กำเนิด พระนาคปรก รุ่นแรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

สีติกะมหานาคราช นาคาธิบดีแห่งไตรยุค

กำเนิด พระนาคปรก รุ่นแรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร ( พระนาคปรก สีติกะมหานาคราช มหานาคาธิบดีแห่งไตรยุค )

เป็นที่ทราบกันดีในกลุ่มลูกศิษย์ของหลวงปู่โสภา ชุตินธโร ว่า อายตนะประสาทสัมผัสต่างๆของหลวงปู่ฯ เช่น การมองเห็น การได้ยิน ล้วนแต่เข้าสู่สภาวะทิพย์สัมบูรณ์ สามารถมองเห็นและได้ยินสิ่งต่างๆที่เหนือมิติธรรมชาติทั้งสิ่งที่มีจิตวิญญาณและไม่มีจิตวิญญาณอยู่ตลอดเวลาเป็นปกติ โดยไม่ต้องกำหนดสมาธิหรือเพ่งจิตแต่อย่างไร เรื่องของ เทพ พรหม เทวดา พญานาค บังบดลับแล ยักษ์ คนธรรพ์ ผีและอมนุษย์ต่างๆ ตลอดจนมลพิษเชื้อโรคในภาวะละเอียด ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับหลวงปู่ฯ

เวลาหลวงปู่โสภาเดินทางมากรุงเทพ ท่านมักจะพูดถึง หมอกพิษที่ลอยอยู่ตามพื้นถนน ซึ่งคนธรรมดามองไม่เห็น แต่ท่านจะเห็นเป็นหมอกควัน และนับวันหมอกควันพิษจะหนาแน่นและมีปริมาตรสูงขึ้นเรื่อยๆ  จนถึงช่วงเวลาหนึ่ง หลวงปู่โสภาได้บอกว่า หากไม่มีธุระจำเป็น ท่านจะไม่มากรุงเทพอีกแล้ว เพราะหมอกควันพิษสูงขึ้นมาก หากใครมีธุระสิ่งใดให้ไปหาท่านที่วัดใน จ.สกลนคร ซึ่งกลุ่มลูกศิษย์ก็รับทราบข้อมูลตามนั้น

หลังจากนั้น ช่วงต้นปี พ.ศ. 2547 หลวงปู่โสภา ชุตินธโร ได้เดินทางจากวัด จ.สกลนคร มาที่ จ.กรุงเทพมหานคร โดยพำนักที่วัดแห่งหนึ่งในย่านฝั่งธนบุรี ติดแม่น้ำเจ้าพระยา และท่านได้ติดต่อเรียกให้ อ.เทพ เกษมพรรณราย มาพบในวันรุ่งขึ้น ทำให้ อ.เทพ รู้สึกแปลกใจมากว่าหลวงปู่ฯมีธุระสำคัญสิ่งใดถึงเดินทางมากรุงเทพอีก

เมื่อ อ.เทพ เดินทางไปพบหลวงปู่โสภาที่วัดย่านฝั่งธนบุรี ท่านได้มอบหมายงานให้เขียนออกแบบ พระนาคปรกขนาดใหญ่ เพื่อนำไปประดิษฐานเป็นพระประธานที่วัดใน จ.สกลนคร โดยได้บอกแนวทางพุทธศิลป์ขององค์พระและพญานาคที่ท่านต้องการให้ทราบ และแจ้งว่า ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ได้กำหนดระบุมาว่าให้ อ.เทพ เป็นคนออกแบบดำเนินการในเรื่องนี้ หลวงปู่ฯจึงได้เดินทางมากรุงเทพ

ในส่วนการออกแบบพระนาคปรก อ.เทพจะเดินทางมาพบหลวงปู่โสภาทุกวัน ซึ่งมีจุดที่น่าแปลกใจคือ หลังจากที่หลวงปู่ฯเห็นภาพร่างออกแบบแล้ว ท่านจะบอกว่าให้มาฟังคำชี้แนะปรับปรุงในวันพรุ่งนี้ เป็นแบบนี้ทุกครั้ง

วันแรกๆ อ.เทพ ก็ไม่สงสัยอะไรคิดว่า หลวงปู่ฯคงต้องการเวลาในการคิดพิจารณามากหน่อย แต่งานก็ดำเนินไปได้ช้ามากเพราะส่งงานเสร็จก็จบภารกิจประจำวันให้มาฟังผลในวันรุ่งขึ้นเป็นแบบนี้ทุกครั้ง จน อ.เทพ เอ่ยปากว่า " หลวงปู่ฯครับ ขอความเห็นในวันนี้เลยได้มั้ยครับ ผมจะได้รีบกลับไปแก้ไข แล้วนำกลับมาให้ดูใหม่ "

ผ่านไปนานหลายวัน หลวงปู่โสภาถึงยอมเฉลยว่า " ต้องรอมหานาคราชทั้ง 3 องค์ มาดูแบบก่อนว่ามีความคิดเห็นอย่างไร พวกเขาจะมาหาหลวงปู่ฯในช่วงเวลากลางคืน " ถือเป็นครั้งแรกที่หลวงปู่โสภาได้เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับ มหานาคราช 3 พระองค์ ไม่เคยมีลูกศิษย์คนไหนเคยได้รับทราบเรื่องราวนี้มาก่อน ซึ่งเป็นแนวปกติของหลวงปู่โสภา คือ พูดน้อย ไม่โอ้อวดตนเอง ถ้าไม่จำเป็นจะไม่พูดถึงเรื่องราวอภิญญาของตัวท่านเอง และไม่พูดถึงความลับของงานในโลกทิพย์ที่หลวงปู่ฯได้รับมอบหมายให้มาดำเนินการ

อ. เทพ จึงได้โอกาสสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มหานาคราช 3 พระองค์ ได้ทราบว่า

ในคืนหนึ่งมีบุรุษ 3 คนได้มากราบนมัสการหลวงปู่โสภาที่วัดบูรพาภิรมณ์ จ.สกลนคร เมื่อหลวงปู่มองพิจารณาแล้วก็ทราบว่า ทั้งสามคนนี้เป็นอมนุษย์ ไม่ใช่คนธรรมดา จึงสอบถามว่า “ พวกท่านเป็นใคร และต้องการสิ่งใด “

ตัวแทนของกลุ่มได้ตอบว่า “ พวกข้าพเจ้าทั้งสามเป็นมหานาคราช ผู้ดูแลความเป็นไปของแผ่นดินและผืนน้ำของโลกนี้ ได้รับหน้าที่มาอารักขาและประสานงานกับพระคุณเจ้า เกี่ยวกับงานการเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

ตัวข้าพเจ้า นามว่า พญา....( ยังไม่ถึงเวลาเปิดเผยนามของท่าน ) ดูแลโลกนี้มาตั้งแต่สมัยกำเนิดโลก

ตนที่สอง นามว่า พญาศรีสัตตนาคราช รับหน้าที่ดูแลโลกนี้และรักษาพระพุทธศาสนามาตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าพระองค์แรก สมเด็จองค์ปฐม เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ตนที่สาม นามว่า พญาศรีสุทโธนาคราช มีหน้าที่ดูแลโลกในอนาคตกาล หลังจากยุคพระศรีอริยเมตตรัยมาตรัสรู้ในโลกนี้

มหานาคราชทั้งสามองค์ได้ผลัดกันแวะเวียนมาหาหลวงปู่โสภาอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งมาในร่างมนุษย์ บางครั้งมาในร่างของนาคราช โดยหลวงปู่โสภาบอกว่า ทั้ง 3 พระองค์นี้ คือ นาคราชที่มีศักดิ์ฐานะและฤทธิ์อำนาจสูงสุด เป็นผู้ปกครองสูงสุดของโลกพญานาคหรือนาคพิภพ ดูแลโลกนี้มาตั้งแต่สมัยกำเนิดโลก ไม่ว่าในอดีต ในปัจจุบัน และ ในอนาคต ล้วนอยู่ภายใต้การดูแลของ มหานาคราช 3 พระองค์นี้

ในต้นปี พ.ศ. 2547 มหานาคราชทั้งสามได้บอกว่า เวลาใกล้เข้ามามากแล้ว ขอให้หลวงปู่โสภาสร้างพระประธาน ปางนาคปรกสามเศียร โดยแต่ละเศียรเป็นสัญลักษณ์แทนพวกท่านหนึ่งตน บารมีของพระนาคปรกสามเศียรนี้จะมีอำนาจต้านภัยพิบัติต่างๆได้

อ. เทพ ได้รับทราบดังนั้นจึง อาราธนาขอให้หลวงปู่โสภาช่วยสร้าง พระนาคปรกสามเศียรในรูปแบบพระเครื่อง เพื่อให้ลูกศิษย์ได้ใช้ติดตัว โดย อ.เทพ จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและช่วยดำเนินการให้ทั้งหมด หลวงปู่ฯท่านรับปากว่าจะนำเรื่องนี้ปรึกษากับ มหานาคราชทั้งสาม แล้วให้มาฟังผลในวันรุ่งขึ้น

มหานาคราชทั้ง 3 พระองค์ เห็นชอบด้วยที่หลวงปู่โสภาจะสร้างพระเครื่องที่เป็นรูป พระนาคปรกสามเศียร พวกท่านบอกว่า ให้สร้างเยอะๆ สร้างเผื่อบรรดาผู้ที่เคยเป็นลูกหลานพญานาคในอดีตชาติที่มาเกิดเป็นมนุษย์ด้วย พวกท่านจะช่วยอดีตลูกหลานพญานาคและผู้มีบุญวาสนามีศีลมีธรรม โดยจะกำหนดให้บริวารนาคเข้าสถิตรักษาในองค์พระเหล่านี้ทุกองค์ เพื่อคอยดูแลช่วยเหลือผู้ครอบครองพระนาคปรกนี้ในชีวิตประจำวัน และยามเกิดภัยพิบัติจากมนุษย์สร้างขึ้น หรือ ภัยธรรมชาติต่างๆ

อ.เทพ จึงรีบดำเนินการจัดสร้างบล๊อกพระผง พร้อมเครื่องกดพิมพ์พระ ถวายหลวงปู่โสภา โดยท่านนำไปกดพิมพ์เองที่วัด เป็นพระนาคปรกรุ่นแรก ทำได้ประมาณ 3,000 องค์ แจกฟรี โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ แต่กำหนดให้ต้องไปรับด้วยตนเองที่วัด และถือสัตย์รับได้เพียงคนละองค์เท่านั้น เพื่อให้กระจายได้ทั่วถึง ชั่วเวลาไม่นานพระทั้ง 3,000 องค์ ได้หมดไปจากวัดอย่างรวดเร็ว

ในปลายปี พ.ศ. 2547 ได้เกิดภัยพิบัติสึนามิขึ้นในภาคใต้ของไทย โดยในคืนนั้นมหานาคราชทั้งสามได้แวะมากราบเรียนหลวงปู่โสภาล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อให้หลวงปู่โสภาได้เตรียมงานในหน้าที่ซึ่งหลวงปู่ฯได้รับมอบหมายมาจากครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ (สายโพธิญาณ)

ในคืนนั้น ลูกศิษย์ที่มีตาทิพย์นั่งสมาธิเห็น ลำแสงสว่างไสวจำนวนมาก พุ่งออกจากกุฏิหลวงปู่โสภาตลอดทั้งคืน เมื่อลูกศิษย์ท่านนี้มีโอกาสพบหลวงปู่โสภา จึงได้โอกาสสอบถามว่า ลำแสงที่เห็นเป็นสิ่งใด หลวงปู่ฯทำอะไรทั้งคืน

หลวงปู่โสภายอมรับว่า ไม่ได้จำวัดทั้งคืน เพราะสงสารบรรดาสรรพชีวิต ส่วนลำแสงที่เห็นเป็นศรนารายณ์ตรึงพิภพ  ท่านยิงลูกศรทิพย์ไปตรึงสถานที่สำคัญทั่วประเทศ โดยเฉพาะตามเขื่อนต่างๆ ตรึงเอาไว้ไม่ให้แตกเสียหาย  ป้องกันผลข้างเคียงจากแผ่นดินไหว

นี่คือ หนึ่งในหลายเรื่องราวของ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร พระมหาโพธิสัตว์แห่งสายโพธิญาณ ผู้ทำงานอยู่เบื้องหลังความเป็นไปในเหตุการณ์ต่างๆ ประหนึ่งผู้ปิดทองหลังพระ 

จากบทความ สีติกะมหานาคราช ซึ่งกล่าวถึงหน้าที่ของคณะหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร หน้าที่ดังกล่าวทั้งหมดนั้น ความจริงคือ ส่วนหนึ่งในหน้าที่ของหลวงปู่โสภา ที่ได้รับมอบหมายมาให้ดำเนินการ

ณ ปัจจุบัน หลวงปู่โสภา ท่านละสังขารแล้ว ทางณกุศลเห็นว่าสมควรที่จะเปิดเผยความจริง และจารึกไว้เพื่อเทิดเกียรติคุณของท่าน

ลิงค์บทความ สีติกะมหานาคราช http://www.nakusol.com/node/412

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html