โรคท้องบวม

โรคท้องบวม

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2546 นางบุญศรี เงอเลอะ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/4 หมู่ 2 ต.ยางม่วง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ได้มาถึงวัดถ้ำแฝดในช่วง 5 โมงเย็น ด้วยท่าทางอิดโรยอ่อนแรง เธอมาพร้อมกับสามีของเธอ พร้อมทั้งรายงานให้หลวงพ่อทราบว่า เพิ่งมาจากโรงพยาบาลศิริราช เนื่องจากป่วยเป็นโรคปวดในข้อกระดูก ท้องบวม ปวดในช่องท้อง บางครั้งท้องใหญ่ขึ้นมาเองและแฟบลงไป รวมทั้งปวดศรีษะอย่างแรง มีอาการมาก่อนแล้ว 3 สัปดาห์

 

คนไข้ได้เล่าให้หลวงพ่อฟังว่า เมื่อประมาณต้นเดือนได้ฝันไปว่า มีคนมาเข้าฝันขอความช่วยเหลือว่าถูกฝังไว้อยู่ที่หน้าบ้าน รุ่งเช้าตอนสายเธอจึงได้เดินสำรวจรอบ ๆ บริเวณบ้าน ได้พบร่องรอยเหมือนมีรอยขุดและกลบฝังใหม่ ๆ จึงให้คนงานช่วยขุดรอบ ๆ บริเวณ ปรากฏว่าพบก้อนกระดูกกลมมนชิ้นหนึ่ง เหมือนกระดูกหัวเข่า ก็เลยหยิบขึ้นมาพิจารณาดู และให้คนงานนำไปทิ้งไกล ๆ บ้าน

 

ตกดึกของคืนนั้นเธอรู้สึกแน่นหน้าอกและปวดตามข้อกระดูกตั้งแต่นิ้วมือ รานไปทั่วหัวไหล่จนถึงต้นคอ และปวดศรีษะมาก พยายามข่มตาก็นอนไม่หลับ ตอนเช้าปรากฏว่าที่ข้อมือปวดมากและบวมจนผิดปกติ ส่วนในท้องก็ปวดบวม จนแน่นและอึดอัดบอกไม่ถูก สามีจึงได้พาไปหาแพทย์ที่ รพ.ในท้องถิ่น รักษาอยู่ 1 สัปดาห์ อาการก็ไม่ดีขึ้น บางครั้งท้องก็เล็กบางทีก็ใหญ่ขึ้นมาเอง จนแน่นอึดอัดหายใจไม่ค่อยออก กินอาหารก็ไม่ค่อยได้ จึงได้ถูกนำส่งต่อให้ไปที่ รพ.ศิริราช เพื่อบำบัดและวินิจฉัยอาการต่อไป แต่อาการก็คงทรุดเหมือนเดิม จนวันนี้ฝ่ายภรรยารู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว จึงขอให้สามีพามาที่วัดถ้ำแฝดทันที เพราะเมื่อ 4 ปีก่อนเธอก็เคยป่วยด้วยอาการคล้าย ๆ กัน และให้หลวงพ่อรักษาจนหายมาแล้ว

 

เมื่อหลวงพ่อได้รับพานครูจากคนไขแล้วก็เริ่มทำการรักษาทันที เริ่มต้นจากคลายอาการปวดศรีษะ โดยนั่งเหยียดแขนขาออกไปข้างหน้า เพียงครู่เดียวปลายนิ้วมือที่ปวดบวมด้านซ้ายมือก็มีการสั่นถี่ ๆ แล้วเริ่มเกร็งกระตุกเป็นระยะ ส่วนที่ศรีษะนั้นหลวงพ่อก็เอาเทียนไขจรดบนศรีษะ ปรากฏว่าศรีษะคนไข้ส่ายเบี่ยงหลบเทียนไขหลวงพ่อไปมา ท่านก็จ่อเทียนติดไว้ที่ศรีษะตลอดเวลา อึดใจใหญ่ต่อมา คนไข้มีอาการอาเจียร น้ำลายไหลยืด พอหลวงพ่อใช้เทียนเคาะไปที่ต้นคอเบา ๆ คนไข้ก็ยิ่งเรอออกมาใหญ่ ส่วนปลายนิ้วปลายขาทั้งสองข้างเริ่มมีการกระตุกและสั่นระริกหนักขึ้น ตัวเริ่มโยกหน้าโยกหลังจนน่ากลัว ปลายเท้างอลงจนติดหื้น

 

หลวงพ่อเริ่มคลายเทียนจากศรีษะ แล้วเทศน์โปรดวิญญาณดวงนั้นทันที เพียงครู่เดียวคนไข้ก็เริ่มเอนตัวไปด้านหลังจนนอนราบไปกับพื้นในที่สุด แขนข้างขวาที่แนบอยู่ใกล้ตัวเริ่มมีการกระตุกอย่างแรงจากหัวไหล่ ผ่านลงไปถึงข้อศอก และปลายนิ้วมือสั่นกระตุกอย่างรุนแรงอยู่ครู่ใหญ่ก็ค่อย ๆ แผ้วลงไปเอง ส่วนหน้าขาเหมือนมีอะไรวิ่งลงจากในท้องผ่านกระตุกไปถึงหัวเข่า ลงไปที่หน้าขาจนลงสู่ปลายนิ้วเท้าทั้งสองข้าง ผ่านไปรวมครึ่งชั่วโมงอาการที่สั่นกระตุกทั่งร่างกายก็สงบนิ่ง คนไข้เริ่มดูสดใสขึ้น แต่เหนื่อยและอ่อนแรง เพราะมีการดิ้นรนออกแรงพอสมควร

 

หลังจากหลวงพ่อเห็นว่าพอสมควรแก่เวลาจึงให้คนไข้ลุกขึ้นนั่งตามปกติ คนไข้รายนี้พร้อมด้วยสามีคุกเข่ากราบหลวงพ่อวัชระด้วยความรู้สึกที่ปลื้มใจและเคารพหลวงพ่อมาก ปากก็พร่ำบนถึงความเมตตาของหลวงพ่อที่ได้ช่วยให้หายในคราวนี้ เพราะหมดปัญญาที่จะพาไปรักษาแล้วเหมือนกัน แม้จะพาไปรักษาด้วยน้ำมนต์มาหลายแห่งก็ไม่มีอาการดีขึ้นแม้แต่น้อย ยาสมุนไพรก็หลายขนาน แต่เมื่อได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อกลับหายได้อย่างน่าอัศจรรย์ แม้แต่ยาก็ไม่มี มีแต่ธรรมะโอสถ คือพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่เทศน์โปรดวิญญาณดวงนั้นเท่านั้น อาการเจ็บป่วยที่ทุรนทุรายก็หายได้อย่างสนิท ทั้ง ๆ ที่รักษาที่ รพ.มาถึง 3 อาทิตย์ แต่หายได้เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ไม่เป็นอัศจรรย์ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร

 

หลวงพ่อได้ขยายความต่อว่า กระดูกนั้นมีผู้ประสงค์ร้ายจงใจมาฝัง เพื่อจะเล่นงานถึงตาย แต่อาศัยเป็นผู้มีจิตใจเป็นกุศลเคยสร้างบุญบ่อย ๆ ก็เลยพอรอดตัวมาได้ เพราะเอาเมือไปสัมผัสของที่ไม่ดีเข้า วิญญาณนั้นจึงวิ่งเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย เพราะถึงไม่ขุดขึ้นมาหากเดินฝ่านบริเวณนั้นเป็นประจำ หรือยืนอยู่แถวนั้นบ่อย ๆ มันก็จะค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่กลางฝ่าเท้าได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเห็นอะไรที่ผิดปกติอย่าใช้มือสัมผัสเป็นอันขาด ให้ใช้วัสดุอื่นกวาดหรือคีบไปทิ้งเสีย ก่อนจะคีบหรือกวาด ถ้ามีน้ำพุทธมนต์อยู่ที่บ้านก็นำมาพรมรดมันเสียก่อน เพื่อล้างหรือทำลายอาถรรพ์เสีย จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อผู้กระทำ