริฯจนเสร็จงาน และจะออกเดินทางกลับบ้าน
ขณะที่ขับรถมุ่งหน้าไปจังหวัดสมุทรสาคร เหล็กไหลก็กระตุกจนปวดท้องแขนซ้าย ( ผมกลับมาทางสมุทรสาครเพราะกลัวรถติดไฟแดงมากจะไม่ทันเวลา ) พอมาถึงแยกวังมะนาว จังหวัดเพชรบุรี ก็ได้มีรถบรรทุกสิบล้อขับตามหลังมาด้วยความเร็วพุ่งชนท้ายดังสนั่น ทำให้รถผมนี้หมุนเหวี่ยงตัว
ด้วยสติที่พอควบคุม และประสบการณ์จากที่เคยขับรถแรลลี่มาก่อนจึงทำให้รถหมุนอยู่กลางถนนหลายรอบ และไม่พลิกคว่ำแต่ถลาลงข้างทางไปนิดหน่อยแต่ตัวรถยังอยู่ขอบถนน หากว่ารถตกลงข้างทางในวันนั้นกระผมคิดว่าคงไม่มีวันนี้ที่ผมจะมานั่งเล่าในเหตุการณ์นั้นเลย แค่บาดเจ็บนิดหน่อย และคู่กรณีก็ชดใช้ค่าเสียหายให้
ต่อมาในครั้งนี้แขนที่ฝังเหล็กไหลกระตุกขึ้นอีก คือวันที่ 14 พฤศจิกายน 2545 ตรงกับวันพฤหัสบดี ในวันนี้ตอนเช้าได้ไปกับหุ้นส่วนบริษัทหลายที่อำเภอ เขาย้อย ได้พูดคุยกับคุณ สมชาย ผู้จัดการประปา สาขา เพชรบุรี จนเสร็จในการแก้ไขปัญหาจึงพากันเดินทางกลับกรุงเทพฯ
ขณะที่ขับรถเดินทางกลับบ้านนั้นก็ได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานหลายคนจู่จู่ก็เกิดการกระตุกที่ท้องแขนด้านซ้ายอย่างแรงตรงเหล็กไหลมันปวดหลายครั้งที่คิดว่าสิ่งแปลกปลอมจากการฝังมันทำให้เจ็บปวด และคิดหลายครั้งว่าสักวันหนึ่งจะต้องเอาออกจนมาถึงกรุงเทพฯ โดยจอดรถไว้ที่บริษัทขึ้นไปเตรียมงานในวันรุ่งขึ้นเสร็จงานก็เป็นเวลาทุ่มเศษๆ
จากนั้นก็ขับรถส่วนตัวมุ่งกลับบ้านจนถึงถนนนวลจันทร์ แต่ด้วยอาการปวดแขนมากในตอนนั้นเป็นเวลาเกือบ 4 ทุ่มจึงแวะทานข้าว ทันทีที่กลับบ้านตรงสี่แยกเลียบทางด่วนตรงไปก็เป็นถนนรามอินทรา ถ้าเลี้ยวขวาก็เป็นถนนนวมินทร์ คือ ถนนสุขาภิบาลหนึ่ง นั้นเอง
เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นขณะที่ผมกำลังเลี้ยวรถมาทางสุขาภิบาล 1 ได้มีรถวิ่งลงมาจากทางเกษตรด้วยความเร็วสูงพุ่งชนกลางลำ เสียงดังสนั่นเบาะด้านหลังบีบเข้ามา และด้านหน้าคนขับบีบขับมาเหลือเพียงที่นั่งผมเท่านั้นที่ยังมีสภาพใช้งานได้
ในช่วงจังหวะที่รถคันนั้นพุ่งชนผมไม่รู้สึกตัวใดๆ เลยมีเพียงลำแสงสีเหลืองจนผมรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อเหล็กไหลมากระตุกอีก ผมเหมือนคนตายแล้วเกิดใหม่ทำนองนี้ เพราะรู้สึกตัวอีกคล้ายๆ กับว่ารถตัวเองมาฟาดกับของแข็งสักอย่างมีคนเข้ามาช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลแล้วสติผมก็วูบไปอีก
จนมารู้สึกตัวอีกครั้งที่โรงพยาบาลศรีสยาม ตั้งอยู่บริเวณข้างถนนสุขาภิบาล 1 พอมารู้สึกตัวขึ้นมา แขน ขา มันปวดชาไปหมด จนรู้สึกตัวเองว่า แขน ขา คงขาด หรือใช้การไม่ได้อีกแล้ว แต่แพทย์ได้ช่วยทำการรักษาจนสติกลับคืนมา และอยู่ในขั้นปลอดภัยมาทราบภายหลังว่าผู้ที่ขับรถมาชนเป็นวัยรุ่นมาด้วยกันสองคน ตายคาที่คนหนึ่ง คนขับนั้นก็ถูกกระดูกทิ่มปอดอยู่ ในห้อง ไอ ซี ยู อาการปางตายเท่ากันอุบัติเหตุครั้งนี้ผมนอนนึกอยู่ตลอดเวลาว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร มันเร็วเหลือเกิน และผมดูจากสภาพรถตัวเองแล้ว ยังนึกว่าตัวผมเองรอดตายมาได้อย่างไร จากการพูดคุยกับญาติจำนวนมากมีบางคนพูดคุยว่าคนที่ตายคือ คนที่อยู่ในรถ
แต่ความจริงแล้วทุกคนก็ต้องบอกว่า มันคือปาฏิหาริย์เมื่อคนที่อยู่ในรถมีสภาพเป็นเศษเหล็กนั้นคือ ตัวผมเอง…ถ้าไม่ใช่เพราะบุญบารมีเหล็กไหลนี้แล้วผมคิดว่าวันนี้คงไม่มีผมอีกต่อไปผมยอมรับว่า เหล็กไหล ของดีช่วยปกป้องคุ้มครองภัยให้ผมอยู่มีชีวิตต่อไปในทุกวันนี้
ครับนั่นคือความเชื่อศรัทธาที่ยึดมั่นต่อธาตุกายสิทธิ์ เหล็กไหลที่ตัว ร.อ. ธำรงศักดิ์ หิรัญโรจน์ ฝังเอาไว้ใต้ท้องแขนข้างซ้ายในปัจจุบัน เป็นเหล็กไหลที่มากด้วยอำนาจพุทธคุณที่เจ้าตัวยอมรับอย่างมั่นใจ
จากประสบการณ์ในอิทธิปาฏิหาริย์ของแต่ละคนที่มีของดีติดตัว เป็นของดีจากศิษย์เอก หลวงพ่อ สัมฤทธิ์ คัมภีโร อดีตเจ้าอาวาสผู้ค้นพบเหล็กไหลชนิดต่างๆ โดยหลวงพ่อ วัชระ เอกวัณโณ ผู้ดูแลสืบสานอยู่ในทุกวันนี้เป็นสุดยอดของดีแห่งคนเมืองกาญจนบุรี และจังหวัดใกล้เคียง
- เข้าสู่ระบบ หรือสมัครสมาชิก เพื่อ แสดงความคิดเห็น











ข้อคิดเห็นเร็วๆนี้
10 ชั่วโมง 46 นาที ผ่านมา
16 ชั่วโมง 55 นาที ผ่านมา
1 สัปดาห์ 4 days ผ่านมา
1 สัปดาห์ 4 days ผ่านมา
2 weeks 2 days ผ่านมา
2 weeks 6 days ผ่านมา
3 weeks 1 วัน ผ่านมา
5 weeks 3 days ผ่านมา
5 weeks 3 days ผ่านมา
5 weeks 6 days ผ่านมา