เรื่องจริงเหล็กไหล ตอน1

ประสบการณ์เรื่องจริงที่เหลือเชื่อ       
                      
ในเรื่องของความแปลก
-มหัศจรรย์ของสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็นทั้งเรื่องของเหล็กไหลหลากชนิดที่อุบัติขึ้นและเรื่องราวอันชวนพิศวงของพิธีกรรมสาวน้ำตาเทียน โดยพระอาจารย์วัชระ วัดถ้ำแฝดนั้น ได้มีผู้มาถ่ายทอดบันทึกไว้เป็นหลักฐานหลายเรื่อง แต่ที่นำมาเสนอในครั้งนี้เป็นเรื่องที่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตลอดเวลา

หลวงพ่อวัชระ ได้กล่าวถึงเรื่องประสบการณ์จากผู้ที่ได้รับการฝังธาตุกายสิทธิ์เหล็กไหล จากวัดถ้ำแฝดนั้นมีมากมาย ทั้งศิษย์รุ่นเก่า ๆ ที่สูงอายุและศิษย์ที่ฝังในยุคที่ท่านได้มารับใช้หลวงพ่อสัมฤทธิ์อยู่ก็ดี ได้เวียนกันมาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ประสพมากับตนเองและญาติสนิทมิตรสหายผู้ใกล้ชิด บางเรื่องพอมีเวลาก็จะทำการถ่ายภาพผู้เกี่ยวข้องเก็บไว้บ้าง บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ไว้บ้าง บางครั้งถ้ามีญาติโยมมาทำพิธีกันมาก ๆ ก็ได้แต่รับฟังไว้ แต่ไม่มีเวลาพอจะบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ เก็บเอาไว้เท่านั้น

               แม้ปัจจุบันนี้ หลวงพ่อวัชระ เอกวัณโณ ผู้สืบสานตำนานเหล็กไหลมาจาก หลวงพ่อสัมฤทธิ์ผู้เป็นบุรพาจารย์ต้นกำเนิด ก็มักได้ยินได้ฟังเรื่องราวประสบการณ์มากมาย เกินกว่าจะยกมาบรรยายได้หมด จึงขอถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่สมัยหลวงพ่อสัมฤทธิ์จนถึงในปัจจุบันนี้ เพื่อให้เห็นภาพลักษณ์ที่ ชัดเจนยิ่งขึ้น

  • เข็มแทงไม่เข้า

            คุณธงไชย เผ่ารัชตพิบูลย์ ร้านทองแม่สมจิต ตลาดบ้านหมอ สระบุรี โทร (036) 201114 ได้บูชาวัตถุมงคลเกี่ยวกับเหล็กไหลตาแรดไปหลายรายการ เช่น แหวนหัวเหล็กไหลตาแรด ประคำโทนเหล็กไหลตาแรด เม็ดเหล็กไหลตาแรดทำจี้คอ รูปเหมือนหลวงพ่อขี่แรด เป็นต้น คุณธงไชย เมื่อบูชาไปครั้งแรกนั้นก็ประมาณต้นเดือนมกราคม 2538 หลังจากวันเกิดครบ 6 รอบ ซึ่งเพิ่งออกวัตถุมงคลให้บูชาเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นก็ได้นำเอาประคำโทนเหล็กไหลตาแรดแขวนติดตัวไว้เสมอ วันหนึ่งได้ลืมเอาเหล็กไหลติดตัวไป เนื่องจากลืมและถอดเก็บไว้แต่ใจได้นึกถึง เหล็กไหลตาแรด แล้วไม่ทราบว่านึกอย่างไรเช่นกัน ก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ในใจว่า หากเหล็กไหลตาแรดศักดิ์สิทธ์จริงขอให้แสดงปาฏิหาริย์ให้ได้เห็นประจักษ์สักครั้ง หลังจากนั้นก็ได้นำเอาเหล็กไหลตาแรดแขวนติดตัวเป็นประจำ จนวันที่ 28 มกราคม 2538 ได้ไปบริจาคโลหิตที่ รพ.ซึ่งได้บริจาคเป็นปกติ ปรากฏว่าขณะที่พยาบาลได้นำเข็มเจาะเลือดมาเพื่อแทงเข้าที่แขนนั้นก็ต้องพบกับความประหลาดใจ เพราะไม่สามารถแทงเข้าได้ จึงได้สอบถามด้วยความสงสัย และคุณธงไชยก็เห็นกับตาว่าเวลาแทงเข็มนั้นก็ได้แทงตามลักษณะปกติที่เคยทำอยู่เป็นประจำทำให้เกิดปิติขนลุกซู่ขึ้นมาทันที และนึกได้ว่าเคยอธิษฐานขอชมบารมีของเหล็กไหลตาแรดไว้ ทำให้ปลาบปลื้มว่าได้พบของจริงและของดีเข้าแล้วหลังจากนั้นก็ได้ติดต่อทางวัดขอบูชาเหล็กไหลตาแรดไปเลี่ยมติดตัวในหมู่ญาติพี่น้องอีกหลายเม็ด

            จากการสนทนากันทราบว่า คุณธงไชย เป็นนักปฏิบัติด้านกรรมฐานคนหนึ่งที่มีจิตสัมผัสสิ่งลี้ลับได้พอสมควร และเคยมีวัตถุมงคลชุดเกี่ยวกับเหล็กไหลของที่อื่นสร้างมาก่อนเช่นกัน อานุภาพก็ไม่ ด้อยกว่าเหล็กไหลตาแรดของวัดถ้ำแฝด ยอมรับว่ามีพลังดีมากทั้ง เมตตามหานิยมแคล้วคลาด คงกระพันและมหาอุด แต่เหล็กไหลตาแรดของที่อื่นนั้นยังไม่เคยแสดงอิทธิฤทธิ์ให้ปรากฏชัดเจน เหมือนเช่น เหล็กไหลวัดถ้ำแฝด และที่มั่นใจว่าเหล็กไหลวัดถ้ำแฝดมีอานุภาพคุ้มครองยอดเยี่ยม ก็เพราะในภายหลังก็ได้ประสบเหตุการณ์อื่นๆ อีกหลายครั้งอย่างที่ไม่เคยเป็นหรือพบมาก่อนเพราะเมื่อก่อนหน้านั้นยังไม่ได้บูชาเหล็กไหลตาแรดวัดถ้ำแฝดมา เวลาทำงานมักจะประสบอุบัติเหตุ เลือดตกยางออกเป็นประจำแต่เมื่อได้บูชาเหล็กไหลตาแรดแล้ว บางครั้งเกิดอุบัติเหตุในการทำงานค่อนข้างรุนแรงน่าจะได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้  แต่กลับเป็นเพียงปูดนูนหรือรอยพกช้ำนิดหน่อย จนตัวเองมั่นใจว่า การสัมผัสของตนไม่ผิดพลาดแน่ เป็นด้วยอำนาจอิทธิฤทธิ์ของเหล็กไหลตาแรดที่ได้มาโปรดตนเองแน่นอน

ปืนยิงไม่ออก

คุณไมตรี บุญสูง คหบดีใหญ่เจ้าของธุรกิจเหมืองแร่ โรงแรม ฯลฯ เคยมาฝังเหล็กไหลตาแรดไว้กับหลวงพ่อสัมฤทธิ์เมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว ในสมัยนั้นท่านเป็นนักธุรกิจในท้องถิ่น และเป็นที่รู้จักกันดีของชาวภูเก็ตรวมทั้งเป็นนักการเมืองในท้องถิ่น ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี ทำให้เกิดศัตรูขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้ท่านต้องแสวงหาครูบาอาจารย์ และเครื่องรางของขลังติดตัวเพื่อคุ้มครองป้องกันภัยภยันตรายต่างๆ

            ได้ทราบกิตติศัพท์ความขลังคงกระพันของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ว่าเป็นหนึ่งไม่แพ้ตำราของเขาอ้อเช่นกันจึงได้เดินทางมาพบหลวงพ่อ ขอฝังเหล็กไหลตาแรดที่แขนทั้งสองข้าง เพื่อความมั่นใจ และภายหลังได้เดินทางกลับถึงภูเก็ต ระหว่างเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวเพื่อกลับเข้าบ้านในตัวเมืองระหว่างทางได้มีมือปืนซ้อนรถจักรยานยนต์ติดตามประกบรถของท่านมา เมื่อถึงสถานที่แห่งหนึ่งก็ได้แซงตีรถคู่กับรถเก๋งของคุณไมตรีรวมทั้งได้ใช้อาวุธสงครามยิงมาที่รถซึ่งกำลังวิ่งอยู่ โดยที่คุณไมตรีก็ไม่ทราบว่ากำลังเกิดเหตุการณ์ที่     น่าระทึกใจขึ้นกับท่าน เพราะไม่ได้สนใจรถข้างๆ มาทราบภายหลังจากพรรคพวกในวงการว่า มีความรู้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 . ดักยิงท่าน แต่ยิงไม่ออกไม่รู้ว่ามีดีอะไร

            เมื่อท่านได้ทราบเหตุการณ์ดังกล่าวไม่นาน ท่านก็ได้ย้อนกลับมาหาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ ที่วัดถ้ำแฝดอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งเล่าเรื่องประสพกับตนเองมา และขอนิมนต์ท่านขึ้นไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อทำพิธีฝังเหล็กไหลตาแรดให้ครอบครัวและบริวารของท่านจำนวนเกือบ 300 คน เพราะมั่นใจในอานุภาพของเหล็กไหลตาแรดเป็นอย่างยิ่ง

            หลวงพ่อกล่าวว่าท่านต้องใช้เวลาทำพิธีฝังเหล็กไหลคราวนั้นถึง 3 วัน เห็นแต่เลือดสีแดงเต็มไปหมดตาลายเลยทีเดียวแต่ก็ได้ค่าบูชาครูเป็นปัจจัยในสมัยนั้นมาประมาณ 3 แสนบาทเศษ ซึ่งนับว่ามากพอดูในสมัยนั้น

             ปัจจุบัน คุณไมตรี บุญสูงและครอบครัว ได้ฝังเหล็กไหลฤาษี เหล็กไหลไพร ไปจากอาจารย์ วัชระ รวมทั้งได้รับมอบ เหล็กไหล ชุดพิเศษ ไปครอบครอง 1 องค์ เพื่อเป็นของที่ระลึกพิเศษจาก ทางวัดถ้ำแฝดเพื่อรับปีมังกรทอง 2543 นี้อีกต่างหาก นับได้ว่าเป็นผู้มีความศรัทธาในธาตุกายสิทธิ์ วัดถ้ำแฝด อย่างมั่นคง ตั้งแต่หลวงพ่อสัมฤทธิ์จนถึงปัจจุบันนี้

ถูกมีดแทงไม่เข้า

            เมื่อกลางปี 2537 ชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นชาวระยอง ซึ่งหลวงพ่อจำชื่อไม่ได้เสียแล้ว ได้มาขอฝังเหล็กไหลไปประมาณเดือนเศษ ได้พาน้องชายและเพื่อนคนหนึ่งมาขอฝังเข็มเหล็กไหลกับท่านพร้อมทั้งเล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองมาสดๆร้อนๆ ในอานุภาพของเหล็กไหลตาแรดที่ได้ช่วยชีวิตของเขาให้รอดตายมาได้

            ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันได้เข้าไปดื่มสุราอาหารกับเพื่อนๆที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง ดื่มกันไปคุยกันไป เกิดมีเรื่องเขม่นกับวัยรุ่นโต๊ะข้างเคียง มองกันไปมองกันมา ก็มีการขว้างแก้วเข้าใส่กัน จนกลายเป็นการตะลุมบอนกันนัวเนีย รู้สึกว่าตนเองถูกมีดแทงอย่างแรงที่หน้าท้อง ก็รู้สึกตกใจ เอามือกุมไว้และเซเสียหลักล้มลงจึงได้เปิดดูบาดแผล เพราะคิดว่าคราวนี้คงแย่แน่ๆ แต่ไม่เห็นมีเลือดออก พบเพียงรอยจ้ำสีแดงเหมือนรอยช้ำแดงๆ เท่านั้นเองจึงนึกขึ้นมาได้ว่าได้ฝังเหล็กไหลตาแรดกับหลวงพ่อสัมฤทธิ์ไว้บัดนี้ของวัดถ้ำแฝดได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ขึ้นมาแล้ว

            แต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่า ก่อนหน้านี้ เคยถูกเข็มเย็บผ้าทิ่มนิ้วตัวเองจนเลือดหยด แต่คราวนี้ถูกมีดแทงอย่างหนักหน่วง   กลับไม่เข้ามันน่าสงสัย ก็นั่นซีครับ

เสี้ยววินาทีแห่งความตาย

            คุณวสันต์ แซ่ตั้ง ขายห่านพะโล้อยู่แถวถนนเยาวราช กรุงเทพฯ โทร 223-5528  ก็เป็นบุคคลหนึ่งที่ศรัทธาในเหล็กไหลตาแรดวัดถ้ำแฝด ก็ได้เดินทางมาฝังเหล็กไหลกับหลวงพ่อไล่ๆ กับรายที่อยู่ระยอง หลังจากนั้นไม่นานเกิดมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับน้องสาวของตนเอง จนกลายเป็นเรื่องยอมกันไม่ได้ ถึงกับท้าทายให้เอามีดมาแทงตนเอง 3 ที ด้วยเพิ่งฝังเหล็กไหลมาใหม่ๆ

            ฝ่ายน้องสาวได้ยินคำท้าดังนั้นก็ไม่ยอมลดละเช่นกัน บอกว่ารอเดี๋ยว พร้อมกับเอามีดทำครัว "กีวี่" มาลับจนคม มิใยที่บิดาผู้เฒ่าจะร้องห้ามปรามไม่ให้พี่น้องทะเลาะกันเพราะถ้าตายคนหนึ่งอีกคนก็ต้องติดคุก แล้วผู้เป็นบิดาจะอยู่กับใคร

            คุณวสันต์เองก็ถือว่าลูกผู้ชาย พูดแล้วไม่คืนคำ และด้วยทิฐิมานะที่จะยอมน้องสาวไม่ได้พอกะว่าได้เวลาก็เดินทื่อเข้าหาน้องสาวทันที ฝ่ายน้องสาวก็รอจังหวะ เห็นพี่ชายทื่อเข้าใส่ก็คิดว่าคงจะถูกทำร้ายก็หลับหูหลับตาสวนมีดเข้าไปข้างหน้าเต็มแรง ถูกหน้าท้องเต็มที่

            ท่ามกลางเสียงหวีดร้องอย่างตื่นตระหนกของคนรอบข้างและบิดา ฉับพลันนั้นสิ่งมหัศจรรย์ก็ได้บังเกิดขึ้นต่อหน้าทุกคนในขณะนั้น ที่มุงดูอยู่ด้วยความหวาดเสียวแทบไม่หายใจ ผลคือมีดนั้นงออย่างเห็นได้ชัดไม่สามารถทำให้ผิวหนังนั้นเป็นบาดแผลได้เมื่อดูภายหลังเห็นเป็นรอยช้ำหนักๆ เท่านั้น

            ทันทีทันใดเหมือนโลกทั้งใบจะหยุดหมุน ความรู้สึกที่สับสน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็ได้บังเกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีแห่งความตายในขณะนั้น ความโกรธที่มีอยู่กลับกลายเป็นความรักความห่วงใย น้ำตาของทั้ง 2 ฝ่ายรวมทั้งบิดาผู้ชราและหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้หลั่งออกมาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน

            เช่นกัน หลังเหตุการณ์ระทึกใจได้ผ่านพ้นไป ความเข้าใจอันดีต่อกันก็กลับคืนมา เหมือนบุญกุลของทุกฝ่ายได้มาประสานกันทำให้เกิดเหตุอันมหัศจรรย์นี้ขึ้น ทำให้เพื่อนๆ คุณวสันต์หลายคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็มาขอฝังเหล็กไหลกันมั่ง เพราะความมั่นใจในพลังจิตอันเข้มแข็งที่ช่วยชีวิตลูกศิษย์ไว้ให้รอดตายโดยเห็นกับตาตนเองหรือช่างเป็นบุญวาสนาที่จะยังไม่ถึงที่ตาย เทพเจ้าจึงได้ปกปักษ์รักษาชีวิตเอาไว้ก็เหลือเดา ขอให้ท่านได้ใช้ดุลยพินิจพิจารณาเอาเอง หรือสงสัยจะโทรถามคุณวสันต์โดยตรงเองเลยก็ได้ คงจะได้คำตอบที่ชัดเจนกว่านี้

เหล็กไหลตาแรดที่เหนียวตลอดกาล

            ต้นปี 2537 เช่นกัน สุภาพสตรีระดับคุณนายภริยานายทหารอากาศที่ดอนเมือง เป็นศิษย์รุ่นเก่าแก่ได้มาฝังเหล็กไหลไปกว่า 10 ปีแล้ว ได้พาคณะมาฝังเหล็กไหล 3 - 4 คน พร้อมทั้งเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเองให้หลวงพ่อฟังโดยมีผู้ที่มาด้วยร่วมกันยืนยัน

            สามีนายทหารอากาศได้ไปมีภรรยาน้อย เมื่อต่อว่าต่อขานก็กลายเป็นทะเลาะวิวาทตบตีกันฝ่ายสามีเกิดบรรดาลโทสะ ถึงขั้นคว้าปืน . 45 ขึ้นเล็งยิงคุณนายตนเองทันที เสียง แช๊ะๆๆ กับเสียงร้องด้วยความตกใจร้องเรียกให้คนช่วยดังลั่นบ้านทำให้เพื่อนบ้านข้างเคียงรีบรุดมาไกล่เกลี่ย

            ฝ่ายสามีก็ได้สติและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ตนเองเกือบเป็นฆาตรกรฆ่าภรรยาตัวเองเสียแล้วจึงถามว่ามีอะไรดี ฝ่ายคุณหญิงนั้นก็ไม่มีอะไรห้อยคอ นึกได้ว่า 10 กว่าปีมาแล้วที่ตนได้ไปฝังเหล็กไหลตาแรดกับหลวงพ่อสัมฤทธิ์ที่วัดถ้ำแฝด ซึ่งกล่าวขานกันในเรื่องมีอิทธิฤทธิ์ กันมีดกันปืนได้ดี จึงได้มากราบและทำบุญกับหลวงพ่อพร้อมกับผู้ที่ใกล้ชิดเหตุการณ์หลายคน

            เรื่องราวต่างๆ เหล่านี้บางรายจำเป็นต้องปกปิดชื่อเสียงเรียงนาม เพราะไม่ได้ขออนุญาตเจ้าตัวนำเรื่องราวมาเปิดเผยแต่อยากให้ทุกท่านได้รับทราบถึงอานุภาพและอิทธิฤทธิ์ที่ปรากฎมาในอดีตจนถึงปัจจุบันว่า เหล็กไหลตาแรด ยังคงเปล่งอานุภาพเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แม้ปัจจุบันนี้ก็มีผู้มาขอฝังเหล็กไหลหรือขอบูชาวัตถุมงคลในชุด เหล็กไหลตาแรดกันอย่างไม่ขาดสาย มาจากทุกส่วนของประเทศ จากเหนือ เชียงราย พะเยา จนถึงใต้สุด นราธิวาส อุบล ศรีสะเกษ สุรินทร์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย ตราด จันทบุรี ชลบุรี ระยอง มีผู้ฝังไปแล้วนับหมื่นราย ในทุกส่วนของประเทศก็ว่าได้

        โดยเฉพาะที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม "โลกทิพย์" มีผู้มาฝังเหล็กไหลครั้งละไม่ต่ำกว่า 40 รายเป็นประจำ โดยเฉพาะวันอาทิตย์แล้ว ที่วัดถ้ำแฝดจะมีญาติโยมมาฝังเหล็กไหลและเสริมดวง เสริมบารมีด้วย "มงกุฏพระเจ้า" กันอย่างล้นหลาม เหมารถตู้มาจากทางไกลในส่วนต่างๆ ทั่วประเทศ บางคราวมากันเป็นรถบัสหลายๆ คัน  เต็มวัดไปหมด จนสถานที่รับแขกคับแคบและเต็มไปด้วยกลิ่นและควันธูปตลบอบอวนไปหมด แต่หลวงพ่อวัชระก็ ยังคงต้อนรับญาติโยมอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเหมือนกัน  พูดคุยกับทุกคนอย่างเป็นกันเอง จากเช้ายันค่ำ บางทีถึงมืดก็บ่อยครั้งด้วยความเมตตาที่ทุกคนเสียสละเวลาและทรัพย์ สินเงินทองมาด้วยความศรัทธา จึงไม่อยากให้ผิดหวังกลับไป

เหล็กไหลตาแรดกับปืนลูกซอง

            เมื่อ 20 เมษายน 2540 ลูกศิษย์ของหลวงพ่อสัมฤทธิ์รายหนึ่งท่านเรียกชื่อว่า " โบ้ " ซึ่งมาจาก "แรมโบ้" เพราะรูปร่างสูงใหญ่ ตัวหนา เป็นลูกศิษย์ที่เคารพนับถือหลวงพ่อมานาน แต่เพิ่งมาฝังเหล็กไหลตาแรดกับหลวงพ่อในช่วงปี 2538 ก่อนหลวงพ่อมรณะภาพไม่นาน

        ปรากฏว่าในวันดังกล่าวได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นและคงต้องจำไปตลอดชีวิต เพราะในช่วงเย็นประมาณ 4 โมงเศษ ได้นัดจะไปธุระเรื่องงานกับเพื่อนชื่อ ประทีป ซึ่งได้ฝังเหล็กไหลตาแรดในวันเดียวกันเป็นผู้ขับรถมารับที่บ้าน ถนนสุขาภิบาล 3 ขณะที่กำลังเตรียมตัวจะขึ้นรถ และก้มจัดของอยู่ ประทีปที่นั่งขับรถอยู่ได้สตาร์ทเครื่องรถรออยู่ ได้เห็นรถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งสวนมา มีคนซ้อนท้ายเข้ามาในระยะใกล้เพียง 3 เมตร ได้ชักอาวุธปืนลูกซองขึ้นมากระบอกหนึ่ง เล็งเป้ามาที่รถดังกล่าว จึงได้ร้องบอกเตือนให้เพื่อนคือ "แรมโบ้" ให้ระวังซึ่งยังคงระวังไม่ทัน เพราะได้ยินเสียงยิงปืนดังแชะ เหมือนปืนยิงไม่ออก เกือบฉับพลันมือปืนก็ชักปืนลูกซองอีกกระบอกขึ้นมายิงออกทันที ปรากฏเสียงดังปังใหญ่ พร้อมกับกระจกหน้ารถและด้านข้างแตกหมด คนขับกับคนที่เก้ๆ กังๆ  ยังไม่มีโอกาสจะขยับตัวหลบด้วยซ้ำ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วกว่าที่คิด

            แต่ดูเห็นว่าจะโชคช่วย เพราะทราบภายหลังว่าเป็นลูกซองเบอร์ 9 และทั้งสองคนก็ปลอดภัยไม่มีบาดเจ็บ เหมือนกับลูกปืนหลบแยกไปด้านข้างทั้งสองคนทั้งๆที่ตนเองก็ไม่ ได้แขวนพระเครื่อง นอกจากมีเหล็กไหลฝังไว้ที่แขนเท่านั้น

            ส่วนคนร้ายเมื่อยิงแล้วก็เสียหลัก วิ่งชนกำแพงบ้านห่างไปนิดหน่อย คนขับถูกจับกุมได้ แต่มือปืนวิ่งหลบหนีไป ก็นับเป็นเรื่องที่อธิบายลำบากว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงฉุกระหุกนั้น เพราะโดยธรรมดาของปืนลูกซอง อำนาจการยิงย่อมครอบคลุมไปทั่วรัศมี และระยะเพียง 3 เมตรสำหรับลูกซองแล้วถือได้ว่าเผาขนทีเดียว แต่ปืนด้านในนัดแรก ถึงนัดที่สองยิงออกแต่แล้วก็แคล้วคลาดจากผลการยิงในครั้งนั้นได้อย่างมหัศจรรย์ แม้เจ้าตัวก็ ยังคงงงอยู่ทุกวันนี้

เหล็กไหลตาแรดกับโชคลาภ

                   เมื่อประมาณ เดือนพฤศจิกายน 39 สามีภรรยาคู่หนึ่งได้มาติดต่อชมเหล็กไหลตาแรด โดยถามย้ำถึงคุณสมบัติ ว่าดีเด่นทางโชคลาภบ้างไหม ทางเจ้าหน้าที่ที่ติดต่อก็ว่ามี ทั้งได้ชักชวนให้โยมได้ฝังเหล็กไหลตาแรด โดยไม่ทราบว่าสามีภรรยาคู่นี้มีมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญแอบแฝงอยู่ พระอาจารย์ วัชระ จึงได้ทำพิธีฝังเหล็กไหลให้ตามความประสงค์

                   เมื่อฝังแล้วทั้งคู่ก็ย้ำเรื่องโชคลาภจากเหล็กไหลอีก ว่าทำอย่างไรดีอยากจะมีโชคลาภในระยะนี้ ซึ่งได้ รับคำแนะนำให้สวดมนต์ นั่งภาวนา สวดพระคาถาปลุกตัวของหลวงพ่อสัมฤทธิ์เป็นประจำ ถ้าเรามีคุณงามความดี มีศีลมีธรรม เทพผู้รักษาเหล็กไหลก็คงจะประทานโชคลาภให้กับเรา

                   ต้นเดือนธันวาคม 2540 สามีภรรยาคู่นี้ได้ย้อนกลับมาทำบุญสร้างเจ้าแม่กวนอิมที่วัดจำนวนหนึ่งพร้อมทั้งเล่าเหตุการณ์หลังจากฝังเหล็กไหลตาแรดไปว่า ตนเองนั้นมีหนี้สินประมาณ 50,000 บาท ได้กู้ยืมเขามา จนปัญญาที่จะหาเงินที่ไหนมาทัน เมื่อทราบข่าวเรื่องเหล็กไหลที่วัดถ้ำแฝด จึงได้หาเงินค่าบูชามาด้วยหวังว่า อานุภาพของเหล็กไหลจะช่วยให้มีโชคมีลาภ เพราะหมดหนทางจริงๆ

                   เมื่อได้ฝังกลับไปแล้วเวลาอยู่ที่บ้านพอทำภาระกิจประจำวันเสร็จเรียบร้อย ก็ได้สวดมนต์ไหว้พระ เจริญกรรมฐาน เอาพระคาถาปลุกตัวที่ได้ไปสวดภาวนาไปเรื่อย  ก่อนวันที่ 15 .. ขณะที่นั่งกรรมฐานอยู่ หูก็แว่วเสียงบอกตัวเลขได้ยินชัดเจน แต่ตนเองก็ไม่มีเงินพอที่จะไปเสี่ยงทายได้ ก็เลยอธิษฐานจิตขอให้มีทางได้เสี่ยงโชคลาภดู ก็เลยโทรวิ่งเลขตัวเดียวไป 20,000 บาท เพราะมั่นใจว่าจะมี โชคแน่ๆ เพราะไม่เช่นนั้นก็คงอยู่ไม่ได้ ด้วยถึงเวลาที่เจ้าหนี้จะมาบีบบังคับเอาเงินแล้ว

                   ผลปรากฏว่า เลขวิ่งที่แทงตรงกับเลขท้าย 3 ตัว ของรางวัลที่หนึ่งของงวดนั้น ก็เลยทำให้ได้เงินมา 40,000 บาท โดยที่ไม่ได้มีเงินติดตัวและแทงปากเปล่าทางโทรศัพท์ หากไม่ถูกก็คิดว่าจะหนีไปทำมาหากินที่อื่นอยู่แล้ว จึงทำให้มีเงินใช้หนี้ใช้สินเขา พองวดของฉลากออมสินก็เลยใช้วิธีเดิมอีก ก็ได้ยินเสียงมากระซิบบอกอีก ก็ใช้วิธีเดิมคือแทง 20,000 บาท ผลก็ถูกอีกได้เงินมา 40,000 บาท ทำให้ลืมตาอ้าปากได้ ได้นำเงินไปลงทุนทำร้านโป๊ยเซียนขาย จึงได้มารายงานให้ทราบและร่วมทำบุญสร้างเจ้าแม่กวนอิมด้วย

เหล็กไหลตาแรดกับ เอ็ม16

                   เรื่องราวเหล่านี้ได้ถูกถ่ายทอดโดย คุณลุงชม้อย  รัตตะ อายุ  72 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 1/13.ตะเคียนทอง อ.เขาคิชฌกูฎ จ.จันทบุรี ได้พาหลานชายหลายคนมากราบหลวงพ่อวัชระ และแสดงความจำนงให้หลวงพ่อช่วยฝังเหล็กไหลให้กับหลาน ๆ ด้วย

                   จากนั้นได้นำตัวหลานชายชื่อ นายสำราญ  รัตตะ อายุ 27 ปี เข้ามากราบหลวงพ่อวัชระเป็นพิเศษ ต่อจากนั้นเรื่องราวเหมือนปาฏิหาริย์จากประสพการณ์ สด ๆ ร้อน ๆ ที่เกิดขึ้นกับหลานชายคนนี้ก็ได้ถูกคุณลุงชม้อยถ่ายทอดออกมา

นายสำราญ มีอาชีพทางค้าขาย วันเกิดเหตุ ได้ขับรถปิคอัพบรรทุกกล้วยไปขายตามปกติ ส่วนเพื่อนอีกคนหนึ่งได้บรรทุกอาหารทะเล จำพวก กุ้ง ปลาหมึก ไปตามเส้นทางสายคลองหาด ก่อนถึงด่านคลองหาดซึ่งเป็นเขตติดต่อระหว่าง ไทย-เขมร ได้ปรากฏกลุ่มโจรเขมรพร้อมอาวุธร้ายแรง จำนวน 5 คนอยู่ข้างทาง ได้โบกให้รถคันหน้าที่ขายอาหารทะเลจอด แล้วไล่คนขับลงจากรถ

                   ส่วนรถนายสำราญได้ขับตามมาข้างหลังก็ถูกเรียกให้จอด คนร้ายได้ใช้อาวุธปืน เอ็ม 16 ขู่บังคับให้ลงจากรถ ด้วยความเสียดายรถที่ใช้ทำมาหากิน จึงตัดสินใจเร่งเครื่องขับรถหนีทันที กลุ่มโจรเขมรจึงระดมยิงมายังด้านหน้า และด้านคนขับ ปรากฏว่ากระจกรถทั้งด้านหน้าและด้านข้างแตกละเอียด ยางหน้าแตก ประตูด้านคนขับเป็นรูพรุนไปหมด แต่นายสำราญกลับไม่ได้รับอันตรายแม้แต่น้อย มีแต่ลูกจ้างที่นั่งข้างคนขับถูกกระสุนถากนิ้วหัวแม่มือเล็กน้อยเท่านั้น

                   คุณลุงชม้อย เล่าไปด้วยน้ำตาคลอเบ้า เพราะหลานชายและรถคันนี้หาเลี้ยงคนทั้งครอบครัว หากรถถูกยึดไปหรือหลานชายเป็นอะไรไปนั้น หมายถึงความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงของครอบครัวจะตามมา และมั่นใจในอานุภาพของ  เหล็กไหลตาแรด ที่หลานชายได้ฝังกับหลวงพ่อสัมฤทธิ์ เมื่อปี 2538 ได้ช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยทั้งตนเองและบุคคลที่อยู่ใกล้ชิด

                   วันนี้จึงตั้งใจจะมากราบสังขารของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ ด้วยความสำนึกในบุญคุณที่คุ้มครองลูกหลานให้ปลอดภัย และนำหลาน ๆ พร้อมเพื่อน ๆ มาฝังเหล็กไหลกับ หลวงพ่อวัชระด้วย และมีความเชื่อมั่นศรัทธาเต็ม 100 ในอานุภาพของเหล็กไหลตาแรด  วัดถ้ำแฝด พูดไปน้ำตาก็ไหลไป ด้วยความตื้นตันใจนั่นเอง

จดหมายยืนยัน

                     บทพิสูจน์ที่ว่าเหล็กไหลวัดถ้ำแฝดไม่มีวันเสื่อม ดังที่เกจิอาจารย์หลายท่านกล่าวว่า ของดี ของจริง ไม่มีวันเสื่อม ของที่เสื่อมไม่ดีจริง ผู้เขียนได้อ่านจดหมายที่ ท่านผู้อ่านส่งไปถึงหลวงพ่อวัชระที่วัดถ้ำแฝด จากประสบการณ์ที่ผู้เขียนเคยนำเสนอ สองสามีภรรยาที่มาฝังเหล็กไหลตาแรดจากวัดถ้ำแฝด แล้วได้รับคำแนะนำจากหลวงพ่อวัชระให้ท่องคาถาปลุกตัวเฉพาะสำหรับผู้ที่ฝังเหล็กไหลและสวดมนต์ปฏิบัติสมาธิจนได้ยินเสียงบอกตัวเลขจึงนำไปซื้อหวยถูก 2 งวดซ้อนติดกันจนสามารถปลดหนี้สินได้

                   วันนี้จดหมายจาก ส..ทรัพย์มงคล ปันทะจันทร์ ได้ยืนยันว่าเหล็กไหลวัดถ้ำแฝดนำโชค และไม่เสื่อมตามกาลเวลาถึงแม้จะฝังเหล็กไหลนานมาแล้วแต่ยังศักดิ์สิทธิ์อยู่ ในจดหมายว่าดังนี้

นมัสการ พระอาจารย์วัชระ เอกวัณโณ

กระผม ส..ทรัพย์มงคล ปันทะจันทร์ ชื่อเดิมคือ สมศักดิ์ มีความประสงค์จะร่วมทำบุญในการสมทบทุนสร้างอาคารอเนกประสงค์ และเจ้าแม่กวนอิม ร่วมกับวัดถ้ำแฝดในฐานะศิษยานุศิษย์ในพระเดชพระคุณหลวงพ่อสัมฤทธิ์และพระคุณเจ้า ตามที่พระอาจารย์ได้เคยแจ้งข่าวการก่อสร้างให้ทราบแก่กระผมตั้งแต่มาฝังเหล็กไหลตาแรดก็นานมาแล้ว ไม่ได้อธิษฐานขอบารมีของเหล็กไหลเลย เพิ่งมาทดลองขอบารมีเหล็กไหลและหลวงพ่อสัมฤทธิ์และพระอาจารย์ว่า ถ้ากระผมถูกหวยในงวดนี้จะได้ส่งปัจจัยมาร่วมทำบุญ แล้วผมก็ถูกจริงๆแต่ได้ไม่มากเพราะมีทุนในการซื้อน้อยจึงได้ส่งปัจจัยมาร่วมทำบุญ 1,000 บาทก่อน ถ้าโอกาสหน้ามีโชคอีกกระผมจะหาโอกาสมาทำบุญกับพระอาจารย์ด้วยตนเอง อยากจะมาฝังเหล็กไหลฤาษีอีกแต่ยังไม่ค่อยมีเวลา ปัจจุบันนี้กระผมรับราชการที่ ใหม่แล้ว ตามที่อยู่ข้างล่างนี้ คือ ส..ทรัพย์มงคล ปันทะจันทร์ รพศ.1  พัน1 ร้อย2 ค่ายวชิราลงกรณ์ พลร่มป่าหวาย ต.ป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี 15000 

 จึงนมัสการเรียนมาด้วยความนับถืออย่างสูง

                 บางท่านอ่านจดหมายแล้วอยากจะฝังเหล็กไหลบ้างแต่ก็ยังกลัวว่าจะเจ็บหรือไม่ เท่าที่ผู้เขียนสอบถามผู้ที่มาฝังหลายท่านกล่าวตรงกันว่า เหมือนมดกัดไม่เจ็บเลย แต่ถ้ายังไม่แน่ใจผู้เขียนแนะนำให้บูชาพระเหล็กไหลรุ่นเจ้าทรัพย์หรือรุ่นอื่น ๆ พกติดตัวก็ได้เหมือนกัน เพราะพระทุกเนื้อทุกพิมพ์มีผงเหล็กไหลของวัดถ้ำแฝดผสมอยู่ 

เหล็กไหลกับการรักษาโรค

พระอาจารย์สิทธา เชตวัน ผู้มีญาณพิเศษสัมผัสกับสิ่งลี้ลับ วัตถุธาตุ กายสิทธิ์ พลังจิตที่ซับซ้อน ได้มากราบเคารพสังขารของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำแฝด ด้วยมีความเคารพนับถือและศรัทธาในหลวงพ่อเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีโอกาสสนทนากับ พระอาจารย์วัชระ เอกวัณโณ รักษาการณ์เจ้าอาวาสและทายาทผู้สืบทอดวิชาทั้งปวงจากหลวงพ่อสัมฤทธิ์เพียงองค์เดียว


            พระอาจารย์สิทธาได้กล่าวถึงเหล็กไหลตาแรดและเหล็กไหลฤาษีว่าท่านเองได้มีประสบการณ์ที่แปลกเกี่ยวกับเหล็กไหลชุดนี้ กล่าวคือน้องสาวท่านคนหนึ่งป่วยเป็นโรคภูมิแพ้เป็นเม็ดผื่นคันขึ้นตามตัวอยู่เนืองนิตย์ได้พยายามรักษาตามแพทย์ปัจจุบันและแผนโบราณมานาน แต่อาการดังกล่าวก็หายเพียงชั่วคราวไม่นานก็เกิดขึ้นอีก พอดีท่านได้มอบ ประคำเหล็กไหลของวัดถ้ำแฝดที่ได้มาจากหลวงพ่อสัมฤทธิ์คราวที่มานมัสการท่านเมื่อมาสนทนาเรื่องธรรมะและท่านได้ให้ประคำเหล็กไหลมาเส้นหนึ่งจึงได้มอบให้น้องสาวผู้นั้นสวมติดตัวไว้

            ปรากฏว่าน้องสาวท่านก็ได้สวมติดตัวอยู่เสมอ เป็นที่สังเกตุว่าในระยะหลังนั้นไม่ มีอาการของโรคผื่นคันปรากฏตามตัวอีกเลย อีกทั้งอาการเจ็บปวดเมื่อยตามตัวก็พลอยหายไปด้วย โดยที่ไม่ต้องพึ่งยาจากหมออีกต่อไป ทำให้เชื่อมั่นว่าเป็นอานุภาพของเหล็กไหลที่สวมติดตัวอยู่ ซึ่งท่านอาจารย์สิทธาก็ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ประคำเหล็กไหลนั้น นอกจากมีอานุภาพทางการป้องกันภัยแล้วยังสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้จริง

            เพราะปกติแล้วการเกิดโรคภัยไข้เจ็บในคนเรานั้น สืบเนื่องมาจากการผิดปกติของธาตุขันธ์ อันเกิดจากความวิปริตของธาตุทั้ง 4 อันได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ธาตุตัวใดบกพร่องไปก็จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้น อานุภาพของประคำเหล็กไหล ซึ่งมี พลังของสนามแม่เหล็กอันเกิดจากฌาณหรือพลังปราณของผู้รักษาเหล็กไหลนั้น ได้แผ่ กระจายไปตามร่างกายแล้วปรับธาตุตัวที่ผิดปกตินั้นให้เกิดความสมดุลย์ของธาตุขึ้นในร่างกาย ทำให้อาการเจ็บป่วยภายในหายไปเองได้ เฉกเช่นเตียงหรือที่นอนสนามแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ เม็ดพลังสนามแม่เหล็กที่ขายกันอยู่ทั่วไปในขณะนี้ แตกต่างกันที่เหล็กไหลชุดนี้เป็นธาตุกายสิทธิ์ ที่มีพลังโดยธรรมชาติผนวกกับพลังฌาณอันเกิดจากเทพผู้รักษาเหล็กไหลและการประจุพลังโดยพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงฤทธิ์ จึงเพิ่มพูนฤทธิ์อำนาจในหลายทาง

เหล็กไหลตาแรดกับวิญญาณร้าย

              นายนพคุณ  สายวานิช พักอยู่บ้านเลขที่ 797/9.สุทธิพร ถ.ประชาสงเคราะห์ 2 ดินแดง กรุงเทพฯ โทร. 2482388 อาชีพรับจ้าง

คุณนพคุณ ได้มาฝังเหล็กไหลตาแรดกับหลวงพ่อวัชระ เมื่อ เดือน สิงหาคม 2543 นี้เอง แต่ พอวันที่ 12 กันยายน 43 ได้ย้อนกลับมาหาหลวงพ่อวัชระ เพราะมีอาการผิดปกติตั้งแต่วันฝัง พอดีเป็นวันอาทิตย์เห็นหลวงพ่อแขกแยะ ก็เลยเกรงใจไม่ได้เข้าไปสอบถามได้แต่เก็บความสงสัยไว้ แต่ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ปรึกษากับเพื่อน ๆ ที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้น ก็บอกว่าให้กลับไปให้หลวงพ่อแก้ไขให้ เพราะไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร

              คุณนพดล ได้เล่าให้หลวงพ่อฟังว่า วันนั้นพอฝังเสร็จได้ขึ้นไปกราบสังขารหลวงพ่อสัมฤทธิ์บนมณฆป พอลงมารู้สึกเจ็บที่แผลฝังเหล็กไหล ก้มมองดูเห็นบริเวณที่ฝังเม็ดเหล็กไหลบวมใหญ่ผิดปกติ เลือดก็ออกมาก ก็คิดว่าทุกคนที่ฝังใหม่ ๆ จะเป็นอย่างนี้ ยังเรียกเพื่อนที่ไปด้วยกันมาดู แต่ไม่ได้ติดใจอะไร

              อาทิตย์ต่อมาบาดแผลหายสนิท ก็รู้สึกผิดสังเกตในตัวเอง เพราะรู้สึกเม็ดเหล็กไหลจะดิ้นได้และดิ้นแรงในบางครั้ง บางทีเหมือนพลังจากเหล็กไหลวิ่งเป็นสายไปตามปลายนิ้ว และมีก้อนอะไรบางอย่างวิ่งไปตามแขนตามขาขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอดเวลา และรู้สึกปวด ทำให้นอนไม่หลับ แม้เวลาทำงานก้อนเหล่านี้ประมาณ 2-3 ก้อนก็วิ่งไปทั่วตัวจนรู้สึกปวด เวลาวิ่งจะมองเห็นเป็นก้อนอยู่ใต้ผิวหนังนูนขึ้นมา จึงปรึกษาเพื่อน ๆ ที่ไปวัดด้วยกัน ทุกคนก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน จึงแนะนำว่าควรไปที่วัดให้หลวงพ่อแก้ไขให้ดีกว่า

              หลังจากหลวงพ่อได้รับฟังเรื่องราวเหล่านี้แล้ว ก็พบว่าสิ่งผิดปกตินั้นเกิดจากวิญญาณที่ไม่ดี แฝงอยู่ในกายมานาน พอได้ฝังเหล็กไหลเข้าไป ปู่เหล็กไหล ก็เลยไล่ขับพวกวิญญาณที่รบกวนอยู่ ทำให้เม็ดเหล็กไหลเต้นหรือกระตุกเตือนถึงสิ่งผิดปกติในกาย แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ยอมออกไป ก็เลยพยายามหลีกหนีพลังจากเหล็กไหล วิ่งพล่านไปทั่วตัวและหาทางออกจากร่างกายไม่ได้

              พอเริ่มบำบัดรักษา ไอ้ก้อนที่รบกวนเหล่านี้ ก็เริ่มวิ่งพล่านตั้งแต่ศรีษะ ตามบ่า แผ่นหลัง ลงไปที่โคนขา ปรากฏว่าคุณนพดลกำลังนั่งให้หลวงพ่อบำบัดอยู่ ก็เกิดอาการแปลก ๆ คือ ลำตัวค่อย ๆ เอนต่ำไปข้างหลัง โดยศรีษะไม่ล้มฟาดลงไป พอศรีษะแตะพื้น แขนขาก็เกิดการกระตุก เป็นระยะ ๆ เพียงอึดใจใหญ่อาการกระตุกก็ซาและหยุดลง หลวงพ่อวัชระจึงปลุกคุณนพดลให้ลุกขึ้น

              พอลุกขึ้นนั่งได้ก็งง ๆ บอกว่าตอนที่หลวงพ่อทำพิธีให้อยู่นั้น รู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา แต่รู้สึกตึงหลังมาก จนนั่งตัวตรงไม่ได้ มันเอนไปข้างหลังเอง ฝืนประคองตัวไม่อยู่  พอศรีษะถึงพื้น รู้สึกมีก้อนอะไรหลายก้อนวิ่งจากช่วงหลัง ผ่านโคนขาวิ่งไปสู่ปลายเท้าและมีการกระตุกเป็นระยะ ๆ และค่อย ๆ เบาลง จนหลวงพ่อปลุกให้คืนสติขึ้นมา ก็รู้สึกว่าร่างกายโปร่งเบา โล่ง ทำให้รู้สึกอัศจรรย์ในพลังของ เหล็กไหลตาแรดเป็นอย่างยิ่ง เพื่อน ๆอีกหลายคนที่ทำงานอยู่ร่วมกัน กำลังเก็บเงินจะมาฝังเหล็กไหลตาแรดเร็ว ๆ นี้

เหล็กไหลตาแรดขับไล่วิญญาณ

              เรื่องนี้เกิดจาก สุภาพสตรี  ท่านหนึ่งที่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ บ้านอยู่แถวถนนเพชรบุรี พญาไท กรุงเทพฯ ได้มาฝังเหล็กไหลตาแรด เมื่อก่อนเข้าพรรษาในปี 2543 เธอเล่าว่าได้ยินเพื่อนพูดถึงเรื่องเหล็กไหลวัดถ้ำแฝด ก็เลยสนใจอยากมาศึกษา

              หลังจากได้ทำพิธีเสริมดวงแล้ว ก็ได้สนทนากับหลวงพ่อวัชระในเรื่องเหล็กไหลวัดถ้ำแฝด ปรากฏว่า เธอผู้นี้ก็เลยศรัทธาขอฝังเหล็กไหลทันที เพราะได้ทราบถึงอานุภาพเหล็กไหลตาแรดตั้งแต่อดีตจนถึงในขณะนี้ว่ายังคงขลังศักดิ์สิทธิ์ตลอดกาล

              พอฝังเสร็จ เธอก็ถอยหลังไปนิดหนึ่ง ทันใดหลวงพ่อก็เห็นเธอควานหายาดมออกมาดม ก็ เลยถามว่า โยมเห็นเลือดแล้วเป็นลมเหรอ เธอตอบหลวงพ่อว่า ไม่ใช่ เพราะเคยผ่าตัดน่ากลัวกว่านี้แยะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรมันแน่นหน้าอก อึดอัดหายใจจะไม่ออก ขณะที่คุยกันได้ไม่กี่คำ เธอผู้นั้นและหลวงพ่อก็ได้เห็นว่า  ที่บริเวณฝังเม็ดเหล็กไหลเกิดอาการผิดปกติ เหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างวิ่งผ่านจากไหล่ไปบริเวณที่ฝังเหล็กไหล เห็นกล้ามเนื้อนูนใหญ่กระตุกแรง ๆ หลายครั้งแล้ววิ่งผ่านข้อศอกไปที่ข้อมือ พักเดียวเส้นเอ็นที่หลังมือทุกเส้นโนนปูดและมือก็เกร็งผิดปกติ

              เธอผู้นั้นก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หลวงพ่อท่านรู้ก็เลยแก้ไขให้เพียงชั่วอึดใจไม่ถึง 5 นาที อาการที่หลังมือค่อยเบาลง นิ้วทุกนิ้วสั่นระริกเกร็งกระตุกอยู่ครู่ใหญ่ จึงค่อยลดลงจนอยู่ในสภาวะปกติ หลวงพ่อก็เลยถามขึ้นว่า ปวดไหล่มากี่ปีแล้ว เธอตอบว่า 3 ปีเศษ หมอบอกว่าเส้นเอ็นอักเสบทานยาและทนเอาบ้าง หลวงพ่อจึงบอกว่าเหล็กไหลที่ฝังนั้นแหละท่านช่วยขับสิ่งที่ไม่ดีที่เกาะอยู่บนไหล่มานานให้ออกไป เพราะสิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นของกาลกิณี ที่จะทำให้ชีวิตเราตกอับ ทำมาหากินไม่ขึ้น ถ้าไม่ขับมันออกไป

              เธอรู้สึกดีใจที่ได้พบความมหัศจรรย์ ของ เหล็กไหลทันตาเห็น ไม่ใช่เพียงแค่คำเล่าขานหรือคำเล่าลือ เธอจึงมีความเชื่ออย่างสนิทใจว่า ธาตุกายสิทธิ์ที่ว่านี้มีอานุภาพเกินคุ้ม และเชื่อว่าเหล็กไหลที่ไหนก็แล้วแต่ คงไม่เหมือนเหล็กไหลที่วัดถ้ำแฝดแน่นอน เพราะได้พิสูจน์คุณสมบัติทันตาเห็น

              เรื่องราวและประสพการณ์ ตั้งแต่ในอดีตสมัยหลวงพ่อสัมฤทธิ์ จนถึงในยุคปัจจุบัน หลวงพ่อวัชระ เหล็กไหลทุกชนิดของวัดถ้ำแฝด ก็ยังคงเปล่งอานุภาพเหมือนเดิมหรือมากยิ่งกว่าเดิม เพราะด้วยเจตนาการกระทำ ที่ประกอบไปด้วยกุศลจิต ความมุ่งมั่นในการพัฒนาศาสนสถาน เพื่อเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน กับความเป็นผู้ใฝ่ใจในการศึกษาปฏิบัติต่อเนื่อง จนเป็นที่ศรัทธาของสาธุชนทั่วประเทศ ย่อมเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความสูงส่งในพลังจิต ทำให้เทพพรหมผู้รักษาเหล็กไหลเหล่านี้ได้มีส่วนร่วมเสริมสร้างบารมี และความศักดิ์สิทธิ์ให้เกิดแก่  วัดถ้ำแฝด แทบจะทันทีทันใดหลายต่อหลายราย มากเกินกว่าจะนำมาเล่าสู่กันฟังได้