สายโพธิญาณ

หลวงปู่ทองดำบรมครู สายโพธิญาณ

คำว่า โพธิญาณ มีได้หลายนัยความหมาย ดังนั้นเวลาที่แต่ละคนใช้คำว่า สายโพธิญาณ ก็สามารถมีความหมายแตกต่างกันไปได้หลากหลาย ไม่ได้จำเป็นต้องมีความหมายเดียวกัน หรือ หมายถึงเรื่องเดียวกัน

โดยทั่วไปบางคนถือว่าเพียงตั้งใจปรารถนาที่จะบรรลุโพธิญาณก็ถือว่าเริ่มนับเข้าเป็น สายโพธิญาณ แล้ว โดยไม่มีกติกา หรือเงื่อนไขใดๆ และไม่จำเป็นต้องมีครูบาอาจารย์

สำหรับบทความที่ ณกุศล เขียนนี้จะเป็นอีกหนึ่งความหมายของคำว่า สายโพธิญาณ ที่พิเศษแตกต่างจากที่พบเจอทั่วไป มีกฎกติกา และ มีครูบาอาจารย์ โดยบันทึกจากประสบการณ์จริงของ อ.เทพ เกษมพรรณราย ที่ได้พบเจอด้วยตนเอง

หลวงปู่เทพโลกอุดร

ในช่วงปีแรกๆของการแสวงหาแนวทางการฝึกจิตปฏิบัติธรรม ถึงแม้ อ.เทพ เกษมพรรณราย และกลุ่มเพื่อนๆ จะได้พบครูบาอาจารย์ที่เก่งมากแล้วดังเช่น หลวงปู่ทองดำ แต่ก็ยังมีความปรารถนาอยากรู้เพิ่มเติมในแนวทางการปฏิบัติธรรมของสายต่างๆ ซึ่งหลวงปู่ทองดำก็อนุญาตให้ไปศึกษาเพื่อเป็นประสบการณ์ชีวิต ตลอดจนยังแนะนำรายชื่อพระสุปฏิปันโนเพิ่มเติมให้ หากมีโอกาสก็ควรแวะไปกราบเพื่อเป็นมงคลชีวิต

ประมาณปี พ.ศ. 2529 ช่วงเวลานั้น กระแสความศรัทธาในหลวงปู่เทพโลกอุดรมีสูงมาก สูงกว่าสมัยนี้ (พ.ศ. 2560) หลายเท่าตัว มีหนังสือรวมเรื่องราวเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดรวางจำหน่ายกันหลายเล่ม นักปฏิบัติธรรมจำนวนมากใฝ่ฝันปรารถนาว่าจะได้พบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรสักครั้งหนึ่งในชีวิต ทางกลุ่ม อ.เทพ เองก็มีความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก นอกจากศึกษาข้อมูลจากในหนังสือก็ยังพยายามสอบถามข้อมูลจากบุคคลต่างๆ

ในช่วงนั้น อ.เทพ ได้ไปทำบุญและกราบนมัสการ หลวงปู่ญาท่าน พระครูปภัศรคุณ ( บุญเลิศ ปภสฺสโร) วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนาราม ตามคำแนะนำของหลวงปู่ทองดำ ในช่วงการสนทนาได้มีคนเรียนสอบถามหลวงปู่ญาท่านว่า หลวงปู่ได้เคยพบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรหรือไม่

ท่านตอบว่า " ช่วงนี้ไม่เห็น แต่ช่วงก่อนเคยเจออยู่หลายครั้ง ถ้าอยากรู้เรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร ให้ไปถามหลวงพ่อทองดำโน่น หลวงพ่อทองดำเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าลึกเป็นปีๆ นั่งสมาธินานจนจอมปลวกขึ้นมิดหัว อยากรู้อะไรก็ให้ไปถามเอา "

ได้ยินแค่นี้ทุกคนในกลุ่มก็ออกอาการหูผึ่งทันที ประหนึ่งดัง จุดไต้ตำตอ ตระเวนถามคนไปทั่วเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดร หารู้ไม่ว่าคนที่รู้เรื่องและเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรในป่าดงมาแล้ว คือครูบาอาจารย์ที่อยู่ใกล้ตัว หรือ หลวงปู่ทองดำนั่นเอง ...

นี่แหละที่เขาพูดกันว่า ของจริงนิ่งเป็นใบ้

มิน่า เวลาถามหลวงปู่ทองดำเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร  ท่านก็จะนิ่งเงียบไม่คุย เปลี่ยนเรื่องคุยทุกที

เมื่อได้ข้อมูลคำชี้แนะจากหลวงปู่ญาท่านแล้ว อ.เทพก็คิดหาคำถามว่า จะถามหลวงปู่ทองดำอย่างไรดี ท่านถึงจะยอมตอบเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดรโดยไม่บ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่อง

พอมีโอกาสพบหลวงปู่ทองดำอีกครั้ง อ.เทพ ก็พูดเกริ่นนำก่อนว่า

" หลวงพ่อครับ หลวงพ่อบุญเลิศบอกว่า หลวงพ่อทองดำเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่า ถ้าอยากรู้อะไรให้มาถามหลวงพ่อทองดำ  "

หลวงปู่ทองดำ รับฟังแล้ว ท่านก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่ก็ไม่มีท่าทีปฏิเสธ

อ.เทพ ถามต่อว่า " เออ หลวงพ่อครับ อย่างงี้หลวงพ่อก็ถือว่าเป็น ศิษย์ในดง ใช่มั้ยครับ "

" ในหนังสือที่พิมพ์ขายกันเขาเขียนว่า ถ้าใครได้ไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าดงจะเรียกว่าเป็น ศิษย์สายในดง หรือ ศิษย์ในดง แบบนี้หลวงพ่อก็เป็นศิษย์สายในดงสิครับ "

คราวนี้หลวงปู่ทองดำท่านตอบกลับว่า " ครูบาอาจารย์ ท่านให้เรียกสายเราว่า สายโพธิญาณ ให้เรียกตามนี้ "

นับเป็นครั้งแรกที่หลวงปู่ทองดำ พูดถึงชื่อ สายโพธิญาณ และก็ไม่บอกรายละเอียดอะไรมากมายนัก

ลูกศิษย์บางคนที่ติดตามฝึกสมาธิจิตกับหลวงปู่ทองดำมาเป็นสิบปี ก็เพิ่งจะได้ยินเป็นครั้งแรกเช่นกัน ถึงกับออกอาการ งง กันโดยทั่วหน้า  ตอนออกมานอกกุฏิแล้วยังถามกันเองว่า สายโพธิญาณคืออะไร

หลวงปู่ทองดำไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังมากนัก แต่เมื่อมีคนในกลุ่มที่สามารถฝึกจิตบรรลุขั้นได้สูงขึ้น ข้อมูลเกี่ยวกับสายโพธิญาณก็ถูกเปิดเผยมากขึ้น หรือ เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญที่จำเป็นต้องรู้ เฉพาะคนที่เกี่ยวข้องก็จะได้รับทราบข้อมูลของสายโพธิญาณเพิ่มเติม

จากการที่ อ.เทพ เก็บสะสมข้อมูลที่ละเล็กละน้อยยาวนานหลายปี หากสรุปในภาพรวมกว้างๆ กล่าวได้ว่า

* สายโพธิญาณ ที่หลวงปู่ทองดำบรมครูกล่าวถึง เป็นคำสรรพนามที่ใช้เรียกชื่อเฉพาะของ สายปฏิบัติธรรมสายหนึ่ง หรือ กลุ่มองค์กรโลกทิพย์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่ง ซึ่งดำรงอยู่มายาวนานหลายพันปีในโลกทิพย์ต่างมิติ และมีบทบาทที่สำคัญหลายอย่างในโลกมนุษย์ เป็นชื่อที่เรียกกันมานานนับพันปี ไม่ใช่ชื่อที่มาตั้งกันใหม่

* หลวงปู่เทพโลกอุดรเป็นครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งจากในกลุ่มครูบาอาจารย์ทั้งหมด สายโพธิญาณในโลกทิพย์นั้นยังมีครูบาอาจารย์องค์อื่นอีกเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นพระอริยะเจ้าที่บรรลุธรรมแล้ว สามารถเข้าสู่แดนพระนิพพานได้แต่ยังไม่ปรารถนาเข้าพระนิพพาน

* การดำรงอยู่ของครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ เพื่อดูแลรักษาพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงจนครบห้าพันปี โดยโปรดสรรพสัตว์ตามแนวทางแห่งพระโพธิสัตว์ และดูแลเหตุการณ์สำคัญๆในภพภูมิมนุษย์ ครูบาอาจารย์บางองค์ท่านกล่าวว่าจะอยู่รอจนถึงสมัยพระศรีอริยเมตตรัยมาตรัสรู้บรรลุธรรมจนเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปก่อนจึงจะยอมเข้าสู่พระนิพพาน

* ทางเข้าสู่ดินแดนสายโพธิญาณนั้นมีทางเข้าหลายทาง หนึ่งในนั้นคือ ทางถ้ำวัวแดง เขตแดนอาถรรพณ์ที่เคยมีคนเขียนเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดรและเผยแพร่ให้คนทั่วไปทราบกัน แต่ถึงรู้ก็มิใช่ว่าใครอยากจะไปแล้วจะไปได้ไปถึง มีแต่ครูบาอาจารย์ที่มีหน้าที่พาเข้าไปจึงจะสามารถผ่านเข้าไปได้

* เรื่องราวของสายโพธิญาณ ถึงแม้จะมีบางอย่างที่คล้ายกับสายในดงตามหนังสือรวมเล่มหลวงปู่เทพโลกอุดร แต่ในรายละเอียดหลายอย่างนั้นแตกต่างกัน มีเอกลักษณ์ของตนเองไม่เหมือนใคร

* ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ สามารถรับศิษย์หรือสอนศิษย์ เป็นการส่วนตัวได้ แต่หากไม่ผ่านขั้นตอน ตามระเบียบแบบแผนของสายโพธิญาณ ก็ไม่เป็นนับว่าเป็นศิษย์สายโพธิญาณ ดังนั้นบางท่านจะนิมิตบอกลูกศิษย์ให้ไปตามหาหลวงปู่ทองดำ เพื่อให้หลวงปู่ทองดำช่วยดำเนินการตามขั้นตอนในการรับเป็นศิษย์สายโพธิญาณโดยสมบูรณ์ เนื่องจากในภพมนุษย์ช่วงนั้นหลวงปู่ทองดำเป็นเพียงบุคคลเดียวที่ทำหน้าที่นี้ ดังนั้นณกุศลจึงเรียกท่านว่า " บรมครู " หรือแบบเต็มๆคือ หลวงปู่ทองดำบรมครู

* ผู้ที่รับหน้าที่สำคัญในโลกมนุษย์ ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ไม่อนุญาตให้เปิดเผยตนเองในสื่อสาธารณะต่างๆ ดังเช่น หลวงปู่ทองดำ ตลอดชีวิตห้ามทำตนโดดเด่นโด่งดัง ทำได้เพียงเป็นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์สำคัญต่างๆ แบบปิดทองหลังพระเท่านั้น

บทความเรื่อง สายโพธิญาณ นี้ณกุศลเขียนขึ้นหลังจากที่หลวงปู่ทองดำมรณภาพละสังขารหลายปีแล้ว จึงไม่มีผลกระทบใดๆกับการกระทำหน้าที่ต่างๆของท่าน  ตลอดจนเป็นการเขียนภาพรวมในเชิงกว้าง ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด ไม่น่าจะผิดกฏหรือข้อห้ามใดๆ เป็นเพียงการบันทึกเรื่องราวประสบการณ์ส่วนหนึ่งในชีวิต

ตลอดชีวิตของหลวงปู่ทองดำ ตั้งแต่บวชเป็นสามเณรตราบจนมรณภาพในวัยชรา พบเจอเรื่องราวอัศจรรย์มามากมาย ผ่านการแสวงหามามากมาย ท่านเคยบอก อ.เทพ เกษมพรรณราย ว่า สายโพธิญาณนั้นถือว่า เป็นที่สุดในชีวิตที่ท่านได้พบเจอมา เป็นศูนย์กลางของโลกและจักรวาล ไม่จำเป็นต้องไปดิ้นรนแสวงหาใดๆอีก