ปลวก หรือ เก๊า

ปลวกหรือเก๊า

 

คุณสุรชัย บุญวัฒน์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/65 หมู่ที่ 1 ซ.ชุมชนดอกรัก ถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับไขข้อกระดูก ปวดไปตามข้อกระดูกทั่วร่างกาย หมอบอกว่าเป็นโรคเก๊า กินยาหาหมอมาหลายปีอาการก็ไม่ดีขึ้นเลย

 

หลวงพ่อได้พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ใช่โรคเกี่ยวกับไขข้อกระดูกแน่นอน เพราะปกติการเจ็บป่วยของคนเรานั้นหากได้พบแพทย์เยียวยา 4-5 ครั้ง ก็น่าจะหายเป็นปกติเหมือนเดิม ถ้านานกว่านั้นก็ไม่น่าจะใช่โรคธรรมดาตามการวินิจฉัยของแพทย์ เพราะจากการสอบถามทราบว่าจะมีอาการปวดศรีษะบ่อย ๆ ขี้หลงขี้ลืมและชาตามแขนและขาด้วย

 

เมื่อรับพานครูแล้ว หลวงพ่อจึงให้นั่งเหยียดเท้าออกไปข้างหน้า พร้อมทั้งจรดเทียนไขลงบนศรีษะน้อมระลึกถึงครูบุรพาจารย์ผู้เป็นต้นวิชชา อาราธนาบารมีของพระพุทธเจ้า ทุก ๆ พระองค์ได้โปรดเมตตาแก่เวไนยสัตว์ที่กำลังก่อกรรมทำเข็ญกันอยู่ ให้คลายทิฐิมานะและให้เป็นอโหสิกรรมซึ่งกันและกันต่อไป ซึ่งหลวงพ่อก็ได้กล่าวขอบิณฑบาตไปด้วยเทศนาอบรมไปด้วยพร้อมกัน

 

เวลาผ่านไป 10 นาที ไม่ปรากฏอาการโต้ตอบจากฝ่ายเจ้ากรรมนายเวรที่จะแสดงตัวออกมาให้รู้แต่อย่างไร เพราะปกติถ้าเจ้ากรรมนายเวรที่มีอยู่ยินยอมคลายให้ด้วยประการใด ๆ ก็ดี จะมีการเคลื่อนไหวไปตามร่างกาย ด้วยการเกร็งหรือกระตุกไปตามแขนขาและข้อกระดูกต่าง ๆ อย่างชัดเจน จนบางครั้งเจ้าตัวรู้สึกตกใจ และไม่อาจควบคุมอาการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่แสดงออกมาได้

 

หลวงพ่อจึงเอ่ยปากขอบิณฑบาตใหม่ โดยต่อรองว่าจะให้ผู้ป่วยรายนี้ถวายสังฆทานชุดใหญ่ให้ 1 ชุด พร้อมทั้งเทศน์อบรมควบคู่กันไป บอกให้ทราบถึงอานิสงก์แห่งการถวายสังฆทานให้ทราบด้วย เพียงครู่เดียว แขนและหัวไหล่ทั้งสองข้างมีการเกร็งกระตุกไปตามข้อมือข้อนิ้ว โคนขาทั้งสองข้างสั่นระริกจนเห็นได้ชัด ร่างกายท่อนบนที่นั่งอยู่เริ่มมีการเอนต่ำลงไปจนสองแขที่เท้าพื้นอยู่สั่นระริก ไม่สามารถควบคุมอากรนั่งได้ต่อไป ร่างกายจึงค่อย ๆ เอนไปด้านหลังจนนอนราบไปกับพื้น ดูเหมือนหลวงพ่อจะรู้ล่วงหน้าถึงอาการที่เกิดขึ้น จึงได้เอาหมอนหนุนรองศรีษะไว้ทัน ก่อนที่จะฝาดลงไปบนพื้น

 

หลังจากนอนราบไปแล้ว ส่วนโคนขาก็เริ่มวิ่งกระตุกเคลื่อนที่ผ่านไปทางหัวเข่า ผ่านลงไปถึงน่องขาและข้อเท้า จนผ่อนคลายออกไปทางปลายนิ้วเท้าท้งสองข้าง สังเกตการเกร็งและกระตุกที่ปลายนิ้วเท้าและนิ้วมือของคนไข้ จนคนไข้รู้สึกโล่งเบาไม่มีอาการตึงแขนขาหรือปลายนิ้วมือและนิ้วเท้านั่นแหละ หลวงพ่อจึงสั่งให้ลุกขึ้นนั่งตามปกติ

 

หลายคนรวมทั้งคนไข้ก็สงสัยว่าทำไมจึงมีปฏิกิริยาทางร่างกายที่ตัวเองไม่สามารถควบคุมได้ทั้ง ๆ ที่มีสติอยู่ และอยากรู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร หลวงพ่อได้อธิบายขยายความว่า โรคบางอย่างเกิดจากวิบากกรรมที่ทำไว้กับสัตว์ตัวเล็กเป็นจำนวนมาก เช่น ทำลายมดทั้งฝูงหรือทั้งรัง ทำลายรังปลวกที่ขึ้นอยู่ตามอาคาร สถานที่ต่าง ๆ จะโดยวิธีการใด ๆ ก็ตาม ถ้าเผาเขาเราก็จะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปตามใต้ผิวหนัง หรือใช้ยาฆ่าแมลงทำลายชีวิตเขา วิญญาณสัตว์ตัวเล็กเหล่านี้ก็จะรุมกินโต๊ะเราบ้างโดยแฝงเข้าไปตามส่วนข้อกระดูกต่าง ๆ ของร่างกาย เริ่มจากแขนหรือฝ่าเท้า ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงศรีษะ

 

หากถูกยึดนาน ๆ เข้าก็จะเริ่มปวดในข้อในกระดูก เพราะมันจะแทะกัดกินน้ำในไขข้อกระดูกของคนทำให้เกิดอาการไขข้ออักเสบ โดยเฉพาะส่วนศรีษะทำให้ถึงกับสมองฝ่อ หรือขี้หลงขี้ลืม ร่างกายซีกใดซีกหนึ่งจะเริ่มชาและเป็นต้นเหตุของโรคอัมพฤกษ์ต่อไปได้ เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้เป็นนานหากมันแทะกัดกินทำลายระบบประสาทส่วนใดส่วนหนึ่งเสียหาย ก็จะเป็นผลในทางโรคภัยไข้เจ็บอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

ดังนั้นการแก้ไขที่ถูกต้อง ต้องแก้ไขที่ต้นเหตุเสียก่อน ไม่ใช่ไปแก้ปลายเหตุ เพราะผลที่เกิดขึ้นในบั้นปลายนั้นเป็นปลายเหตุ แต่ต้นเหตุคือวิญญาณหรือโอปาติกะที่เกาะยึดอยู่ภายในร่างกายต่างหากเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราต้องทนทุกข์ทรมาน จนเรียกกันติดปากว่า “โรคเวรโรคกรรม” เพราะพยายามรักษาหรือหมดเงินไปแยะกับการรักษาโรคของตนเอง แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น ก็พึงสังวรไว้ก่อนว่า ถูกเจ้ากรรมนายเวรหรือวิญญาณใดมาเกาะขอส่วนบุญหรือเปล่า แล้วหาวิธีการแก้ไขในส่วนนี้เสีย

 

บางคนบอกว่าได้ทำบุญใส่บาตร สวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วแผ่เมตตาให้แก่เจ้ากรรมนายเวรเป็นประจำหรือแม้กระทั่งถวายพระพุทธรูปองค์ใหญ่มาแล้ว แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นหรือเพียงเบาขึ้นแต่ยังไม่หายดีก็เพราะการขออโหสิกรรมต่อกันนั้น จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายยอมรับคำอโหสิกรรมของเราด้วยเท่านั้น ดังนั้นการให้โดยไม่มีผู้รับก็คงไม่เกิดผลในทางบวก นอกจากจะคลายให้บ้างเราก็จะรูสึกดีขึ้น แต่บางรายกรรมหนักมากเกินกว่าจะยอมให้อโหสิกรรม ก็คงต้องถูกเจ้ากรรมนายเวรเคี่ยวกรำลำบากไปอีกนาน จนกว่าจะหมดเวรต่อกันนั่นแหละ

 

สำหรับคนไข้รายนี้เพราะปลวกขึ้นภายในบ้านอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก จึงได้พยายามหาวิธีการกำจัดปลวกด้วยตัวเอง จนในที่สุดก็เกิดการเจ็บป่วยทางการแพทย์ที่เรียกว่า “ไขข้ออักเสบ” ดังกล่าว จนหลวงพ่อวัชระได้แก้ไขให้ก็เลยหายปวดเป็นปลิดท้องอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยสังฆทานชุดใหญ่เพียง 1 ชุด แม้แต่ยาก็ไม่ต้องกิน ถือว่าเป็นบุญร่วมกัน “ปุพเพกตปุญญตา” เคยทำบุญร่วมกันมา จึงได้มีโอกาสช่วยเหลือกัน