เรื่องจริงเหล็กไหล ตอน2

พระอาจารย์สิทธากับเหล็กไหลวัดถ้ำแฝด 

เมื่อคราวที่พระอาจารย์สิทธา เชตะวัน ได้มากราบและขอชมเหล็กไหลของวัดถ้ำแฝดจาก หลวงพ่อสัมฤทธิ์นั้น ท่านชมทั้งเหล็กไหลตาแรด และ เหล็กไหลฤาษี ไปพร้อมกัน ดังนั้นเมื่อได้วิเคราะห์เหล็กไหลตาแรดไปแล้ว คราวนี้ท่านจึงได้หันมาสนใจ เหล็กไหลฤาษี ทันที โดยใช้หลักการของ ไสยพุทธศาสนา 7,000 ปี ซึ่งเมื่อท่องบ่นสาธยายมนต์แล้วก็จะเกิดญาณรู้เห็น แบบมนตรยาน โดยมีสัมมาสมาธิเป็นบาทฐานไม่ใช่มิจฉาสมาธิ

                   เพราะฤาษีถือศีลพรหมวิหาร 4 เคร่งครัดมาก มีศีลธรรมสูงจะไปเรียกว่าเป็นพวกมิจฉาทิฎฐิไม่ได้ เมื่อตายไปแล้วก็ไปเกิดเป็นพระพรหมบนพรหมโลก เพราะประพฤติพรหมจรรย์เหมือนพระภิกษุเหมือนกัน

                   เหล็กไหลประเภทนี้มีสภาพเหมือนกับแร่โลหะประเภทหนึ่งที่มีสีมันวาวแกมเทาและสีอื่นๆ ดูดติดกันเหมือนแม่เหล็กแต่แรงกว่า แต่ขั้วแม่เหล็กชี้ไปทางทิศตะวันออก  เพราะไม่ว่าท่านจะจับหมุนอย่างไร เวลาหยุดก็จะหันไปทางทิศตะวันออกตลอด  ด้วยเหตุผลว่า เหล็กไหลฤาษี มีองค์เทพผู้รักษาเป็นปู่ฤาษี ที่ทรงฌาณ จึงปรากฏอานุภาพ ทั้งทางเมตตามหานิยม  โชคลาภ แคล้วคลาด คงกระพัน แปลกและน่าทึ่งเมื่อเวลานำเอาเหล็กไหล 2 ก้อนมาวางใกล้กันจะวิ่งเข้าหากันหรือมีแรงดึงดูดติดกันอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก อีกอย่างหนึ่ง ฤาษี ท่านบูชาไฟก็ จะบูชาพระอาทิตย์ด้วย ดังนั้นเหล็กไหลชุดนี้จึงแปลกที่หันไปทางทิศตะวันออกเสมอ

                   เหล็กไหลฤาษีและเหล็กไหลเงินยวงนี้ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ได้เก็บรักษาไว้นานแล้ว โดยที่ ยังไม่เคยมอบให้กับใครมาก่อน แต่เนื่องจากท่านเริ่มการก่อสร้าง อาคารปฏิบัติธรรม และ รูปเหมือนพระโพธิสัตว์กวนอิม ทำให้ต้องเร่งหาเงินทุนมาดำเนินการก่อสร้าง จึงได้ตัดสินใจนำเอาเหล็กไหลชุดพิเศษนี้ออกมาให้ชมบารมีกัน สุดแท้แต่วาสนาผู้มีบุญเท่านั้นจึงจะมีสิทธิครอบครอง

คุณสมบัติพิเศษของเหล็กไหล

                   จากการทดสอบของ พระอาจารย์สิทธา เชตะวัน ท่านได้ให้การวิเคราะห์ถึง เหล็กไหลฤาษี  และ เงินยวง นี้ว่า

·     พลังดึงดูดเหมือนแม่เหล็กแต่แรงกว่ามาก

·     ถ้านำองค์เหล็กไหลทรง รักบี้ หรือ ดอกบัวตูม วางไว้บนพื้นที่เรียบและสะอาดจะพบว่า เหล็กไหลจะหมุนตัวเองและหยุดนิ่งในแนวทิศตะวันออก ซึ่งแตกต่างจากแม่เหล็กทั่วไป ที่ขั้วแม่เหล็กจะชี้ไปทางทิศเหนือเท่านั้น

·     พลังกระแสคลื่นแม่เหล็กที่ปรากฏนั้น พบว่าได้มีการประจุพลังปราณหรือกระแสปราณ ซึ่งเป็นกระแสพลังของคาถาอาคมหรือพลังสมาธิจิตระดับฌาณ

พลังปราณ

พระอาจารย์สิทธา เชตะวัน ได้อธิบายขยายเรื่องพลังปราณนี้ต่อไปว่า ตามปกติพลังปราณหรือกระแสปราณจะมีอยู่โดยธรรมชาติในผืนดินหรือท้องฟ้า เป็นกระแสพลังงานตามธรรมชาติ เป็นพลังลึกลับมี อำนาจแผ่กว้างไปทั่วสากลจักรวาลอันไม่มีขอบเขต พวกโยคีหรือฤาษีเป็นผู้ค้นพบปราณและให้ความเชื่อถือในพลังปราณยิ่งนัก ในทางวิทยาศาสตร์กล่าวว่า พลังปราณเป็นกระแสคลื่นแม่เหล็ก

                   โยคีที่สำเร็จ โยคึภูมิชั้นสูง ซึ่งเทียบเท่า จตุตถฌาณ และ อภิญญา 5 กล่าวว่า พลังปราณหรือพลังกระแสคลื่นแม่เหล็กที่ประจุเข้ากับวัตถุอิทธิ เช่น พระเครื่องและของขลัง  พลังปราณหรือกระแสคลื่นแม่ เหล็กธรรมชาติ จะวิ่งโคจรแผ่รัศมีกว้างไปรอบ ๆ พระเครื่องและของขลังนั้นอยู่ตลอดเวลา ก่อให้เกิด แมกเนติคฟิลด์ หรือ พลังสนามแม่เหล็กขึ้น และเกิดสูญญากาศด้วย เมื่อมีภัยอันตรายใด ๆ พลังกระแสแม่เหล็กหรือพลังปราณนี้จะป้องกันอันตรายนั้น ๆ ให้หมดสิ้น เป็นไปตามแรงอธิษฐานจิตของผู้ประจำพลัง

พลังอิทธิเวทย์

                   พระเครื่องรางของขลังที่ได้รับการปลุกเสกหรือบรรจุพลังจากพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงพลังจิตแล้วย่อมปรากฏอานุภาพออกตามที่ท่านได้อธิษฐานจิตไว้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ พระอาจารย์สิทธา เชตะวัน ซึ่งได้มาสัมผัสกับเหล็กไหลวัดถ้ำแฝด ได้ให้ทัศนะหรือการวิเคราะห์ในเรื่องพลังของวัตถุมงคลที่ทรงอานุภาพไว้ด้วยเหตุดังนี้

                   พระเครื่องของขลังที่ได้รับการ บรรจุพลังปราณหรือพลังแม่เหล็กด้วยอำนาจสมาธิจิตของพระเกจิอาจารย์ จะทำให้พระเครื่องของขลังนั้นประจุแน่นไปด้วยพลังปราณ และจะแผ่รังสีออกมาโคจรหมุนวนออกไปรอบ ๆ พระเครื่องของขลังนั้นตลอดไป (ยกเว้นจะถูกนักเลงดีคัดถอนเอาด้วยวิชา) เมื่อมีกระสุนปืนพุ่งตรงเข้ามาก็จะถูกรังสีของพลังปราณทำให้เป็นไปคือ

·     ลดแรงผลักดันของกระสุนปืนอย่างเฉียบพลันให้อ่อนตัวลงแฉลบไปทางอื่น เรียกว่าแคล้วคลาด

·     แรงผลักดันของกระสุนปืนจะอ่อนกำลังลง แต่กระสุนพุ่งเข้ากระทบร่างกายคล้ายถูกขว้างปาด้วยก้อนหิน แต่ไม่ใช่เข้าผิวหนังเพียงแต่เป็นจุด

1.  ถ้ารู้สึกเจ็บเป็น คงกระพัน

2.   ถ้าไม่เจ็บเลยเป็น คงกระพันชาตรี

3.   เหตุที่รู้สึกเจ็บหรือไม่เจ็บเกิดขึ้นจากพระเครื่องของขลังนั้นแผ่รังสีไปกระทบ ต่อมแอดเดรนัลในร่างกาย ต่อมแอดเดรนัลจะขับสารหรือธาตุเหลวชนิดหนึ่งออกมา ก่อให้เกิดประกายไฟฟ้าวิ่งไปทั่วทุกเซลล์ กล้ามเนื้อเกร็งตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ขณะเดียวกันก็ไปกระตุ้นกระแสจิตให้รวมตัวเป็น ขณิกสมาธิแก่กล้าเฉียด ๆ อุปจารสมาธิ และอำนาจพลังสมาธินั้นจะสัมปยุตเป็นเหนึ่งเดียวกับรังสีพลังปราณตากพระเครื่องชองขลัง

·     พลังปราณนั้นถ้าแรงกล้า รังสีปราณจะสัมปยุตกับพลังจิตซึ่งเป็นธาตุรู้ เมื่อจิตที่เป็นธาตุรู้สัมปยุตกับพลังปราณนั้นสัมผัสรู้ว่า กำลังมีคนมาลั่นไกปืนใส่ด้วยเจตนาประสงค์ร้าย รังสีปราณก็จะพุ่งสวนทางไป ทำให้เกิดช่องว่าง หรือ อวกาศขึ้นระหว่างเข็มแทงชนวนกับแก๊ปปืน ทำให้นกสับเข็มแทงชนวนเบาลง ปืนก็ไม่ลั่น เรียกเป็น มหาอุด

·     อนึ่งในกรณีที่ยิงออกแต่ปากกระบอกปืนแตก เป็นเพราะจิตอันเป็นธาตุรู้ สัมปยุตกับรังสี ปราณ บันดาลให้กระสุนระเบิดทำลายปากกระบอกปืนเป็นการสั่งสอน เป็นเรื่องของจิตซึ่งเป็นธาตุรู้คิดรู้กระทำนี้ เป็นความลึกลับซับซ้อนมหัศจรรย์ มันทำงานอย่างมีระบบพิสดารยากที่เราจะเดาออก แต่เมื่อเราค่อย ๆ ศึกษาเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ สักวันหนึ่งก็คงจะเข้าใจได้เองในเรื่องมหัศจรรย์นี้

บารมีเหล็กไหลฤาษี

                   เรื่องนี้หลวงพ่อวัชระ ในขณะที่ทำหน้าที่เป็นพระเลขาของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ได้เล่าถึง ประสพการณ์ที่ เกิดขึ้นกับตนเอง เกี่ยวกับฤทธิ์อำนาจพลังแห่งเทพพรหมผู้รักษาเหล็กไหลฤาษี จากการที่ไปเกี่ยวข้องกับธาตุ กายสิทธิ์เหล่านี้และได้ไปล่วงละเมิดเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะมิได้มีเจตนาจะปรามาส หรือ ลบหลู่ต่อสิ่งศักดืสิทธิ์หรือเทพพรหมผู้รักษาเหล็กไหลฤาษีแต่ประการใดไม่

                   เมื่อก่อนเข้าพรรษา ในปี 2535 นับเป็นครั้งแรกที่ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ได้เริ่มจัดสร้างวัตถุมงคลหลายรูปแบบ เพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกและสมนาคุณแด่ผู้มีจิตศรัทธา ร่วมทำบุญก่อสร้างอาคารปฏิบัติธรรมและพระโพธิสัตว์กวนอิม สิ่งหนึ่งที่ท่านได้นำออกมาให้บูชาก็คือ เหล็กไหลตาแรด เหล็กไหลฤาษี เหล็กไหลเงินยวง โคตรเหล็กไหล สิ่งที่น่าทึ่งและเป็นที่สนใจของสาธุชนทั่วไปก็คือ เหล็กไหลฤาษี ด้วยว่ามีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากเหล็กไหลประเภทอื่น คือมีพลังสนามแม่เหล็กค่อนข้างสูง สามารถดูดติดกันเหมือนแม่เหล็กแต่แรงกว่ามาก อีกทั้งยังหมุนตัวและหยุดนิ่ง บนพื้นที่สะอาดและเรียบ แต่จะหันขั้วไปในทางทิศตะวันออก แตกต่างจากแม่เหล็กทั่วไปที่จะหันไปทางขั้วทิศเหนือเสมอ

                   ในฐานะที่ท่านรับผิดชอบดูแลการจัดทำและจัดสร้างวัตถุมงคลชุดต่าง ๆ ของวัด ก็เลยมักจะต้องคอยตอบคำถามต่าง ๆ ของญาติโยมที่มีจิตศรัทธามาทำบุญด้วย สิ่งหนึ่งที่เป็นที่สนใจมากก็คือ เหล็กไหลฤาษี

หลายท่านก็อยากชมว่ามันจะหมุนตัวและหยุดนิ่งไปทิศตะวันออกได้อย่างไร

                   หลวงพ่อวัชระ ท่านก็เลยมีหน้าที่อัญเชิญเหล็กไหลขึ้นมาเหนือตู้กระจก แล้วจับองค์ท่านหมุนปั่นอย่างแรง จนหมุนติ้วหลายรอบ แล้วค่อย ๆ คลายความเร็วลงจนค่อย ๆ หยุดนิ่งไปเอง และมันก็จะขยับตนเองหันองค์เหล็กไหลไปทางทิศตะวันออกเป็นประจำ ทำให้อดตื่นเต้นไม่ได้ เพราะนั่นเป็นเรื่องแปลกประหลาดมหัศจรรย์ที่เราท่านเพิ่งจะเคยได้ยินและได้พบเห็น วัน ๆ ท่านก็จับองค์เหล็กไหลหมุนอยู่เช่นนี้เป็นประจำ

                   ต่อมาประมาณ 2 สัปดาห์ หลวงพ่อวัชระท่านรู้สึกเวียนศรีษะอย่างแรงจนนั่งไม่ติด ฉันยาแก้ปวดแก้ ไข้ก็แล้ว ก็ยังคงมีอาการวิงเวียนอยู่ จะว่าเป็นไข้ก็ไม่เชิง เพราะไม่มีอาการตัวร้อนแต่อย่างใด เป็นอยู่เช่นนั้นถึง 2 วัน อาการมึนศรีษะก็ไม่หาย ก็รู้สึกว่ามันผิดปกติ หลวงพ่อวัชระท่านก็เลยมานั่งนึกพิจารณา ใจก็มีความรู้สึกว่าตนเองน่าจะทำอะไรผิดสักอย่าง ก็มานึกถึงอาการวิงเวียนศรีษะกับการหมุนองค์เหล็กไหลฤาษี ทำให้รู้สึกเอะใจ ก็เลยจุดธูป 5 ดอก บอกกล่าวขอขมาต่อเทพผู้รักษาเหล็กไหลว่า ท่านมิได้มีเจตนา หรือหากจะทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นการไม่สมควรโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วละก็ ขอได้โปรดงดโทษให้ด้วยเพราะกระทำลงไปด้วยความรู้เท่าไม่ ถึงการณ์ หลังจากจำวัดคืนนั้นแล้ว ในรุ่งเช้าการวิงเวียนที่รู้สึกผิดปกตินั้นก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง โดยท่านไม่ ได้ฉันยาแม้แต่นิดเดียว ทำให้หลวงพ่อวัชระมีความมั่นใจในอำนาจความศักดิ์สิทธิ์ของเหล็กไหลมากยิ่งขั้น

เหล็กไหลกับการนั่งสมาธิ

                   ดังนั้นเมื่อหลวงพ่อวัชระท่านมีเวลาเจริญสมาธิภาวนา ก็เลยจะเอาองค์เหล็กไหลฤาษีขนาดต่าง ๆ หมุนเวียนกันมาอธิษฐานจิตในขณะนั่งสมาธิ ปรากฏว่าได้สัมผัสกับพลังลี้ลับจากเหล็กไหลอีกครั้งหนึ่ง ท่านเล่าว่าขณะที่นำเอาเหล็กไหลฤาษีมาวางบนมือเวลานั่งสมาธินั้น จะรู้สึกมีพลังอันศักดิ์สิทธิ์พุ่งแผ่ผ่านลงมาจากกลางกระหม่อมกระจายไปทั่วร่างกาย จนรู้สึกชาและเย็นซาบซ่านไปทั่วสรรพางค์กายเลยทีเดียว แต่ถ้าไม่ได้นำเอาเหล็กไหลมานั่งด้วยแล้ว จะไม่มี จะมีความรู้สึกเป็นปกติไม่มีอาการชาหรือสัมผัสกับพลังพิเศษเลย

                   ครั้งหนึ่งท่านได้นำเหล็กไหลฤาษีองค์ใหญ่มาก มานั่งสมาธิแล้วอธิษฐานจิตขอพรจากปู่เหล็กไหลฤาษี ด้วยกัน 3 ข้อคือ

1  ขอให้ข้าพเจ้าได้มีปัญญาดวงตาเห็นธรรมเหมือนอย่างพระอริยะเจ้าในอดีต

2.  ขอให้ข้าพเจ้าได้ครองผ้ากาสาวพัสตร์ไปนาน ๆ

3.   ขอให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสศึกษา มนตราและวิชาความรู้ เพื่อจะได้ช่วยสงเคราะห์เคราะห์ญาติโยมต่อไปในภายภาคหน้า

                   หลังจากนั้นไม่ถึงเดือน ก็มีลูกศิษย์ของ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ได้มาเยิ่ยมเยียน หลวงพ่อสัมฤทธิ์ และได้มีโอกาสนั่งสนทนากับหลวงพ่อวัชระในขณะนั้น พอดีมีญาติโยมมาติดต่อบูชาวัตถุมงคล หลวงพ่อวัชระก็เลยไปดูแลแนะนำวัตถุมงคลให้กับญาติโยม พอเสร็จธุระก็มานั่งสนทนากันต่อ ก็เลยทราบว่าชายผู้ นั้นทำงานเป็นพนักงาน ธนาคารกสิกรไทย สนญ. สำเร็จวิชากสิณ 10 จากหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

                   หลังจากนั้นชายผู้นี้ก็เอ่ยขึ้นว่า เมื่อกี้ปูฤาษีท่านมาบอกว่า หลวงพี่จะสำเร็จในสิ่งที่อธิษฐานบางข้อในเร็ว ๆ นี้ ก็เลยถามโยมผู้ชายไปว่า ปู่ที่ไหน  ก็ปู่เหล็กไหลนะซี เมื่อกี้มายืนสนทนาอยู่ที่ตรงนี้ และฝากบอกผ่านถึงหลวงพี่ด้วย

                   พอได้ยินแล้วก็ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที เพราะสิ่งที่อธิษฐานไว้กับปู่เหล็กไหลนั้น เป็นเรื่องเฉพาะตัวที่ไม่ เคยแพร่งพรายให้กับใครมาก่อน เพราะในขณะนั้นยังถือว่าเป็นผู้บวชใหม่อยู่ การปฏิบัติต่าง ๆ ก็ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร วิชาความรู้ที่จะเอามาสงเคราะห์ญาติโยมก็ยังไม่มี จึงได้อธิษฐานขอพรจากท่าน แล้วทำไมชายหนุ่มคนนี้ถึงได้อ้างอิงถึงได้ถูกต้อง ก็มั่นใจว่าคงเป็นปู่เหล็กไหลมาจริง ๆ เพราะเคยมีประสพการณ์บางอย่างมาจาก ปู่เหล็กไหลฤาษี ชุดนี้มาแล้ว

ฤาษีจากเขาบรมโกฐ

              เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ เดือน พฤษภาคม 2540 ผู้พิพากษาหนุ่มจาก ธัญญบุรี ได้มีโอกาสมาเที่ยวที่วัดถ้ำแฝด และได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับ หลวงพ่อวัชระ ปรากฏว่าท่านผู้นี้เป็นนักปฏิบัติธรรมที่มีภูมิจิตภูมิธรรมสูงพอสมควร จนสามารถเข้าออกจากฌาณได้อย่างคล่องแคล่ว เคยสื่อกับ หลวงปู่เทพโลกอุดรและได้รับคำสั่งสอนทางธรรมจากท่าน จนมีพลังจิตกล้าแกร่งพอสมควรสามารถตรวจสอบพุทธคุณและพลังจากธาตุกายสิทธิ์ต่าง ๆ ได้ดีมาก

              ภายหลังได้สนทนาธรรมกันนานพอสมควร หลวงพ่อวัชระจึงได้มอบ เหล็กไหลฤาษีของวัดถ้ำแฝด ขนาดเม็ดหนำเลี๊ยบไป 1 องค์ เมื่อได้สอบถามถึงเรื่องราวและความเป็นไปของเหล็กไหลชุดนี้ได้พอสมควร จึงได้เริ่มอธิษฐานจิตขอชมบารมีของเหล็กไหลองค์ที่มอบให้นี้ทันที

              ชั่วอึดใจใหญ่เท่านั้นเอง  มือที่กำลังอัญเชิญ เหล็กไหลฤาษีก็ค่อย ๆ ชูสูงขึ้น แล้วสบัดขึ้นสูงลงต่ำ กวัดแกว่งด้วยท่าทีที่สวยงาม บางครั้งมาหยุดอยู่ที่หน้าอก แล้วก็ค่อยเลื่อนชูขึ้นเหนือศรีษะ ส่วนนัยตาคงหลับพริ้มเหมือนคนนั่งสมาธิ เพียงครู่ต่อมาอาการเหล่านี้ก็ค่อยเบาลง เห็นท่านผู้พิพากษาค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจคลายมือและสมาธิออก

              พอลืมตาขึ้นท่านก็กล่าวกับหลวงพ่อวัชระว่า แรงเหลือเกิน รับพลังของท่านไม่ไหว รู้สึกถึงพลังอันหนักหน่วง พุ่งลงสู่ทรวงอกจนรู้สึกอึดอัด แน่นหน้าอกจนทนไม่ไหว จำเป็นต้องอาราธนาท่านให้คลายก่อน และดีเด่นทั้งด้านเมตตามหานิยม มหาอำนาจ แคล้วคลาด คงกระพัน มหาอุดและโชคลาภ ใครมีบูชาไว้จะไม่จน สามารถคุ้มครองผู้บูชาติดตัวไว้ให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง ทั้งอมนุษย์ ทั้งหลายไม่กล้ามากล้ำกราย

              ต่อมาประมาณ 2 สัปดาห์ ท่านผู้พิพากษาผู้นี้ได้ย้อนกลับมาที่วัดถ้ำแฝดอีกครั้งหนึ่ง และได้รายงานหลวงพ่อวัชระให้ทราบถึงเรื่องราวประหลาดอันเกิดจากการได้บูชา เหล็กไหลฤาษีองค์ดังกล่าวว่า เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ได้นำเหล็กไหลไปตั้งบูชาไว้ที่หน้าโต๊ะหมู่อย่างดี และปกติก็จะนั่งกรรมฐานที่หน้าโต๊ะหมู่บูชานี้เป็นประจำ

              จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันพระ ขณะที่กำลังนั่งสมาธิตามปกติ ก็ได้พบปู่ฤาษี 2 ตนมาปรากฏอยู่ ในนิมิตร องค์หนึ่งแต่งกายนุ่งห่มด้วยชุดคล้ายลายเสือ อีกองค์หนึ่งแต่งกายด้วยชุดสีขาว   ได้ให้คำแนะนำและอบรมสั่งสอนในเรื่องราวต่าง ๆ หลายอย่าง ในนิมิตขณะนั้นได้กราบเรียนถามท่านไปว่า หลวงปู่มีนามว่าอะไร และอยู่ที่ไหน

              ปู่ฤาษีท่านได้ตอบว่า ท่านชื่อ โสกัญจะส่วนอีกองค์หนึ่งท่านชื่อ ยัสสีสะเป็นมหาฤาษีผู้บำเพ็ญฌาณอยู่เขาบรมโกฐ ท่านทั้งสองเป็นผู้ที่รักษาเหล็กไหลชุดนี้อยู่

              ปู่ฤาษีโสกัญจะ ท่านนุ่งห่มเป็นหนังเสือดาว แต่ออกเป็นสีขาว ซึ่งแสดงถึงญาณบารมีท่านสูง จนรังสีกายปรากฏสว่างขาวจนนึกว่าท่านนุ่งห่มด้วยชุดขาว

              ปู่ฤาษี ยัสสีสะ ท่านนุ่งห่มเป็นหนังเสือดาว สีย้อมฝาดเป็นสีกลักเหมือนจีวรพระ

              ในคืนต่อมาได้นิมิตถึง หลวงปู่โลกอุดรท่านมาแนะนำในเรื่องการปฏิบัติตามปกติ ก่อนจะไปได้บอกกับ ท่านผู้พิพากษาว่า แต่นี้ไปหลวงปู่คงจะไม่ค่อยได้มาสอนอีก ให้เรียนวิชาจากครูใหม่ทั้ง 2 องค์ เพราะท่านเก่งทั้งด้านฤทธิ์และอภิญญา

การบูชาเหล็กไหลฤาษี 

              จากการบอกเล่าถึงพิธีกรรมในการอัญเชิญเหล็กไหลฤาษีไปบูชาที่บ้านนั้น ท่านผู้พิพากษาผู้นี้ได้เล่าว่า เมื่อได้รับ เหล็กไหลฤาษีจากหลวงพ่อวัชระไปแล้ว ก็ได้จัดเครื่องบูชาต้อนรับ ปู่ฤาษีเข้าบ้านทันที ประกอบด้วยสิ่งของดังนี้

·     จัดตั้งขันธ์ 5 บูชาครู ประกอบไปด้วย ผ้าขาวหรือแพรขาว 1 ผืน ยาว 1 วา

·      กรวยใบตอง 5 คู่ สำหรับใส่เทียนขาวและดอกไม้ขาว จัดเรียงในถาดหรือพานขันธ์ 5

·      บายศรีพรหม 1 คู่

·     น้ำผึ้งแท้ บรรจุภาชนะมีฝาปิด หรือ ใส่ถ้วยแก้วเล็ก ๆ พอประมาณ

·      กล่าวอัญเชิญเทพพรหมเทวา แล้วสวดต่อด้วยบท อาทิตตะปริยายะสุตตัง ถวายแด่ปู่ฤาษีเหล็กไหล

              กล่าวอัญเชิญเทวดา

·     สะมันตา จักกะวาเฬสุ  อัตราคัจฉันตุ เทวะตา

สัทธัมมัง มุนิราชัชสะ    สุณันตุ สัคคะโมกขะทังฯ

·     สะรัชชัง สะเสนัง สะพันธุง นะรินทัง

ปะริตตานุภาโว สะทา รักขะตูติ

ผะริตวานะ เมตตัง สะเมตตา ภะทันตา

อะวิกขิตตะจิตตา ปะริตตัง ภะณันตุ

·     สัคเค กาเม จะ รูเป คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน

ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุมหิ เขตเต

ภุมมา จายันตุ เทวา ชะละถะละวิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา

ติฏฐันตา สันติเกยัง มุนิวะระวะจะนัง สาธะโว เม สุณันตุฯ

ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา

ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา

ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตาฯ

·     นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

                   อาทิตตะปะริยายะสุตตัง

·     เวเนยยะทะมะโนปาเย            สัพพะโส ปาระมิง คะโต

อะโมฆะวะจะโน พุทโธ            อะภิญญายานุสาสะโก

จิณณานุณูปะโต จาปิ               ธัมเมนะ วินะยัง ปะชัง

จิณณาคคิปาริจะริยานัง            สัมโพชฌาระหะโยคินัง

ยะมาติตะปะริยายัง                 เทสะยันโต มะโนหะรัง

เต โสตาโร วิโมเจสิ                 อะเสกขายะ วิมุตติยา

ตะเถโวปะปะริกขายะ               วิญญูนัง โสตุมิจฉะตัง

ทุกขะตาลักขะโณปายัง            ตัง สุตตันตัง ภะณามะ เสฯ

·     เอวัมเม สุตังฯ เอกัง สะมะยัง ภะคะวา คะยายัง วิหะระติ คะยาสีเส สัทธิง

ภิกขุสะหัสเสนะฯ

·     สัพพัง ภิกขะเว อาทิตตังฯ กิญจะ ภิกขะเว สัพพัง อาทิตตังฯ จักขุง ภิกขะเว อาทิตตัง

รูปา อาทิตตา จักขุวิญญาณัง อาทิตตัง จุกขุสัมผัสโส อาทิตโต ยัมปิทัง จักขุสัมผัสสะปัจจะยา

อุปปัชชะติ เวทะยิตัง สุขัง วา ทุกขัง วา อะทุกขะมะสุขัง วา ตัมปิ อาทิตตังฯ เกนะ อาทิตตังฯ

าทิตตัง ราคัคคินา โทสัคคินา โมหัคคินา อาทิตตัง ชาติยา ชะรามะระเณนะ โสเกหิ ปะริเทเวหิ

ทุกเขหิ โทมะนัสเสหิ อุปายาเสหิ อาทิตตันติ วะทามิฯ

·     โสตัง อาทิตตัง สัททา อาทิตตา โสตะวิญญาณัง อาทิตตัง โสตะสัมผัสโส อาทิตโต ยัมปิทัง

โสตะสัมผัสสะปัจจะยา อุปปัชชะติ เวทะยิตัง สุขัง วา ทุกขัง วา อทุกขะมะสุขัง วา ตัมปิ

อาทิตตังฯ เกนะ อาทิตตังฯ อาทิตตัง ราคัคคินา โทสัคคินา โมหัคคินา อาทิตตัง ชาติยา

ชะรามะระเณนะ โสเกหิ ปะริเทเวหิ ทุกเขหิ โทมะนัสเสหิ อุปายาเสหิ อาทิตตันติ วะทามิฯ

ฯลฯ

เหล็กไหลฤาษีเปลี่ยนสีเองได้

                   เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2543 คณะศิษย์จากกรุงเทพฯ โดยคุณสมหมาย  สามปั้น  และคุณปาริฉัตรณ สงชลา  ได้พาเพื่อน มาฝังเหล็กไหลฤาษีที่วัดถ้ำแฝด โดยหลวงพ่อวัชระ เป็นผู้ทำพิธีฝังให้

                   ช่วงหนึ่งในการสนทนา คุณสมหมาย ได้เอ่ยถามหลวงพ่อวัชระขึ้นว่า หลวงพ่อจำเหล็กไหลฤาษีที่หลวงพ่อมอบให้ได้ไหม ผมมีเรื่องแปลกมหัศจรรย์จะเล่าถวาย เพราะปกติไม่เคยเชื่อถืออะไรแบบงมงาย แต่เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเรื่องจริงต่อหน้าเพื่อน ๆ ทุกคนที่พามาฝังเหล็กไหลในวันนี้

                   เมื่อตอนต้นเดือน ที่บ้านของคุณปาริฉัตร ขณะที่ทุกคนกำลังร่วมวงสนทนากันด้วยเรื่องทั่ว ๆ ไป ฉับพลันคุณปาริฉัตร  ก็เกิดอาการเหมือนมีองค์เทพมาผ่านร่าง คำถามแรกที่ท่านถามก็คือ ท่านมาไกล ไม่เห็นมีใครนำอะไรมาต้อนรับกันเลย คุณสมหมายเองปกติจะมีสัมผัสพิเศษเกี่ยวกับเรื่องแปลก ๆ อย่างนี้อยู่บ้าง เกิดความรู้สึกเหมือนว่าเป็นปู่เหล็กไหลมา ก็เลยนำน้ำผึ้งแก้วใหญ่มาถวาย ปรากฏว่าร่างนั้นได้ดื่มน้ำผึ้งลงไปรวดเดียวหมดแก้วทันที หลังจากนั้นท่านก็ชวนสนทนาและเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังอย่างมากมาย และเป็นดังที่คุณสมหมายคาดคิดไว้แต่แรกจริง เพราะปู่เหล็กไหลท่านมาสนทนาด้วยจริง ๆ

เหล็กไหลเงินยวงบินได้

                คุณนัฐจักษ์ คำสัณห์ อายุ 63 ปี จบโท ด้านเกษตรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย มิดเดิ้ลเบอรี่ รัฐเวอร์มอนด์ สหรัฐอเมริกาเคยผ่านงานทั้งในประเทศและต่างประเทศหลายแห่ง มาในปี พ..2507 ได้เข้าไปสัมผัสเรื่องราวของสิ่งลี้ลับต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับอิทธิฤทธิ์และปาฏิหาริย์ มีพลังสมาธิดีมากผู้หนึ่ง สามารถสัมผัสเรื่องราวที่ละเอียดได้ ได้มีโอกาสเข้าไปใน เขมร ลาว โดยเฉพาะแถบภูเขาควายได้พบครูบาอาจารย์ผู้ชำนาญเรื่องเหล็กไหลท่านหนึ่ง จนได้พบเหตุการณ์ที่ระทึกใจ ลึกลับมหัศจรรย์เป็นปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดอยู่เหนือธรรมชาติความดีทั้งปวง รู้ได้เฉพาะตนเท่านั้น

                ในเอกภพนี้ ผู้ที่ศึกษาหลักธรรมพร้อมทั้งได้ปฏิบัติตนตามคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งย่อมจะชัดเจนถึงความลึกซึ้งในเรื่องอำนาจจิต อำนาจความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ฤทธิ์อำนาจ รวมทั้งความมหัศจรรย์ทั้งหลาย คือ "คัมภีร์ พระสุตตันติปิฏก" ตอนที่ว่าด้วยอิทธิคาถา ในพระสูตรเล่มที่ 31 บางครั้งทำให้คิดถึงเรื่องราวที่ชาวต่างชาติเขาพยายามศึกษาเรื่องของเหล็กไหล เพื่อที่ จะนำไปใช้ประโยชน์ที่ลึกล้ำหลายต่อหลายครั้งที่ท่านได้พบและเผชิญกับบุคคลเหล่านั้น และเขาก็ได้กันหลายชิ้นแต่ในที่สุด เหล็กไหลที่ว่านั้นก็กลับคืนมาสู่เจ้าของเดิมในที่สุด และก็ต้องคืนเงินนั้นกลับไปก็มี แต่เขาเหล่านั้นก็ยังไม่ละความพยายามที่จะเอาเป็นกรรมสิทธิให้ได้

                ปัญหาเหล่านี้ทำให้รู้สึกจนด้วยเกล้าฯ เพราะในวงการธุรกิจปัจจุบันนี้ จะมีอะไรที่เป็นวัตถุ และมีราคาสูงทำให้เขาเหล่านั้น พยายามพลิกแพลงหรือหาวิธีการต่างๆนานา เพื่อที่จะนำเอาธาตุ กายสิทธิ์เหล่านี้ไปให้ได้  โดยการให้ราคาที่สูงลิบ แต่ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จแต่ประการใด เรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ มิใช่เป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระเลยหากแต่ว่าเราจะเข้าไปถึงปรากฏการณ์จริงหรือไม่เท่านั้น

                กรณีเหล็กไหลเงินยวงของ คุณเกื้อกูล  บูรณพันธ์ ก้อนหนักราว 3 บาท สีเหมือนเงินเงาวับ คุณนัฐจักษ์ ได้นำไปทดลองยิงกับคุณณรงค์ จารุสายนต์ และคุณกฤษ บุญพิเชษฐ์ ด้วยปืน .38  จำนวน 3 นัด ปรากฏว่ายิงออกทุกนัด แต่เสียงปืนที่ได้ยินนั้นเบามากเหมือนลูกกระดาษ ที่เด็กๆเอามาอัดใส่กระบอกไม้ไผ่แล้วยิงเล่นดังปุๆๆ ทุกนัดเหมือนแรงขับกระสุนจะน้อยหรือยังไงก็ไม่ทราบ พอจะเดินหยิบเอาเป้าที่ตั้งยิงมาดูผลนั้น ฉับพลันปรากฏเป็นลำแสงสีขาวหวีดดังหางยาวต่อไปต่อหน้าทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ทั้งๆ ที่ได้เอาเหล็กไหลนั้นปิดทับด้วยเทปอย่างหนาแน่นยากที่จะล่วงหล่นได้บริเวณที่ยิงก็เป็นลานกว้าง ได้พยายามหากันจนทั่วก็ไม่พบ เป็นที่อัศจรรย์ใจ

                คุณนัฐจักษ์ เชื่อว่าเหล็กไหลตระกูลต่างๆ น่าจะมีเจ้าของมากมาย ที่เราจะต้องใช้จิตพิสูจน์ จึงจะพบกับความจริงในสิ่งที่ลี้ลับอย่างนี้ได้

                ข้อความเหล่านี้เป็นทัศนะของท่านผู้ประสพกับความแปลกประหลาดมหัศจรรย์ อยู่เหนือกฏเกณฑ์ธรรมชาติจนได้ประสพอภินิหารย์ อำนาจอิทธิฤทธิ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ นับว่าเป็นธาตุกายสิทธิ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากอำนาจลึกลับที่มีพลังอำนาจสูงสุดในโลกนี้ การสัมผัสที่แน่นอนก็คือการสัมผัสด้วยจิตของผู้ที่ปฏิบัติได้ดีแล้วเท่านั้นจึงจะทราบว่า เหล็กไหลเหล่านี้ เป็นเพียงเหล็กก้อนธรรมดาหรือธาตุกายสิทธิ์ที่มีค่าที่สุดในโลก

                สำหรับเหล็กไหลเงินยวง ที่คุณณัฐจักษ์ ได้ทดลองนั้นเป็นเหล็กไหลเงินยวง ที่คุณเกื้อกูล บูรณพันธ์ได้รับไปจาก พระอาจารย์วัชระ เอกวัณโณไปนั่นเอง สอบถามข้อมูลเรื่องราวเหล่านี้ได้จากคุณเกื้อกูล บูรณพันธ์ ธนาคารกรุงไทย ศูนย์ชัยนาท

เหล็กไหลฤาษีล่องหนได้จริงหรือ

                ทางวัดถ้ำแฝดโดย หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ได้มอบเหล็กไหลฤาษี ทรงหนำเลี๊ยบ 2 องค์ให้กับหลวงพ่อสุรเสียง วัดป่าโนนแท่น จ.มหาสารคาม เพื่อสมทบทุนหารายได้สร้าง วัดป่าแก่งเลิงจาน ซึ่งเป็นวัดในความดูแลของท่าน ญาติโยมได้ทราบเข้าก็สนใจอยากรู้ว่า เหล็กไหลฤาษี ลักษณะเป็นอย่างไร บางคนเห็นแล้วก็อยากทดลองว่าเป็นเหล็กไหลจริงหรือไม่ก็ได้มีผู้ใหญ่บ้านซึ่งมีอดีตเป็นมือเพชรฆาตระดับมีดีกรี แต่ปัจจุบันได้รับใช้ชาติบ้านเมือง มีความชำนาญและแม่นยำในอาวุธทุกชนิด ได้แอบนำเอาไปทดลองกันหลายคน คือทดลองยิงด้วยปืน.357 ยิงในระยะห่างไม่เกิน 2 เมตร ซึ่งเป็นระยะเผาขนไม่พลาดแน่ๆ พอยิงนัดแรกปรากฏว่าไม่ถูก นัดที่สองเสียงปืนดูเหมือนแผ่วเบาลงจนผิดสังเกตุ นัดที่สามปรากฏว่าอาวุธประจำกายซึ่งดูแลรักษา อย่างดีเท่าชีวิตมีอันเป็นไปคือยิงไม่ออก หรือยิงไม่ได้ หรือปืนจะเสียขึ้นมาอย่างกระทันหันแบบไม่น่าจะเป็นไปได้ จึงไม่กล้าทดลองต่อไปอีกเพราะครบ 3 นัด เกรงจะเป็นการปรามาสเทพรักษา เหล็กไหลเกิน จึงได้ทำพิธีขอขมาโทษ ไม่ให้เป็นเวรกรรมแก่ตนสืบไป

                หลวงพ่อสุรเสียงได้เดินทางไปพบครูบาอาจารย์ฝ่ายกรรมฐานหลายท่าน เพื่อพิสูจน์ก้อนเหล็กที่ได้มาว่าเป็นอย่างไร ทุกองค์ก็บอกว่าเป็นของดี เก็บรักษาให้ดีแล้วกัน จนพบสหธรรมมิกรูปหนึ่ง พักอาศัยอยู่แบบพระธุดงค์ภายในถ้ำแห่งหนึ่งแถบ จ. สกลนคร เพื่อลงพลังให้เข้มแข็งเป็นถึงขั้นมหาอุด คือยิงไม่ออก หลังจากที่ได้ฝากของไว้จนครบกำหนดแล้วก็ย้อนกลับไปขอรับ เหล็กไหลฤาษีคืน แต่ทว่าสหธรรมิกองค์นั้นได้กล่าวว่าของนั้นได้เกิดอันตรธานหายไปแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ สงสัยเจ้าของจะใช้คาถาเรียกกลับไปแล้ว ก็ไม่เป็นที่ตกลงใจได้ เพราะหลวงพ่อสุรเสียงท่านก็คลางแคลงใจว่าจะเป็นอย่างที่กล่าวหรือไม่ จึงได้ตัดสินใจเดินทางไปที่วัดถ้ำแฝดอีกครั้งเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เหล็กไหลล่องหน กลับมาที่เดิมหรือไม่ แต่เนื่องจากทางวัดก็ได้เก็บใส่รวมกันไว้ และก็ไม่ได้นับจำนวน นอกจากนี้ยังมีลักษณะคล้ายคลึงใกล้เคียงกัน จึงยากแก่การจดจำทางวัดจึงได้ถวายองค์ใหม่ให้แก่ท่านเพื่อสมนาคุณผู้ทำบุญต่อไป

                นับว่าเป็นเรื่องแปลกรายที่สองที่ปรากฏขึ้นในลักษณะเดียวกัน ด้วยเป็นบุคคลที่พึงเชื่อถือได้ เพราะท่านเป็นครูบาอาจารย์ที่พุทธศาสนิกชนรู้จักกันดี เป็นพระกรรมฐานและเป็นเจ้าคณะอำเภอกันทรวิชัย ฝ่ายธรรมยุติ ดังนั้นสิ่งที่ท่านได้คุยให้ฟัง จึงเป็นสิ่งที่น่าทึ่งและน่าสนใจติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับเหล็กไหลฤาษีชุดนี้ต่อไปเช่นกัน

เหล็กไหลนำโชค

                        ชายคนหนึ่งที่เคยบูชา เหล็กไหลฤาษี เม็ดขนาดหัวแหวนเล็กๆ ซึ่งราคาไม่สูงนักไป 10 เม็ด พร้อมทั้งขอวิธีการบูชาไปจึงได้นำไปบูชาด้วยความศรัทธาตั้งมั่น ด้วยประสงค์อยากได้โชคลาภเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเงินที่ตนประสบอยู่ ต่อมาเพียง 2 สัปดาห์ ก็ได้กลับมาขอบูชาเม็ดใหญ่กว่าเดิมในราคาเม็ดละ 10,000 บาทไปอีก พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ว่า หลังจากบูชาเหล็กไหลฤาษีไปแล้ว ก็ได้บันดาลให้ได้เงินมาประมาณ 2 แสนบาทซึ่งในชีวิตตนเองยังไม่เคยมีโชคลาภกับเขามาก่อนเลย แต่พออธิษฐานขอจาก ปู่พรหม ฤาษีผู้รักษาเหล็กไหลตามที่แนะนำไป ก็ได้เงินมาแบบไม่คาดฝันมาก่อน จนนำไปแก้ปัญหาเรื่องการเงินได้ แถมยังมีเงินเหลือทำอย่างอื่นอีก แต่เนื่องจากในขณะนั้นมีญาติโยมมาทำพิธีเสริมดวงกันหนาแน่นและเข้ามาแทรกการสนทนา ทำให้เสียดายที่ไม่ได้ข้อมูลรายละเอียด ว่าได้มาอย่างไร จึงทำให้ไม่มีโอกาส สอบถามเรื่องราวให้ละเอียดกว่านี้ได้ แต่ผู้บูชาไปแล้วมั่นใจว่าเกิดจากอำนาจของเหล็กไหลฤาษี ที่บูชาไปนำโชคลาภมาให้ตามที่อธิษฐานแน่นอน จึงได้ย้อนมาบูชาองค์ใหญ่ไปอีก

เหล็กไหลช่วยการค้าขาย

                   คุณสาคร  วงค์ประเสริฐ อยู่บ้านเลขที่ 67/359 หมู่ 1.แจ้งวัฒนะ 10 ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กรุงเทพฯ โทร. 5739450 ได้มาฝังเหล็กไหลฤาษี เมื่อเดือน กรกฎาคม 43 เพื่อขอบารมีจากปู่เหล็กไหล ช่วยด้านเมตตาค้าขาย เพราะตนเองมีอาชีพขายครีมทาสิวฝ้า

                   ปรากฏว่าเมื่อได้ฝังไปแล้วประมาณ 1 เดือน ได้สังเกตตามที่หลวงพ่อได้แนะนำไว้ วันไหนที่มีอาการคันบริเวณองค์เหล็กไหลที่ฝังไว้ วันนั้นจะขายดีเป็นพิเศษ สังเกตว่าเป็นอย่างนี้หลายครั้ง จนมั่นใจในประสพการณ์ จึงได้มาฝังเหล็กไหลตาแรดอีกข้างหนึ่งด้วยความมั่นใจ

เหล็กไหลฤาษีกับการบำบัดโรค

                   เรื่องนี้หลวงพ่อวัชระกล่าวว่า ในระยะหลังนี้มีผู้ที่ฝังเหล็กไหลแล้ว หายจากอาการโรคภัยไข้เจ็บได้ อย่างน่าอัศจรรย์ เช่น โรคเบาหวาน ความดัน หอบหืด มาฝังเหล็กไหลกันจากปากต่อปาก ซึ่งหลวงพ่อเองได้รับฟังจากผู้มาเล่าหลายราย

                   ครูบาสิงห์โต จากวัดพระธาตุสุนันทา  อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ท่านไม่เคยรู้จักวัดถ้ำแฝดมาก่อน แต่ได้รับเหล็กไหลฤาษีจากลูกศิษย์คนหนึ่งมอบถวายให้ บอกว่าเป็นเหล็กไหลฤาษีจากวัดถ้ำแฝด ตัวท่านนั้นมักจะเป็นโรคปวดเข่ามานาน วันหนึ่งท่านนำเหล็กไหลมาพิจารณาอยู่ ก็รู้สึกปวดหัวเข่าขึ้นมาอย่างแรง ก็เลยลองเอาเหล็กไหลจี้ลงไปบริเวณที่ปวด ปรากฏว่าอาการเจ็บปวดที่เป็นอยู่หายเป็นปลิดทิ้ง

                   อาทิตย์ต่อมาท่านจึงรีบเดินทางไปที่วัดถ้ำแฝดทันที ถึงบริเวณวัดแต่เช้ามืด เมื่อได้แนะนำตัวและสนทนากับหลวงพ่อวัชระแล้ว ท่านก็ตัดสินใจฝังเหล็กไหลฤาษีทันที ครูบาท่านเล่าว่า ท่านบวชมาตั้งแต่เป็นสามเณร และได้มีโอกาสไปจำพรรษาอยู่ในประเทศพม่าหลายปี จนทางบ้านคิดว่าท่านเสียชีวิตไปแล้ว แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะแสวงหาสัจจธรรมอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ทำให้ท่านขาดการติดต่อกับญาติโยมทางเมืองไทยไปเลย ระหว่างอยู่ในพม่านั้นท่านได้มีโอกาสร่วมปฏิบัติธรรมกับ ครูบาเทือง ครูบาลุ่ม ซึ่งอยู่ในวัยเดียวกัน ในที่สุดก็ได้เดินทางกลับสู่เมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง

                   ท่านเองนั้นมีโรคหอบหืดประจำตัวมาตั้งแต่เด็ก ปกติแล้วอากาศทางภาคเหนือค่อนข้างเย็นและหนาว ทำให้ท่านมีปัญหาในเรื่องระบบทางเดินหายใจ เข้าโรงพยาบาลทุกเดือน ก่อนจะมาที่วัดถ้ำแฝด ก็เพิ่งออกจากห้อง ไอซียู มา เพราะท่านมาบูรณะวัดร้าง ทำให้มีภาระต้องเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ ตามป่าเขาสูง ๆ แม้กระทั่งทำพระธาตุเจดีย์บนยอดเขาสูงเสร็จแล้ว เวลาจะประกอบพิธีบวงสรวง ท่านจะต้องใช้วิทยุมือถือ อ่านโองการ ทำพิธีบวงสรวงอยู่ที่ตีนเขา ไม่กล้าขึ้นไปข้างบน เพราะรู้ถึงภาวะของปัญหาด้านสุขภาพ

                   แต่หลังจากที่ท่านฝังเหล็กไหลฤาษีไปแล้ว ประกอบกับการบำบัดรักษาจากหลวงพ่อวัชระที่ช่วยแก้ไขให้ ปรากฏว่าอาการเจ็บป่วยที่เป็นมาหลายสิบปี ได้หายไปอย่างน่าอัศจรรย์ สามารถไปไหนมาไหนโดยไม่มีปัญหา ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลหรือกินยาอีกต่อไป ทำให้ท่านมั่นใจในอานุภาพของเหล็กไหลฤาษีวัดถ้ำแฝดเป็นอย่างยิ่ง

                   นอกจากนี้ท่านยังได้แนะนำลูกศิษย์ของท่านจำนวนมากที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ให้มาฝังเหล็กไหลฤาษี ซึ่งหลาย ๆ คนได้รับประสพการณ์ที่แปลกแตกต่างกันออกไป เช่น บางคนเป็นเบาหวานมานาน แต่หลังจากฝังไปไม่นาน ผลการตรวจเบาหวานก็ลดลงในระดับปกติ กินทุเรียน กินอาหารต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องควบคุม ซึ่งปกติทุเรียนเป็นอันตรายต่อผู้เป็นเบาหวานมากก็ตาม ครูบาสิงห์โตท่านได้นำเรื่องประสพการณ์ของลูกศิษย์ท่านมาถ่ายทอดให้หลวงพ่อวัชระฟังทุกครั้งที่มีโอกาสได้สนทนากัน

                    ดังนั้นผู้บูชาไปแล้วจึงมักได้พบกับเรื่องราวที่แปลกๆ และยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้เช่นกันบางท่านปู่ฤาษีผู้รักษาเหล็กไหลได้มาทวงขอน้ำผึ้ง ผ่านครูบาอาจารย์ผู้ทรงฌาน เพื่อแจ้งต่อเจ้าของเหล็กไหลก็มี  บางรายไปให้ครูบาอาจารย์ตรวจสอบพลังจิตหรือพิจารณาวิเคราะห์ดูว่าธาตุกายสิทธิ์ที่ได้มานี้คืออะไรกันแน่ หลายท่านก็ยืนยันว่าเป็นเหล็กไหลแน่นอน เพียงแต่ไม่ถึงขั้นยืดได้ หดได้ แต่ก็มีฤทธานุภาพมาก บางองค์ท่านเพียงวางไว้บนฝ่ามือกำหนดจิตแผ่จิตไปยังเหล็กไหลฤาษีที่นำไปให้ดื  ก็ปรากฏว่าเกิดการแปรเปลี่ยนสีเทาแกมดำหรืออมสีเขียวนั้น ได้เปลี่ยนเป็นสีปีกแมลงทับอย่างชัดเจน จนขนลุกซู่ชูชันตั้งนาน พอหลวงพ่อท่านคลายมือส่งเหล็กไหลกลับคืนก็เปลี่ยนกลับเป็นสีเดิมอีก บางองค์พอท่านกำหนดจิตองค์เหล็กไหลฤาษีก็จะพามือชู่สูงขึ้น จนตัวท่านแทบจะลอยตามเหล็กไหลขึ้นไปด้วย ต้องคลายสมาธิออก และกล่าวกับศิษย์ที่นำไปไว้ว่า อยากได้เหล็กไหลชนิดนี้บ้าง

                เหล็กไหลวัดถ้ำแฝด จึงเป็นเหล็กไหลชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าควรแก่การหาบูชาเก็บไว้  เพราะในอนาคตแม้ ว่าเราจะมีเงินทองมากมาย และคิดจะแสวงหาเหล็กไหลชนิดนี้อีก ก็คงจะไม่มีโอกาสหาได้ง่ายๆ ดังเช่นทุกวันนี้ ราคาบูชาเมื่อเทียบกับคุณค่าแล้วนับว่าคุ้มค่ายิ่ง ผู้ที่มีวาสนาเท่านั้นจึงจะมีสิทธิครอบครอง จะได้รับการดลบันดาลใจให้มีสิทธิเป็นเจ้าของหรือครอบครองเหล็กไหลชุดนี้ ส่วนผู้ไร้วาสนาจะเมินเฉยต่อสิ่งเหล่านี้ไปเอง และของดีเช่นนี้มีจำนวนจำกัด หมดแล้วก็คงไม่อาจสร้างขึ้นมาใหม่หรือหาได้เช่นกัน เพราะเหล็กไหลวัดถ้ำแฝดที่มีอยู่ ในขณะนี้ เป็นของที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสัมฤทธิ์ได้จัดสร้างและเก็บรักษาไว้ภายในกุฎิ และมีผู้มาขอบูชาไปเรื่อย ๆ โอกาสหมดจึงมี

                เท่าที่ทราบมา เหล็กไหลชุดนี้มีพรรณสัณฐานต่างๆ กันทั้งเล็กและใหญ่เหล็กไหลองค์ใหญ่ยาวถึง 5 นิ้ว บางองค์ใหญ่ขนาดฟองไข่ไก่ ทั้งเม็ดหนำเลี๊ยบ ผลองุ่น ลูกฟุตบอลย่อจิ๋ว รักบี้ย่อจิ๋ว  แคปซูลยา ฯลฯ ซึ่งลักษณะต่างๆ เหล่านี้ ได้กล่าวไว้ในตอนต้นแล้ว

เหล็กไหลกลิ้งบนฝ่ามือ

                นอกจากนี้คุณโอ๋ ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 3 . บางแพ อ. บางแพ จ.ราชบุรี ผู้มีประสบการณ์จาก เหล็กไหลเงินยวง และเหล็กไหลฤาษีที่กลิ้งตัวเองไปมาได้ ได้มาเล่าเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 23 เม..39 พร้อมกับจองเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมถวายแด่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ 1 คืน ได้เล่าเพิ่มเติมว่าเมื่อคราวก่อนหลังจากมากราบหลวงพ่อในงานสวดพระอภิธรรมเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 39 ขากลับได้ถูกรถสิบล้อเบียดจนเสียหลักตกไหล่ทางซึ่งมีระดับสูงจากถนนพอสมควร รถปิคอัพวิ่งมาด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้พยายามเหยียบเบรคเต็มที่ เพราะคิดว่ารถคงจะต้องพลิกคว่ำหลายตลบแต่ด้วยเดชะบุญบารมีของหลวงพ่อสัมฤทธิ์และเหล็กไหลที่นำติดตัวประจำ รถนั้นพลันหยุดสนิทข้างทางก่อนที่จะพุ่งชนป้ายอันใหญ่ที่ปักอยู่ และคิดว่าคงตายหมดทั้งคันรถแน่นอน รวมทั้งบุตรภรรยา จึงทำให้มีความศรัทธาในเหล็กไหลฤาษีเงินยวงเป็นอย่างยิ่ง

                ต่อมาได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้านที่จังหวัดชัยภูมิ จึงได้นำเอาเหล็กไหลฤาษี 2 องค์ เหล็กไหลเงินยวง 1 องค์ไปให้ หลวงปู่บุญมา ถาวโร อายุ 102 ปี วัดแดนคงคาวนาราม ต. วังศรืทอง อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นพระเถระผู้ทรงคุณ มีฌาณพิเศษ ตรวจดูเหล็กไหลชุดดังกล่าว โดยที่ยังไม่ได้กล่าวว่าถึงของเหล่านี้ว่าเป็นอะไร หลวงปู่ซึ่งคุ้นเคยกันดี ได้มีเมตตานำเอาของสิ่งนั้นมานั่งกำหนดจิตพิจารณาอยู่ประมาณ 5 นาที ท่านได้ลืมตาแล้วบอกกับคุณโอ๋ว่า ท่านได้ยินเสียงบอกว่า "สิ่งเหล่านี้เป็นของศักดิ์สิทธิ์อย่าเอาไปขายนะ ให้ได้เฉพาะลูกเมียหรือครอบครัวตนเอง มิฉะนั้นจะทำให้เกิดความวิบัติแก่ครอบครัวได้" หลวงปู่บอกว่าท่านไม่เห็นตัวคนพูด ได้ยินเสียงเท่านั้น

                จึงนับว่าเป็นเรื่องแปลกแต่ว่าจริง จะสัมผัสหรือรู้ได้เฉพาะตนเท่านั้น ถ้าผู้นั้นมีจิตศรัทธาและเคารพนับถือแล้ว เหล็กไหลของวัดถ้ำแฝด ก็มักจะแสดงอภินิหารให้ปรากฏแก่ผู้บูชาอยู่เสมอ และเป็นเรื่องราวที่เล่ามาจากบุคคลเดียวกัน แต่ต่างวาระกันล้วนเป็นเรื่องจริงที่ควรพิจารณาอย่างยิ่ง

บันทึกจาก รอย อริยะ

                จากการที่ รอย อริยะ ผู้เขียนบันทึกเรื่องราวของ พระเกจิอาจารย์ ในหนังสือนิตยสาร โลกทิพย์ และโลกลี้ลับ ได้นำเสนอประวัติ และปฏิปทาของ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ คมฺภีโร พระผู้สร้างตำนานและเป็นเจ้าตำรับการฝังเหล็กธาตุกายสิทธิ์ที่ทรงอานุภาพเอกอุ ทำให้ได้รับความเมตตาจากท่านและพระอาจารย์วัชระ เอกวัณโณ ผู้เป็นพระเลขาฯในขณะนั้น มอบเหล็กไหลนานาชนิด เช่น เหล็กไหล ตาแรด เหล็กไหลฤาษี โครตเหล็กยวง เหล็กไหลขาว โครตเหล็กไหล ฯลฯ มาให้เพื่อเป็นเครื่องปกป้องอุบัติภัย ภยันตรายนานัปการที่จะก่อบังเกิด อีกทั้งเป็นแบบตัวอย่างให้ท่านผู้ที่สนใจศรัทธาได้ศึกษาก่อนเป็นปฐมทุกๆครั้ง ที่มีการอธิษฐานจิตปลุกเสกและได้รับเชิญไปร่วมก็จะนำธาตุกายสิทธิ์ชุดเหล็กไหลนี้ไปร่วมเสมอ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2539 ก็เช่นกัน หลังจากเสร็จพิธีอธิษฐานจิตโดยพระกรรมฐานจำนวน 50 รูป ผู้เขียน (รอย อริยะ) ได้นำวัตถุธาตุกายสิทธิ์ที่เพิ่งได้รับการอธิษฐาน จิตไปสดๆ ร้อนๆ มอบให้พระคุณเจ้า หลวงปู่หลวง กตปุญโญ พระเถระผู้ทรงคุณตบะบารมีสูงส่ง แห่งวัดป่าสำราญนิวาส อ.เกาะคา จ.ลำปาง  ทั้งยังเป็นสหาย