คุรุแห่งจิตวิญญาณ

คุรุแห่งจิตวิญญาณ

หลวงปู่ทองดำบรมครู

ปี พ.ศ.252X ในช่วงที่ อ.เทพ เกษมพรรณราย กำลังศึกษาอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีโอกาสเข้ารับการฝึกสมาธิจิตกับพระสงฆ์องค์หนึ่ง  โดยทราบในเบื้องต้นว่า ท่านชื่อ ทองดำ ส่วนใหญ่ท่านใช้เวลาเดินทางธุดงค์ฝึกจิตในป่าเขา ไม่ได้อยู่ประจำที่วัดใดวัดหนึ่ง ไม่มีหมายกำหนดการเดินทางไปมาที่แน่นอน แต่จะมีวัดบางแห่งที่ท่านจะแวะมาพักในระยะเวลาสั้นๆ เช่น หากเข้ากรุงเทพก็จะแวะพักกับพระผู้ใหญ่ที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา

หลวงปู่ทองดำ มีสีผิวคล้ำค่อนข้างดำ พูดน้อย ไม่ชอบพูดเล่นหรือเล่าเรื่องราวอะไร ประมาณว่าถ้าไม่มีใครถามอะไร ท่านก็จะนิ่งเงียบแทบไม่พูดอะไรเลย แต่ถ้าใครติดขัดในเรื่องการ ฝึกจิต ฝึกสมาธิ หรือปรากฏจิตนิมิตต่างๆ หากนำมาถามท่าน จะได้รับคำตอบที่อัศจรรย์ใจเนื่องจากหลวงปู่ทองดำท่านรู้รายละเอียดที่เกิดขึ้นชัดเจนมากกว่าคนที่ถามซะอีก ประหนึ่งว่าท่านเห็นเหตุการณ์แห่งจิตหรือเห็นนิมิตที่เกิดขึ้นด้วยตัวท่านเองทีเดียว ตลอดจนสามารถอธิบายให้ความกระจ่าง และให้คำแนะนำสำหรับการฝึกจิตที่ควรกระทำต่อไปเป็นอย่างดี

โดยทั่วไปการฝึกสมาธิจิตจนสามารถปรากฏเห็นนิมิตต่างๆนั้น หากคิดว่าระดับนี้ยากแล้ว การแยกนิมิตที่ปรากฏขึ้นมาว่าเป็น ของจริง หรือ ของปลอม จะเป็นระดับที่ยากกว่ามาก และ ยากยิ่งจะหาครูบาอาจารย์ที่สามารถช่วยสอนให้สอบผ่านในขั้นนี้ได้

กล่าวได้ว่า หลวงปู่ทองดำท่านเป็น ครูสอนสมาธิ หรือ คุรุแห่งจิตวิญญาณ ที่แท้จริง ด้วยท่านสามารถล่วงรู้รายละเอียดของนิมิตส่วนบุคคลที่ปรากฏทางจิตของลูกศิษย์ขณะฝึกสมาธิ ทั้งนิมิตที่เคยเกิดในอดีต และนิมิตที่เกิดในปัจจุบัน โดยแยกแยะได้ว่า ของจริง หรือ ของปลอม ตลอดจนสามารถแนะนำวิธีการปฏิบัติเพื่อความก้าวหน้าต่อไป

เวลาหลวงปู่ทองดำนั่งคุมกลุ่มลูกศิษย์ที่กำลังนั่งสมาธิ ถึงแม้จะมีลูกศิษย์นั่งสมาธิพร้อมกันหลายคน แต่หลวงปู่ทองดำก็สามารถตามจิตของแต่ละคนไปได้อย่างครบถ้วน คนไหนจิตไปภพบาดาล คนไหนจิตไปภพสวรรค์ ไปเจออะไร ไปทำอะไรมา หลวงปู่ทองดำจะทราบทั้งหมด ... เมื่อกลุ่มศิษย์ที่นั่งสมาธิออกจากสมาธิเรียบร้อยแล้ว หลวงปู่ทองดำท่านจะสรุปผล โดยการเริ่มทักไปทีละคน โดยบอกกล่าวเรื่องราวสำคัญต่างๆที่ลูกศิษย์คนนั้นได้พบเห็นทางจิตได้อย่างถูกต้อง ทำให้ลูกศิษย์คนนั้นยอมรับหมดใจว่า หลวงปู่ทองดำท่านรู้จริงเห็นจริงว่า ถอดจิตไปไหน พบเห็นอะไร จากนั้นหลวงปู่ฯจะให้คำแนะนำในการฝึกปฏิบัติสำหรับศิษย์คนนั้นและให้สอบถามข้อสงสัย ข้อข้องใจต่างๆ ซึ่งข้อมูลส่วนหนึ่งก็จะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆด้วยว่าหากเจอเหตุการณ์แบบนี้ควรปฏิบัติอย่างไร มีวิธีการแก้ไขหรือรับมืออย่างไร

 

สายโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำบรมครู

หลวงปู่ทองดำบรมครู สายโพธิญาณ

คำว่า โพธิญาณ มีได้หลายนัยความหมาย ดังนั้นเวลาที่แต่ละคนใช้คำว่า สายโพธิญาณ ก็สามารถมีความหมายแตกต่างกันไปได้หลากหลาย ไม่ได้จำเป็นต้องมีความหมายเดียวกัน หรือ หมายถึงเรื่องเดียวกัน

โดยทั่วไป บางคนถือว่าเพียงตั้งใจปรารถนาที่จะบรรลุโพธิญาณก็ถือว่าเริ่มนับเข้าเป็น สายโพธิญาณ แล้ว โดยไม่มีกติกา หรือเงื่อนไขใดๆ และไม่จำเป็นต้องมีครูบาอาจารย์

สำหรับบทความที่ ณกุศล เขียนนี้จะเป็นอีกหนึ่งความหมายของคำว่า สายโพธิญาณ ที่พิเศษแตกต่างจากที่พบเจอทั่วไป มีกฎกติกา มีครูบาอาจารย์ มีระบบแบบแผนในการเรียนฝึกฝนปฏิบัติ โดยบันทึกจากประสบการณ์จริงของ อ.เทพ เกษมพรรณราย ที่ได้พบเจอด้วยตนเอง

หลวงปู่เทพโลกอุดร

ในช่วงปีแรกๆของการแสวงหาแนวทางการฝึกจิตปฏิบัติธรรม ถึงแม้ อ.เทพ เกษมพรรณราย และกลุ่มเพื่อนๆ จะได้พบครูบาอาจารย์ที่เก่งมากแล้วดังเช่น หลวงปู่ทองดำ แต่ก็ยังมีความปรารถนาอยากรู้เพิ่มเติมในแนวทางการปฏิบัติธรรมของสายต่างๆ ซึ่งหลวงปู่ทองดำก็อนุญาตให้ไปศึกษาเพื่อเป็นประสบการณ์ชีวิต ตลอดจนยังแนะนำรายชื่อพระสุปฏิปันโนเพิ่มเติมให้ หากมีโอกาสก็ควรแวะไปกราบเพื่อเป็นมงคลชีวิต

ประมาณปี พ.ศ. 2529 ช่วงเวลานั้น กระแสความศรัทธาในหลวงปู่เทพโลกอุดรมีสูงมาก สูงกว่าสมัยนี้ (พ.ศ. 2560) หลายเท่าตัว มีหนังสือรวมเรื่องราวเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดรวางจำหน่ายกันหลายเล่ม นักปฏิบัติธรรมจำนวนมากใฝ่ฝันปรารถนาว่าจะได้พบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรสักครั้งหนึ่งในชีวิต ทางกลุ่ม อ.เทพ เองก็มีความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก นอกจากศึกษาข้อมูลจากในหนังสือก็ยังพยายามสอบถามข้อมูลจากบุคคลต่างๆ

ในช่วงนั้น อ.เทพ ได้ไปทำบุญและกราบนมัสการ หลวงปู่ญาท่าน พระครูปภัศรคุณ ( บุญเลิศ ปภสฺสโร) วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนาราม ตามคำแนะนำของหลวงปู่ทองดำ ในช่วงการสนทนาได้มีคนเรียนสอบถามหลวงปู่ญาท่านว่า หลวงปู่ได้เคยพบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรหรือไม่

ท่านตอบว่า " ช่วงนี้ไม่เห็น แต่ช่วงก่อนเคยเจออยู่หลายครั้ง ถ้าอยากรู้เรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร ให้ไปถามหลวงพ่อทองดำโน่น หลวงพ่อทองดำเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าลึกเป็นปีๆ นั่งสมาธินานจนจอมปลวกขึ้นมิดหัว อยากรู้อะไรก็ให้ไปถามเอา "

ได้ยินแค่นี้ทุกคนในกลุ่มก็ออกอาการหูผึ่งทันที ประหนึ่งดัง จุดไต้ตำตอ ตระเวนถามคนไปทั่วเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดร หารู้ไม่ว่าคนที่รู้เรื่องและเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรในป่าดงมาแล้ว คือครูบาอาจารย์ที่อยู่ใกล้ตัว หรือ หลวงปู่ทองดำนั่นเอง ...

นี่แหละที่เขาพูดกันว่า ของจริงนิ่งเป็นใบ้

มิน่า เวลาถามหลวงปู่ทองดำเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร  ท่านก็จะนิ่งเงียบไม่คุย เปลี่ยนเรื่องคุยทุกที

เมื่อได้ข้อมูลคำชี้แนะจากหลวงปู่ญาท่านแล้ว อ.เทพก็คิดหาคำถามว่า จะถามหลวงปู่ทองดำอย่างไรดี ท่านถึงจะยอมตอบเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดรโดยไม่บ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่อง

พอมีโอกาสพบหลวงปู่ทองดำอีกครั้ง อ.เทพ ก็พูดเกริ่นนำก่อนว่า

" หลวงพ่อครับ หลวงพ่อบุญเลิศบอกว่า หลวงพ่อทองดำเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่า ถ้าอยากรู้อะไรให้มาถามหลวงพ่อทองดำ  "

หลวงปู่ทองดำ รับฟังแล้ว ท่านก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่ก็ไม่มีท่าทีปฏิเสธ

อ.เทพ ถามต่อว่า " เออ หลวงพ่อครับ อย่างงี้หลวงพ่อก็ถือว่าเป็น ศิษย์ในดง ใช่มั้ยครับ "

นิ่งเงียบไร้คำตอบ จึงถามต่อว่า

" ในหนังสือที่พิมพ์ขายกันเขาเขียนว่า ถ้าใครได้ไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าดงจะเรียกว่าเป็น ศิษย์สายในดง หรือ ศิษย์ในดง แบบนี้หลวงพ่อก็เป็นศิษย์สายในดงสิครับ "

คราวนี้หลวงปู่ทองดำท่านตอบกลับว่า " ครูบาอาจารย์ ท่านให้เรียกสายเราว่า สายโพธิญาณ ให้เรียกตามนี้ "

นับเป็นครั้งแรกที่หลวงปู่ทองดำ พูดถึงชื่อ สายโพธิญาณ และก็ไม่บอกรายละเอียดอะไรมากมายนัก

ลูกศิษย์บางคนที่ติดตามฝึกสมาธิจิตกับหลวงปู่ทองดำมาเป็นสิบปี ก็เพิ่งจะได้ยินเป็นครั้งแรกเช่นกัน ถึงกับออกอาการ งง กันโดยทั่วหน้า  ตอนออกมาภายนอกกุฏิแล้วยังถามกันเองว่า สายโพธิญาณคืออะไร

หลวงปู่ทองดำไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังมากนัก แต่เมื่อมีคนในกลุ่มที่สามารถฝึกจิตบรรลุขั้น เลื่อนระดับได้สูงขึ้น ข้อมูลเกี่ยวกับสายโพธิญาณก็ถูกเปิดเผยมากขึ้น หรือ เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญที่จำเป็นต้องรู้ เฉพาะคนที่เกี่ยวข้องก็จะได้รับทราบข้อมูลของสายโพธิญาณเพิ่มเติม

จากการที่ อ.เทพ เก็บสะสมข้อมูลที่ละเล็กละน้อยยาวนานหลายสิบปี หากสรุปในภาพรวมกว้างๆ กล่าวได้ว่า

* สายโพธิญาณ ที่หลวงปู่ทองดำบรมครูกล่าวถึง เป็นคำสรรพนามที่ใช้เรียกชื่อเฉพาะของ สายปฏิบัติธรรมสายหนึ่ง หรือ กลุ่มองค์กรโลกทิพย์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่ง ซึ่งดำรงอยู่มายาวนานหลายพันปีในโลกทิพย์ต่างมิติ และมีบทบาทที่สำคัญหลายอย่างในโลกมนุษย์ สายโพธิญาณเป็นชื่อที่เรียกกันมานานนับพันปี ไม่ใช่ชื่อที่ใครมาตั้งกันใหม่ หรือตั้งกันเอง

* หลวงปู่เทพโลกอุดรเป็นเพียงสรรพนามที่คนทั่วไปในยุคปัจจุบันเรียกกัน ในสายโพธิญาณไม่มีการเรียกชื่อนี้หรือชื่อแบบนี้ เพียงแต่สามารถใช้อนุโลมอ้างอิงถึงครูบาอาจารย์ที่มีความสำคัญท่านหนึ่งในสายโพธิญาณได้  สายโพธิญาณในโลกทิพย์นั้นยังมีครูบาอาจารย์องค์อื่นอีกเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นพระอริยะเจ้าที่บรรลุธรรมแล้ว มีสิทธิ์สามารถเข้าสู่แดนพระนิพพานได้แต่ยังไม่ปรารถนาเข้าพระนิพพาน

* การดำรงอยู่ของครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ เพื่อดูแลรักษาพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงจนครบห้าพันปี โดยโปรดสรรพสัตว์ตามแนวทางแห่งพระโพธิสัตว์ และดูแลเหตุการณ์สำคัญๆในภพภูมิมนุษย์ ครูบาอาจารย์บางองค์ท่านกล่าวว่าจะอยู่รอจนถึงสมัยพระศรีอริยเมตตรัยมาตรัสรู้บรรลุธรรมจนเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปก่อนจึงจะยอมเข้าสู่พระนิพพาน

* ทางเข้าสู่ดินแดนสายโพธิญาณนั้นมีทางเข้าหลายทาง หนึ่งในนั้นคือ ทางถ้ำวัวแดง เขตแดนอาถรรพณ์ที่เคยมีคนเขียนเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดรและเผยแพร่ให้คนทั่วไปทราบกัน แต่ถึงรู้ก็มิใช่ว่าใครอยากจะไปแล้วจะไปได้ไปถึง มีแต่ครูบาอาจารย์ที่มีหน้าที่พาเข้าไปจึงจะสามารถผ่านเข้าไปได้

* เรื่องราวของสายโพธิญาณ ถึงแม้จะมีบางอย่างที่คล้ายกับสายในดงตามหนังสือรวมเล่มหลวงปู่เทพโลกอุดรที่พิมพ์วางจำหน่ายกัน แต่ในรายละเอียดหลายอย่างนั้นแตกต่างกันอย่างเด่นชัด กล่าวได้ว่า สายในดงก็คือสายในดง ส่วนสายโพธิญาณก็คือสายโพธิญาณ มีเอกลักษณ์และรายละเอียดที่แตกต่างกัน

* ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ สามารถรับศิษย์หรือสอนศิษย์ เป็นการส่วนตัวได้ แต่หากไม่ผ่านขั้นตอนและได้รับการอนุมัติ ตามระเบียบแบบแผนของสายโพธิญาณ ก็ไม่เป็นนับว่าเป็นศิษย์สายโพธิญาณ ดังนั้นครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์บางท่านจะนิมิตบอกลูกศิษย์ให้ไปตามหาหลวงปู่ทองดำ เพื่อให้หลวงปู่ทองดำช่วยดำเนินการตามขั้นตอนในการรับเป็นศิษย์สายโพธิญาณโดยสมบูรณ์ เนื่องจากในภพมนุษย์ช่วงนั้นหลวงปู่ทองดำเป็นเพียงบุคคลเดียวที่รับหน้าที่นี้ เป็นดั่งจุดรวมของครูบาอาจารย์ทั้งหมด ดังนั้นณกุศลจึงเรียกท่านว่า " บรมครู " หรือเรียกแบบเต็มๆคือ หลวงปู่ทองดำบรมครู .... อย่างไรก็ตามการอนุมัติรับศิษย์นั้นมิใช่ว่าจะสำเร็จทุกคนไป บางรายส่งเรื่องไปถึงสามครั้งก็โดนทางโลกทิพย์ตีกลับมาทุกครั้ง มิใช่ว่าทุกคนที่มีโอกาสแล้วจะมีวาสนาเข้าถึงทุกคน

* ผู้ที่รับหน้าที่สำคัญในโลกมนุษย์ หรือ ภพภูมิของมนุษย์ ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ไม่อนุญาตให้เปิดเผยตนเองในสื่อสาธารณะต่างๆอย่างเด็ดขาด ดังเช่น หลวงปู่ทองดำ ตลอดชีวิตห้ามทำตนโดดเด่นโด่งดัง ทำได้เพียงเป็นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์สำคัญต่างๆอย่างเงียบๆ แบบปิดทองหลังพระเท่านั้น

ตลอดชีวิตของหลวงปู่ทองดำ ตั้งแต่บวชเป็นสามเณรตราบจนมรณภาพในวัยชรา พบเจอเรื่องราวอัศจรรย์มามากมาย ผ่านการแสวงหามามากมาย ท่านเคยบอก อ.เทพ เกษมพรรณราย ว่า สายโพธิญาณนั้นถือว่า เป็นที่สุดในชีวิตที่ท่านได้พบเจอมา เป็นศูนย์กลางของโลกและจักรวาล ศูนย์กลางของทุกสรรพสิ่ง ไม่จำเป็นต้องไปดิ้นรนแสวงหาใดๆอีก

* คำเตือน การจะได้พบ บรมครู สายโพธิญาณ ( สายโบราณตามแบบหลวงปู่ทองดำ)  เป็นเรื่องของ บุญและวาสนา ไม่สามารถพบเจอตามสื่อสาธารณะต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร เว็บไซต์ internet social facebook twitter instagram etc เนื่องจากครูบาอาจารย์ในโลกทิพยิ์ไม่อนุญาตให้เปิดเผยตนเองในสื่อสาธารณะใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำด้วยตนเอง หรือกระทำโดยลูกศิษย์คนใกล้ชิดก็ตาม ทั้งทางตรงและทางอ้อม ล้วนไม่ได้รับอนุญาตทั้งสิ้น ... ตลอดจน คนที่ไม่รู้ข้อมูลเชิงลึก ย่อมไม่สามารถแยกแยะระหว่าง ของแท้ และ ของเลียนแบบ จะถูกหลอกลวงได้

บทความเรื่อง สายโพธิญาณ นี้ณกุศลเขียนขึ้นหลังจากที่หลวงปู่ทองดำมรณภาพ ละสังขารหลายปีแล้ว จึงไม่มีผลกระทบใดๆกับการกระทำหน้าที่ต่างๆของท่าน  ตลอดจนเป็นการเขียนภาพรวมในเชิงกว้าง ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด เป็นเพียงการบันทึกเรื่องราวประสบการณ์ส่วนหนึ่งในชีวิตของทางณกุศล ... ( การเขียนรายละเอียดมากเกินไป กลับจะเกิดผลเสีย คือ ถูกมิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวงคนอื่นได้ ยิ่งรู้มากก็ยิ่งหลอกคนได้แนบเนียน อันตรายมาก )

ผง ณกุศล สิริมงคล ล้างอาถรรพณ์ แก้คราส

ผง ณกุศล

สรรพสิ่งในโลก เมื่อมีขาว ก็มีดำ ... เมื่อมีความสว่าง ก็มีความมืด ... เมื่อมีฝ่ายธรรมะ ก็มีฝ่ายอธรรม ... การดำรงชีวิตประจำวัน ถึงแม้คนจำนวนมากจะมีจิตใจดีงามยึดมั่นในพุทธคุณ แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่หลงใหลในศาสตร์แห่งความมืด ใช้สิ่งอาถรรพณ์ต่างๆ เช่น ยาสั่ง เสน่ห์ยาแฝด  คุณไสย คุณคน คุณผี ผงพราย น้ำมันพราย สีผึ้งพราย สีผึ้งเสน่ห์ต่างๆ ฯลฯ

สิ่งอาถรรพณ์เหล่านี้หลายคนอาจคิดว่าเป็นสิ่งไกลตัว แต่ความจริงเป็นสิ่งใกล้ตัวมากกว่าที่เราคาดคิด บางคนก็โดนให้สัมผัส โดนป้าย โดนทา หรือผสมให้กินเข้าไปโดยไม่รู้ตัว  บางคนก็โดนลูกหลงแบบเขาทดลองวิชาโดยสุ่มดวงส่งออกมา ใครดวงตกก็รับเคราะห์เข้าตัว หรือเรียกกันทั่วไปว่า ลมเพลมพัด  ฯลฯ

เมื่อสิ่งอาถรรพณ์สะสมในร่างกายนอกจากจะเป็นสิ่งอัปมงคลทำให้ชีวิตตกต่ำ  นานวันไปจะเกิดอาการเจ็บป่วยโดยไม่คาดคิดและรักษาไม่หาย ส่วนมากเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

วิชาพุทธศาสตร์นอกจากสายบุญฤทธิ์ จึงจำเป็นต้องมีสายอิทธิฤทธิ์ (ปราบอธรรม) ควบคู่กัน และบุคคลที่เดินในสายบุญฤทธิ์ นอกจากการฝึกฝนพัฒนาจิตด้วยการทำบุญ ฝึกจิตฝึกสมาธิ ยังจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะป้องกันตนเองจากศาสตร์มืดต่างๆ  ไม่ควรประมาท

ผง ณกุศล เป็นผงพุทธคุณชนิดพิเศษประกอบด้วยสมุนไพรหายากจากในดงลึก มีอิทธิฤทธิ์พิเศษเฉพาะตัวตามธรรมชาติ สร้างขึ้นตามตำรับลับในสายวิชาสำหรับปราบ  ซึ่งครูบาอาจารย์ ได้มอบผงพุทธคุณนี้ให้ อ.เทพ ไว้ใช้เพื่อป้องกัน และแก้ไขสิ่งอัปมงคลต่างๆด้วยตนเอง โดยมีคุณประโยชน์ดังต่อไปนี้

* แก้ ยาสั่ง เสน่ห์ยาแฝด  คุณไสย คุณคน คุณผี  ลมเพลมพัด อาถรรพณ์จากคราส (สุริยคราส จันทรคราส ) อาถรรพณ์ต่างๆ

* ทำน้ำพุทธมนต์ ประพรมบ้านเรือนร้านค้า เพื่อเสริม สิริมงคล ความดีงาม

* ทำน้ำพุทธมนต์ ประพรมบ้านเรือนร้านค้า  เพื่อป้องกัน สิ่งอัปมงคล ลมเพลมพัด ไม่ให้ผ่านเข้ามาในเขตที่พักอาศัย

* ทำน้ำพุทธมนต์ ประพรมบ้านเรือนร้านค้า  เพื่อแก้ไข ล้างธรณีสาร ไล่เสนียดจัญไร ไล่สิ่งอัปมงคล

การใช้งาน สามารถใช้ผง ณกุศล จำนวนเล็กน้อยผสมละลายน้ำ เพื่อทำน้ำพุทธมนต์ หรือ ใช้ผงแห้ง แล้วแต่ความเหมาะสมกับสถานการณ์  ในแต่ละบ้านควรมีผง ณกุศล เก็บไว้ใช้เพื่อความสิริมงคล และป้องกันแก้ไขในเรื่องเฉพาะทางเหล่านี้

Pages