โรคปวดขา ปวดหลัง

จากการที่หนังสือศักดิ์สิทธิ์ได้ลงเรื่องราวเกี่ยวกับ หลวงพ่อวัชระ วัดถ้ำแฝดอย่างต่อเนื่องกันมา ปรากฏว่าได้มีญาติโยมเป็นจำนวนมากได้ให้ความสนใจ ทั้งในเรื่องการฝังเหล็กไหล พิธีเสริมดวง เสริมบารมี สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ด้วยการสาวน้ำตาเทียน ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของวัดถ้ำแฝด รวมทั้งวิธีการแก้ไขวิบากกรรม ที่ค่อนข้างได้ผลเป็นจำนวนมาก ทำให้มีผู้มีจิตรศรัทธาเดินทางไปที่วัดถ้ำแฝดกันอย่างต่อเนื่อง จากปากสู่ปาก ทำให้บางวันไม่สามารถดูแลรักษาญาติโยมได้เต็มที่ เพราะต้องใช้พลังธาตุธรรมในการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง จากเช้า-เย็น ดังนั้นถ้าผู้ไดมาช่วงเย็นมาก หลวงพ่อก็คงไม่มีพลังพอจะช่วยแก้ไขได้เต็มที่ เหมือนแบตเตอรี่ใช้บ่อย ๆ เข้า พลังก็อ่อนลง ต้องชาร์ทกันใหม่เหมือนกัน

ดังนั้นหากหลวงพ่อปฏิเสธการรักษาในบางช่วง แสดงว่าพลังท่านอ่อนล้าไม่พอเพียงที่จะสงเคราะห์ญาติโยมต่อไปได้ ก็ต้องงดการรักษาไว้ก่อนเช่นกัน เพราะเป็นการบำบัดด้วยพลังจิต ไม่มีการใช้ยาเข้าช่วยแต่อย่างใด แต่ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจของญาติโยมเป็นจำนวนมาก

โรครูมาติซั่ม

เมื่อวันที่ 27 ก.ย.47 คุณสุมาลี คงเกษม อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 195/5 ซ.ปล่องเหลือง ถนนริมคลอง แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ได้มาพบหลวงพ่อเพื่อให้รักษา อาการเกี่ยวกับโรครูมาติซั่ม มีการอาการปวดตามข้อกระดูก ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวมานานเป็น 10 ปี ได้รักษากินยามาตลอด พอหายปวดจากสะโพก ก็มาปวดท่บ่าที่ไหล่ แต่ตอนนี้ปวดที่บริเวณข้อมือขวามาก ข้อเท้า หัวเข่าก็ปวดมากเช่นกัน

หลวงพ่อเมื่อรับขันธ์ครูแล้ว ก็พิจารณาในเบื้องต้นว่าไม่ใช่โรครูมาตอย เป็นโรคเกี่ยวกับวิบากกรรมบางอย่าง ที่เจ้ากรรมนายเวรติดตามทวงถามคืน ก็เลยถามว่าบ้านที่อยู่เป็นสวนหรือเปล่า เธอตอบว่าเมื่อก่อนใช่ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนสภาพเป็นย่านอยู่อาศัยไปหมด สมัยก่อนเคยไปฆ่าหรือเผาทำลายมดปลวกเป็นจำนวนมาก ทำให้วิญญาณเหล่านั้นโกรธแค้นรุมเล่นงานไปทั่วตัว บางครั้งนอน ๆ อยู่ก็เกิดการเกร็งกระตุกในกล้ามเนื้อ ทำให้นอนไม่ค่อยหลับ เพราะมดปลวกแต่ละรังจะอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก จึงเหมือนตัวอะไรไต่ยุ่มยับไปตามเนื้อตามตัว ส่วนหนึ่งก็ไปทำรังอยู่ตามข้อกระดูกต่าง ๆ ตั้งแต่ส่วนศรีษะจนจรดข้อนิ้วมือนิ้วเท้า เพราะสังเกตเห็นข้อนิ้วมือบางส่วนถูกกัดกินจนพิการไปแล้วก็มี

เมื่อพอทราบถึงสาเหตุดังกล่าวหลวงพ่อจึงให้คนไข้นั่งเหยียดขาออกไปทั้งสองข้าง ส่วนเทียนบูชาครูเล่มหนึ่งถูกยกจรดไปลงบนกลางศรีษะ น้อมรำลึกอาราธนาครูบุรพาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา แล้วท่านก็เอ่ยเจรจากับวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรทันที ผ่านไป 5 นาที ส่วนขาทั้งสองข้างเริ่มมีการกระตุกเป็นช่วง ๆ ตั้งแต่ต้นขา เคลื่อนผ่านไปจนถึงข้เท้า และปลายเท้ามีการสะบัดเป็นระยะ ๆ ส่วนเทียนที่จี้ศรีษะนั้นเพียงไม่นาน คนไข้เริ่มกระสับกระส่าย พยายามเบนศรีษะหนี ซึ่งหลวงพ่อก็จรดเทียนไว้เช่นนั้น ไม่ถึง 5 นาที คนไข้เริ่มมีการอาการคล้ายจะล้มเอนลงไปด้านหลัง และแล้วในที่สุดก็ล้มหงายท้องลงไปจริง ๆ ดีที่หลวงพ่อท่านเตรียมวางหมอนรองรับส่วนศรีษะไว้ก่อนที่จะฟาดพื้น ส่วนปลายเท้างอคุ้มลงไปหาพื้น

หลวงพ่อจึงถามคนไข้ว่า ปกติทำสังฆทานให้เจ้ากรรมนายเวรหรือเปล่า? คนไข้ก็พยายามตอบว่าเคยทำบุญใส่บาตร ซึ่งหลวงพ่อไม่ค่อยเชื่อถือคำตอบคนไข้มากนัก เพราะทราบดีว่าคนไข้รายนี้ห่างเหินการทำบุญ ไม่ค่อยได้อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรเลย เพราะได้ขอบิณฑบาตจากเจ้ากรรมนายเวรว่า ขอให้เขาหายจะทำบุญใส่บาตรไปให้ ผลก็คือเฉย ๆ ไม่มีการตอบสนองรับจากเจ้ากรรมนายเวรเลย ท่านก็ขอต่อไปอีกว่า ถ้างั้นจะให้ร่างนี้ทำบุญถวายสังฆทานให้เอาไหม ก็เฉยอีก นั่นก็แสดงว่าเจ้ากรรมนายเวรไม่ยอมรับประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งร่างนี้ไม่เคยได้สร้างบุญสร้างกุศลอุทิศให้เขามาก่อน

หลวงพ่อจึงเริ่มโปรดวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรนั้นด้วยพระธรรมเทศนาในเรื่องเกี่ยวกับ สวรรค์ นรก และ กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรฟัง พร้อมทั้งเอ่ยปากชวนให้อยู่รักษาศีลสร้างบารมีอยู่ในวัดด้วยกันในพรรษานี้ แล้วจะให้ร่างนี้ถวายสังฆทานสร้างพระแทนตัวอุทิศให้ก่อน เมื่อออกพรรษาก็จะให้ร่างนี้มาร่วมงานทอดกฐิน แล้วอุทิศส่วนกุศลให้อีกครั้งหนึ่ง แล้วเทศน์สรุปให้รู้จักอานิสงก์ของศีล 5 ว่า เป็นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ เพราะความเป็นมนุษย์จะเกิดขึ้นได้ต้องมีคุณธรรมพิเศษติดตัวด้วย ที่เราเรียกกันว่า มนุษยธรรม ซึ่งแปลว่าธรรมะที่ทำให้เป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นเมื่อเราละเมิดศีล 5 ก็เท่ากับละเมิดความเป็นมนุษย์ของตนเอง ดังนั้นพวกเราจึงควรรักษาศีล

ปรากฏว่าร่างคนไข้ที่นอนยาวเหยียดอยู่บนพื้นนั้น เริ่มมีปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลง หัวบิดส่ายไปมา จากหัวเริ่มบิดไปมาซ้ายขวา ข้อศอก ข้อมือ เริ่มบิด ปลายนิ้วมือเกร็งกระตุกเป็นระยะ สักครู่ใหญ่ร่างกายทั้งตัวบิดเอียงไปทางซ้ายสลับไปทางขวาชั่วครู่ใหญ่ ขาเริ่มเกร็งกระตุกอย่างแรง ไล่จากสะโพก หัวเข่า ปลายเท้าหงิกงอบิดกระตุกไปมา จนปลายนิ้วเท้าที่เกร็งนั้นงองุ้มจนติดพื้นอาคาร เหมือนถูกใครดึงอย่างแรง จนผ่านไปครู่ใหญ่อาการเกร็งตามนิ้วมือนิ้วเท้าจึงเรี่มเข้าสู่สภาวะปกติ คือไม่มีการเกร็งให้เห็นอีก ส่วนคนไข้ก็บอกว่าโล่งหมดแล้ว

ดังนั้นความยากง่ายของการแก้ไข ย่อมขึ้นอยู่กับกรรมนั้นด้วยว่าหนักหรือเบา ร่างนั้นเคยสร้างบุญกุศลอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรบ่อยไหม และเป็นที่พึงพอใจพอที่จะให้อภัยได้บ้างหรืออภัยให้หมด เพราะถึงเราจะทำบุญ สวมดนต์ นั่งสมาธิ แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรทุกวัน แต่ถ้าเขาไม่ยอมรับก็ไม่พ้นมลทินอยู่ดี เพราะกรรมทั้งหลายจะยุติได้ต่อเมื่อมีการอโหสิกรรมซึ่งกันและกันเท่านั้นไม่ใช่แค่ขออโหสิกรรมข้างเดียว แต่อีกฝ่ายไม่ยอมรับ กรรมก็ไม่ยุติ หรือถ้ากรรมหนัก เช่น ฆ่ามนุษย์หรือสัตว์ ความอาฆาตพยาบาทก็ย่อมมีมากกว่าปกติ จะอโหสิกรรมกันง่าย ๆ ก็คงไม่มี ดังนั้นบางทีก็ต้องมีคนกลางเจรจาต่อรองให้เหมือนกัน แต่ใครเล่าที่สามาร กรรมก็ไม่ยุติ หรือถ้ากรรมหนัก เช่น ฆ่ามนุษย์หรือสัตว์ ความอาฆาตพยาบาทก็ย่อมมีมากกว่าปกติ จะอโหสิกรรมกันง่าย ๆ ก็คงไม่มี

แต่ใครเล่าที่สามารถจะสื่อกับวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรเหล่านั้นได้ และรู้ได้อย่างไรว่าเจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้แล้ว ไม่ใช่เพียงคำพูดที่ปลอบใจเราให้คลายทุกข์ แต่สามารถพิสูจน์และรู้เห็นได้ด้วยตนเอง และไม่ใช่เรื่องการสะกดจิตให้คล้อยตาม แต่รับรองว่าท่านมีสติสมบูรณ์แม้ยามเจ้ากรรมนายเวรจะแสดงตนออกมาเจรจาด้วยก็ตาม และไม่ใช่การแสดงมายากลตบตาให้ท่านหลงเชื่อ

ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้เป็นเรื่องจริงที่ท่านสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตนเอง เพราะมีผู้หายจากการเจ็บป่วยด้วยโรคประหลาดที่ทางการแพทย์หาสาเหตุไม่พบก็มี วินิจฉัยไปตามหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วว่าเป็นโรคตนั้นโรคนี้ แม้ในที่สุดถึงขั้นต้องถูกผ่าตัด แต่ไม่สามารถบำบัดให้หายได้ แต่ที่วัดถ้ำแฝด ต.เขาน้อย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยหลวงพ่อวัชระ เอกวัณโณ พระสงฆ์ที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรมจนสามารถเจรจาต่อรองให้เจ้ากรรมนายเวรเหล่านั้นยอมอโหสิได้ด้วยเพียง พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า สำเร็จไปแล้วเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

แต่ก็มีหลายรายที่ไม่สามารถสงเคราะห์ได้ เพราะวิบากกรรมหนักเกินกว่าที่เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิได้ เพราะไม่ค่อยได้สร้างบุญ จริง ๆ แล้วการแก้ไขบำบัดร่างกายหรือจิตใจที่ผิดปกติ บางรายต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก ขึ้นอยู่กับเวลา เพราะบางวันคนค่อนข้างมากการบำบัดรักษา จึงกระทำได้ในเวลาที่จำกัด กรณีเป็นมากก็ต้องให้มารักษาในวันธรรมดา จันทร์-เสาร์ เว้นวันพระ วันอาทิตย์รับแขกทั่ว ๆ ไป ไม่สะดวกต่อการรักษา เพราะเป็นวันหยุดแขกหลวงพ่อจะมาก ไหนจะทำพิธีเสริมดวง สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ด้วยการสาวน้ำตาเทียน บางรายก็สอบถามเรื่องธรรมปฏิบัติ หลวงพ่อองค์เดียวคงทำหน้าที่หลวงพ่อของทุกคนได้ไม่สมบูรณ์ ก็ต้องขออภัยญาติโยมแทนหลวงพ่อด้วย

ดังนั้นท่านที่ประสงค์จะไปหาหลวงพ่อวัชระเพื่อรักษาหรือแก้ไขวิบากกรรมบางอย่าง ก็ควรจะไปในวันธรรมดา จะสะดวกและได้ผลกว่าที่จะไปในวันหยุดที่มีคนมาก บางท่านบอกว่าติดงาน แต่ถ้าท่านป่วยมากหรือมีปัญหามากจนแก้ไม่ได้ ก็น่าจะลางานซักวันจะดีกว่า เหมือนเราเจ็บป่วยก็ต้องลางานไปหาหมอ ยิ่งเป็นโรงพยาบาลรักฐก็ต้องจองคิวกันแต่เช้ามืด ออกจากบ้านตี4 ตี 5 บางทีรักษาก็ไม่หาย นอนอยู่ รพ.เป็นเดือนก็ไม่ดีขึ้นก็มีแยะ ทำไมท่านไม่เสียสละเวลาอันมีค่า เพื่อรักษาสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิตใจ และทรัพย์สินเงินทอง ที่จะต้องเสียไปในการรักษา แล้วก็ไม่หาย บางคนเดินทางตะรอนไปรักษาทั่วประเทศ ไปถึงอรัญฯเพราะคิดว่าหมอเขมรเก่ง หมดเงินไปเป็นล้าน แต่ก็มาหายได้ที่วัดถ้ำแฝด ด้วยค่าบูชาครูที่ถูกกว่าค่าน้ำมันรถวิ่งไปวิ่งมา

วัดถ้ำแฝดอยู่ห่างจากกรุงเทพฯเพียง 120 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เริ่มโปรดญาติโยมตั้งแต่ 8.00 น.-17.00 น. ยกเว้นวันอาทิตย์จะไม่สะดวกในการรักษา เพราะมีญาติโยมมาก เพื่อความสะดวกอาจจะโทรสอบถามรายละเอียดหรือเล่าอาการเพื่อขอคำแนะนำจากหลวงพ่อก่อนเดินทางก็ได้ ว่าจะรักษาได้หรือไม่ แต่สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปวัด กรุณาโทรสอบถามล่วงหน้า เพราะหลวงพ่อท่านมีกิจนิมนต์ภายนอกบ่อย โดยเฉพาะออกพรรษาแล้วท่านมีกิจนิมนต์ไปต่างประเทศแทบทุกเดือน สำหรับเดือนธันวาคม 47 ท่านจะเดินทางไปฮอลแลนด์และเยอรมัน ฝรั่งเศส ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่กองเลขานุการ 034-655098 หรือ 01-4053160

โรคปวดขา

30 ต.ค.47 คุณชวาลัย สีวาปี อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81/72 หมู่ 6 ซอยลาภสมภพ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี ทำงานอยู่ในโรงงานประเทศไต้หวัน ปวดขามานาน 2 ปี นาน ๆ จะกลับเมืองไทยทีหนึ่ง พอดีช่วงนี้โรงงานปิดเพราะมีการเดินขบวนประท้วงนายจ้าง ก็เลยถือโอกาสกลับเมืองไทย และทราบจากเพื่อนคนไทยที่เคยมารักษากับหลวงพ่อที่วัดถ้ำแฝด ก็เลยรีบมาทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักเส้นทาง ต้องถามทางมาตลอด

เธอได้เล่าอาการให้ฟังว่า ปวดตึงแต่สะโพกจนถึงน่องและข้อเท้า โดยเฉพาะบริเวณขาพับปวดมากเป็นพิเศษ ได้รักษาทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณมาตลอด หมอจีน-หมอไทย ก็ว่าแตกต่างกันไป เช่น กระดูกไขข้ออักเสบ กระดูกทับเส้น น้ำหนักตัวมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้อ้วนอะไรมากมาย กินยา ฝังเข็ม ประคบนวดเส้น จนไม่รู้จะหมอที่ไหนดีแล้วเหมือนกัน เพราะหมดค่ารักษาไปมากแต่อาการก็คงเป็นอยู่เช่นเดิม

เมื่อรับพานครูแล้ว หลวงพ่อวัชระก็เริ่มสื่อกับเจ้ากรรมนายเวรทันที ก็รู้สึกว่าดื้อมากพอสมควร เทศน์ก็แล้ว ขอบิณฑบาตรก็แล้ว ก็ยังคงนิ่งอยู่ไม่ยอมเคลื่อนที่ต่อไป จนหลวงพ่อต้องเอ่ยปากขอสังฆทานชุดใหญ่ให้นั่นแหละ ขาส่วนสะโพหกขวาจึงเริ่มมีการเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อต้นขากระตุกเป็นระยะ เรื่อยมาจนถึงหัวเข่า ไปค้างอยู่ที่น่องนานหน่อย ต้องเทศน์ซ้ำ จนคนไข้รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรเคลื่อนออกที่กลางฝ่าเท้าและปลายนิ้วเท้า จนรู้สึกชาและค่อย ๆ จางลงไปในที่สุด

ปกติคุณชวาลัยมักจะสวดมนต์ และนั่งสมาธิเป็นประจำ นาน ๆ จึงจะกลับเมืองไทยทีหนึ่ง ดังนั้นทำให้การแก้ไขต่อรองกับเจ้ากรรมนายเวรจึงง่ายและสะดวกขึ้น เพราะบางคนบุญไม่ค่อยทำ จะต้องใช้เวลาในการต่อรองนานกว่าคนทั่วไป บางรายเจ้ากรรมนายเวรแสดงตนปฏิเสธ ไม่ยอมรับส่วนกุศลที่จะอุทิศให้ หลวงพ่อก็จะต้องเทศนาสั่งสอนจนกว่าจิตวิญญาณดวงนั้นจะค่อย ๆ อ่อนลง มีเหมือนกันที่บางรายฟ้องร้องว่า ไม่ยอมรับเพราะทำกับฉันไว้แยะ เป็นต้น

ดังนั้นเมื่อเจ้ากรรมนายเวรผ่อนคลายให้แล้ว ก็ได้จัดถวายสังฆทานชุดใหญ่ประกอบด้วย พระพุทธรูป ผ้าไตรจีวร บาตร เครื่องสังฆทาน 1 ชุด เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวรต่อไป แต่พอถึงเวลากรวดน้ำเท่านั้นแหละ คุณชวาลัย ถึงกับสดุ้งอย่างเห็นได้ชัด พร้อมทั้งเอ่ยว่า “เหมือนมีใครมาจับแขน” ตอนเวลากรวดน้ำ

เจ้ากรรมนายเวรไม่ยอม

คุณนฤมิต ปกรณ์รัตน์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/611 หมู่ 6 ซอยวัชรพล ถนนรามอินทรรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ ได้เคยมารักษากับหลวงพ่อด้วยโรคปวดขา ปวดหลัง บางครั้งคล้ายเป็นตะคริวมานานหลายปี ครั้งสุดท้ายเพิ่งสึกจากพระมาไม่นาน ได้พยายามทำวัต สวดมนต์ แผ่เมตตาให้แก่เจ้ากรรมนายเวรมาตลอด อาการก็คงเหมือนเดิม พอดีได้อ่านหนังสือศักดิ์สิทธิ์จึงชวนพี่สาวที่อยู่จังหวัดแพร่มารักษาโรคปวดเข่าด้วย

จากการรักษาในครั้งแรก ปรากฏว่าเจ้ากรรมนายเวรไม่ยอมเคลื่อนให้ แม้จะต่อรองเป็นเวลานานก็ตาม หลวงพ่อจึงเอ่ยถามว่า โยมเคยถวายสังฆทานหรือสวดมนต์สมาธิบ่อยไหม ก็ทราบว่าได้ไปบวชที่วัดแห่งหนึ่งที่จังหวัดแพร่มา ส่วนสังฆทานนั้นก็ไม่ค่อยได้ทำเท่าไหร่ ดังนั้นหลวงพ่อจึงแนะนำว่า ให้กลับไปก่อน แล้วถวายสังฆทาน สมาธิแผ่เมตตาให้แก่เจ้ากรรมนายเวรก่อน แล้วค่อยมาเจรจากันใหม่

ครั้งนี้ผ่านไปได้ 2 สัปดาห์ จึงได้เดินทางมาพบหลวงพ่อใหม่อีกครั้ง เพราะได้กลับไปปฏิบัติตามที่หลวงพ่อแนะนำแล้ว หลวงพ่อจึงได้ให้คนไข้นั่งเหยียดขาออกไป หลังจากเริ่มต้นขอบิณฑบาตรเพียงไม่นาน ขาก็ยังคงนิ่ง ๆ ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ หลวงพ่อจึงเทศน์โปรดวิญญาณต่อไปด้วยเรื่อง อริยสัจจสี่ และต่อรองจะถวายสังฆทานชุดใหญ่ให้ ปรากฏว่าขาเริ่มมีปฏิกริยากระตุกอย่างแรงที่บริเวณโคนขาก่อน แล้วเคลื่อนผ่านหัวเข่าลงไปที่น่อง ข้อเท้า จนไหลออกทางปลายนิ้วเท้า ซึ่งจะปรากฏอาการชาที่ปลายนิ้วเท้าอย่างผิดปกติ จนในที่สุดก็โล่งไปทั้งขา

รายนี้จึงพ้นจากโรคร้ายที่คุกคามมานานกว่า 5 ปี ด้วยวิธีการอย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่พยายามรักษาตัวเองมาตลอด บวชก็บวชให้ แต่อาการเจ็บป่วยที่ทนทุกข์ทรมานอยู่ก็ไม่หาย แต่มาหายกับหลวงพ่อวัชระ ด้วยวิธีการที่แปลกแต่ได้ผล และเสียเพียงค่าครูหรือชุดสังฆทานเท่านั้น หายเป็นปลิดทิ้ง อย่างนี้ที่ว่า คงหมดเวรหมดกรรมกันเสียที ก็คงเป็นอย่างนี้ เพราะหากไม่ได้พบหลวงพ่อที่วัดถ้ำแฝด ก็ไม่รู้จะหายได้เมื่อไหร่ เพราะพยายามมานานหลายปีแล้ว แต่ไม่เป็นผล จนถึงวันนี้ต้นเหตุได้รับการสลายออกไปเรียบแล้ว ปลายเหตุก็จบลงไปด้วย สมดังพุทธพจน์ที่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดแต่เหตุ เมื่อเหตุดับทุกสิ่งทุกอย่างก็ดับ

การเดินทาง

จากกรุงเทพฯ-เริ่มต้นมาตามถนนเพชรเกษม หรือ ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ผ่านนครปฐม เลยเข้าสู่สะพานลอยตัดข้ามไป อ.บ้านโป่ง ตรงไปตลอด จะผ่านทางรถไฟ 2 ช่วง พอผ่านทางรถไฟช่วงที่สองจะพบสี่แยกไฟแดงให้เลี้ยวขวาไปทางเส้น จ.กาญจนบุรี ผ่าน ลูกแก ท่ามะกา ท่าเรือ ไปอีกประมาณ 10 กม. ก็จะถึงสี่แยกไฟแดง อ.ท่าม่วง สังเกตุด้านซ้ายมือจะเป็นปั๊มเอสโซ่ ขวามือเป็นศูนย์อาหาร “แก้ว” ก็จะเป็นสี่แยกไฟแดง ให้เลี้ยวซ้ายตรงแยกไฟแดง เข้า อ.ท่าม่วง แล้วเลี้ยวขวาไปตามป้ายทางวัดนางโนหรือวัดถ้ำเสือ ถ้ำเขาน้อย ก่อนออกถนนใหญ่จะเป็นสามแยกไฟแดง เลี้ยวขวาไป 100 เมตร ให้เลี้ยวซ้ายตรงหอนาฬิกาหน้าโรงพยาบาลท่าม่วง ผ่าเข้าเขื่อนแม่กลอง เลยตัวเขื่อนสุดถนนเลี้ยวขวาไปตามถนนลาดยาง จะมีป้ายเป็นระยะ เลยวัดนางโนไป 100 เมตร จะมองเห็นวัดถ้ำแฝดอยู่บนเนินเขาซ้ายมือ พอข้ามคลองชลประทานก็จะเห็นป้ายทางเข้าวัดอยู่หน้าหมู่บ้านด้านซ้ายมือ

โรคประหลาด

เมื่อ 1 พ.ย. 47 คุณมณีรัตน์ โสภณอุดมพร อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/11 หมู่ 1 เพชรเกษม 122 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โทร.02-4209877 ป่วยเป็นโรคแปลก ๆ มานานกว่า 20 ปี ปวดศรีษะ หลังและปวดช่องหูซ้ายมาก หมอบอกว่าน้ำในช่องหูไม่เท่ากัน และนอนไม่ค่อยหลับ ได้พยายามรักษามานาน แต่ก็ไม่ดีขึ้นเลย จนท้อใจและได้รับการแนะนำจากลูกศิษย์ของหลวงพ่อให้ลองมาขอรับคำแนะนำจากหลวงพ่อดูก่อน

เธอได้มารักษาไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน อาการก็ดีขึ้นบ้าง สามารถนอนหลับได้ แต่ยังปวดปวดศรีษะ และปวดต้นคอมาก หลังจากหลวงพ่อรับพานครูแล้วจึงได้ เริ่มต้นให้การบำบัดรักษาในรอบที่ 2 อีกครั้ง เวลาผ่านไป 15 นาทีคนไข้ก็ยังคงนั่งเหยียดเท้านิ่งอยู่ หลวงพ่อเองก็รู้สึกหนักใจที่เจ้ากรรมนายเวรรายนี้ไม่มีทีท่าที่จะคลายให้เบาลงไปบ้าง เพราะทุกส่วนของร่างกายนิ่งเฉยไม่มีการเกร็งกระตุกแม้แต่นิดเดียว

หลวงพ่อจึงจรดเทียนลงบนศรีษะใหม่อีกครั้ง พร้อมทั้งสอบถามคนไข้ว่าได้ทำบุญบ่อยไหม เธอตอบว่าเธอก็ทำบุญมาตลอด ครั้งที่แล้วก็ได้ถวายปัจจัยสมทบทุนสร้างวิหารกวนอิมให้วัดถ้ำแฝดด้วย หลวงพ่อจึงเริ่มเทศน์โปรดวิญญาณนั้นใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้ได้ต่อรองขอ “สังฆทานชุดใหญ่” ประกอบด้วย ผ้าไตรจีวร พระพุทธรูปและเครื่องสังฆทาน 1 ชุด เพื่อให้เกิดอานิสงก์เป็น ผ้าผ่อนอาภรณ์ทิพย์ รังสีทิพย์ เสบียงทิพย์ ที่จะติดตัวติดตนไปในทุกภพทุกชาติ โดยขอให้เจ้ากรรมนายเวรได้อนุโมทนาบุญร่วมกัน เพราะถึงแม้จะเป็นเพียงวิญญาณที่ไม่อาจสร้างบุญกุศลประเภทนี้ได้ด้วยตนเอง แต่ก็สามารถอนุโมทนาได้ เราเรียกกันว่า “อนุโมทนามัย”

ผ่านไปไม่นานคนไข้ที่นั่งเหยียดเท้าอยู่นั้น เริ่มมีอาการโอนเอนลงไปทางด้านหลัง หลวงพ่อวัชระท่านจึงเตรียมหมอนไว้รองรับที่พื้นทันที เพราะท่านทราบว่าคนไข้รายนี้จะต้องหงายท้องลงไปนอนกับพื้นแน่นอน เทศน์ไปด้วยจี้เทียนไปด้วย ไม่ทันอึดใจคนไข้ก็ค่อย ๆ เอนต่ำลงไปตามลำดับ จนศรีษะราบลงไปบนหมอนที่รองรับนั่นแหละ ทำให้ทุกคนที่มารักษาอยู่ทึ่งไปตาม ๆ กันว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนไข้รายนี้ เพราะไม่เคยเห็นวิธีการรักษาแปลก ๆ แบบนี้เหมือนกัน แต่สำหรับหลวงพ่อแล้วเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดา จนทุกคนในวัดเข้าใจกันดี

ทันใดนั้นฝ่ามือทั้งสองข้างก็มีการบิดหมุนเองจนรอบ ข้อมือเกร็งกระตุกสลับกับฝ่ามือบิดไปบิดมาหลายรอบ เหมือนพยายามคลายอะไรบางอย่างที่เคลื่อนลงมาจากบนศรีษะผ่านลงไปทางนิ้วมือ เพราะบางนิ้วมีการกระตุกอย่างแรง ส่วนหลังและโคนขาก็เริ่มเกร็งกระตุกเป็นระยะ เหมือนมีอะไรเคลื่อนที่ลงไปจนถึงหัวเข่า ผ่านไปยังปลายเท้า ที่นิ้วเท้าและข้อเท้าทั้งสองข้างก็มีการบิดไปมาสลับกับการเกร็งกระตุกเป็นระยะเช่นกัน ซึ่งตลอดเวลาคนไข้เองได้สังเกตุถึงการเคลื่อนที่ของสิ่งที่ผิดปกติในร่างกายได้ตลอดเวลา ว่าตอนนี้มันเคลื่อนไปถึงไหนและอย่างไร

ผ่านไป 5 นาทีปลายเท้าก็เหมือนถูกบิดไปมาอย่างแรง ส่วนซึกขวาตั้งแต่ลำตัว สะโพก หัวเข่าและปลายเท้า บิดงอไปมาอย่างน่ากลัว จนลำตัวบิดส่ายไปมาตามแรงบิดอย่างเห็นได้ชัด หลังจากนั้นซีกซ้ายก็บิดลำตัวและแขนขาไปมาเช่นกัน จนในที่สุดปลายเท้าทั้งสองข้างบิดจนจรดติดพื้น อาการต่าง ๆ จึงรู้สึกเบาขึ้น อาการปวดต่าง ๆ ตั้งแต่ศรีษะ ในช่องหู สะโพกและขาที่เคยปวดมากนั้น หายเจ็บเป็นปลิดทิ้ง โดยไม่ต้องอาศัยยาหรือเครื่องมือทางการแพทย์ใด ๆ มาประกอบแม้แต่น้อย

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ บางคนบอกว่าเหมือนการสะกดจิต บางคนว่าเป็นไสยศาสตร์ คิดไปต่าง ๆ นานา เชื่อก็มี ไม่เชื่อก็มี แต่เราจะคิดอย่างไรกันก็แล้วแต่ ที่สำคัญหลวงพ่อสามารถบำบัดรักษาผู้ป่วยเรื้อรังให้หายจากโรคต่าง ๆ ที่ทางการแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคนั้นโรคนี้ แต่ก็ไม่สามารถบำบัดให้หายได้ สิ่งเหล่านี้ก็เพียงพอต่อความศรัทธาของญาติโยมที่อดทนรอคอยให้หลวงพ่อรักษาในแต่ละวัน เพราะบางวันท่านรักษาตั้งแต่ 7 โมงเช้าจนถึงค่ำโดยได้พักผ่อนเพียงชั่วฉันเพลเท่านั้น นอกนั้นนั่งรับแขกตลอด

ดังนั้นวันอาทิตย์ท่านจึงของดการให้การรักษา 1 วัน เพื่อจะได้มีเวลาสนทนากับญาติโยมที่มาเยี่ยมเยียนและทำพิธีจากที่ต่าง ๆ บ้าง เพราะหลายท่านมาไกลและอยากสนทนาธรรมหรือสอบถามข้อสงสัยต่าง ๆ ประกอบกับเป็นวันหยุดราชการ จึงทำให้มีญาติโยมค่อนข้างมาก ไม่สะดวกต่อการรักษาโรคเวรโรคกรรม เพราะบางครั้งบางกรณีต้องใช้เวลาการเจรจากับเจ้ากรรมนายเวรนานมาก ทำให้ญาติโยมที่รอพบต้องหนีกลับไปก่อนเช่นกัน

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------