แก๊งต้มตุ๋น "เหล็กไหล"

แก๊งต้มตุ๋น "เหล็กไหล"

พระอาจารย์เกษมสุข เขมสุโข วัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ บางโพ กรุงเทพฯ ได้เคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณปี 2535 ท่านได้รับการติดต่อจาก หัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นขายเหล็กไหลรายหนึ่ง ได้เสนอขายสูตร และกรรมวิธีใช้ "เทียนลนเหล็กไหล" ให้สามารถย้อยออกมาจากหินในราคาถึง 100,000 บาท เพื่อนำไปใช้ประกอบการหลอกลวงเรียกเงินทองจากญาติโยมผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งวิธีดังกล่าวได้เคยใช้ได้ผลมาแล้วหลายราย ทำให้ได้เงินไปใช้หลายล้านบาท

อาจารย์เกษมสุข ท่านแกล้งทำเป็นสนใจ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องทดสอบให้ท่านดูที่วัดเสียก่อน ปรากฏว่าทางแก๊งต้มตุ๋นยอมตกลง แต่ขอค่าใช้จ่ายในการทดสอบ 2,000 บาท ซึ่งปรากฏว่าเขาสามารถใช้เทียนลนให้หินแข็ง ๆ ไหลเยิ้มออกมาได้จริง ๆ ดังภาพที่ปรากฏด้านข้าง ซึ่งทางแก๊งดังกล่าวได้เปิดเผยต่อไปว่า ของเหลวที่ไหลออกมานั้นไม่ใช่หิน แต่จะเป็นสารผสมทางเคมีหลายชนิดรวมกันโดยมีปรอทเป็นส่วนผสมหลัก จากนั้นก็จะนำเอาไปฝังไว้ในก้อนหินที่จัดเตรียมไว้ ก่อนที่จะใช้กาวติดที่ผนังถ้ำก่อนที่จะทำการทดลองให้เหยื่อชม

ระหว่างการทดลองนั้นทางแก๊งได้พยายามโน้มน้าวพระอาจารย์เกษมสุขให้คล้อยตาม โดยบอกว่าท่านเสียเงินเพียง 100,000 บาทเท่านั้น แต่ถ้านำไปหลอกผู้คนก็จะได้เงินเป็นล้านทีเดียว โดยท่านอาจารย์เพียงแต่นำเศรษฐีที่มีเงินและอยากได้เหล็กไหลมาเท่านั้น ทางแก๊งจะนำเอาเหล็กไหลเทียมที่ทำขึ้นนี้ไปซ่อนฝังไว้ตามจุดที่นัดหมาย แล้วให้ท่านอาจารย์เอาเทียนลนเหล็กไหลนั้น ก็จะทำให้คนเชื่อว่าเป็นเหล็กไหลตัดสดจริง ๆ ก็จะได้เงินหลายล้านบาท

หลังจากได้เห็นการทดสอบพร้อมกับจ่ายค่าโง่ไปแล้ว อาตมาก็ตอบปฏิเสธที่จะซื้อสูตรดังกล่าว เพราะไม่สามารถหาเงินแสนมาจ่ายค่าซื้อสูตรการต้มตุ๋นได้ นอกจากนี้แล้ว หากเอาไปหลอกคนอื่นมีหวังอาจจะถูกตามฆ่าก็ได้" พระอาจารเกษมกล่าว

นอกจากนี้แล้ว พระอาจารย์เกษมยังเปิดเผยถึงวิธีต้มตุ๋นที่คนโลภทั่วไปถูกหลอกอีก 2 วิธี โดยวิธีแรกคือ ขอเงินค่าทดสอบ โดยอ้างว่าจะมีนายหน้ามาซื้อเหล็กไหล ทั้งนี้จะบอกว่า "เหล็กไหล" ของเขาต้องบูชาครูด้วยจำนวนเงิน 500,000 บาท เพราะไม่เช่นนั้น "เหล็กไหล" จะหายไป เมื่อเขาอ้างว่า "เหล็กไหล" สามารถทดลองกับไม้ขีดไฟ ด้วยการนำไม้ขีดไฟมาวางและเอา "เหล็กไหล" มาวางทับทิ้งไว้ 10 นาที ไม้ขีดนั้นก็จะจุดไม่ติด ถ้าทดลองกับไม้ขีดไฟเห็นผลแล้วก็จะนำไปทดลองกับลูกปืน ซึ่งถ้าเอาเหล็กไหลไปทาบกับลูกปืน ลูกปืนก็จะยิงไม่ออกเช่นกัน

วิธีการหลอกลวงนั้นจะมีหน้าม้า 3 คน ขั้นแรกต้องเลือกเอาบ้านของเหยื่อที่มีฐานะก่อน โดยจะหาเอาไม้ขีดไฟที่เหยื่อเป็นผู้ซื้อเองมาใหม่ ๆ มาทดลอง โดยบอกเหยื่อว่าจะเอา "เหล็กไหล" วางทับไว้ 10 นาที หลังจากนั้นไม้ขีดไฟจะจุดไม่ติด ขณะที่รอคอยเวลาอยู่นั้น ก็จะชวนเหยื่อคุย พร้อมกับชี้นิ้วมือไปที่ภาพใดภาพหนึ่งในบ้าน แล้วถามว่าเป็นภาพอะไร ถ่ายที่ไหน ทำทีเป็นสนใจมากเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เหยื่อก็จะหันไปมองที่ภาพนั้น ทุกสายตาก็จะเบนตามไปด้วย จังหวะนั้นเองคนในแก๊งก็จะรีบสับเปลี่ยนไม้ขีดไฟทันที อีกวิธีหนึ่ง แกล้งทำแก้วให้ตกแตก พอเหยื่อหันไปดูเขาก็จะเปลี่ยนไม้ขีดไฟทันทีเช่นกัน

เมื่อนำไม้ขีดไฟมาจุดก็จะจุดไม่ติด เหยื่อเจ้าของบ้านก็จะเข้าใจว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เป็นอิทธิฤทธิ์ของเหล็กไหล เนื่องจากไม้ขีดเป็นของตัวเองที่ซื้อมากับมือ ยังจุดไม่ติดจริง ๆ แต่หารู้ไม่ว่า ไม้ขีดไฟถูกแอบสับเปลี่ยนไปแล้ว และไม้ขีดไฟของแก๊งต้มตุ๋นนั้นได้มีการเคลือบน้ำ ซึ่งทำให้หมดสภาพในการจุดประกายไฟ

ก่อนกลับแก๊งต้มตุ๋นจะเอาเงินค่าบูชาครูที่เหยื่อเป็นคนจ่ายให้ใส่กล่องแล้วห่อด้วยผ้าขาว พร้อมกับบอกเหยื่อเจ้าของบ้านว่า จะขอฝาก "เหล็กไหล" และเงินค่าบูชาครูที่ทำพิธีไว้กับเจ้าของบ้านก่อน ให้เก็บบูชาเป็นระยะเวลา 1 เดือน ห้ามเปิดออกมาโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น "เหล็กไหล" จะหนีไปหมด

วิธีการหลอกเอากล่องที่ใส่เงินจะทำเช่นเดียวกับการสับเปลี่ยนไม้ขีดไฟ โดยแก๊งคนร้ายได้เตรียมกล่องห่อผ้าขาวมาอีก 1 ห่อ ซึ่งก่อน ที่จะเปลี่ยนกล่องดังกล่าวนั้น แก๊งต้มตุ๋นจะใช้ให้เหยื่อไปจุดธูปบูชา "เหล็กไหล" กลางแจ้งก่อน พอเหยื่อเผลอเขาก็แอบเปลี่ยนห่อ ผ้าขาวทันที


เมื่อครบ 1 เดือน เหยื่อจะแก้ห่อผ้าขาวออกมาดู ปรากฏว่าเงินค่าไหว้ครูไม่มีเสียแล้ว และวัตถุที่บอกว่าเป็น "เหล็กไหล" ก็ไม่มี สิ่งที่ปรากฏคือก้อนหิน หรือก้อนเหล็กอะไรสักอย่างหนึ่ง ที่ไม่มีราคาค่างวดอะไรเลย

ข่าวการทดลองเหล็กไหล

                   ข่าวคราวของการทดลองเหล็กไหลมักจะปรากฏให้ได้ยินเป็นระยะ ๆ จริงบ้างเท็จบ้าง จึงควรต้องใช้วิจารณญาณพิจารณาให้ดี แต่ถ้าเป็นเพียงเพื่อศึกษาค้นคว้าก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ ดังนั้นจึงขอนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเหล็กไหลให้ท่านได้ทราบในอีกแง่มุมหนึ่ง

588 บ้านฟ่อน หมู่ 2 ซอย 2.ชมพู
.เมือง จ.ลำปาง 52100

8 พฤษภาคม 2540

นมัสการ  พระครูกาญจนกิจจาทร (หลวงพ่อสัมฤทธิ์ คมภีโร)

             กระผม นายพุทธิพงศ์ ศรีวิกุล เป็นชาวจังหวัดลำปาง ได้อ่านและทราบประวัติของหลวงพ่อ เกี่ยวกับการตัดเหล็กไหล และการฝังเหล็กไหลในตัวคน ซึ่งกระผมมีความสนใจมาก คิดว่าจะมาฝังเหล็กไหลด้วยตนเอง และจะนำคณะมาฝังเหล็กไหลด้วยในไม่ช้านี้ ส่วนเรื่องของการตัดเหล็กไหลนั้น มีอยู่ว่ามีคณะของกระผมคนหนึ่ง เขาต้องการที่จะขายเหล็กไหลเป็นจำนวนเงินมากพอสมควร และจะต้องใช้ปืนลองยิงดูทุกครั้ง เป็นการทดสอบว่าของดีจริง หรือไม่ จุด 38 ยิงเป็นจำนวน 3 นัด ผลออกมาคือ ไม่เคยยิงออกเลย เหล็กไหลมีอยู่ 2 ก้อน

                        ก้อนที่ 1 มีน้ำหนัก   3   บาท

                        ก้อนที่ 2 มีน้ำหนัก   5   บาท

                   เป็นเหล็กไหลโกฏิปี มีลักษณะสีสรรวรรณะ เขียวเหมือนสีของแมลงทับ และในการตัดเหล็กไหลจะต้องมี พระที่มีบารมีมาก จึงจะตัดได้ และจะต้องทำพิธีการตัดอยู่หลายอย่าง จึงกราบเรียนหลวงพ่อให้ทราบว่า มีของอยู่แล้ว แต่เวลามีนายทุนใหญ่มาลองของทุกครั้ง ไม่เคยมีใครยิงออกเลย แต่เวลาจะโอนเงินนั้น เหล็กไหลได้กลับไปอยู่กับเจ้าของเหมือนเดิม  ทั้ง ๆ ที่เอาใส่ไว้ในตู้เป็นกล่องเหล็กอย่างดีไม่มีรูแม้แต่น้อยเลย พวกกระผมทำกันถึง 3 ครั้ง แต่ก็กลับไปอยู่กับคณะของพวกกระผมเหมือนเดิม

                   ซึ่งพวกกระผมก็ได้หาวิธีและได้นิมนต์พระมาหลายรูปแล้ว เพื่อมาตัดเหล็กไหลนี้ แต่ก็เหมือนเดิม อาจจะคงเป็นเพราะทำพิธีไม่ถูกต้องก็เป็นได้ จึงกราบเรียนให้หลวงพ่อได้ทราบในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งหลวงพ่อเป็นผู้ที่มากด้วยบารมีและรู้วิธีการตัดเหล็กไหลได้อย่างถูกต้อง จากที่กระผมได้ศึกษามานี้จึงทำให้คิดว่า หลวงพ่อต้องทำได้อย่างแน่นอนในวิธีการตัดเหล็กไหลในครั้งนี้

                   ในเรื่องของการเดินทางมาที่ถ้ำแฝดนี้ กระผมจะนำคณะมาเอง โดยที่หลวงพ่อไม่ต้องออกไปไหน และการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์มีอะไรบ้างขอให้หลวงพ่อเขียนมาบอกด้วย หรือจะให้จัดเตรียมที่ จ.กาญจนบุรี เลยก็ได้ ขอนมัสการกราบเรียนหลวงพ่อว่า เรื่องเป็นความสัจจริงทุกประการ และถ้าหากวิธีการตัดเหล็กไหลสำเร็จแล้ว พวกกระผมและคณะจะสร้างทุกอย่างที่ทางวัดถ้ำแฝดต้องการ หรือหลวงพ่อต้องการจะสร้างอะไร กระผมจะเป็นผู้จัดการให้ทุกอย่าง จึงเรียนมาเพื่อให้หลวงพ่อได้โปรดเมตตาช่วยให้พวกกระผมได้ร่วมสร้างผลบุญกุศลในครั้งนี้ด้วย ถ้าได้รับจดหมายจากกระผมแล้ว กระผมขอรบกวนหลวงพ่อช่วยเมตตาตอบจดหมายให้กระผมได้ทราบด้วย ส่วนเรื่องของการเดินทางพวกกระผมและคณะจะเดินทางมาพบหลวงพ่อเองครับ

                                                                                               กราบนมัสการ

                                                                                       นายพุทธิพงศ์  ศรีวิกูล

ข่าวการซื้อขายเหล็กไหล

                   พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐฉบับที่ 15549 วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม 2543
                  "แก๊งต้มตุ๋นเหล็กไหล สตท.ระเบิดหัว"
                                        

                   ยิงหนแรกไม่ออก กู้เงินซื้อขายเสี่ย พอยิงรอบ 2 เหล็กไหลกระจุย ตัดใจตายหนีหนี้

                   สิบตำรวจโทหนุ่มเกิดหลงตกเป็นเหยื่อแก๊งหลอกซื้อขายเหล็กไหล ทีแรกนำไปทดสอบยิง 2 นัดไม่ระเบิด จึงกู้หนี้ยืมสินเพื่อนบ้านกว่าครึ่งล้านนำไปมัดจำ แล้ววิ่งเต้นติดต่อขายให้นายทุนใหญ่หลายสิบล้านบาท เสี่ยใหญ่ตกลงซื้อนำไปยิงทอดสอบก่อนจ่ายเงิน ปืนเกิดระเบิดเปรี้ยง เหล็กไหลที่อ้างว่าทรงอิทธิฤทธิ์ถึงกระจุยกระจาย ทำให้ตกเป็นหนี้หาทางออกไม่ได้ ระเบิดสมองตัวเองตายทั้งยังแต่งชุดตำรวจอย่างอนาถ เขียนจดหมายลาตายฝากฝังแม่และลูกสาว รวมทั้งแบ่งปันสมบัติเท่าที่มีอยู่ให้แก่ทุกคน

                   ตำรวจหนุ่มหลงตกเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋นซื้อขายเหล็กไหล ลงทุนกู้หนี้ยืมสินเพื่อนบ้านกว่าครึ่งล้านไปทดสอบยิงปืนไม่ระเบิด จึงนำซื้อไว้นำไปขายเสี่ยใหญ่ พอทดสอบยิงอีกทีปืนระเบิดเปรี้ยงเหล็กไหลกระจุย ต้องตกเป็นหนี้หาทางออกไม่ได้ระเบิดสมองตัวเองตายอนาถรยนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.30 . วันที่ 15 .. ...ประเสริฐ พานโท ร้อยเวร สภ..บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุตำรวจยิงตัวตายที่สถานีอนามัยบ้านสามสวน ต.สามสวน จึงรีบรายงานผู้บังคับบัญชา จากนั้นพร้อมด้วย พ...สมาน พุดซา สวส.รักษาราชการแทนรอง กกก.หน. สภ..บ้านแท่น พ...สุรชัย สายณสิต สวป. เจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิเต็กก่าจีแซเกาะ อ.ชุมแพ รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบว่าที่ด้านห้าสถานีอนามัยมีชาวบ้านมุงดูกันแน่น และพบว่าที่ม้านั่งใต้สถานีอนามัยมีศพ ส...สมบัติ ป้อมสุวรรณ อายุ 29 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ..บ้านแท่น นอนหงายจมกองเลือดในสภาพสวมชุดเครื่องแบบตำรวจ มีแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืน 9 มม. ที่เหนือกกหูขวาทะลุด้านซ้ายเป็นรูโบ๋ มันสมองปนเลือดกระจายเกลื่อน ในมือขวายังกำปืนพก 9 มม. ที่ตกมาแนบหน้าอกไว้แน่น ในแมกกาซีนมีกระสุนที่ยังไม่ด้ยิงอีก 7 นัด ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน 9 มม. ตกอยู่ 1 ปลอก และหัวตะกั่วหล่นอยู่บนพื้น ห่างไปเล็กน้อยบนโต๊ะพบไฟฉายพร้อมวิทยุมือถือและกระเป๋าถือสีน้ำเงินวางอยู่ เมื่อเปิดออกตรวจดูพบว่าภายในกระเป๋ามีจดหมายใส่ซองสีฟ้า 3 ซองและสีขาว 1 ซอง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

                   จดหมายฉบับที่ 1 เขียนถึง พ...สุรชัย สายณสิต สวป.ผู้บังคับบัญชาว่า ตนไม่สามารถเป็นตำรวจที่ดีของท่านได้ แต่ภูมิใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสทำงานร่วมกัน ขอฝากฝังให้ช่วยจัดการเรื่องเงินที่จะได้รับหลังตนเสียชีวิต โดยขอให้แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งมอบให้มารดา อีกส่วนหนึ่งแบ่งให้ภรรยาและลูกสาวเพื่อเป็นทุนการศึกษาของบุตร ฉบับที่ 2 เขียนถึงอาจารย์ปัญญา เจ้าอาวาสวัดสมอ บ้านหนองบัว กล่าวขอโทษหลวงพ่อที่ตนคิดสั้น บอกว่าหมดปัญญาเจอทางตัน ไม่มีทางออกจริง ๆ จึงอยากฝากลูกสาวให้เป็นบุตรบุญธรรมอีกคน เพื่อเด็กจะได้มีอนาคตที่ดีต่อไป ฉบับที่ 3 เขียนเป็นพินัยกรรมที่ผู้ตายเขียนไว้ 4 ข้อ มีทรัพย์สินทั้งหมดขอมอบให้ภรรยาและลูกสาว เงินส่วนที่จะได้ให้แบ่งเป็น 2 ส่วน ให้มารดาและภรรยาพร้อมลูก ที่ดินนาส่วนของตนขอยกให้ลูกสาวคนเดียว โดยให้พี่สาวครอบครองทำกินและให้ช่วยเหลือการศึกษาของลูกสาวจนกว่าจะโต สุดท้ายขอให้นายวิโรจน์ รัตนพงศ์ พี่เขยเป็นผู้จัดการมรดกให้เป็นไปตามนี้ ส่วนฉบับที่ 4 เขียนถึงพี่ทิปและพี่โรจน์ พี่สาวและพี่เขย บอกว่าไม่ต้องเสียใจใครเกิดมาก็ต้องตายทุกคน ตนคงมีกรรมไม่สามารถอยู่ดูโลกได้อีกต่อไป เกิดชาติใหม่ขอเกิดเป็นลูกแม่และเป็นน้องพี่อีกหน ขอฝากช่วยดูแลลูกเมียให้ด้วย ลงชื่อว่า ...สมบัติ ป้อมสุวรรณ ตำรวจน้อยรักดีแต่อายุสั้น

                   จากการสอบสวนในเบื้องต้น พ...สุรชัยได้นำผู้ใกล้ชิดของ ส...สมบัติ ซึ่งทราบสาเหตุที่ทำให้ยิงตัวตายมาสอบปากคำทำให้ทราบว่า เกิดจากผู้ตายมีความกลัดกลุ้มจากภาวะตกเป็นหนี้สินเงินกู้ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ตายได้รวบรวมเงินทองและกู้เงินเพื่อนบ้านได้ 5 แสนบาท นำไปซื้อเหล็กไหลจากแก๊งหลอกตุ๋นขาย ไม่ทราบแน่ชัดว่าอยู่ที่ใด และเป็นใครมาจากไหน โดยตกลงซื้อกันในราคา 1 ล้านบาท วางมัดจำเงินไว้ 5 แสนบาท และผู้ตายนำไปทดสอบยิงเหล็กไหลก้อนดังกล่าวถึง 2 ครั้ง 2 ครา ปรากฏว่า กระสุนยิงไม่ออก ผู้ตายหลงเชื่อว่าเป็นเหล็กไหลจริง ยอมจ่ายเงินให้แก๊งตุ๋นไป และนัดให้มารับส่วนที่เหลือภายหลัง ต่อมาผู้ตายได้วิ่งติดต่อขายให้แก่นายทุนใหญ่คนหนึ่ง ตกลงซื้อขายในราคาหลายสิบล้านบาท นายทุนใหญ่นัดให้นำไปยิงทดสอบหากยิงไม่ออกก็จะจ่ายเงินซื้อทันที แต่คราวนี้ปรากฏว่า กระสุนระเบิด เหล็กไหลที่คุยว่าทรงอิทธิฤทธิ์ถึงกระจุยกระจาย

                   ข่าวนี้ย่อมเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่ฝักใฝ่ในการเป็นนายหน้า ซื้อขายเหล็กไหลได้เป็นอย่างดี เนื้อข่าวไม่ได้ระบุชัดเจนถึง ชนิดของเหล็กไหล รูปพรรณสัณฐาน วิธีการทดสอบครั้งแรก ว่าปืนหรือกระสุนเป็นของใคร แต่ที่แน่ ๆ ว่าพอทดสอบครั้งที่ 2 เหล็กไหลแตกกระจุย ย่อมแสดงถึงของเทียมหรือเลียนแบบ ผู้ใดที่พยายามจะเป็นนายหน้าขายเหล็กไหล ระวังอย่าตกเป็นเครื่องมือของเหล่ามิจฉาชีพ ที่อาศัยความโลภของมนุษย์เป็นเหตุหลอกล่อ

ต้มเจ้าอาวาส

                   ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ฉบับที่ 15712 วันเสาร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2544 คอลัมน์ ข่าวสั้นทันโลก  ได้นำเสนอข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ กระแสธาตุกายสิทธิ์ ที่น่าสนใจว่า

                   เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 ม.ค. พระอาจารย์ไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า นายวิเชียร เพชรนิล อายุ 30 ปี และนางจันทร์จุรี หมายเมฆ อายุ 27 ปี สองผัวเมียอยู่บ้านเช่าเลขที่ 20/12 ถนนเลียบทางรถไฟ บ้านบ่อนไก่ อ.หัวหิน นำก้อนหินเป็นแก้วผลึกสีอ้างว่าเป็น ไข่พญานาค ได้มาจากพระธุดงค์ที่ จ.สุโขทัย มีสรรพคุณรักษาโรคได้ทุกชนิดและเป็นเครื่องรางของขลังสิริมงคล มาหลอกขาย 2 ครั้ง ครั้งแรก 9 ก้อน ตนจ่ายไป 10,000 บาท ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมานำมาขายอีก 84 ก้อน คิดราคา 84,000 บาท แต่จ่ายเงินให้ไปก่อน 70,000 บาท ต่อมามีญาติโยมทักท้วงจึงลองทุบดู พบว่าข้างในเป็นแก้วผลึกธรรมดา จึงมาแจ้งความดำเนินคดีฐานฉ้อโกง หลังรับแจ้งตำรวจตามจับนางจันทร์จุรีได้คนเดียว

แก๊ง 18 มงกุฎ

                   เมื่อเดือน กันยายน 2540  มีคณะรับซื้อเหล็กไหล อ้างว่าเป็นชาวไต้หวันกับคนไทยร่วมกัน รับเป็นนายทุนดำเนินการในวงเงิน 1,000 ล้านบาท ก่อนการทดสอบของ สามารถตรวจสอบวงเงินซื้อขายได้จากทางธนาคารกรุงเทพฯ สาขาท่าเรือ กาญจนบุรี หากของไม่ผ่านการทดสอบ ผู้เสนอขายจะต้องจ่ายให้ 5 แสนบาท หากผู้ซื้อไม่สามารถแสดงวงเงินที่ซื้อขายได้ก็ยินดีจ่ายให้ฝ่ายผู้ขาย 5 แสนบาทเช่นกัน

                   พอถึงเวลาทั้งสองฝ่ายก็นัดตรวจสอบยอดเงินกัน ปรากฏว่าฝ่ายชาวไต้หวันซึ่งใช้ชื่อว่า มิสเตอร์อังได้ทำทีเป็นโทรศัพท์ติดต่อกับทางต่างประเทศ พูดไปพูดมาก็สรุปว่า กำลังจะโอนเงินให้อยู่ นั่งรอกันเกือบชั่วโมงเพื่อรอการเช็คข้อมูลจากธนาคาร ก็ไม่ปรากฏว่ามีการโอนเงินโชว์ผ่านทางธนาคารแต่อย่างใด แต่ฝ่ายผู้ขายได้เตรียมเงินสดมาแสดงพร้อม 5 แสนบาท

                   ทางฝ่ายผู้ขายและเจ้าของเหล็กไหล ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ด้วย จึงได้เชิญตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปพูดจากัน ผู้ขายจึงจะขอทำการปรับตามข้อตกลง ปรากฏว่าไม่มีเงินจ่ายค่าปรับให้ได้ เพราะค้นแล้วมีเงินติดตัวกันรวม 700 บาทเท่านั้น ซึ่งฝ่ายนายทุนยอมรับว่าได้แอบอ้างวิธีการนี้หากินแบบนี้มานานแล้ว บางรายก็สำเร็จบางรายก็ไม่สำเร็จ เพราะรู้ว่า เหล็กไหลของจริงนั้น ทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จ คือ ไม่ผ่านการทดสอบหรือมีการหนีไปก่อน แต่ถ้าเป็นของปลอมก็ถูกปืนยิงกระจุย

                   ฝ่ายเจ้าของเหล็กไหลจึงนำเอาเหล็กไหลองค์ที่จะขายแช่ไว้ในแก้วน้ำแล้วอธิษฐานจิตเพียงครู่เดียว แล้วนำเอาแก้วน้ำไปตั้งกลางแจ้ง ให้ฝ่ายนายหน้าลองทดสอบดูด้วยปืน .357 จนหมดโม่ก็ยิงไม่ออก เรื่องนี้ปรากฏต่อสายตาคนเกือบร้อยคนที่ทราบข่าวที่มามุงดู ถ้าจะเป็นการแสดงก็คงระดับบรมครู

สนิมเหล็กไหล

                   ข่าวจากหนังสือนิตยสาร พระเกจิ ปีที่ 2 ฉบับที่ 28 วันที่ 20 ต.ค. 37  โดยสำเริง มณีวงศ์  ได้เขียนลงในคอลัมย์ ทางกรรม เมื่อคราวไปเขียนเรื่องประวัติและเรื่องราวของ ถ้ำเชียงดาว ในปลายปี 2535 เพื่อลงในนิตยสารฉบับหนึ่ง

                   คุณเพชร กันทาดี ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้นได้อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้เป็นอย่างดี ช่วงหนึ่งในขณะที่รับประทานอาหารร่วมกัน ได้มีโอกาสสนทนากันถึงเรื่องราวประหลาดเรื่องหนึ่งซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมา และเกี่ยวข้องกับตัวคุณเพชรพอสมควรในฐานะผู้อยู่ร่วมและรับรู้ด้วย

                   เมื่อคุณเพชร กันทาดี เดินทางไปรับตำแหน่งประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่แรก ๆ ประมาณ ปี พ.ศ. 2535 ก็ได้รับฟังเค้ามูลของเรื่องน่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่งนั่นคือ ข่าวของเหล็กไหล ร่ำลือกันว่ามีกะเหรียงคนหนึ่งอยู่แถบชายแดนไทย-พม่าของอำเภอฝาง สามารถพาผู้ต้องการซื้อไปพบเจ้าของเหล็กไหลได้และยินดีจะให้พิสูจน์ เหล็กไหล ทุกอย่างเพื่อให้เกิดความแน่ใจก่อนตกลงซื้อขายกันในราคาตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป

                   ข่าวเหล็กไหลสร้างความสนใจอย่างมากกับคุณเพชร บังเอิญระหว่างนั้นอาจารย์พงศ์เทพ ชูพินิจ (ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว) เดินทางจากเมืองแพร่โดยพาเสี่ยผู้ร่ำรวยมาจากกรุงเทพฯดั้นค้นขึ้นไปถึงเมืองฝาง ทั้งนี้ด้วยการส่งข่าวเรื่องเหล็กไหลจากลูกน้องคนหนึ่งของอาจารย์นั่นเอง

                   เมื่อทุกอย่างพร้อมก็มีการเดินทางจากตัวอำเภอฝางไปตามเส้นทางของ กรป.กลางที่สร้างไว้ไปสู่หมู่บ้านคนโรคเรื้อนที่ทางการเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ว่า..หมู่บ้านอรุโณทัย อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของตำรวจตระเวณชายแดนจนไปสิ้นสุดเอาที่หมู่บ้าน หนองอุ๊ก สุดเขตแดนสยาม หมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยพวกจีนฮ่อทั้งนั้นแต่ฟังและพูดภาษไทยพอรู้เรื่อง

                   การติดต่อเจรจาซื้อขายเหล็กไหลดังกล่าวจะต้องผ่านหน้าม้าซึ่งเป็นกะเหรี่ยง โดยกลุ่มที่เดินทางไปซื้อต้องลงทุนเดินด้วยเท้าเปล่าอีกทอดหนึ่งในป่าลึก แล้วพักรออยู่บนกระท่อมหลังหนึ่งของชาวกะเหรี่ยง ปล่อยให้กะเหรียงหน้าม้าเดินลัดป่าไปหาเจ้าของเหล็กไหลกินเวลากว่า 3 ชั่วโมง ทั้งกะเหรียงหน้าม้าและเจ้าของเหล็กไหลถึงได้มาถึงกระท่อม ผู้ที่เป็นเจ้าของเหล็กไหลเวลาพูดคุยกันมักไม่ค่อยสบหน้า  ปล่อยให้หน้าม้าอธิบายสลับกัน

                   สรุปแล้วก็ตกลงที่จะให้ทดลองความศักดิ์สิทธิ์กันด้วยการทำพิธีเสียก่อน จากนั้นก็จะให้ผู้ซื้อจ่อยิงเหล็กไหลในระยะใกล้ตามแต่จะเลือก ถ้ากระสุนไม่ออกก็เป็นอันตกลงซื้อขายกันในราคาหนึ่งล้านบาท แต่มีเงื่อนไขว่าสถานที่ทดลองและทำพิธีนั้นจะต้องทำกันที่ลานกว้างโดยเจ้าของเหล็กไหลจะเป็นฝ่ายพาไป

                   ทุกคนเดินทางกันเป็นกลุ่มตามเจ้าของเหล็กไหลซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ห่างไปทางตะวันตกอันเป็นที่ราบเชิงเขา ก่อนที่จะมีการทดลองนั้น เจ้าของได้เปิดตลับสีน้ำเงินเข้มกำมะหยี่ออกมา ซึ่งตลับนี้ซุกซ่อนอยู่ในกระบอกไม้ไผ่มีผ้าดิบพันปากกระบอกอีกชั้นหนึ่ง เจ้าของค่อยบรรจงหยิบวัตถุก้อนหนึ่งสีทึบคล้ายทับทิมขนาดเท่าเม็ดลำใยให้ทุกคนดูอย่างระทึก เมื่อขอจับดูรู้สึกหนักและเย็นชื้นเหมือนก้อนน้ำแข็งสมกับของหายากยิ่งที่ทุกคนปรารถนาเมื่อได้สัมผัสของจริงกันถ้วยทั่วพอใจแล้วพิธีจึงเริ่มขั้น

                   บริเวณลานกว้างนั้น ด้านหน้าออกไปมีการตั้งแท่นบูชาสูงราวหนึ่งเมตร มีผ้าขาวคลุมโต๊ะจรดพื้นดิน บนแท่นนี้มีพานสีเหลืองวางอยู่ ผู้ทดสอบจะต้องเดินไปที่แท่นนี้แล้ววางปืนไว้บนพานเหลือง แล้วเดินหันหลังออกมาเจ็ดก้าวรอจนกว่าการกล่าวคาถาพิธีเสร็จจึงค่อยหันหลังกลับไปหยิบปืนได้ คาถาศักดิ์สิทธิ์นี้เพื่ดอความคมขลังของเหล็กไหลมีความยาวเกือบสิบนาที

                   ผู้ที่จะทำหน้าที่ทดสอบครั้งนี้คือ คุณเพชร กันทาดี ผู้มีความถนัดในเรื่องการใช้ปืนสั้นเพราะได้รับความเห็นชอบจากทุกคน ปืนพกรีวอลเว่อร์จุด 38 กระบอกห้านิ้วนั้นเป็นปืนพกประจำตัวของเสี่ยจากกรุงเทพฯ ผู้ที่จะซื้อเหล็กไหลนั่นเองมีประสิทธิภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อได้เวลาก็เริ่มทำพิธีโดยเพชร กันทาดี เดินถือปืนกระบอกนั้นไปวางไว้บนพานเหลืองแล้วหันหลังกลับมาช้า ๆ ระหว่างนั้นตัวเจ้าของเหล็กไหลก็เริ่มสวดคาถาซึ่งฟังแปลก ๆ ไม่รู้เรื่องยาวนานเกือบสิบนาทีทีเดียว พอเสร็จสิ้นก็ให้สัญญาณ ให้เพชร กันทาดี ไปหยิบปืนได้ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่เดินอาด ๆ เข้าไปยังแท่นพิธีหยิบปืนพกกระบอกนั้นขึ้นมาพร้อม ๆ กับเจ้าของเหล็กไหลเริ่มเปิดตลับนำเอาไปวางไว้บนตอไม้ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งมองเห็นวัตถุสำคัญนั้นถนัดชัดเจน ทุกคนกรูกันเข้ามุงดู เพชร กันทาดี ยกปืนขึ้นจ่อเหล็กไหลในระยะใกล้เพียงกึ่งฟุตแล้วสับไกทันที

                   แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ

                ทุกคนระทึกตื่นเพริดเพราะลูกกระสุนไม่ระเบิดจากลำกล้องแม้สักนัดเดียว พากันขนลุกเกรียวไปตาม ๆ กันและเชื่อในอภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ของเหล็กไหลอย่างท่วมท้น โดยเฉพาะเสี่ยผู้ซื้อเขาถึงกับกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดีปรีดา เมื่อพิสูจน์เหล็กไหลกันแล้วก็นัดหมายการจ่ายเงินกัน ผู้ขายขอรับเพียงเงินสดอย่างเดียว รุ่งขึ้นทุกอย่างก็เรียบร้อยโดยจ่ายกันสด ๆ ในเมืองฝางผ่านหน้าม้าชาวกะเหรี่ยงที่ได้รับมอบหมาย

                เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่หยุดชั่วครู่ด้วยการยกแก้วเบียร์ที่เย็นเจี๊ยบขึ้นดื่ม สอดดวงตามองมายังผู้เขียนอย่างหนักหน่วงเหมือนจะคาดคั้นคู่สนทนาที่กำลังตื่นเต้นกับเรื่องที่เล่า

                 ก็คงจบแค่นี้

                 ผมสรุปเอาดื้อ ๆ เมื่อเห็นว่าผู้ซื้อผู้ขายต่างก็สมปรารถนาของตนแล้ว แต่  มันเป็นของเก๊

                 เพชร กันทาดี เผยเคล็ดลับอย่างต่อเนื่องอีกว่า เสี่ยจากกรุงเทพฯพอได้ของดีไปแล้วก็บินกลับเข้าเมืองหลวงจัดพิธีเลี้ยงพรรคพวกใหญ่โต นำเหล็กไหลที่ได้มาหนึ่งล้านบาทออกมาโชว์ด้วยแถมท้าใครต่อใครให้พิสูจน์  คราวนี้เหล็กไหลวิเศษแหลกย่อยยับแทบเป็นผุยผงเมื่อเจอเข้ากับลูกตะกั่วจากลำกล้อง 357 สีเงินยาว เสี่ยใหญ่หน้าแตกจนแทบเสียสติเป็นบ้า ร้อนถึงอาจารย์พงศ์เทพผู้อาสาพาไปซื้อ ต้องหวุดหวิดเข้าคุกด้วยข้อหาร่วมกันหลอกลวง ทั้ง ๆ ที่ตัวอาจารย์ก็ถูกหลอกไปด้วย

              ในที่สุดก็ได้ความจริงว่าเป็นแก๊งที่หลอกต้มคนมาหลายครั้งแล้ว หาใช่เป็นกะเหรี่ยงจีนฮ่อแต่ประการใด คนไทยด้วยกันนี่แหละปลอมเป็นพวกชาวเขาเพื่อให้ดูขลังสมจริง      

                   ฮ้าว ทำไมตอนทดลองครั้งแรกปืนจึงไม่ลั่น

                   เพชร  กันทาดี มองหน้าผู้เขียนอย่างละห้อยละเหี่ย เอ่ยอย่างเหน็ดเหนื่อย

                   ความจริงสภาพปืนในวันนั้นดีทุกอย่าง แต่ถูกคมตะไบเฉือนที่ปลายนกจนทู่มันจะเสียบถึงลูกได้ยังไง

                   อ้าว

                   ผู้เขียน งง เหมือนตาบอดคลำหัวเหน่า

                   เรื่องมันเป็นยังงี้ ตอนที่ผมเดินหันหลังกลับจากวางปืนบนพานทองเหลืองแล้ว คนที่ซ่อนตัวอยู่หลังโต๊ะซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังโต๊ะซึ่งซ่อนตัวอยู่ในหลุมที่ขุดเตรียมการณ์ก็โผล่มือขึ้นมาคว้าปืนลงไปในหลุมและทำการใช้ตะไบฝนนกปืนจนทู่เสร็จแล้วรีบเอาขึ้นมาไว้อย่างเดิม มันทำงานรวดเร็วมาก ถึงว่ามันย้ำว่าถาคาทำพิธียาวถึงเกือบสิบนาที เพิ่งรู้

                   แต่ผลกรรมตามทันเพราะเสี่ยที่เสียรู่้ไปหนึ่งล้านนั้น อยู่ไม่นานก็ร่ำรวยจากกิจการได้มากกว่าหลายเท่า เก็บความแค้นไว้เงียบ ๆ ไม่ประโตกประตากเป็นข่าวทางสื่อมวลชนเพราะกลัวไก่จะตื่นเสียก่อน

                   เสี่ยทำยังไงครับ

                    เพชร กันทาดี หัวร่อหึ ๆ ในลำคอ ดวงตาลุกเป็นประกายวาวขึ้นมาฉับพลัน

                   เสี่ยทิ้งระยะเวลาผ่านเงียบไปช่วงหนึ่ง ก็จ้างนักฆ่ามืออาชีพปลอมตัวไปเจรจาซื้อถึงที่ ผ่านการทดสอบทำพิธี แล้วก็จับมัดกะเหรี่ยงปลอมและผู้ร่วมแก๊งทั้งหมดเอาเหล็กไหลอันวิเศษของพวกมันซึ่งทำจากแก้วธรรมดายัดใส่ปากให้อมเพื่อทดสอบความขลัง ลากตัวขึ้นรถตู้ควบตะบึงไปทางดอยสะเด็ดที่เปลี่ยว นำตัวเอามานอนเรียงกันแล้วจ้างนักขับแรกเตอร์ชั้นเซียนบดขยี้ด้วยตีนล้อยักษ์จมธรณีไปหลายศอก เป็นข่าวที่เงียบที่สุดหนังสือพิมพ์ไม่เคยรู้ เรื่องนี้เอาไปเขียนได้แต่อย่างระบุชื่อจริงของเสี่ย ผมนั้นไม่เสียหายเพราะไม่มีส่วนร่วมรู้การฆ่าคนพวกนี้ ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เพราะเล่าลือกันมาอย่างนั้น

                   นั่นคือเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับการ ซื้อ-ขาย เหล็กไหลที่ปรากฏเป็นข่าวก็มี รู้กันในวงแคบ ๆ ไม่แพร่งพรายต่อบุคคลภายนอกก็มาก จึงเป็นข้อคิดสะกิดเตือนใจท่านผู้แสวงหาเหล็กไหล ได้โปรดใช้วิจารณญาณของท่านพิจารณาให้ดี เพราะเมื่อมีของจริงของปลอมก็ย่อมมีได้เหมือนกัน

ข้อสังเกตุ

                   จากเรื่องราวเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าขบวนการหากินในเรื่องเกี่ยวกับ เหล็กไหลธาตุกายสิทธิ์ หรือ เหล็กไหลพญานาค ได้อาศัยสิ่งที่ทำเทียมและเลียนแบบจาก แก้วธรรมดาหรือแก้วที่ตกผลึก ออกเร่ขายตามวัดวาอารามต่าง ๆ หรือบุคคลที่หลงไหลศรัทธาในธาตุกายสิทธิ์เหล่านั้น โดยกลวิธีในรูปแบบต่าง ๆ ที่เราท่านคาดไม่ถึงให้เห็นเป็นจริงเป็นจัง หากท่านเจ้าอาวาสองค์ใดหลงไหลไปตามกระแสของพวก 18 มงกุฎเข้า โดยเข้าใจว่าสิ่งที่ได้มานั้นเป็นของกายสิทธิ์ชนิดหนึ่งจริงดังกล่าวอ้าง แล้วนำมาเผยแพร่ต่อ ก็อาจทำให้ของเทียมกลายเป็นของจริงขึ้นมาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ได้