การค้นหาเหล็กไหล
หลวงพ่อสัมฤทธิ์กับการค้นหาเหล็กไหล
เมื่อท่านได้รู้จัก “เหล็กไหล” ดีแล้ว ก็จะได้ดำเนินเรื่องราวเกี่ยวกับ หลวงพ่อสัมฤทธิ์และเหล็กไหลวัดถ้ำแฝดสืบไป
ภายหลังจากหลวงพ่อเดินทางกลับจากประเทศลาวแล้ว ก็ออกธุดงค์ไปทั่ว เพื่อฝึกฝนจิตใจให้มีความเข้มแข็ง เช่น เขาฉกรรจ์ จังหวัดปราจีนบุรี เขาใหญ่ นครราชสีมา เขาเขียว ชัยภูมิ เขาค้อ เพชรบูรณ์ เลยไปถึง ลำปาง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน
ณ ที่จังหวัดลำปางนี้เอง หลวงพ่อสัมฤทธิ์ได้พบกับ พ่อเลี้ยงรัศมี คหบดีผู้กว้างขวางในจังหวัดลำปางและเชียงใหม่ เป็นผู้ที่มีความสนใจในเรื่องราวของเหล็กไหล และของกายสิทธิ์อื่น ๆ เมื่อรู้ว่าหลวงพ่อสัมฤทธิ์มีความเชี่ยวชาญในเรื่องราวเกี่ยวกับเหล็กไหล ก็ได้ชวนให้ท่านช่วยหาเหล็กไหลให้ โดยเป็นผู้ปวารณาในเรื่องภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยได้พาไปในสถานที่หลายแห่งที่เล่าลือว่ามีเหล็กไหล แต่ก็เป็นเพียงข่าวลือ ไม่ได้พบเหล็กไหลตามที่ตั้งใจ
ปรากฏการณ์ประหลาด
เรื่องนี้เกิดจากการแสวงหาเหล็กไหลกับพ่อเลี้ยงรัศมี เดินรอนแรมในป่ามาถึงเขตดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้พบสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งคิดว่าน่าจะมีเหล็กไหลอยู่ จึงได้จัดเครื่องบวงสรวงเจ้าป่าเจ้าเขา เทพผู้รักษาองค์เหล็กไหล
ขณะที่กำลังทำพิธีอยู่นั้น ท้องฟ้าได้เปลี่ยนเป็นมืดครึ้มโดยฉับพลัน มีเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงมายังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณทำพิธีเล็กน้อย เสียงดังสนั่นแสบแก้วหู ทำให้ทุกคนตกตะลึงในเหตุการณ์เฉพาะหน้าเป็นอย่างยิ่ง ด้วยไม่รู้เหตุเภทภัยอันใดที่ปรากฏต่อหน้าในขณะนั้น
หลวงพ่อได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ชะรอยคงเป็นสิ่งบอกเหตุบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเสาะแสวงหาของกายสิทธิ์เป็นแม่นมั่น จึงได้ชวนญาติโยมไปพิสูจน์อะไรบางอย่างที่ท่านแคลงใจ โดยเดินไปยังจุดที่ฟ้าผ่าลงมา ณ ที่นั้นทุกคนได้เห็นวัตถุสีดำก้อนประมาณ 2-3 นิ้วเศษ สีดำสนิท เนื้อในดูเงาวาว ขณะที่กำลังหาเหตุผลอยู่นั้น ฉับพลันได้ยินเสียงช้างร้อง พร้อมกับปรากฏกายอันสูงใหญ่รี่ตรงมายังที่อยู่ของหมู่คณะ
เท่านั้นแหละตัวใครตัวมัน ต่างคนก็ตกใจคิดหนีเอาตัวรอด หลวงพ่อเองก็คาดไม่ถึงว่า จะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น อาศัยที่เป็นพระกรรมฐาน มีสติไม่ตกใจอะไรง่ายนัก ได้กำหนดจิตแผ่เมตตาและชูเจ้าหินประหลาดสีดำนั้นไปทางช้างที่กำลังวิ่งรี่เข้ามา
เหลือเชื่อทีเดียว ทำให้ช้างร้ายตัวนั้นหยุดชะงักอยู่กับที่พร้อมกับจ้องมองมาทางท่านถมึงทึงสักครู่เดียวช้างนั้นก็เดินเลี่ยงหลบออกไปทางอื่นทันที เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกจากคณะค้นหาที่เห็นเหตุการณ์โดยตลอด แต่ไม่กล้าแสดงตนออกมาช่วย
พ่อเลี้ยงรัศมีเป็นคนแรกที่วิ่งมาถึงตัวท่าน พร้อมกับขอชมเจ้าสิ่งประหลาดที่ทำให้ช้างเปลี่ยนใจหนีไปทางอื่น หลวงพ่อบอกว่าเจ้าสิ่งที่ท่านได้พบตอนฟ้าผ่านั้นกลับเป็น “สะเก็ดดาว” หรือ อุกกามณี ที่เราถือว่าดีเด่นทางโชคลาภ แคล้วคลาดกันภัย ปลุกเสกดี ๆ ก็เป็นมหาอุด น้อง ๆ เหล็กไหลเหมือนกัน
ดังนั้นพ่อเลี้ยงรัศมีจึงได้เอ่ยปากขอสิ่งที่เห็นนี้จากหลวงพ่อทันที ซึ่งท่านก็ยินยกให้ ด้วยไม่ได้ติดในเรื่องราวเหล่านี้อยู่แล้ว อีกประการหนึ่งพ่อเลี้ยงรัศมีก็เป็นเจ้าภาพในการเสาะแสวงหาของกายสิทธิ์ประเภทนี้อยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้ค้นหาเหล็กไหลต่อไป ด้วยปรากฏปาฏิหารย์ขึ้นมาก่อน จึงเห็นว่าไม่สมควรจะทำพิธีต่อไป
อัญเชิญเหล็กไหลก้อนแรก
หลังจากแยกทางกับพ่อเลี้ยงรัศมีแล้ว ท่านก็ธุดงค์ลงทางใต้ จากกาญจนบุรีล่องลงไปด้วยเท้า จนถึงบางสะพาน ปะทิว ชุมพร ซึ่งเต็มไปด้วยเทือกเขายาวเหยียดไปจนติดพม่า และที่บางสะพานนี้เองท่านเล่าว่าได้มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง เรียกกันว่า “เกาะยายฉิม”
ณ สถานที่นี้เป็นฐานของ ตชด.อยู่ลึกจากถนนใหญ่ 2-3 กม. ได้พบน้ำตกแห่งหนึ่งปลาชุกชุมมาก ท่านได้สังเกตุเห็นหน้าผาแห่งหนึ่งดูแปลกในความรู้สึก จึงได้แหวกหญ้าเข้าไปใกล้บริเวณหน้าผาดังกล่าว พบว่ามีงูชุกชุม เมื่อพิจารณาหาสถานที่พอเหมาะที่จะปักกลดได้ จึงได้ปักกลดในบริเวณนั้น 3 วัน
ในวันสุดท้ายขณะที่ท่านนั่งกรรมฐานอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ รู้สึกได้ยินเสียงวัตถุบางอย่างตกอยู่ใกล้ ๆ กลด ท่านจึงได้คลายสมาธิออกดู ฉับพลันสายตาก็กระทบเข้ากับวัตถุมันดำวาวขนาดนิ้วก้อยจำนวน 2 เม็ดตกอยู่ใกล้ ๆ กลด จึงได้หยิบมาพิจารณาก็ทราบว่าเป็น “เหล็กไหล” ที่เทพผู้รักษาได้มอบให้
ดังนั้นพอรุ่งเช้าหลังรับบิณฑบาตรจาก ตชด. แล้ว ก็ได้นำเอากลับมาฉันที่กลดขณะเดียวกัน ตชด.ก็ได้นำเอากับข้าวมาเสริมให้หลวงพ่อ โดยสนทนาเรื่องราวต่าง ๆ ว่าหลวงพ่อมาปักกลดที่นี่ ได้เห็นนิมิตอะไรที่ดี ๆ บ้างไหม จำได้ว่า ร.ท.อำไพกับลูกน้อง 2-3คน เป็นเพื่อนร่วมสนทนาด้วย
ท่านจึงได้นำเอาสิ่งที่ท่านพบมาให้ดู คณะ ตชด. เห็นแล้วก็ขนลุกซู่ทันที จึงขออนุญาตทดลองต่อหน้าท่าน โดยใช้อาวุธปืนคาร์บินส์ เล็งยิงระยะห่างเพียง 3 เมตรเท่านั้น ปรากฏว่ายิงไม่ออก แต่พอหันปากกระบอกขึ้นฟ้าเสียงก็ดังเปรี้ยงทันทีเหมือนกัน พอเห็นผลดังนั้น ร.ท.อำไพและเหล่า ตชด.ก็ได้ขอเอาไว้โดยไม่ฟังเสียงว่าจะให้หรือไม่ ถือสิทธิเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองทันที
ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร เมื่ออยากได้ท่านก็ให้ด้วยเมตตา เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นทางผ่าน เป็นประสพการณ์ที่เหลือเชื่อเรื่องหนึ่งเช่นกัน เพราะท่านบอกว่า สมัยนั้นยังไม่มี ใครรู้จัก “เหล็กไหล” ที่ว่ากันนัก ราคาซื้อขายก็ไม่กี่หมื่นบาท
การค้นหาเหล็กไหล
การค้นหาเหล็กไหลไม่ใช่ของง่าย เนื่องจากไม่มีเครื่องมือจะตรวจค้นโดยวิธี ทางวิทยาศาสตร์ได้ แถมบางทียังไม่เคยเห็นหน้าตาของเหล็กไหลมาก่อนว่าเป็นอย่างไร
ดังนั้นในที่นี้ จึงขอกล่าวสรุปพอเป็นสังเขป เพื่อเป็นแนวทางให้ท่านพิจารณาดังนี้
1. ตามตำรา บูรพาจารย์ผู้รู้ในอดีต ได้บอกกันต่อ ๆ มาว่า ถ้าจะหาเหล็กไหลแล้วให้สังเกตุถ้ำที่จะเข้าไปหานั้นว่ามีลักษณะเช่นนี้หรือไม่ ?
1. ถ้ำนั้นต้องสะอาด ไม่มีมูลค้างคาวหรือมูลสัตว์ป่าใด ๆ
2. ถ้ำนั้นต้องมีอากาศเย็นชุ่มชื้น
3. ถ้ำนั้นต้องสงบเงียบวังเวง มีความรู้สึกน่าเกรงขาม
2. คำบอกเล่า อาจจะได้ยินได้ฟังจากพรานป่าที่มีประสพการณ์แปลก ๆ หรือจากพระธุดงค์ที่พบเห็น
3. การเข้าทรง จากการประทับทรงขององค์เทพเทวาที่บอกผ่านมา
4. การเกิดนิมิต จากการนั่งกรรมฐานจนจิตรสงบ แล้วเกิดภาพนิมิตรสถานที่ หรือมีผู้พาไปชม
5. จิตสงบ จากสภาวะจิตที่สงบ จนเกิดญาณหยั่งรู้ขึ้นมาเอง
การทดสอบเหล็กไหลในถ้ำ
เมื่อพบถ้ำที่มีลักษณะดังกล่าวข้างต้น หรือพบแหล่งที่พอเชื่อได้ว่าจะมีเหล็กไหลอยู่แล้ว ก็ควรจะมีวิธีการทดสอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า จะไม่ผิดหวังหรือเสียเวลาค้นหา มักจะใช้ปืนลองยิงดูในบริเวณที่คิดว่าน่าจะมีเหล็กไหลซ่อนอยู่ ถ้าเล็งไปแล้วยิงไม่ออกก็มั่นใจได้ว่า มีเหล็กไหลอยู่ในบริเวณนี้แน่นอน
เมื่อมั่นใจว่าพบแหล่งที่อยู่ของเหล็กไหลแน่นอนแล้ว ก็เป็นเรื่องพิธีกรรมที่จะทำพิธี “อัญเชิญเหล็กไหล”ออกมา โดยการบวงสรวง หรือ อธิษฐานจิต ขอเอาจากเจ้าป่า เจ้าเขา เจ้าถ้ำ หรือ เทพผู้รักษาองค์เหล็กไหลแล้วแต่กรณี
- เข้าสู่ระบบ หรือสมัครสมาชิก เพื่อ แสดงความคิดเห็น

ข้อคิดเห็นเร็วๆนี้
8 ชั่วโมง 59 นาที ผ่านมา
15 ชั่วโมง 8 นาที ผ่านมา
1 สัปดาห์ 4 days ผ่านมา
1 สัปดาห์ 4 days ผ่านมา
2 weeks 2 days ผ่านมา
2 weeks 6 days ผ่านมา
3 weeks 1 วัน ผ่านมา
5 weeks 3 days ผ่านมา
5 weeks 3 days ผ่านมา
5 weeks 6 days ผ่านมา