พระพุทธรูปปาง อนิมิตเจโตสมาธิ

พระพุทธรูปปาง อนิมิตเจโตสมาธิ

พระพุทธรูปปาง อนิมิตเจโตสมาธิ มีพุทธลักษณะอยู่ในพระอิริยาบทประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้งสองวางคว่ำอยู่บนพระชานุ(เข่า) ทั้งสองข้าง

วันหนึ่งในพรรษาที่ ๔๕ พรรษาสุดท้ายแห่งพระชนมายุ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปราศรัยเรื่องชราธรรมกับพระอานนท์ว่า "ดูก่อนอานนท์ บัดนี้เราชราภาพล่วงกาลผ่านวัยจนพระชนมายุล่วงเข้า ๘๐ ปีแล้ว กายของตถาคตทรุดโทรมเสมือนเกวียนชำรุดที่ต้องซ่อม ต้องมัดกระหนาบให้อยู่ด้วยไม้ไผ่ อันมิใช่สัมภาระแห่งเกวียนนั้น ดูก่อนอานนท์ เมื่อใดตถาคตเข้าอนิมิตเจโตสมาธิ ตั้งจิตสงบมั่น คือ ไม่ไห้มีนิมิตใดๆ เพราะไม่ทำนิมิตทั้งหลายไว้ในใจ ดับเวทนาบางเหล่าเสียและหยุดยั้งอยู่ด้วยอนิมิตสมาธิ เมื่อนั้นกายแห่งตถาคตย่อมผ่องใส มีความผาสุก สบายตลอดกาย ดูก่อนอานนท์ เพราะธรรมคือ นิมิตสมาธิธรรมนั้นมีความผาสุก ฉะนั้นท่านทั้งหลายจงมีตนเป็นเกราะ มีธรรมเป็นที่พึ่งทุกอิริยาบถเถิด"

อนิมิตเจโตสมาธิ เป็นหนึ่งในสามของสมาธิขั้นสูง หรือ โลกุตรสมาธิ ได้แก่

  1. สุญญตสมาธิ - สมาธิจิตว่างที่สุด
  2. อนิมิตตสมาธิ - สมาธิจิตไม่มีอารมณ์
  3. อปณิหิตสมาธิ - สมาธิจิตไม่จอดอยู่ในฌาน

พระอาจารย์เส็ง ปุสโส หรือ พระอริยคุณาธาร ได้กล่าวไว้ในเรื่องสุญญตาว่า สมาธิ3ประการนี้ก็เป็นภูมิพระนิพพานอันเดียวกันนั่นเอง พระพุทธรูปปางนี้จึงเป็นปางหนึ่งที่มีความสำคัญมาก เกี่ยวเนื่องกับพระนิพพาน หรือประหนึ่งปางที่เตรียมพร้อมเข้าสู่แดนพระนิพพาน

นอกจากนี้ยังมีคำกล่าวถึงพระอรหันต์ พระมหากัสสปเถระเจ้า ทรงนั่งเข้านิพพานมานาน สองพันห้าร้อยกว่าปีมาแล้ว สรีระของท่านไม่เน่าเปื่อย เพราะท่านทำความเพียรอย่างแรงกล้า ด้วยกำลังแห่งอนิมิตตเจโตสมาธิ ปธานสังขารอิทธิบาทภาวนา ส่วน ตา หู จมูก และ ฟัน ก็ยังสมบรูณ์อยู่อย่างอัศจรรย์ ตามตำนานได้กล่าวว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า ศรีอาริยเมตไตร จะเป็นผู้เสด็จมาประทานการฌาปนกิจสรีระ ด้วยพระองค์พร้อมทั้งพระสงฆ์หมู่ใหญ่ในยุคภัทรกัลป์สุดท้าย