พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา รุ่นแรก วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม พ.ศ. 2542

พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร รุ่นแรก วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม ปี พ.ศ. 2542

พระเครื่องรุ่นนี้จัดสร้างในปี พ.ศ. 2542 สมัยที่หลวงปู่โสภายังจำพรรษาอยู่ วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม จัดเป็นวัตถุมงคลยุคต้นของหลวงปู่ฯก่อนที่ท่านจะย้ายไปจำพรรษาที่วัดบูรพาภิรมย์ จ.สกลนคร

ผู้ออกแบบและจัดสร้างถวาย คือ อ.เทพ เกษมพรรณราย โดยหลวงปู่โสภา เป็นองค์ประธานในการจัดสร้าง ตรวจแบบ ให้คำแนะนำปรึกษา และอธิษฐานจิตเสกเดี่ยว

พระเครื่องรุ่นนี้จัดสร้างโดยใช้รูปเหมือนของพระประธานในโบสถ์ของวัดหนองเลา เป็นต้นแบบในการจัดสร้าง โดยมีวาระที่สำคัญ คือ

1. เป็น พระเครื่องรุ่นแรก ที่สร้างเป็นรูปเหมือนของพระประธานวัดหนองเลา ครั้งแรกในรอบ 200 กว่าปี ของวัดหนองเลา

2. เป็น พระผงและพระกริ่ง รุ่นแรก ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะองค์หลวงปู่โสภา เจตนาจัดสร้างขึ้นมาเพื่อให้หลวงปู่โสภาอธิษฐานจิตเดี่ยวเป็นการเฉพาะ อธิษฐานจิตเต็มพรรษา เพื่อให้เป็นพระเครื่องสายโพธิญาณ สายพลังบริสุทธิ์ โดยไม่มีพลังของสายอื่นเจือปน

3. ปกติ ทุกปี หลวงปู่โสภาจะจัดงานไหว้ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ของท่านทั้งหมดที่วัดหนองเลา โดยมีพระโพธิญาณเป็นองค์ประธาน ดังนั้นพระเครื่องนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของครูบาอาจารย์ทั้งหมด เป็นสื่อในการเชื่อมจิตอธิษฐานไปถึงครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณได้ทุกพระองค์ มีความศักดิ์สิทธิ์และคุณประโยชน์สูงมาก

เมื่อครั้ง อ.เทพ ลาบวช 1 เดือน เพื่อทดแทนคุณบิดามารดา ได้ตัดสินใจมาบวชและฝึกสมาธิกับหลวงปู่โสภา ที่วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม มีโอกาสได้รับทราบถึงความศักดิ์สิทธิ์นานาประการของพระประธานในวัด ตลอดจนพบเจอเรื่องอัศจรรย์ด้วยตนเองหลายเรื่อง

ได้ค้นพบว่า ในดินแดนต่างมิติของสายโพธิญาณ มีพระประธานลักษณะแบบเดียวกันกับพระประธานในโบสถ์ โดยเชื่อมโยงพลังถึงกันกับพระประธานองค์นี้ จึงสิ้นสงสัยว่าเพราะเหตุใดพระประธานองค์นี้จึงมีความศักดิ์สิทธิ์มาก

อ.เทพ บังเกิดจิตศรัทธาอยากได้พระเครื่องที่เป็นรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์ไว้บูชาสักองค์ หลังจากสอบถามหาจากพระสงฆ์ในวัดแล้วต้องแปลกใจว่า ในช่วงเวลายาวนานกว่า 200 ปีของวัดหนองเลา ไม่เคยมีการจัดสร้างพระเครื่องที่เป็นรูปเหมือนของพระประธานในโบสถ์มาก่อนเลย มีแต่พระเครื่องในรูปแบบอื่นๆ

ได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในขณะที่คนจำนวนมากล้วนให้ความเคารพบูชาในองค์พระประธาน แต่ในขณะเดียวกันก็ยำเกรงในบารมีมากด้วย คนเชื่อกันว่า หากสร้างรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลาแล้วคนสร้างมีบุญบารมีไม่ถึง จะทำให้มีเหตุเป็นไปต่างๆนาๆ จึงไม่มีใครกล้าสร้าง

เพื่อความสบายใจของบุคคลทุกฝ่าย อ.เทพ จึงได้กราบเรียนอาราธนาหลวงปู่โสภา ขอบารมีท่านเป็นผู้จัดสร้าง พระผงและพระกริ่งพระโพธิญาณรุ่นแรก โดย อ.เทพ จะเป็นผู้ช่วยดำเนินการในด้านต่างๆ

หลวงปู่โสภาได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ถึงวาระที่สมควรจะจัดสร้าง รูปเหมือนองค์พระประธานของวัดหนองเลา โดยพระเครื่องรุ่นนี้ต่อไปจะเปรียบเสมือนตัวแทนของครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณ เพื่อช่วยคุ้มครองช่วยเหลือลูกศิษย์และผู้ที่ศรัทธา หลวงปู่ฯจึงได้ติดต่อผ่านทางจิต ขออนุญาตครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์เพื่อทำการจัดสร้างพระผงและพระกริ่งโพธิญาณ และได้รับอนุญาตจากครูบาอาจารย์ให้สร้างได้

พระเครื่องในรุ่นนี้ มีทั้งพระเนื้อผง และ พระกริ่งเนื้อโลหะอุดกริ่งอุดผง

พระเนื้อผง มีทั้ง พิมพ์ใหญ่ และ พิมพ์เล็ก มีเนื้อมวลสาร 3 แบบ

1. เนื้อผงพิเศษ แจกกรรมการกฐิน พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก

2. เนื้อผงพุทธคุณโรยแร่ พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก

3. เนื้อผงว่านดินมงคล พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก

พระกริ่งเนื้อโลหะอุดกริ่งอุดผง มี 3 เนื้อโลหะ

1. เนื้อทองคำ อุดกริ่งอุดผง

2. เนื้อเงิน อุดกริ่งอุดผง

3. เนื้อนวโลหะ (โลหะผสม 9 ชนิด) อุดกริ่งอุดผง

พระรุ่นนี้ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร อธิษฐานจิตเดี่ยว ตลอดพรรษา ไตรมาส 2542 พุทธคุณครบทุกด้าน และอธิษฐานเชิญครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์มาช่วยประสิทธิ์พุทธคุณ เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของครูบาอาจารย์สายโพธิญาณทั้งหมด เป็นสื่อทางจิตไปถึงครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณได้ทุกพระองค์ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก

สำหรับพระเครื่องจำนวนหนึ่งที่ อ.เทพ ได้ทำบุญเก็บไว้ ได้นำเข้าขอบารมีหลวงปู่โสภาอธิษฐานจิตเพิ่มเติมอีก ตลอดพรรษา ปี 2554  โดยได้กราบเรียนหลวงปู่โสภา ขอให้ท่านบรรจุเพิ่มเติมในทุกสรรพวิชาที่ท่านได้สำเร็จในช่วงเวลา 12 ปีที่ผ่านมา ( นับจากการจัดสร้างปี2542 ) วิชาของพระผู้สำเร็จพระองค์แรกของโลก รวมถึงบรรจุวิชาโมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา และวิชาอื่นๆ โดยขอเน้นในเรื่อง การเสริมดวงชะตา เป็นกรณีพิเศษ  ลงในการอธิษฐานจิตพระเครื่องครั้งนี้ด้วย

หลวงปู่โสภา ท่านสร้างพระน้อยรุ่นมาก เนื่องจากไม่ได้ทำเป็นพุทธพานิชย์ แต่ละครั้งที่สร้างต้องมีเหตุสมควรแก่การจัดสร้าง ถ้าไม่ถึงวาระหรือไม่จำเป็นก็จะไม่สร้าง  ที่สำคัญพระเครื่องทุกรุ่นของท่านล้วนแต่ได้รับจารึกบันทึกไว้ในโลกทิพย์สายโพธิญาณซึ่งจะได้รับสิทธิ์พิเศษของสายโพธิญาณ เรื่องสิทธิ์พิเศษนั้นเมื่อถึงวาระแล้วจะเขียนเล่าให้ฟังกัน

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

พระกันงู หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

พระกันงู หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

หากกล่าวถึงพระเครื่องวัตถุมงคลที่มีพุทธคุณแบบคนทั่วไปเรียกกันว่า พระกันงู นั้น

หากเป็นวัตถุมงคลของหลวงปู่โสภา ชุตินธโร พระเครื่องที่มีประสบการณ์จริง เกี่ยวกับเรื่อง งู มากที่สุด คือ พระนาคปรก ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในพุทธคุณที่มีความโดดเด่นชัดเจนของ พระนาคปรก หลวงปู่โสภา

ไม่ใช่ว่า ยืนอยู่ห่างจากงูเป็นเมตร ไม่โดนกัด แล้วจะเรียกว่า กันงู แบบที่หลายคนพูดกันทั่วไป

ในต่างจังหวัดซึ่งมีงูชุกชุม คนที่คล้อง พระนาคปรก ของ หลวงปู่โสภา หลายคนบังเอิญเหยียบตัวงู แต่ก็ไม่มีใครโดนงูฉกกัด บางคนถึงขนาดบังเอิญเดินเตะงูเห่ากระเด็นไปเป็นเมตร โดยคนเตะงูไม่ได้รับอันตรายเลยก็มี  อาจจะเกินขอบเขต กันงู ไปเป็น เหยียบงู เตะงู แต่ทางณกุศลก็แนะนำว่า ไม่ควรทดลอง หรือไปลองของ ปล่อยให้เป็นความบังเอิญไปจะดีกว่า

หากเป็นชาวบ้านทั่วไป หลวงปู่โสภามักจะบอกกับคนที่มีพระนาคปรกของท่านว่า ถ้าเจองู ก็อย่าไปกลัว อย่าไปทำร้ายเขา เขาแค่มาดูเฉยๆ เดี๋ยวเขาก็ไปเอง

ในส่วนของ อ.เทพ เกษมพรรณราย ผู้ก่อตั้งณกุศล ได้เคยเรียนสอบถามหลวงปู่โสภา เนื่องจากมีความคุ้นเคยกันมาหลายสิบปี หลวงปู่ฯได้เล่าเปิดเผยเรื่องอจินไตยว่า พระนาคปรกของท่าน ทุกองค์ จะมีบริวารนาค หรือ พญานาค สถิตย์รักษาประจำองค์พระ  พญานาคย่อมมีอำนาจเหนือกว่างูทั่วไป สยบงูทั่วไปได้ และหากจำเป็นก็สามารถแปลงร่างได้

หลวงปู่โสภา เล่าให้ฟังว่า ลูกศิษย์ที่ จ.ยะลา ซึ่งทำงานเป็นครูในจังหวัดนั้น ไปได้ภรรยาเป็นคนต่างศาสนา ซึ่งภรรยาไม่ค่อยชอบเท่าไรที่สามี ทำหิ้งพระพุทธแขวนไว้ที่สูงในบ้าน  ภรรยาจึงมักบ่นว่าสามีเป็นประจำ ภายหลังคุณครูท่านนี้นำพระนาคปรก ของหลวงปู่โสภา เข้าบ้านและไปเก็บไว้บนหิ้งพระ ก็โดนภรรยาบ่นว่าหนักกว่าเดิม และบ่นยาวนานกว่าปกติ  ขนาดสามีเผ่นหนีไปแล้วก็ยังบ่นไม่หยุด

ภายหลังคุณครูท่านนี้เห็นภรรยายกมือไหว้หิ้งพระก็รู้สึกแปลกใจ จากการสอบถามทราบว่า ขณะที่คุณภรรยาบ่นว่าคุณสามีอย่างสาหัสนั้น พอมองไปที่หิ้งพระก็เห็นเป็น งูตัวใหญ่ ขดตัวอยู่บนหิ้งพระ ก็ตกใจว่างูขึ้นไปอยู่บนหิ้งพระได้ยังงัย ชั่วขณะหนึ่งงูใหญ่ก็หายไปต่อหน้าต่อตา ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ไม่กล้าลบหลู่อีกเลย

อย่างไรก็ตาม หลวงปู่ฯท่านบอกว่า ไม่ต้องกลัว พญานาคเขาไม่ทำอะไรพร่ำเพรื่อ เขาจะคอยคุ้มครองดูแล สำหรับคนดีแล้วจะมีแต่ให้คุณประโยชน์

เท่าที่ณกุศลทราบมา พุทธคุณด้าน กันงู นั้นมาจากอำนาจของพญานาคที่สถิตย์ในองค์พระ ใครที่เน้นด้านนี้ควรต้องเลือกสรรพระเครื่องที่มีการดูแลเก็บรักษาไว้อย่างเหมาะสม

ส่วนเรื่องพุทธคุณจากมวลสารนั้นหลวงปู่โสภาก็มีพูดถึงให้ฟังอยู่ แต่ไม่เคยพูดถึงว่ามีมวลสารกันงู รู้แต่ว่ามวลสารมี ทีเด็ด ลี้ลับ ขลัง มากกว่าเรื่องกันงูเยอะ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นกับการดำรงชีวิตประจำวันของทุกคน ที่ทุกคนควรมีไว้ติดตัวตลอดเวลา หามวลสารแนวนี้ยาก พุทธคุณของมวลสารเท่าที่รู้ ไม่พบเจอในพระเครื่องยุคปัจจุบันทั่วไป คนส่วนมากไม่รู้ คนรู้ก็ไม่มีใครเขียนเปิดเผย ถ้าเมื่อไรได้รับอนุญาตให้บอกเล่า ณกุศลก็จะเขียนให้ได้รับรู้กัน แต่ไม่แน่ว่าเมื่อถึงเวลานั้นอาจจะต้องพลิกแผ่นดินหาพระนาคปรกของหลวงปู่โสภากัน

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นสุดท้าย พ.ศ.2554

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร รุ่นสุดท้าย

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นสุดท้าย พ.ศ.2554

พระรุ่นนี้สร้างขึ้นด้วย เจตนาบริสุทธิ์ เพื่อแสดงความกตัญญู ทดแทนบุญคุณหลวงปู่โสภา

ในช่วงประมาณกลางปี พ.ศ. 2554 มีพระสงฆ์ในวัดบูรพาภิรมย์ซึ่งเคยช่วยงานสร้างพระเครื่องถวายหลวงปู่โสภาจะออกเดินทางไปธุดงค์ปฏิบัติธรรมในสถานที่ห่างไกลเป็นเวลานาน หลวงพี่รูปนี้ท่านเป็นห่วงว่าหลวงปู่โสภาจะไม่มีพระเครื่องเพื่อแจกญาติโยมที่มาทำบุญ ท่านจึงได้ทำการจัดสร้างพระนาคปรกขึ้นมาจำนวนหนึ่ง โดยผสมเนื้อมวลสารและกดพิมพ์กันเองภายในวัด จากนั้นจึงออกธุดงค์ไปปฏิบัติธรรม

ลักษณะโดยทั่วไป สำหรับ พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร รุ่นสุดท้าย

* พระรุ่นนี้มี พิมพ์เดียว คือ บล๊อกสอง

* พระรุ่นนี้มี เนื้อเดียว

* พระทุกองค์ ด้านหน้าจะเป็นแบบปกติ ไม่มีการฝังอะไรพิเศษ

* พระทุกองค์ ด้านหลัง ฝังตะกรุดสามกษัตริย์ ( ตะกรุดจำนวน 3 ดอก คือ ทอง เงิน ทองแดง )

* พระทุกองค์ ผสมสีลงในเนื้อพระ แต่ละองค์มีสีสรรลวดลาย แตกต่างกัน เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน รายละเอียดตามหลักวิชาที่หลวงปู่โสภากำหนดไว้ ... รุ่นนี้ไม่มีแบบสีมวลสารเดิมล้วนๆ

พระนาคปรกรุ่นสุดท้ายนี้ จำนวนจัดสร้างน้อยที่สุด เพียงหลักร้อย ประมาณ 700 องค์ ชนิดของมวลสารและส่วนผสมแตกต่างจากรุ่นปี 2553 ข่าวศิษย์วงในกล่าวกันว่า ในรุ่นนี้มวลสารใส่กันแบบสร้างทิ้งทวนสุดฝีมือ มีแต่ของสุดยอด และมีความเป็นเอกลักษณ์สวยงาม อย่างไรก็ตามมวลสารพระนาคปรกในแต่ละรุ่นนั้นความจริงแล้วล้วนแต่สุดยอดทุกรุ่น เพียงแต่จะมีสรรพคุณความโดดเด่นที่แตกต่างกัน

พระนาคปรก ปี พ.ศ.2554 เป็นพระนาคปรก รุ่นสุดท้าย ที่ทันหลวงปู่โสภาอธิษฐานจิต ก่อนที่ท่านจะมรณภาพใน ปี พ.ศ.2557

สำหรับ พระนาคปรกรุ่นสุดท้าย หลวงปู่โสภา ชุตินธโร  มีการจัดสร้างใน ปี พ.ศ.2554 ซึ่งขณะนั้นพระนาคปรกของหลวงปู่ฯเป็นที่รู้จักกันดีพอสมควรและเป็นที่นิยม มีทั้งศิษย์ใหม่ๆและพ่อค้าพระเครื่องเริ่มทยอยไปที่วัดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

คนที่ไปวัดและมีโอกาสเห็นพระองค์จริงก็ล้วนอยากได้ไว้ครอบครอง ขนาดพระยังไม่ได้เสกก็ไม่เกี่ยงกันเลยทีเดียว ต่างพยายามขอรับกลับไปบูชาเลย เพราะพระรุ่นนี้มีจำนวนน้อย คนกลัวว่าจะพลาดโอกาสกัน

ช่วงแรกๆก็ออกจะวุ่นวายกันพอสมควร  ภายหลังทาง ณกุศล ได้กราบเรียนหลวงปู่โสภาว่า หากไม่มีกิจเร่งด่วนจำเป็น น่าจะเสกพระรุ่นนี้ยาวไปถึงออกพรรษาก่อน เพราะรุ่นแรก พ.ศ.2547 และ รุ่น ปี พ.ศ.2553 ก็เสกครบไตรมาส จะได้เป็นเกณฑ์มาตราฐานเดียวกัน ซึ่งหลวงปู่ฯก็เมตตากำหนดเสกให้ครบกำหนดตามที่กราบเรียนไว้ ซึ่งรวมเวลาก็ประมาณเกือบครึ่งปี เกินกว่าไตรมาส 3 เดือน

ตามความเป็นจริง ถ้าพูดกันในมุมมองของพลังพุทธคุณโดยรวม ปกติหลวงปู่ฯท่านอธิษฐานจิตเพียงแค่ชั่วเวลาอึดใจ พลังก็เต็มพระเครื่องแล้ว แต่หากปล่อยให้ท่านค่อยๆพิจารณาไปเรื่อยๆตามอัธยาศัยตลอดไตรมาส ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่า เพราะท่านจะ เสกแบบเปิดมิติโลกทิพย์ ซึ่งคนทั่วไปไม่เคยรู้ และโอกาสที่ท่านจะเปิดมิตินั้นไม่ได้มีกันบ่อยๆ ทางณกุศลจึงได้กราบเรียนขอให้หลวงปู่อธิษฐานจิตครบไตรมาส ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้รับไปบูชามากที่สุด

หลังออกพรรษา ปี พ.ศ. 2554 ทาง ณกุศล ได้ติดตามผล โดยฝากคนที่จะไปวัดช่วยไปทำบุญมาให้ ปรากฏว่า ไม่ทัน พระรุ่นนี้หมดเกลี้ยงจากวัดไปแล้วอย่างรวดเร็ว  ลูกศิษย์ที่ได้ไว้บูชาก็หวงกันมาก ไม่ยอมแบ่งกันง่ายๆ คุยกันไม่รู้เรื่องเลยทีเดียว

กว่าทาง ณกุศล จะมีโอกาสได้รับแบ่งพระนาคปรกรุ่นสุดท้ายมาจำนวนหนึ่ง ต้องใช้เวลานานหลายปีทีเดียว และ แน่นอนว่าต้องเป็นชุดที่หลวงปู่อธิษฐานจิตยาวนานจนออกพรรษา พ.ศ.2554 หรือเกือบครึ่งปี ถือว่าเป็นพระเครื่องอีกรุ่นหนึ่งที่ต่อไปในอนาคตจะหาได้ยาก เนื่องจากมีจำนวนจัดสร้างน้อย

หลวงปู่โสภา ท่านเคยพูดกับลูกศิษย์หลายครั้งว่า ให้เก็บพระเครื่องของท่านไว้ให้ดี เอาไว้ แลกบ้าน แลกรถ ซึ่งหมายความว่า ในอนาคตพระเครื่องของท่านจะ มีคุณค่ามาก จนคนยอมแลกด้วยทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง เช่น บ้าน รถยนต์ ซึ่งถือว่าเป็นของมีค่ามากสำหรับคนในยุคปัจจุบัน

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

Pages