เหล็กไหลมีจริงหรือ

เหล็กไหลมีจริงหรือ

                   คุณภาณุพัฒน์ เจริญสุข อยู่บ้านเลขที่ 9/111 หมู่ 6.นภาวัลย์ ซอย 6 ถนนพหลโยธิน สายไหม กรุงเทพฯ เป็นบุตรของ พลอากาศเอกพิณ เจริญสุข ซึ่งเป็นเพื่อนกับหลวงพ่อสัมฤทธิ์สมัยที่รับราชการเป็นทหารอากาศอยู่ด้วยกัน เมื่อทราบว่าหลวงพ่อได้มาสร้างวัดอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี ก็ได้พาครอบครัวมาเยี่ยมเยียนก้นอยู่เสมอ

                   ดังนั้นคุณภาณุพัฒน์ จึงคุ้นเคยกับวัดถ้ำแฝดมานาน ได้พบเห็นเรื่องของเหล็กไหลมาตลอด แต่ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ จนกระทั่งมีครอบครัวก็ยังมาทำบุญที่วัดอยู่เป็นประจำ พอดีมีเพื่อนอยู่ที่ จ.ประจวบฯ สนใจที่จะฝังเหล็กไหล ก็เลยพามาหาหลวงพ่อวัชระ ให้ฝังเหล็กไหลฤาษีให้ ประมาณ 2 เดือนต่อมาเพื่อนคนนั้นได้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขี่รถมอเตอร์ไซมาตามถนน ได้ถูกรถปิคอัพชนท้ายอย่างแรง ปรากฏว่าศรีษะน๊อกพื้นสลบไป พลเมืองดีได้นำส่งโรงพยาบาล

                   แพทย์ได้ตรวจแล้วพบว่ามีเลือดคั่งในสมอง จำเป็นต้องผ่าตัดด่วน ปรากฏว่าในระหว่างรอการผ่าตัด เพื่อนคนนั้นได้ท่องบ่นเหมือนสวดมนต์ด้วยภาษาที่ฟังไม่เข้าใจทั้ง ๆ ที่ยังสลบอยู่ แม้ระหว่างที่พยาบาลเข็นเข้าห้องผ่าตัดก็ตาม แพทย์ได้บอกกับญาติผู้ป่วยว่า หลังการผ่าตัดอาจจะมีปัญหาเรื่องความจำ หรืออัมพฤกษ์ได้

                   หลังการผ่าตัดพยาบาลได้มาถามว่า เวลาคุณนอนอยู่บนเตียงคุณสวดมนต์อะไรนะ คนป่วยเองก็งงเพราะไม่ทราบมาก่อนว่า ระยะนั้นมีอาการอย่างไรบ้าง แต่ผลการผ่าตัดเป็นที่น่าทึ่ง เพราะความจำเป็นปกติดีทุกอย่าง พักฟื้นไม่กี่วันก็ออกจากโรงพยาบาลได้ แพทย์เองก็ประหลาดใจ เพราะคนป่วยลักษณะนี้ค่อนข้างใช้เวลาในการรักษา เพราะส่วนสมองถูกกระทบกระเทือนอย่างแรง ภายหลังแข็งแรงแล้วได้มาหาคุณภาณุพัฒน์ เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ชวนมาทำสังฆทานที่วัดถ้ำแฝด ปัจจุบันสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงเป็นปกติดีทุกอย่าง

                   คุณภาณุพัฒน์เองก็เลยสนใจเรื่องของเหล็กไหลขึ้นมาทันที เที่ยวเดินชมวัตถุมงคลที่สร้างมาจากเหล็กไหล เห็นประคำเหล็กไหลก็ชอบใจอยากได้ แต่เกิดสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมเหล็กไหลวัดถ้ำแฝดจึงมีหลากหลายบางครั้งเห็นของเลียนแบบที่วางขายตามร้านค้าภายนอก มีลักษณะคล้ายหรือเหมือนกับวัดถ้ำแฝด ก็ไม่มั่นใจในสิ่งที่รู้เห็น ใจหนึ่งก็อยากฝังเหล็กไหลบ้าง ใจหนึ่งก็คลางแคลงใจ

                   ก่อนนอนคืนนั้น หลังจากสวดมนต์ไหว้พระแล้ว ก็นอนครุ่นคิดถึงเรื่อง เหล็กไหลวัดถ้ำแฝด ว่าเป็นของจริงไหมหนอ กำลังครุ่นคิดไปเพลิน ๆ ฉับพลันได้ยินเสียง ๆ หนึ่งปรากฏในฆานทวารอย่างชัดเจนว่า ของจริงลูกจึงรู้สึกตกใจ วันรุ่งขึ้นจึงตัดสินใจมาขอรับการฝังเหล็กไหลจาก หลวงพ่อวัชระทันที แล้วบูชาประคำเหล็กไหลไป 1 เส้นแล้วได้เล่าเรื่องนี้ให้หลวงพ่อวัชระฟัง และกล่าวเสริมว่า ไม่รู้ว่าเป็นเสียงของอาจารย์หรือหลวงพ่อสัมฤทธิ์ แต่ได้ยินชัดเจนมาก เพราะปกติเป็นคนสมัยใหม่ ไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ แต่เหตุการณ์ที่ได้พบกับตัวเองก็เลยเกิดความเลื่อมใสศรัทธาและมีความมั่นใจ ต่อมาก็ได้มาเช่ามีดหมอที่ทำจากเหล็กไหลฤาษีล้วน ๆ ไปบูชาเป็นพิเศษอีกต่างหาก

                   ทุกวันนี้ก็ได้นั่งสมาธิและได้สัมผัสกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ตนเองเคยแต่ได้ยิน บัดนี้ได้ค้นพบด้วยตัวเองแล้ว จึงรู้สึกปลื้มปิติจนอดที่จะเล่าถวายให้หลวงพ่อได้รับทราบไว้ไม่ได้ หลวงพ่อจึงได้ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้เพื่อให้พวกเราได้ศึกษากันดู เพราะเป็นเรื่องปัจจัตตัง คือรู้เฉพาะตน

เหล็กไหลฤาษีขับอมนุษย์

                   เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 44   ร.ต.อ.จักรกฤษณ์  แสนทวีสุข อายุ 56 ปี ตำรวจรถไฟ ปฏิบัติ-ภาระกิจในขบวนรถไฟสายใต้ ปัจจุบันพักอยู่บ้านเลขที่ 13/24 หมู่ 6 เพชรเกษม 53 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ โทร.02-8013264 ได้เดินทางมาที่วัดถ้ำแฝดเพื่อเสริมดวง เสริมบารมีสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ด้วยการครอบมงกุฎพระเจ้า และได้ขอทำพิธีฝังเหล็กไหลฤาษี  จากหลวงพ่อวัชระ

                   เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านการฝึกฝนและมีประสพการณ์มามาก  รูปร่างท่านจึงใหญ่และแข็งแรงบึกบีน แขนทั้งสองข้างได้รับการฝังตะกรุดมาจาก หลวงพ่อคูณ จำนวนหลายดอกด้วยกัน เพราะฝังมาหลายครั้งด้วยกัน ทำให้ต้องหาจุดที่จะทำการฝังเหล็กไหลได้ลำบาก  เพราะกล้ามเนื้อแข็งทำให้ตอกยาก ปรากฏว่าต้องตอกถึง 2 ครั้งถึงจะได้รอยแผลสำหรับฝังเหล็กไหลได้พอเหมาะที่แขนขวา

                   หลังจากฝังเหล็กไหลแล้วก็ได้สนทนาสอบถามเรื่องราวของเหล็กไหลประเภทต่าง ๆ ว่า อย่างไหนจะดีกว่ากัน หลวงพ่อวัชระท่านกล่าวว่า ขึ้นชื่อว่าเหล็กไหลแล้ว ถ้าเป็นของจริงก็เด่นทางแคล้วคลาด คงกระพัน มหาอุด และขับไล่ป้องกันคุณไสย นอกจากนี้ก็ยังมีด้านโชคลาภ และเมตตามหานิยม ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ได้ปฏิบัติตนตามสัจจะที่ให้ไว้กับครูบาอาจารย์ได้ครบถ้วน และสวดพระคาถาปลุกตัวไว้เป็นประจำ เพื่อกันลืมหรือผิดครู

                   เพียงอึดใจแห่งการสนทนาผู้กองจักรกฤษณ์ ก็เริ่มมีอาการผิดปกติในแขนด้านซ้ายที่ฝังตะกรุดอยู่หลายดอก ร้องถามหลวงพ่อด้วยความสงสัยว่า

                    ทำไมหลวงพ่อตอกฝังเหล็กไหลข้างขวา แต่กลับมาปวดที่ฝังตะกรุดข้างซ้าย เจ็บเหมือนกับถูกตอกอีกข้างหนึ่ง

                   ขณะเดียวกันก็เอามือบีบน่องแขนช่วงบนที่กำลังปวดอยู่ แสดงสีหน้าถึงอาการเจ็บให้เห็นในขณะนั้น หลวงพ่อจึงสั่งให้เหยียดเท้าทั้งสองข้างออกไป ส่วนมือทั้งสองข้างปล่อยวางข้างลำตัว เริ่มการบำบัดรักษาอาการที่ผิดปกติทันที โดยที่ยังไม่ได้ตอบคำถามนั้น หลวงพ่อเริ่มนิมนต์ครูบาอาจารย์ พร้อมกับกำหนดจิตไปยังร่างที่นั่งอยู่เบื้องหน้า เรียกเอาสิ่งที่ไม่ดีอันเกิดจากคุนไสยบางอย่างที่ทำมาออกจากแขนและขาทั้งสองข้างทันที

                   เริ่มแรกรู้สึกแขนขาตึงและชาที่ปลายนิ้วปลายเท้า อึดใจใหญ่ก็รู้สึกว่าสิ่งที่ปวดบริเวณแขนนั้นวิ่งเป็นก้อนลงมาที่ข้อศอกและค่อย ๆ เคลื่อนหรือไหลออกไปทางปลายนิ้วมือ ทำให้รู้สึกหนักและชาอยู่นานจึงค่อยคลายออกไป แขนจึงโปร่งและโล่ง ขณะเดียวกันแขนขวาก็เริ่มตึงและชาเหมือนมีตัวอะไรวิ่งเคลื่อนไหวไปมาอยู่ใต้ผิวหนัง ปวดแสบปวดร้อนและเบาไปในที่สุด รู้สึกโล่งและเบาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

                   หลังจากนั้นหลวงพ่อเริ่มทำพิธีขับไล่สิ่งที่ไม่ดีออกจากส่วนศรีษะ รู้สึกมีพลังความร้อนวิ่งจากศรีษะลงสู่เบื้องต่ำ ปวดตามแผ่นหลังเรื่อยไป จนรู้สึกปวดบริเวณหลังมาก เจ็บและตึงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สักครู่สิ่งเหล่านั้นก็ค่อย ๆ เคลื่อนวิ่งออกมาทางโคนขาทั้งสองข้าง รู้สึกเจ็บและปวดจนต้องแสดงอาการออกมาทางสีหน้าจากท่านั่งเหยียดขาเอนหลังอยู่ มันชักจะไม่ไหวเพราะตึงมากจนรู้สึกนั่งไม่ได้ ร่างกายช่วงบนที่นั่งอยู่จึงค่อย ๆ เอนต่ำลงไป ได้พยายามเกร็งฝืน เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังดึงอะไรอย่างหนึ่งที่อยู่ภายในตัวออกไป จนรู้สึกตึงฝืนนั่งไม่ได้ ในที่สุดต้องทิ้งตัวนอนราบกับพื้นลงไป

                   สักครู่ใหญ่เหมือนของบางอย่างในร่างกายถูกดึงผ่านออกทางกลางฝ่าเท้า จึงรู้สึกโปร่งโล่งตลอดตัวยอมรับว่าตลึงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยแทบจะฉับพลันหลังจากฝังเหล็กไหลฤาษีเข้าไป เพราะปกติจะป่วยเมื่อยและตึงตามร่างกายทั่วไป อาศัยการบีบนวดบ้างก็พอคลาย คิดว่าเกิดจากการตรากตรำการงานมากเกินไป จึงทำให้ปวดเมื่อย

                   เพียงชั่วอึดใจที่กำลังสนทนาถามรายละเอียดสรรพคุณของเหล็กไหลประเภทต่าง ๆ ยังไม่ทันจบดี ก็เกิดสิ่งอัศจรรย์ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นอานุภาพของเหล็กไหลทันตาเห็น จึงมีความเชื่อมั่นศรัทธาในเหล็กไหลของวัดถ้ำแฝดโดยไม่สงสัยอีกต่อไป และหากมีโอกาสก็จะมาขอฝังเหล็กไหลประเภทอื่น ๆ จากทางวัดถ้ำแฝดอีกแน่นอน และจะได้เล่าประสพการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ที่เกิดขึ้นนี้ให้กับเพื่อนตำรวจรถไฟฟัง เพราะวันนี้มีลูกน้องตำรวจติดตามมาเป็นเพื่อนด้วย ย่อมเป็นพยานยืนยันในเหตุการณ์อันเหลือเชื่อนี้ได้

                   หลวงพ่อบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอำนาจพลังของเหล็กไหลขับไล่สิ่งที่เป็นอัปมงคลอันเกิดจากคุณไสยหรือลมเพลมพัดที่แฝงหลบซ่อนอยู่ในกาย ที่ทำให้ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นวิญญาณแฝงที่เร้นหลบอยู่ในร่างกาย คอยรบกวนขัดขวางการทำงาน ขัดโชคขัดลาภ ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท เพื่อพบกับพลังเหล็กไหลเข้าจึงร้อนรุ่ม วิ่งหนีหาทางออกให้วุ่นไปหมดนั่นเอง โชคดีที่ได้มาฝังเหล็กไหลและพบหลวงพ่อที่สามารถแก้ไขให้ได้

ความศรัทธาในเหล็กไหลฤาษี

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 44  คุณรจิตร  ต้องวัฒนา อายุ 69 ปี แม้จะสูงวัยแต่ได้ติดตามอ่านเรื่องราวของเหล็กไหลจากวัดถ้ำแฝดในหนังสือ พุทโธ  มีความรู้สึกศรัทธาในเรื่องราวเหล่านี้ จึงได้ตัดสินใจเดินทางมาฝังเหล็กไหลกับ หลวงพ่อวัชระ พร้อมทั้งแนะนำตนเองว่าเป็นพี่สาวของ คุณไมตรี บุญสูง ที่เคยมาฝังเหล็กไหลกับหลวงพ่อสัมฤทธิ์ และหลวงพ่อวัชระ ที่จังหวัดภูเก็ต

                   หลังจากได้อ่านเรื่องราวในตำนานเหล็กไหลของวัดถ้ำแฝดมานาน ก็เพิ่งจะทราบว่าน้องชายคือคุณไมตรี บุญสูง ก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้มาฝังเหล็กไหลของวัดถ้ำแฝดไว้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น เหล็กไหลตาแรด เหล็กไหลฤาษี โคตรเหล็กไหล ซึ่งได้ฝังให้กับบุคคลในครอบครัวด้วย อันได้แก่ ภริยาและบุตรชายด้วย จึงได้โทรสอบถามข้อมูลจากคุณไมตรีถึงอานุภาพของเหล็กไหลดังกล่าว ทำให้เกิดความศรัทธาเดินทางไปฝังเหล็กไหลกับหลวงพ่อวัชระที่วัดถ้ำแฝดทันที

                   นอกจากนี้คุณรจิตร ต้องวัฒนาและคณะได้เกิดความศรัทธา ถวายกลองขนาดใหญ่ให้ไว้กับวัดถ้ำแฝด แทนกลองใบเดิมที่แตกเสียหายไปอีกด้วย จึงขอประกาศอนุโมทนามา ณ โอกาสนี้ด้วย

ตำรวจกับเหล็กไหลหลวงพ่อสัมฤทธิ์

                   หนังสือพิมพ์ ข่าวสด ฉบับที่ 3680 วันพุธที่ 27 ธันวาคม 2543 ได้พาดหัวข่าวตัวใหญ่ในหน้า 1 ว่า ตร.คลั่งทั้งเมือง เหล็กไหล เลี่ยมทอง-ฝังแขน ฮีอกันทั้งโรงพัก ตั้งแต่ สว.ยันจ่า ปลุกเสก-ห้อยคอ ทำแบบตะกรุดก็มี เนื้อข่าวนั้นปรากฏว่า

                   ตำรวจเชียงใหม่คลั่ง เหล็กไหล พกเป็นเครื่องรางของขลังทั้งโรงพักเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่ สว.ยันชั้นประทวน จนชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งเมือง พ.ต.ต. เปิดใจพกเหล็กไหลติดตัวทุกวัน ได้มาจากคนรู้จักเป็นเหล็กไหลเมืองกาญจน์ บางคนได้มาจากพระธุดงค์พม่า ระบุเป็นแร่ชนิดหนึ่งที่มีพลัง สามารถดูดโลหะอื่นได้ หรือชาวบ้านเรียกกันว่า ขี้เหล็กไหล เชื่อว่าเป็นแร่ที่มีพลังช่วยให้เลือดในร่างกายไหลเวียนได้สะดวก ทำให้สมองปลอดโปร่ง บางรายได้เอาไปเลี่ยมทองคล้องคอ หรือปลุกเสกฝังเข้าท้องแขนแบบฝังตะกรุดหลวงพ่อคูณ

                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่ สภ.เมือง เชียงใหม่ ได้มีการพูดกันในหมู่เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ สภ.อ.เมือง เชียงใหม่ ว่า ขณะนี้นายตำรวจระดับสารวัตรแทบทุกนายพกเหล็กไหล เป็นเครื่องรางของขลังติดตัว พร้อมทั้งมีการนำมาพิสูจน์โดยการใช้เหล็กไหลดูดโลหะ เพื่อโชว์คุณสมบัติของเหล็กไหล

                   โดย พ.ต.ต.จำเนียร จอมสว่าง สว.ส.อ.เมือง เชียงใหม่ นายตำรวจที่พกเหล็กไหลติดตัวเป็นประจำ เปิดเผยว่า เหล็กไหลที่ตนพกอยู่นั้น ได้มาจากคนรู้จักกัน เขาบอกว่าได้มาจาก จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นแหล่งที่พบเหล็กไหลมากที่สุดแหล่งหนึ่ง เหล็กไหลนั้นเป็นแร่ชนิดหนึ่งที่มีพลัง สามารถดูดโลหะอื่นได้ เมื่อก่อนเป็นของหายาก ราคาสูง แต่ปัจจุบันหาได้ไม่ยาก ตำรวจนิยมพกติดตัว เพราะเชื่อว่าเป็นแร่ที่มีพลังดูด สามารถช่วยให้เลือดในร่างกายไหลเวียนได้สะดวก ทำให้สมองโปลดโปร่ง หากใครชอบนั่งสมาธิและมีเหล็กไหลในตัว ก็จะสามารถนั่งได้นาน

                   พ.ต.ต.จำเนียร กล่าวว่า ตำรวจบางนายก็นำไปปลุกเสกทำเป็นเครื่องรางของขลัง บางคนนำไปฝังเข้าท้องแขนแบบตะกรุดหลวงพ่อคูณ บางคนนำไปใส่กรอบทองห้อยคู่กับพระเครื่อง หรือนำไปทำเป็นพระเครื่องให้ผู้อื่นบูชา สำหรับตนจะพกไว้ในกระเป๋าเสื้อ เมื่อพกแล้วจะรู้สึกสบายใจ ทำงานได้ดี จิตใจไม่วอกแวก เหล็กไหลที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพกติดตัวนั้น จะเรียกกันว่า เหล็กไหลหลวงพ่อสัมฤทธิ์ เป็นแร่ชนิดหนึ่งที่พบมากใน จ.กาญจนบุรี ส่วนเหล็กไหลที่ยืดได้หดได้นั้นหายากมาก เพราะไม่อยู่กับคน และคิดว่าไม่มีในประเทศไทย

                   ด้าน พ.ต.ต.จิตต์ บุญเสาร์ สว.ส.ภ.เมือง เชียงใหม่ เปิดเผยว่า มีเหล็กไหลที่ผ่านพิธีปลุกเสก 1 ชิ้นและได้นำมาใส่กรอบทองขึ้นห้อยคอ ทุกครั้งที่ออกทำงานหรือออกจากบ้านก็จะนำขึ้นมาห้อยคอตลอด เหล็กไหลชิ้นนี้ได้มาจากพระธุดงค์  ซึ่งเป็นพระธุดงค์องค์หนึ่ง ตั้งแต่ตนมีเหล็กไหล สามารถนั่งสมาธิได้นานขึ้น จิตใจมั่นคง ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่นั้นก็แล้วแต่ ตนเชื่อของตนอย่างนี้ ขณะนี้ได้รวบรวมประวัติประวัติของเหล็กไหลไว้อย่างละเอียด ว่าแต่ละรุ่นเป็นอย่างไร แร่ชนิดใดเป็นเหล็กไหล หรืออะไรที่มีสายพันธ์เดียวกัน โดยตนรวบรวมไว้ในแผ่นซีดี ผู้ใดต้องการศึกษาตนยินดีจะมอบให้

                   จ.ส.ต.ทองอยู่ บุญยืน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจ กก.สส.ภ.5 หนึ่งในจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พกเหล็กไหล เปิดเผยว่า เหล็กไหลที่ห้อยคออยู่นั้นมาจากพ่อ ซึ่งพ่อได้มาจากประเทศลาว ส่วนเหล็กไหลที่ยืดได้หดได้ หรือที่เรียกว่า เหล็กไหลแท้นั้น คิดว่าไม่มีในโลก เป็นเรื่องที่พูดกันต่อมาเท่านั้น ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ และเหล็กไหลที่ตนและนายตำรวจอื่น ๆ นำมาห้อยคอนั้น เป็นเพียงแร่ชนิดหนึ่งที่นำมาปลุกเสก เพราะแร่ดังกล่าวมีคุณสมบัติเหมือนแร่เหล็ก ที่สามารถดูดโลหะได้ ชาวบ้านบางคนเรียกแร่ชนิดนี้ว่า ขี้เหล็กไหล บางคนนำมาเพื่อห้อยคอเพื่อให้มีกำลังใจ ไม่ฟุ้งซ่าน

                   เท่าที่ผมเคยได้ฟังมาจากคนแก่ เขาเล่าว่าเหล็กไหลนั้นต้องอยู่กับคนมีบุญญาธิการ หากเป็นคนไม่ดีเหล็กไหลจะหายไปเอง ซึ่งเป็นเพียงคำบอกเล่า และผมยืนยันได้ว่าไม่มีในโลก ไม่มีใครเคยเห็นแน่นอน หรือใครพิสูจน์ได้ว่า เหล็กไหลที่แท้จริงรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร จ.ส.ต.ทองอยู่ กล่าวในตอนท้าย

แม่เฒ่าดักรอมอบเหล็กไหลให้นายก

                   ข่าวย่อยจากหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2543 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ เวลา 8.00 น. น.ส.ประเทียนทอง บุตรโคตร อายุ 45 ปี ภูมิลำเนาที่ ต.พระธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร พร้อมด้วยนางสิงห์ บุตรโคตร มารดา อายุ 73 ปี มารอพบนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี โดยแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าจะนำเหล็กไหลมามอบให้กับนายชวน

                   น.ส.ประเทียนทองเผยว่า ตนนำเหล็กไหลมามอบให้นกยกชวน ตามคำสั่งของคุณยาย ชื่อแม่ชีเทียนสุดา อายุ 90 ปีกว่า อยู่ที่ อ.กุสุมา จ.สกลนคร คุณยายบอกว่าท่านสวดมนต์และเห็นนิมิตว่า นายชวนอดีตชาติท่านเป็นลูกหลานของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จึงกำชับว่าต้องนำมาให้นายกฯก่อนปีใหม่ให้ได้ เพราะเป็นวัตถุมงคลที่สมควรจะอยู่กับคนที่มีบุญบารมีที่เหมาะสม นอกจากนี้ คุณยายยังบอกด้วยว่ายังมีเหล็กไหลอีก 2 ก้อน ที่จะขอให้นายชวนช่วยนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีด้วย

                   น.ส.ประเทียนทองกล่าวว่า คุณยายย้ำว่าต้องนำมามอบให้นายกฯ ในวันพฤหัสบดี หรือวันศุกร์ ซึ่งจะถือเป็นวันมงคล เพราะรู้สึกห่วงนายกฯ โดยเฉพาะตอนนี้บ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงวิกฤต จึงเป็นห่วงว่าจะมีคนคิดไม่ดีต่อนายชวน ถ้ามีเหล็กไหลช่วยคุ้มครองก็จะปกป้องอันตรายต่าง ๆ ได้

                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัตถุที่ น.ส.ประเทียนทอง อ้างว่าเป็นเหล็กไหลนั้น เป็นหินแก้วใสรูปวงรี บรรจุอยู่ในผอบเงิน แช่ในน้ำผึ้ง มีสีม่วงเข้ม 1 ก้อน ใหญ่เท่าหัวนิ้วมือ ส่วนอีกก้อนเล็กกว่าเป็นสีม่วงอ่อน จัดวางบนพานมีพวงมาลัยดอกบานไม่รู้โรยสอดคล้องสวยงาม ส่วนอีก 2 ก้อน ที่อ้างว่าจะฝากให้นายชวน นำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย มีขนาดใหญ่กว่าและมีสีเขียวแวววาว กระทั่งเวลา 10.45 น. นายชวนนั่งรถยนต์ออกมาเตรียมจะเข้าไปที่ทำเนียบฯ จึงแวะลงมารับของเอาไว้ เมื่อ น.ส.ประเทียนทอง แจ้งว่า ยังมีอีก 2 ก้อน ก็จะขอให้นายชวนนำไปทูลเกล้าฯถวาย นายชวนจึงกล่าวว่า เอาไว้ให้เสร็จการเลือกตั้งและเป็นวันราชการ ให้ไปที่ทำเนียบรัฐบาลจะให้เจ้าหน้าที่ดูแลและประสานให้  เอาไว้ที่นี่เดี๋ยวเหล็กไหลจะออกอาละวาด  นายชวนกล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

                   ซึ่งในท้ายสุดนั้นก็ไม่ทราบว่าได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนไปอย่างไร ส่วนเหล็กไหลที่เป็นข่าวนั้นก็ไม่ทราบว่ามีประวัติเป็นมาอย่างไร หากมีโอกาสก็จะได้ติดตามเรื่องราวมาเสนอกันต่อไป เพราะในอดีตนั้นมีผู้นำสิ่งที่เป็นเหล็กไหลที่เรียกกันว่า แก้วพญานาค มาฝากมอบให้นายกชวนเหมือนกัน แต่เมื่อตรวจสอบแล้วกลายเป็นแก้วหล่อ บรรจุในภาชนะคล้ายดินเผาที่หมักดูจนเก่า  หากนายกรับมอบไว้จริง ๆ ก็จะเป็นช่องทางทำมาหากินได้อีกนาน เพราะจะนำไปเป็นข้ออ้างในเรื่องเหล็กไหล นำออกจำหน่ายให้แก่คนทั่วไป