โรคปวดขา
โรคปวดขา
7 มิถุนายน 46 คุณธัญภรณ์ ธันอมาตยกุล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/3 หมู่ 6 ถนนสุขสวัสดิ์ 76 แขวงบางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้มาขอให้หลวงพ่อรักษาโรคปวดหลังปวดเข่าที่ทนทุกข์ทรมานมานาน และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่มาขอให้หลวงพ่อรักษาให้ เพราะก่อนหน้านั้นเพียงแต่ทุเลาลงไป แต่พอกลับไปถึงบ้านก็กลับมีอาการปวดหลังปวดเข่าขึ้นมาอีก แต่อาการทั่วไปก็ดีขึ้นกว่าเดิมกว่าที่เคยเป็น
หลวงพ่อวัชระเมื่อได้ทราบอาการดังกล่าว จึงได้ให้นั่งเหยียดเท้าออกไปก่อน หลังจากนั้นท่านก็เริ่มขอบิณฑบาตรต่อเจ้ากรรมนายเวรใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพียงไม่นานสะโพกด้านขวาก็เริ่มสั่นระริกปลายเท้าก็ปัดไปปัดมา ขาขวาก็บิดบ้างเป็นครั้งคราว ไม่ว่าหลวงพ่อจะขอบิณฑบาตรอย่างไร เจ้ากรรมนายเวรดังกล่าวก็ไม่ยอมเคลื่อนตัวไปแต่อย่างไร คงยึดอยู่ที่สะโพกเช่นเดิม แม้จะขอสังฆทานชุดใหญ่อุทิศให้แล้วก็ตาม ก็ยังคงเหมือนเดิมคือโคนขาสั่นไปจนถึงปลายเท้า แต่ครั้งนี้รู้สึกตึงที่สะโพกและที่ส้นเท้ามาก หลวงพ่อพยายามเจรจาอย่างไรก็ไม่สำเร็จ
ดังนั้นหลวงพ่อจึงเปลี่ยนวิธีการใหม่ คือหาหุ่นรูปเหมือนของกุมาร 2 ตนมาวางไว้ใกล้บริเวณปลายเท้าทั้งสองข้าง เพื่อเปิดการเจรจารอบใหม่ คราวนี้หลวงพ่อเปิดทางให้เจ้ากรรมนายเวรได้อาศัยอยู่ที่หุ่นกุมารทั้งสองแทน เพราะไม่ปรารถนาให้ทั้งสองฝ่ายก่อเวรก่อกรรมกันไปไม่รู้จบ โดยเปิดโอกาสให้ได้อยู่สร้างบารมีไปก่อน และได้ขอต่อรองให้เป็นเจ้าภาพกฐินสามัคคีให้ 1 กองหลังออกพรรษาปรากฏว่าเริ่มด้ผล เพราะที่ขาขวาบริเวณส้นเท้าเริ่มคลายและเบาไป ขาซ้ายก็บิดไปมาจนค่อย ๆ เบาลงไป แต่ที่สะโพกขวายังคงตึงเหมือนเดิม แต่การสั่นกระตุกที่มีอยู่หายไป
หลวงพ่อจึงเริ่มเทศนากัณฑ์ใหญ่ให้เจ้ากรรมนายเวรตระหนักถึง "กรรมใหม่" ที่กำลังก่อกรรมทำเข็ญกันอยู่ ว่าจะเป็นการก่อเวรก่อภพก่อชาติกันไปไม่รู้จบ จะทำให้ต้องกลายเป็นสัตว์เดรฉาน เปรต อสุรกายในที่สุด เน้นให้เห็นถึงอานิสงก์ของกฐินที่ทอดได้เพียงปีละ 1ครั้งเท่านั้น ควรอนุโมทนาบุญกุศลกองนี้จะดีกว่า เพราะจะบังเกิดเป็นทิพยสมบัติติดตามตัวเราต่อไปในภพหน้า เพียงครู่ใหญ่ผ่านไปก็รู้สึกว่าก้อนอะไรบางอย่างวิ่งเคลื่อนจากหลังและสะโพกลงไปสู่หัวเข่า และเมื่อหลวงพ่อเทศน์ซ้ำเข้าไปอีกก็เริ่มเคลื่อนวิ่งลงไปสู่น่องขา ไปจุกอยู่ที่ข้อเท้า
หลวงพ่อก็คงใช้ธรรมะตีกระหน่ำไปเหมือนเดิม รออยู่ครู่ใหญ่ก็เริ่มวิ่งไปอยู่ที่หัวนิ้วเท้าขวา ปลายนิ้วกระดุกกระดิกไปมาจนเห็นได้ชัด หลวงพ่อก็คงพยายามด้วยเมตตา เพื่อให้ทั้งมนุษย์และอมนุษย์ได้เลิกก่อเวรกัน แต่อาการก็คงติดอยู่ที่นิ้วหัวแม่เท้าเช่นเดิม หลวงพ่อจึงจับเอาตัวหุ่นขึ้นมา วางกดลงหลังเท้าและค่อย ๆ เคลื่อนไปทางปลายนิ้วพร้อมทั้งเรียกรูปเรียกนามให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหมดเข้าสู่ตัวหุ่นต่อไป เพียงครู่ใหญ่อาการดิ้นรนที่ปลายเท้าก็หายไป คนไข้บอกว่าเบาแล้ว หลวงพ่อจึงได้ยุติการบำบัดคนไข้รายนี้
หลวงพ่อกล่าวว่า "เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย" มันมีอยู่หลายตนด้วยกัน ต่างกรรมต่างวาระ อย่ารู้เลยว่าวิบากกรรมอะไร หลวงพ่อทำหน้าที่เป็นหมอ ก็มีหน้าที่รักษาคนไข้ให้หาย ส่วนเรื่องกรรมที่มีต่อกันเป็นเรื่องกฏแห่งกรรมที่จะต้องดำเนินกันต่อไป แต่เมื่อได้อโหสิกรรมแล้วก็เป็นอันยุติ ส่วนจะสาเหตุจากกรรมอะไรนั้นบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องบอกให้รู้ เพราะไม่ใช่หน้าที่หรือนำเอาเปิดเผยโดยที่เจ้าของไม่ได้อนุญาต เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน เพียงแต่นำเอาเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังว่า โรคบางชนิดเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกรรม เพื่อเป็นอุทธาหรณ์ให้เราไม่ตกอยู่ในความประมาท ไปก่อเวรก่อกรรมกันโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เท่านั้น
นางฑิตยา เรืองกล อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/176 หมู่ 8 ซอยวัดกำแพง ถ.พิบูลย์สงคราม ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้มาพบหลวงพ่อวัชระ 3 ครั้งด้วยกัน แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น เพราะบางครั้งมีคนมารักษากันเป็นจำนวนมาก หลวงพ่อก็ต้องแบ่งเวลาเฉลี่ยให้ทั่วถึงกัน ทำให้ไม่สามารถแก้ไขให้เสร็จภายในระยะเวลาสั้น ๆ ได้
14 กรกฎาคม 47 คุณฑิตยา เรืองกลก็ได้มาพบหลวงพ่ออีกครั้งหนึ่ง เพราะปวดที่สะโพกขวามาก บางครั้งปวดจนเดินไม่ได้ อาศัยกินยาแก้ปวดก็พอประทังได้ โดยเฉพาะวันโกนวันพระจะปวดมากเป็นพิเศษ ดังนั้นหลวงพ่อจึงได้เริ่มการบำบัดรักษาให้เมื่อเวลา 9.30 น. ได้ใช้เวลาแก้ไขเกือบหนึ่งชั่วโมง จึงสังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ขาขวาเกิดขึ้น คือปลายเท้ามีการเกร็งและกระตุกเป็นระยะ ๆ หัวเข่ามีการบิดไปแรงกระตุกอย่างเห็นได้ชัด เธอบอกว่าปวดที่สะโพกมาก หลวงพ่อสังเกตุว่าที่ปลายเท้ามีการบิดไปมาเป็นระยะ ส่วนขาก็กระตุกตั้งแต่โคนขาเป็นช่วง ๆ จนอาการต่าง ๆ ค่อยทุเลาลง คาดว่าอาการคนไข้คงจะดีขึ้น
ส่วนสาเหตุนั้นเหมือนถูกลมเพลมพัด เริ่มต้นจากขาคลื่อนเรื่อยขึ้นไปจนฝังตัวอยู่ที่สะโพก และปล่อยทิ้งไว้นานจนกินเข้าข้อกระดูก ทางการแพทย์ระบุว่าเป็นโรคไขข้อเสื่อม ซึ่งได้รักษาทั้งกายภาพบำบัดและกินยาควบคู่กันไปก็ไม่ดีขึ้น แม้ครั้งก็ปวดมากแทบเดินไม่ได้ แต่เมื่อได้ให้หลวงพ่อรักษาให้ อาการบางอย่างก็เบาลง ครั้งแรกรู้สึกเบาสบายดีมาก แต่พอวันโกนวันพระก็ปวดอีก จึงได้ตัดสินใจมาให้หลวงพ่อรักษา เพราะอย่างน้อยก็รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม แม้จะยังไม่หมดดีก็ตาม รู้สึกว่ามีอะไรบางวิ่งกระตุกไปมาอยู่ในช่วงขา จึงหวังว่าการมาหาหลวงพ่อบ่อย ๆ จะช่วยให้หายขาดได้ เหมือนคุณรุ่งนภา ที่เป็นน้องสะไภ้ ซึ่งหลวงพ่อได้รักษาเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ก็หายดีขาไม่มีอาการปวดอีก จึงทำให้เกิดกำลังใจมาพบหลวงพ่อบ่อย ๆ
คุณจุฑามาศ ทุเวทไธสง อายุ 42 ปี Kameel straat woprmer Holland ได้บินจากเนเธอแลนด์เพื่อมาให้หลวงพ่อรักษาโดยตรง เพราะจากครั้งที่หลวงพ่อได้ไปโปรดญาติโยมที่ยุโรปเมื่อเดือนก่อน เธอได้มีโอกาสให้หลวงพ่อช่วยรักษาอาการปวดข้อปวดกระดูก แต่เนื่องจากทราบข่าวหลวงพ่อกระทันหัน ก็เลยไม่ได้ลางาน แต่ได้มีโอกาสให้หลวงพ่อรักษาเบื้องต้นในระยะสั้น เพราะจะรีบไปทำงาน
ในครั้งนั้นหลวงพ่อได้ใช้เทียนไขจรดลงบนกระหม่อมเธอ ทำให้รู้สึกเจ็บปวดที่ศรีษะมาก หลังจากนั้นเธอก็ค่อย ๆ เอนหงายท้องนอนราบไปกับพื้น แขนขากระตุกเป็นช่วง ๆ แต่เนื่องจากเธอต้องรีบไปทำงาน ทำให้การรักษาต้องยุติลงฉับพลัน แต่หลวงพ่อได้สั่งไว้ว่าหากมีเวลาให้ไปรักษาที่เมืองไทยก็ดี เพราะของไม่ดีในตัวยังไม่หมด
14 กรกฏาคม 47 เธอได้มาพบหลวงพ่อที่วัดถ้ำแฝดอีกครั้งหนึ่ง เธอเล่าว่าอาทิตย์สุดท้ายก่อนที่จะเดินทาง เธอปวดศรีษะและตามเนื้อตามตัว จนต้องหยุดงานหลายวัน เพราะปวดมากจนทำงานไม่ได้ เหมือนถูกแกล้งหรือขัดขวางจากอะไรอย่างหนึ่ง ที่ไม่ประสงค์ให้เธอเดินทางไปเมืองไทย แต่เธอก็ตั้งใจมั่นเป็นอย่างไรก็เป็นกัน เพราะรู้ตัวดีว่าไม่ใช่โรคธรรมดา เพราะสามีเธอไปหลงผู้หญิงคนใหม่ หลังจากนั้นตัวเธอก็เจ็บป่วยผิดปกติ ได้พบแพทย์หลายครั้ง อาการก็เหมือนเดิม เจ็บจนบางครั้งไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นเมื่อได้พบหลวงพ่อครั้งแรกก็เชื่อมั้นว่า หลวงพ่อเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งของเธอได้ จึงได้ตัดสินใจลางานและบินกลับเมืองไทยทันที ซึ่งปกติเธอก็ไม่ค่อยได้กลับเมืองไทยบ่อยนัก เพราะมีภาระดูแลบุตรชายที่อายุ 10 ปีเศษ กับภาระค่าครองชีพในยุโรป ทำให้ไม่ค่อยมีเงินเหลือมากนัก
หลวงพ่อก็เลยให้เธอนั่งเหยียดขาทั้งสองข้าง แล้วท่านก็เริ่มให้การรักษา โดยจรดเทียนไขเพื่อเสริมพลังและแผ่เมตตาถึงดวงจิตวิญญาณที่แอบแฝงอยู่ภายในกายให้คลายตัวออกไป เริ่มจากขาซ้ายขวาสั่นระริกและกระตุกเป็นระยะ ๆ หลังจากนั้นหลังก็ค่อย ๆ เอนผ่อนคลายลงไปนิดหน่อย ไม่ถึงกับล้มเหมือนครั้งแรก ต้นขาซ้ายปวดมาก เหมือนมันกำลังวิ่งลงผ่านหัวเข่าไปที่หน้าแข้งและข้อเท้า จนหลวงพ่อใช้พลังฝ่าเมือวางลงบนจุดที่ปวด มันเหมือนวิ่งหลายออกไปทางปลายเท้า เพราะที่ข้อเท้ามีการสบัดตัวเองอย่างแรง
หลังจากนั้นก็เริ่มมาที่ขาขวา มีการสั่นกระตุกไปมาอย่างรุนแรงหลายครั้ง เหมือนมีอะไรอยู่ในโพรงกระดูกขา จนปลายเท้าขวาเหยียดลงจนเกือบติดพื้น อาการปวดเจ็บของเธอก็เริ่มบรรเทาลง จนรู้สึกสบายทั้งตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากหลวงพ่อเพ่งพิจารณาอยู่ครู่ใหญ่ จนมั่นใจว่าของไม่ดีคลายออกหมดแล้ว จึงบอกให้เธอนั่งตามปกติ หลังจากสนทนาต่อีกนิดหน่อย ก็ขอลากลับไปเยี่ยมญาติพี่น้องที่จังหวัดจันทบุรีต่อไป
- เข้าสู่ระบบ หรือสมัครสมาชิก เพื่อ แสดงความคิดเห็น

ข้อคิดเห็นเร็วๆนี้
4 days 13 ชั่วโมง ผ่านมา
4 days 20 ชั่วโมง ผ่านมา
2 weeks 1 วัน ผ่านมา
2 weeks 1 วัน ผ่านมา
2 weeks 6 days ผ่านมา
3 weeks 3 days ผ่านมา
3 weeks 5 days ผ่านมา
6 weeks 23 ชั่วโมง ผ่านมา
6 weeks 23 ชั่วโมง ผ่านมา
6 weeks 4 days ผ่านมา