เหล็กไหลเทียม

เหล็กไหลธาตุอมตฤทธิ์

                   เรื่องราวของ เหล็กไหลมีผู้ที่ ผ่าน และ พังมามากต่อมากหลายยุคหลายสมัย เป็นเรื่องราวที่ กล่าวขานกันมานานจนเหมือนนิยายปรัมปรา แต่ก็มีผู้เสาะแสวงหา แม้จะต้องใช้เวลาหรือเงินทองมากมายแลกเปลี่ยนก็ตาม แต่ดูเหมือนเรื่องราวเหล่านี้ก็ยังคงลี้ลับเป็นที่อยากรู้ ของคนทั่วไปว่า เหล็กไหลธาตุกายสิทธิ์มี จริงหรือ

                   จนกระทั่ง หลวงพ่อสัมฤทธิ์ คัมภีโร อดีตเจ้าอาวาส วัดถ้ำแฝด ต.เขาน้อย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้เป็นผู้ขยายความรู้เรื่องราวเหล่านี้ให้ปรากฏเป็นแนวทางให้พวกเราได้ศึกษา

                   เรื่องราวความลี้ลับเหล่านี้ได้ถูกตีแผ่ออกมาเป็นวิทยาทาน จนมีผู้เขียนเพิ่มเติมขึ้นมาในภายหลังอีกหลายท่าน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในตระกูลและเผ่าพันธ์ของเหล็กไหล จนหลายท่านเกิดความสงสัยว่า เรื่องราวพิสดารเหล่านั้นถูกหรือผิดกันแน่ ทำไมเหล็กไหลจึงเกิดขึ้นง่ายดาย จากการหุงหรือถลุงกันแน่     หรือ เหล็กไหลที่ยืดได้หดได้ ทำไมมีราคาถูกเหมือนโลหะหล่อ แถมมีวางจำหน่ายกันตามริมถนนทั่วไป

                   บางคนก็ถามว่า เหล็กไหลสีเขียวที่ว่า ชุบจากปรอทหรือเป็นของธรรมชาติ  เพราะเท่าที่ทราบราคาซื้อกันกันเป็นร้อยล้านพันล้าน แต่เห็นวางขายกันตามแผงริมถนน เหมือนชุบด้วยปรอทเพราะเป็นสีฟ้าจาง ๆ เหมือนบาตรสแตนเลสที่นำมาเผาแล้วเคลือบปรอทจัง

                   สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาคาใจผู้ที่สนใจในเรื่องราวความเป็นมาของเหล็กไหล เพราะเกิดจากความรู้ ความเข้าใจที่เล่าขานสืบทอดกันมา จึงควรอยู่ในดุลยพินิจของท่านผู้ศึกษาที่จะวิเคราะห์ถึงความเป็นจริงและความเป็นไปได้ของสิ่งเหล่านี้ว่าควรมีมากน้อยเพียงไร

                   เพราะในสมัยโบราณการเสาะแสวงหาเหล็กไหลของครูบาอาจารย์ กว่าจะได้แต่ละชิ้นแสนยากเย็น และมีเพียงไม่กี่ชิ้น แต่ก็มีฤทธานุภาพอันล้ำลึกปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน

                   จากการสัมผัสภายในจากครูบาอาจารย์สายพระกรรมฐานผู้มากด้วยกาลพรรษา และพระอาจารย์สิทธา เชตะวัน ประสพการณ์จากผู้ที่มีโอกาสมาเกี่ยวข้องกับ เหล็กไหลฤาษี นี้อีกหลาย ๆ ท่าน คงเป็นข้อยืนยันถึงความเป็นของดีของขลังของเหล็กไหลวัดถ้ำแฝดได้โดยปริยาย แม้ในทุกวันนี้เหล็กไหลฤาษีก็ยังคงอานุภาพเป็น มหาอมตฤทธิ์ชั่วนิรันด์กาล รอเพียงผู้มีบุญวาสนามารองรับเท่านั้น

และเรียกกันจนติดปากไปทั่วประเทศว่า เหล็กไหลหลวงพ่อสัมฤทธิ์ กาญจนบุรี

ระวังของแอบอ้าง

              ปัจจุบันมีทั้งนักบวชและฆราวาสมากราย แอบอ้างนำเอาของเทียมและเลียนแบบ เหล็กไหลวัดถ้ำแฝด วางจำหน่ายตามร้านค้าและแผงพระบางแห่ง พร้อมทั้งนำหนังสือ เหล็กไหล ซึ่งมีภาพของ หลวงพ่อสัมฤทธื หรือ หลวงพ่อวัชระ วางประกอบว่า สิ่งที่วางขายนี้เป็นของวัดถ้ำแฝด สร้างความเข้าใจผิดและสับสนแก่ คนทั่วไป

              จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ท่านทั้งหลายได้รับทราบในที่นี้ว่า เหล็กไหลหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดถ้ำแฝด มีให้บูชาเฉพาะที่ วัดถ้ำแฝด เพียงแห่งเดียวเท่านั้นโปรดอย่าได้หลงเชื่อการแอบอ้าง นอกจากนี้ยังมีอดีตพระลูกวัดหรือพระสงฆ์บางองค์ ชอบเที่ยวแอบอ้างว่าได้รับเหล็กไหลมาจาก หลวงพ่อสัมฤทธิ์ มากมาย ก็โปรดพิจารณาให้ถ้วนถี่เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีมากมาย จนหลวงพ่อสัมฤทธิ์จะเที่ยวไปแจกจ่ายให้กับลูกศิษย์ผู้ทุศีลเหล่านั้น นอกจากมอบให้เป็นที่ระลึกเพียงชิ้นเล็ก ๆ หรือฝังไว้ที่ท้องแขนเท่านั้น

ของเทียมมาจากไหน

              ปัจจุบันของทำเทียมและเลียนแบบปรากฏออกมามาก ทราบมาว่าผลิตมาจากไต้หวันหรือจีนทำให้มีการวางจำหน่ายอยู่เกลื่อนตลาด ไม่ว่าที่แม่สาย จ.เชียงราย หรือไปใต้ที่หาดใหญ่ ซึ่งแอบอ้างว่าเป็นเหล็กไหลมาจากวัดถ้ำแฝด หลอกลวงญาติโยมผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต้องสูญเสียเงินทองไปอย่างน่าเสียดาย เพราะเงินปัจจัยเหล่านั้น พระผู้ทุศีลเหล่านั้นนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว มุ่งการสะสมทรัพย์ไม่สมควรแก่สมณะวิสัย  เช่น นำไปปล่อยกู้ เป็นต้น ทำให้ทางวัดได้รับความเสียหาย เพราะผู้ ศรัทธาบูชาไปนั้น ส่วนหนึ่งคิดว่าได้ร่วมทำบุญ ก่อสร้างพุทธสถาน เพื่อปรารถนาส่วนบุญกุศลด้วย แต่ปัจจัยเหล่านั้นกลับถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ และของนั้นก็เป็นของเทียมและเลียนแบบเท่านั้น 

              ดังนั้นจึงขอฝากเตือนถึงท่านผู้ศรัทธาใน เหล็กไหลของวัดถ้ำแฝด กรุณาบูชาจาก แผนกวัตถุมงคล ของทางวัดเท่านั้น เพราะบางครั้งมีผู้แอบแฝงนำของเทียม นำเสนอผู้ศรัทธาในราคาถูก ๆ แอบอ้างว่าได้มาจากทางวัดด้วยวิธีการที่ไม่แตกต่างกับพวก 18 มงกุฎ ผู้แอบอ้างมีทั้งฆราวาสและนักบวชที่ถือโอกาสแฝงตัวเข้ามาในรูปแบบต่าง ๆ หากท่านพบพฤติกรรมเช่นนั้น กรุณาใช้วิจารณญาณพิจารณาด้วยความรอบคอบ       

              สำหรับเหล็กไหลจากที่อื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้าย ๆ กับเหล็กไหลวัดถ้ำแฝดบางชนิด และมีที่มาค่อนข้างพิสดาร ร่วงหล่นมาจากถ้ำบ้าง หรือ อยู่ในก้อนหินหรือก้อนดินประหลาด พอต่อยแตกออกมาก็จะพบธาตุกายสิทธิ์อยู่ภายในนั้น เคยมีผู้มาถามว่าเป็นเหล็กไหลจริงหรือไม่ ก็ขอตอบในที่นี้ว่าไม่ทราบ เพราะของที่อื่นย่อมมีประวัติความเป็นมาที่แตกต่างกันออกไป ส่วนจะเป็นชนิดเดียวกันหรือไม่อย่างไร คงตอบไม่ได้เพราะไม่เคยเห็น ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้นย่อมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านเอง

               เพราะปัจจุบันใครมีเงินก็ซื้อหน้าสื่อในหนังสือนิตยสารเขียนเองเชียตัวเอง โฆษณาจนเกินความจริงได้ โดยไม่มีหน่วยงานไหนมาเซ็นเซอร์ข่าวหรือบทความในนิตยสารดังกล่าวว่าเป็นเท็จหรือจริงเพียงใด  อีกทั้งบรรณาธิการก็ไม่เห็นเดือดร้อนอะไร ขอให้จ่ายเงินมาก็พอใจ โดยไม่คิดที่จะรับผิดชอบในเนื้อหาสาระว่า เกินความจริงเกินไปหรือไม่ เป็นการมอมเมาบิดเบือนหลักของพุทธศาสนาจนเกินความเป็นจริงไปหรือเปล่า ซึ่งในตอนท้ายจะได้กล่าวถึงหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาบูชาเหล็กไหลจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิว่าพึงมีแนวทางพิจารณาอย่างไร ?

การรักษาและพัฒนาธาตุกายสิทธิ์

พระอาจารย์มหาเสริมชัย สิริมังคโล หรือ พระภาวนาวิสุทธิคุณ เจ้าอาวาส วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ผู้ได้ศึกษาเรื่องราวของ เหล็กไหลมามากพอสมควร ได้ให้ข้อคิดเห็นต่อความสงสัยในเรื่องราวของธาตุกายสิทธิ์เหล่านี้ไว้ว่า

การกำเนิดของเหล็กไหล เกิดจากมหาฤาษีหรือเทพพรหม คนธรรพ์ นาค ยักษ์ ที่มีความปรารถนาที่ จะสร้างบารมีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป มุ่งสู่การบำเพ็ญเพียรสร้างบารมีธรรมเพื่อเลื่อนภูมิจิตของตนเองเข้าสู่อริยมรรค ถึงพระนิพพานอันเป็นอมตธรรมเป็นสำคัญ

เหล็กไหลจึงมักจะอยู่กับคนดีมีศีลธรรม ให้คุณประโยชน์แก่ผู้ที่มีไว้ครอบครองด้วย ความสมบูรณ์พูนสุข ในมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ และพระนิพพานสมบัติ ถึงซึ่งอริยมรรค คือ มรรค ผล นิพพาน ตามกระแสพระสัทธรรมของสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ง่ายขึ้น

                   เพราะฉะนั้นผู้ครอบครองเหล็กไหล ควรจะปฏิบัติตนให้เหมาะสม สมควรแก่การรองรับเอาธาตุ กายสิทธิ์เหล่านี้ไว้เป็นบารมีของตน ในเบื้องต้นควรจะเป็นผู้ถึงพร้อมด้วย ทาน ศีล ภาวนา สัมมาปฏิบัติให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ควรให้โอกาสธาตุกายสิทธิ์เหล่านี้ชำระล้างมลทิน ด้วยการให้ถือศีล  5 เป็นอย่างต่ำ วันพระถือศีล 8 ให้ เขามีโอกาสได้ร่วมพิธีบวชเณรหรือพระภิกษุในทางพระพุทธศาสนาด้วยยิ่งดี

                   ในกรณีที่เราไม่สามารถยึดมั่นอยู่ในหลักธรรมขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างมั่นคงแล้ว ก็ ไม่สมควรจะเป็นผู้ครอบครอง เหล็กไหลธาตุกายสิทธิ์ เพราะบารมีเราอ่อนกว่าแล้วจะทำให้เกิดโทษได้ในภายหลัง ควรครอบครองธาตุกายสิทธิ์ที่ ผู้รู้หรือผู้ทรงคุณวุฒิท่านได้นำมาสร้างเป็นพระเครื่องหรือวัตถุมงคล ซึ่งได้ผ่านการเจริญภาวนาชำระธาตุธรรม นำธาตุกายสิทธิ์เหล่านี้เข้าสู่กระแสธรรมเรียบร้อยแล้ว จึงจะดีและปลอดภัยด้วยประการทั้งปวง

หลักการพิจารณาของจริง

                   ปัจจุบันนี้พวกเราคงได้ยินได้ฟังเรื่องราวของ  ธาตุกายสิทธิ์เหล็กไหล ค่อนข้างมาก แม้กระทั่งเห็นวางจำหน่ายอยู่ตามแผงพระก็มี ริมฟุตบาทข้างถนนก็มี ก็เลยยิ่งสับสนกันไปใหญ่ ว่าเป็นของจริงหรือเปล่า

                   หากท่านไม่สนใจไม่ศรัทธาในสิ่งเหล่านี้ก็คงไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าสนใจขึ้นมาละก็ ควรจะต้องศึกษาถามไถ่จากผู้รู้จริง ๆ จึงจะสมควร อย่าไปฮือฮาตามกระแส  ถ้าจะให้ตอบ ก็ขอบอกว่า  จริงก็มี ไม่จริงก็มี ดังนั้นอย่าไปเดาสุ่ม เพราะของดีจริงนั้นมีอยู่ จึงมีของทำเทียมและเลียนแบบปลอมปนสร้างความเข้าใจผิดให้ผู้ สนใจได้หลงผิด ด้วยคนโลภและทุศีล ขาดคุณธรรม ไม่มีหิริโอตตัปปะ เอามาหลอกขายหาเงินจากผู้ที่รู้ไม่เท่าทัน

                   สัจจธรรมอย่างหนึ่งที่เห็นได้ง่ายมาทุกยุคทุกสมัย อะไรก็แล้วแต่ที่มีค่าเป็นเงินตรา และเป็นที่สนใจใฝ่หาของคนทั่วไป ในไม่ช้าก็มีของทำเทียมและเลียนแบบปรากฏออกมาแอบอ้างให้ผู้คนหลงผิดอยู่เป็นประจำ เช่น พระเครื่องพิมพ์ต่าง ๆ ที่มีราคาสูง อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอีเล็คโทรนิค เป็นต้น เพราะปัจจุบันเทคโนโลยี่ มีความก้าวหน้า  เทคนิคการทำเทียมก็เลยแนบเนียนจนยากแก่การแยกแยะ

                   ดังนั้นผู้สนใจพึงสังวร อย่าตกเป็นเหยื่อของคนโลภ ดังที่ปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เป็นประจำ เพราะเหล็กไหลย่อมมีคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่ผู้มีคุณธรรม และมีโทษมหันต์สำหรับคนชั่วหรือคนทุศีลได้เหมือนกัน

                   สำหรับผู้สนใจพึงตั้งจิตอธิษฐานที่จะมีธาตุกายสิทธิ์เหล่านี้ไว้ในครอบครอง เพื่อขอบารมีจากวัตถุ ธาตุกายสิทธิ์มาอนุเคราะห์อำนวยประโยชน์แก่การศึกษาและปฏิบัติธรรม เพิ่มพูนบุญบารมีธรรมให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ซึ่งเป็นที่ปรารถนาของเหล่าเทพ พรหม ผู้รักษาเหล็กไหล ที่จะดำเนินชีวิตตนมุ่งสู่อมตธรรมที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ทั้งปวง เทพเทวาผู้รักษาธาตุกายสิทธิ์นี้ก็จะเปิดบารมีให้แก่ท่านได้พบสี่งที่ปรารถนาเอง

                   ดังนั้นหลักเบื้องต้นในการพิจารณาถึงวัตถุธาตุกายสิทธิ์ว่า เป็นของจริง หรือ ของเทียมและเลียนแบบนั้น จึงขอตั้งข้อสังเกตให้ท่านได้ศึกษาพิจารณาดังนี้

·        พิจารณาแหล่งที่มาว่าเป็นวัตถุธาตุที่มาจากสำนักที่พึงเชื่อถือได้  ความจริงการที่บุคคลภายนอกจะพิจารณาคุณธรรมของคนในสำนักต่าง ๆ นั้นคงไม่ใช่สิ่งที่ง่าย แต่ก็พอจะศึกษาได้จาก เจตนา ความคิดอ่าน การกระทำ ว่าเป็นไปในลักษณะของผู้มีศีลมีธรรม ส่งเสริมการศึกษาและปฏิบัติ ช่วยสืบบวรพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองและมั่นคง เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนเพียงใด หรือมีพฤติกรรมหรือเจตนาเพื่อลาภสักการะ  เพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องหมู่คณะแห่งตน

·        พิจารณาถึงความชัดเจนของธาตุกายสิทธิ์เหล่านั้นว่าได้มาโดยวิธีใด ในหลักการนี้หมายถึง ให้รู้จักว่าเป็น เหล็กไหลตัด หรือ เหล็กไหลบารมี ได้มาด้วยบารมีธรรมของตนเอง หรือ เทพเทวาเปิดบารมีให้

·        พิจารณาถึงของเทียมและเลียนแบบ ซึ่งอาจจะนำเอาแร่บางอย่างที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับธาตุกายสิทธิ์มาแอบอ้าง หรือแม้กระทั่งเอาแม่เหล็กธรรมดามาชาร์ทด้วยไฟฟ้าให้มีกระแสแม่เหล็ก มาหลอมหรือขัดหรือเจียรไน เป็นวัตถุมงคลในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งที่ผ่านการเจริญสมาธิภาวนาบรรจุพลัง และไม่ได้ผ่านการเจริญสมาธิภาวนาบรรจุพลัง วางขายเกลื่อนกลาดตามถนนหนทางและวางขายตามร้านค้าทั่วไป โดยแอบอ้างแหล่งที่มา หลอกจำหน่ายกับผู้ไม่รู้ โดยเจตนาทุจริตคิดมิชอบก็มี หากคิดสะกิดใจสักนิดจะพบว่า ของดีจริง ๆ ไม่มีวางจำหน่ายง่าย ๆ ตามสถานที่อย่างนั้นหรอก จะมีอยู่ก็กับสำนักที่พึงเชื่อถือได้เท่านั้น

ยุคธาตุกายสิทธิ์

                   เหตุที่ปัจจุบันนี้ปรากฏ ธาตุกายสิทธิ์เหล็กไหล ขึ้นมามากมาย ด้วยเหตุสำคัญดังนี้

                   ยุคกึ่งพุทธกาล เนื่องจากประเทศไทยเป็นที่ตั้งมั่นอันสำคัญของพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นยุคเทพพรหมเทวาทั้งหลายได้ปราวารณาไว้กับองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า จะลงมาช่วยกันสืบพระศาสนาของ พระสมณโคดม ให้สถาพรอยู่ถึง 5,000 ปีตามพุทธทำนาย จึงเป็นบ่อเกิดและที่สถิตอยู่ของผู้มีบุญบารมีในระดับต่าง ๆ เพื่อบำเพ็ญบารมีธรรมให้บรรลุถึงซึ่งมรรคผล นิพพาน หรือเป็นอรหัสต์สาวก พระปัจเจกพระพุทธเจ้า หรือ พระโพธิสัตว์ จนถึงพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล ตามแรงอธิษฐานบารมีที่เคยได้กระทำมาแล้วในอดีต

                   เทพเทวาผู้รักษาเหล็กไหล จึงเปิดโอกาสแก่ผู้บำเพ็ญบารมีในระดับต่าง ๆ ให้ได้รับธาตุกายสิทธิ์เหล่านี้ไปครอบครอง เพื่อมุ่งอำนวยประโยชน์ต่อการบำเพ็ญบารมีธรรมให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อช่วยกันสืบบวรพระพุทธศาสนาในประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรืองสถาพรสืบไป

                   ดังนั้น ในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรมบางคน จึงมีสิทธิ์ได้รับ ธาตุกายสิทธิ์เหล็กไหล โดยวิธีการต่าง ๆ ที่คาดไม่ ถึง เพื่อกอบกู้ คุ้มครอง รักษาประเทศชาติ และศาสนาให้มั่นคง เพียงแต่ไม่ค่อยมีใครรู้เท่านั้น

                  เลียนแบบ  เกิดจากการทำเทียมและเลียนแบบ ด้วยความปรารถนาชั่วช้าลามกและด้วยความโลภ  แอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง มิได้เป็นไปตามเจตนาที่แอบแฝงอ้างอิง ซึ่งมีทั้งนักบวชและฆราวาส ปรากฏอยู่ดาดดื่นเกลื่อนไปตามตลาด แทนที่จะอยู่กับวัดหรือสำนักที่พึงเชื่อถือได้เหมือนสินค้าผลิต แล้วนำออกขายตามห้างร้านทั่วไป

                   การเลียนแบบย่อมสามารถกระทำได้ไม่ยากในปัจจุบัน เพราะความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี่และการสนเทศ แม้กระทั่งวิธีการแปลก ๆ สร้างสถานะการณ์ให้ผู้ที่รู้ไม่ทันหลงเชื่อ เสียเงินเสียทอง โดยได้ของไม่ดีไป

เหล็กไหล

ทำอย่างไรจึงจะทราบว่าเป็นเหล็กไหลของจริงครับ

แบบว่ามีอยุ่จริง

เหล็กไหลนั้นมีอยู่จริงๆนะ ครับ ธาตุเหล็กไหลนั้ยังช่วยป้องกันอันตรายต่างได้และถ้าฝังไว้ในตัวยังช่วยรักษาโรคภัยได้อีกด้วย

เหล็กไหล

ดูด้วยตาผมก้ไม่รู้ครับคนมันทำปลอม เก่งมาก เหมือนพระเครื่องครับปลอมเกลื่อนเซียนใหญ่ทั้งหลายก็ใช้กล้องส่องอย่างเดียวเน้น แต่พุทธพานิชขายอย่างเดียว ไม่เน้นพุืทธคุณ รู้หรือไม่ว่าในวัตถุมงคลนั้นๆมีอะไรแฝงอยู่โดยส่วนตัวผมจะนำวัตถุมงคลติดตัวนั้นต้องมีพลังงานที่รุนแรงที่สุดคับจะทำให้เรามั่นใจสุดๆคับ สัมผัสถึงพลังงานให้ได้นะคับ
พยายามนั่งสมาธิฝึกจิตคับ จะรู้้กับตัวเราเองคับเหลือเชื่อแต่เป็นความจริงที่พิสูจน์ได้

พระคาถา

ผมอยากทราบพระคาถาเสกน้ำผึ้งให้เหล็กไหลเสพ พระคาถาต่างๆเกี่ยวกับเหล็กไหลครับพอจะบอกผมได้ไหมครับ

น้ำตาเหล็กไหล

ผมเอาก็ได้นำตาเหล็กไหลมา แต่ยังหาข้อมูลไม่ได้ แต่จากที่ ทราบมา คนที่ไปเอามาเค้าบอกว่า ที่ผมได้มะ เค้าใช้ แก๊สเป่า เหล็กไหล หวังตัดให้ขาด แต่ กลับไม่ขาด แต่แค่ หยด ลงมาเป็นเม็ด ๆ เหมือนน้ำตา

ดูเหล็กไหลดูด้วยตา

จ้องมองข้างในเหล็กไหลจะมีเหมือนอะไร เป็นแสงหมุนอยู่ข้างในครับ หรือเอามาจับดูแล้วทำสมาธิจะรู้สึกเย็นเข้ามาในใจครับ ไม่ได้เย็นออกไปข้างนอกเหมือนอย่างอื่นเช่นพระเครื่อง หรือเอาน้ำผึ้งมาทดลองเทลงไปในจาน อีกส่วนหนึ่งเหลือไว้ในขวดเหล็กไหลจะกินในขวดรู้สึกลดลงตามไปด้วย
สุดท้ายทดลองให้เหล็กไหลดับไปให้