บันทึก พระรุ่นปี 2541

มีพระเครื่องอยู่รุ่นหนึ่ง ซึ่งณกุศลได้ลืมเลือนไปจากความทรงจำนานมาแล้ว คือ พระเครื่องที่สร้างในปี พ.ศ. 2541 แต่เนื่องจากมีสมาชิกในกลุ่ม facebook ได้ส่งภาพถ่ายมาสอบถาม ประวัติและสรรพคุณเกี่ยวกับพระเครื่องรุ่นนี้ ทำให้ณกุศลตระหนักว่า ถึงจะมีเรื่องที่เรา ไม่อยากจดจำ ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนาน 21 ปี ( นับถึงปี 2562 ) แต่ วัตถุสสารย่อมไม่สูญหายไปจากโลกนี้

พระเครื่องรุ่นนี้ ทางณกุศลเป็นผู้จัดสร้างเอง ความตั้งใจเดิมนั้นเป็นการสร้างถวายให้วัดหนองเลาในปี พ.ศ.2541 ด้านหลังพระเครื่องจึงมีเขียนบันทึกไว้ว่า วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม ๒๕๔๑ แต่ก็มีเหตุทำให้ ไม่สามารถถวายวัดหนองเลา คือ พระเครื่องรุ่นนี้ ทั้งหมดได้ถูกโจรขโมยไปในระหว่างนำพระฝากปลุกเสกอธิษฐานจิต

ณกุศลได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ที่นับถือว่า มีพระผู้เฒ่าองค์หนึ่งซึ่งสนิทและรู้จักกันดีกับผู้ใหญ่ท่านนี้ เป็นพระอริยสงฆ์ที่มีจิตสูง สมควรที่จะนำพระเครื่องไปให้หลวงปู่ท่านอธิษฐานจิต จึงได้นำพระเครื่องรุ่นนี้ไปฝากอธิษฐานจิต ซึ่งหลวงปู่ก็ยินดีรับไว้ด้วยความเต็มใจ แต่ในช่วงที่ฝากไว้นั้นหลวงปู่ท่านสิ้นอายุขัย มรณภาพไปก่อนที่ณกุศลจะไปขอรับพระเครื่องคืน

เมื่อณกุศลได้ทราบข่าวการมรณภาพของหลวงปู่ฯ เนื่องจากอยู่ไกลจึงได้ส่งตัวแทนไปขอรับพระเครื่องคืนจากทางวัดดังกล่าว ทางบุคคลที่วัดแจ้งว่า ได้ตรวจสอบหลายรอบแล้ว ไม่มีพระเครื่องดังกล่าวอยู่ที่วัด  สรุปคือ พระเครื่องกล่องใหญ่ๆทั้งหมดหายไปโดยปราศจากร่องรอยให้ตามหา

ในเวลาต่อมา ทางวัดดังกล่าวได้จัดงานวัด มีคนที่ณกุศลรู้จักได้ไปร่วมงานบุญที่วัด และเช่าบูชาพระเครื่องมาจากวัดดังกล่าวมา ปรากฎว่าพระเครื่องที่จำหน่ายที่วัดนั้นเป็นพระเครื่องที่ณกุศลได้นำไปฝากเสกแล้วทางวัดบอกว่าหายไปนั่นเอง

เมื่อทางวัดหนองเลาได้ทราบข่าว โดยมีพยานบุคคลและหลักฐานทางวัตถุชัดเจน พระสงฆ์ที่วัดหนองเลาจึงได้เดินทางไปวัดดังกล่าวเพื่อขอรับพระเครื่องคืน ปรากฎว่าทางกลุ่มกรรมการวัดดังกล่าว ไม่ยินยอมส่งคืน โดยพยายามขอร้องอ้อนวอน อ้างเหตุผลความจำเป็นต่างๆนาๆ สารพัดที่จะกุเรื่องขึ้นมาได้ จนพระสงฆ์ทางวัดหนองเลายอมกลับไปมือเปล่า

จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีข้อสรุปดังนี้

1. พระเครื่องรุ่นนี้ ไม่ถูกบันทึกในประวัติว่าเป็นพระเครื่องของวัดหนองเลา เพราะทางณกุศลซึ่งเป็นเจ้าของ ยังไม่ได้นำถวายให้ทางวัดหนองเลา และพระรุ่นนี้ไม่มีโอกาสได้ออกที่วัดหนองเลาแต่อย่างใด เพราะถูกโจรขโมยไปทั้งหมด

2. พระเครื่องรุ่นนี้ ไม่สามารถนับรุ่น หรือเกี่ยวโยงกับพระสงฆ์องค์ใดที่วัดหนองเลาในช่วงเวลานั้น เพราะยังไม่มีท่านใดได้แตะต้องหรืออธิษฐานจิตพระเครื่องรุ่นนี้เลย

ทางณกุศลเองถึงแม้จะไม่ได้ผูกจิตอาฆาต กลุ่มคนที่ขโมยไป แต่ถ้าจะให้เชื่อว่า เงินจากการจำหน่ายพระเครื่องถูกนำเข้าช่วยเหลือปัญหาของวัดดังกล่าวตามที่กลุ่มกรรมการวัดขอร้อง ก็คงเชื่อไม่ลง กับกลุ่มคนที่มีการวางแผนล่วงหน้า ผิดศีลเจตนาขโมย ผิดศีลเจตนาโกหก เมื่อโดนจับได้ก็ยังไม่ยอมคืน ถือว่าอย่างหนา ไม่ธรรมดาจริงๆ ไม่แปลกใจว่าทำไมเปรตถึงยังคงเกิดขึ้นในทุกยุคทุกสมัย

เรื่องนี้คนที่รู้ความจริงและยังดำรงชีพอยู่ เหลืออยู่เพียงไม่กี่คน จากข้อความที่บันทึกไว้หลังองค์พระเครื่องทำให้คนส่วนมากเข้าใจผิด ณกุศลเคยเห็นหลายคนเอามาโชว์แล้วก็สงสาร ไม่อยากบอกความจริง

แต่วันนี้คิดว่าถึงเวลาที่ควรบันทึกความจริงให้ปรากฎ เพราะวัตถุสสารย่อมไม่สูญหายไปจากโลกนี้สามารถอยู่ไปได้อีกหลายชั่วอายุคน แต่อายุขัยของคนที่อยู่ทันเหตุการณ์นั้นมีขีดจำกัด เมื่อณกุศลเขียนแนะนำ พระเครื่องวัดบ้านหนองเลา ปี 2542 (รุ่นแรก) จนเริ่มเป็นที่รู้จักในสื่อสาธารณะ มีคนมากมายที่พยายามแสวงหาตามตลาดขายพระเครื่องท้องถิ่นเพื่อนำมาขายให้ผู้ที่ศรัทธา เมื่อไม่ได้ ปี 2542 เจอปี 2541 ก็เอาหมด สุดท้ายคนที่รับกรรมก็คือผู้ที่ศรัทธา เข้าใจผิดว่าพระรุ่น ปี 2541 ใช้แทน ปี 2542 ได้

ในประเด็นของพุทธคุณนั้นกล่าวได้ว่า

1. พระ ปี 2541 ไม่สามารถใช้แทน พระปี 2542 ได้.. แถม ปี 2541 ยังเป็นของที่ถูกโจรขโมยไปอีก ถึงแม้ใครจะครอบครองโดยไม่รู้ ไม่เจตนา แต่อย่างไรก็หนีความจริงไปไม่พ้นว่าเป็น สิ่งของที่โดนโจรขโมยไป

2. ในระหว่างพระรุ่นปี 2542 ด้วยกัน พระชุดที่ถวายวัดไปนั้น พุทธคุณไม่สามารถนำมาใช้ทดแทน พระชุดที่หลวงปู่ทองดำบรมครูอธิษฐานจิตเพิ่มเติมให้ได้ ... พระชุดที่หลวงปู่ทองดำอธิษฐานจิตนี้ ทางณกุศลจะเพิ่มโค๊ตติดไว้ในองค์พระ เพื่อเป็นจุดสังเกตุในการแยกแยะสำหรับคนรุ่นหลัง

บันทึกประวัติและความจริง เพื่อป้องกันความสับสน และ ป้องกันการนำไปใช้หลอกลวงกัน