นโยบาย และ การสงวนลิขสิทธิ์ ข้อเขียนและรูปภาพ ในเว็บไซต์ณกุศล

นโยบาย แนวทางของบทความ ในเว็บณกุศล

1. บันทึกข้อมูลจาก เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง  บนเส้นทางชีวิตของณกุศล กล่าวได้ว่าเป็น เรื่องเล่าประสบการณ์ส่วนตัวจากณกุศล เพื่อมอบเป็น มรดก ให้คนรุ่นหลังได้เก็บไว้ใช้อ้างอิงในเรื่องราวต่างๆ

2. ประสบการณ์ เกี่ยวกับวัตถุมงคล เน้นบันทึกเฉพาะ วัตถุมงคลที่ อ.เทพ เกษมพรรณราย เป็นผู้จัดสร้าง หรือร่วมสร้าง และต้องเป็นรุ่นที่ ณกุศล สามารถควบคุมจำนวนการจัดสร้างได้เท่านั้น เพื่อความมั่นใจว่า วัตถุมงคลจะมีพุทธคุณและคุณสมบัติตรงตามที่ณกุศลได้บันทึกไว้ ไม่ถูกสร้างเสริมเพิ่มจำนวนขึ้นมาอีกในภายหลังจากที่ณกุศลได้เขียนเผยแพร่ข้อมูลวัตถุมงคลไปแล้ว 

* สำหรับ วัตถุมงคลที่ ณกุศล สร้างบล๊อกถวายให้วัดไปกดพิมพ์เอง ทางณกุศล ขอปล่อยวาง ไม่สามารถบันทึก หรือให้การสนับสนุนใดๆ เนื่องจากเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่จะมีผู้ทรงอิทธิพลนำบล๊อกไปใช้เป็นการส่วนตัว กดพิมพ์สร้างพระเพิ่มจำนวนขึ้นมาใหม่เรื่อยๆตามความต้องการของตลาดพระเครื่อง ทำให้มีปัญหาด้านคุณภาพ  บางชุดถึงกับไม่ได้มีการเสกอธิษฐานจิตใดๆจากใครเลย ในชีวิตคนเรา บางอย่างเรารู้แต่ไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดอะไรได้ ทำได้แค่ตัดการให้ความสนับสนุนทั้งหมด

 

เรื่อง การสงวนลิขสิทธิ์ ข้อเขียนและรูปภาพ ในเว็บไซต์ณกุศล

สงวนลิขสิทธิ์ ข้อเขียนและรูปภาพ ในเว็บไซต์ณกุศล ตาม พรบ ลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกไปใช้ในทุกกรณี  เช่น ประกอบการขายวัตถุมงคล ฯลฯ

อย่าอ้างว่าบังเอิญเจอแล้วนำมาใช้ บางคนทั้งลอกทั้งแคปหน้าจอสะสมหลายบทความไปทั้งชุด เห็นภาพชัดเจนว่าแคปหน้าจอไปจากเว็บณกุศล ยังจะอ้างว่าบังเอิญเจอในเว็บอื่น พอขอให้ยืนยันลิงค์เว็บที่คัดลอกมาก็ไม่สามารถทำได้เพราะโกหกหลอกลวง 

ผู้ใดจะนำไปใช้ต้องได้รับการยินยอมจากผู้สร้างสรรค์ เป็นลายลักษณ์อักษร

การขโมย นอกจากผิดกฎหมาย ยังผิดศีลธรรม ... ไม่ใช่สิ่งที่คนดีทำกัน

1. บทความทั้งหมดที่ทาง ณกุศล ได้เขียนบันทึกไว้นั้น สามารถอ่านได้ฟรี ไม่เสียเงิน เพื่อเป็นวิทยาทาน แต่อย่าคัดลอกไปโดยพลการ

2. บทความทั้งหมดนั้น ทางเราจะมีการ update ปรับปรุงข้อมูล เพิ่มเติมคำอธิบาย เพิ่มเติมรายละเอียด หรือ จัดกลุ่มเนื้อหาใหม่ เป็นระยะๆ เพื่อให้ได้ เนื้อหา ใจความ ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด  ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาสภาพข้อมูลที่มีการเผยแพร่ให้ทันสมัยอยู่เสมอ และไม่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง  จึงไม่อนุญาตให้คัดลอกไปใช้ หรือทำการดัดแปลง โดยไม่ขออนุญาต

( ในอดีต เคยมีคนนำบทความของเราไปดัดแปลง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว บิดเบือนความจริง จนเกิดความเสียหายกับส่วนรวมมาแล้วหลายๆครั้ง  จึงจำเป็นต้องขอสงวนสิทธิ์ )

3. เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทางณกุศลจะรวบรวมข้อมูลเป็น ไฟล์ให้ดาวน์โหลดฟรี  และ อาจจัดพิมพ์เป็นหนังสือ ตามความเหมาะสม เพื่อเป็นการอนุรักษ์ข้อมูลเหล่านี้สืบต่อไปให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

4. หากใครต้องการอ้างอิงข้อมูล แนะนำให้ ทำลิงค์ เข้ามาในบทความที่ต้องการ เพื่อให้ผู้สนใจเข้ามาอ่านด้วยตนเองในเว็บไซต์ณกุศล อย่าคัดลอกไปโดยไม่ขออนุญาต จะเป็นการทำผิดกฎหมาย และผิดศีลธรรม

แจ้งเพื่อทราบ และ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ

เว็บไซต์ณกุศล

พระโพธิญาณ2542 ( ปี พ.ศ. 2542 )

พระโพธิญาณ อ.เทพ เกษมพรรณราย

พระโพธิญาณ ปี พ.ศ.2542 

ผู้ออกแบบ ดำเนินงาน และ ออกทุนทรัพย์ในการจัดสร้างทั้งหมด คือ อ.เทพ เกษมพรรณราย

จัดสร้างในปี พ.ศ.2542 โดยได้รับอนุญาตจาก หลวงพ่อเงิน เจ้าอาวาสวัดหนองเลา ในการจัดสร้าง

อ.เทพ ผู้จัดสร้าง ได้กำหนดชื่อพระเครื่องรุ่นนี้ว่า รุ่น พระโพธิญาณ

แจกให้ผู้ร่วม ทำบุญกฐิน วัดหนองเลา ปี พ.ศ.2542

บันทึกช่วยจำ Timeline ประวัติ การกำหนดชื่อเรียก พระเครื่องรุ่นนี้

พ.ศ.2542 ... พระประธาน ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อใหญ่ / พระเครื่องชื่อรุ่นว่า พระโพธิญาณ

พ.ศ.255X ... เว็บไซต์ณกุศล nakusol.com ได้รับประวัติของโบสถ์วัดหนองเลา จาก หลวงพ่อเงิน เจ้าอาวาสวัดหนองเลา ซึ่งต้นฉบับไม่ได้เขียนถึงชื่อพระประธานไว้ เมื่อนำมาเขียนประวัติลงในเว็บไซต์ณกุศล ทางณกุศลได้เขียนเพิ่มเติม ตั้งชื่อพระประธานว่า พระโพธิญาณ โดยนำมาจากชื่อรุ่นของพระเครื่อง และ เรียกชื่อพระเครื่องลงท้ายเพิ่มเติมว่า รุ่นแรก เป็น พระโพธิญาณรุ่นแรก เพื่อให้สอดคล้องกันกับชื่อใหม่ของพระประธาน ... ปี พ.ศ.2554 มีเหตุจำเป็นสืบเนื่องจากงานทำบุญ ทำให้ณกุศลนำ พระโพธิญาณรุ่นแรก ออกมาแบ่งให้บูชาเป็นครั้งแรก และ ได้รับความนิยมจาก FC ของทางณกุศลเป็นอย่างมาก

พ.ศ.2555-6X ในพื้นที่วัดหนองเลา ได้จัดสร้างรูปหล่อลอยองค์พระประธานขึ้นมาใหม่ อย่างน้อย 2 รุ่น ทั้ง 2 รุ่นนี้ มีคนนำมาลงในตลาดพระเครื่องโดยเรียกชื่อว่า พระโพธิญาณรุ่นแรก ทั้งสองรุ่น ... รวมแล้วทำให้เกิด พระโพธิญาณรุ่นแรก อย่างน้อย 3 รุ่น ... เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสน ทางณกุศล ได้เปลี่ยนการเรียกชื่อพระเครื่องรุ่นนี้ใหม่เป็น พระโพธิญาณ2542 ตามปี พ.ศ.การจัดสร้าง

 

พระเครื่องในรุ่นนี้ มีทั้งพระเนื้อผง และ พระกริ่งเนื้อโลหะอุดกริ่งอุดผง จัดสร้างโดยนำ พระประธานในโบสถ์ของวัดหนองเลามาเป็นต้นแบบในการจัดสร้าง และมีวาระที่น่าสนใจกล่าวถึง คือ เป็นครั้งแรกในรอบ 200 กว่าปี ของวัดหนองเลา ที่มีการสร้างพระเครื่องเป็นรูปเหมือนของพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลา และออกให้ทำบุญในนามวัดหนองเลา

( ความจริง การสร้างพระเครื่องโดยใช้ต้นแบบจากพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลา มีการสร้างครั้งแรกสุด ในปี พ.ศ.2541 โดย อ.เทพ เกษมพรรณราย เป็นผู้จัดสร้าง ... แต่พระเครื่อง ปี 2541 ในระหว่างฝากเสกอธิษฐานจิตที่วัดแห่งหนึ่ง ถูกกลุ่มกรรมการวัดแห่งนั้นวางแผนขโมยไปทั้งหมด เพื่อนำไปจำหน่ายหาเงินรายได้เข้ากระเป๋า พระรุ่น ปี 2541 จึงไม่ถูกนับว่าเป็นพระเครื่องที่ออกในนามวัดหนองเลา ในรายละเอียด ณกุศลได้เขียนบันทึกไว้ที่ http://www.nakusol.com/node/457 หลังจากนั้น อ.เทพ จึงได้สร้างพระรุ่นปี 2542 ขึ้นมา โดยออกแบบใหม่ทั้งหมด ไม่ซ้ำแบบเดิม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีความสวยงามลงตัวมากกว่ารุ่น 2541 เพื่อทดแทนพระเครื่องที่ถูกขโมยไป )

เมื่อจัดสร้างพระรุ่น ปี พ.ศ.2542 เสร็จแล้ว ได้มีการแบ่งพระเครื่องออกเป็น 2 ส่วน แต่ละส่วนมีจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของการจัดสร้าง คือ

1. พระโพธิญาณ ชุดถวายวัด คือ ส่วนที่แจกผู้ร่วมทำบุญ งานกฐิน วัดหนองเลา ปี พ.ศ.2542 และจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของการจัดสร้าง ได้นำถวายให้วัดหนองเลา ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้ทางวัดเก็บไว้แจกให้ผู้ทำบุญกับวัดในวาระต่างๆตามความเหมาะสม  พระชุดนี้ ณกุศล ขอเรียกอ้างอิงตาม ปี พ.ศ. ที่จัดสร้าง ว่า " พระโพธิญาณ 2542 "

2. พระโพธิญาณ ชุดพิเศษ จำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของการจัดสร้าง อ.เทพ ได้นำเข้ารับการอธิษฐานจิตจาก หลวงปู่ทองดำ บรมครูสายณกุศล ยาวนานตลอดไตรมาส พ.ศ.2542 หรือ ค.ศ.1999 หลังจากนั้นได้เก็บรักษาไว้ และนำเข้ารับการอธิษฐานจิตบรรจุสรรพวิชาเพิ่มเติมจากหลวงปู่ทองดำ เป็นระยะๆ ตลอดช่วงเวลาประมาณ 20 ปี จวบจนหลวงปู่ทองดำมรณภาพ กล่าวได้ว่า เป็นพระเครื่องที่สร้างด้วยใจที่ศรัทธาอย่างแท้จริง ไม่ได้สร้างเชิงพุทธพาณิชย์ ใช้เวลาในการทยอยอธิษฐานจิตยาวนานเกือบ 20 ปี เน้นเสกเดี่ยวองค์เดียวล้วนๆแต่เสกหลายครั้งหลายรอบ เฉพาะไตรมาสเดียวก็ต้องมีอย่างน้อย 180 ครั้งขึ้นไป ในช่วงเวลา 20 ปี ถ้าจะกล่าวว่า เสกกันนับพันครั้ง ก็ไม่เกินความจริง ... เป็นพระเครื่องที่บรรจุสรรพวิชาของหลวงปู่ทองดำในช่วงเวลาเกือบตลอดชีวิตของท่านอย่างครบถ้วน รวมวิชามากที่สุด  รวมระยะเวลาการเสกนานที่สุด และ จำนวนครั้งในการเสกมากที่สุด พระชุดพิเศษนี้ไม่สามารถหาได้จากตลาดพระเครื่องทั่วไป ณกุศล เรียกอ้างอิงตามชื่อของผู้อธิษฐานจิตว่า " พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ "

พระเครื่อง 2 ชุดนี้ จะมีความแตกต่างกันในด้านพุทธคุณ เนื่องจากผ่านการเสกอธิษฐานจิตแตกต่างกัน กล่าวคือ ชุดพระโพธิญาณ 2542 ในด้านพุทธคุณ ไม่สามารถนำมาใช้ทดแทน ชุดพระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำได้ 

ในส่วนของการบันทึกนั้น ณกุศลจะเน้นในส่วนของ พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ เป็นหลัก เนื่องจากทุกเรื่องราวอยู่ในขอบเขตที่ทางณกุศลสามารถรับรู้ได้

ในส่วนที่ถวายวัดนั้น หลังจากถวายไปแล้ว ทราบว่า พระหมดจากวัดภายในเวลาไม่นาน และ ส่วนมากจะไปอยู่ในต่างประเทศ โดยทางวัดได้รับเงินบริจาคจำนวนมากจากต่างประเทศ ... การที่ณกุศลจะติดตามบันทึกเรื่องราวประสบการณ์ต่างๆของพระชุดนี้ นอกจากความยากลำบากด้วยระยะทางที่ห่างไกลแล้ว ยังไม่เกิดประโยชน์ที่เป็นสาระสำคัญกับทางวัด เพราะที่วัดไม่มีพระเครื่องชุดนี้เหลือแล้ว ดังนั้นณกุศลจะไม่เน้นการบันทึกในส่วนนี้ 

 

 

พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ บรมครู

พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ บรมครูสายณกุศล

1. มูลเหตุการจัดสร้าง พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ

พระเครื่องชุดนี้จัดสร้างสำเร็จใน ปี พ.ศ.2542 หรือ ค.ศ. 1999 หากเราย้อนอดีตกลับไปในยุคสมัย ค.ศ.1999 หลายคนจะจำได้ว่า เป็นยุคสมัยที่ คนทั้งโลก ทุกประเทศ ทุกเชื้อชาติ ตื่นตระหนกกับเรื่องราวต่างๆมากมาย เช่น

* ปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ล้มเหลวทั่วโลก ที่จะเกิดขึ้นใน ปี ค.ศ.2000 หรือ Y2K ... ถ้าทุกอย่างที่เชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์เกิดปัญหาขึ้นมา ก็ไม่ต่างอะไรกับวันโลกาวินาศ เพราะธุรกิจการค้า การเงินการธนาคาร การขนส่ง โทรศัพท์ ไฟฟ้า น้ำประปา สาธารณูปโภค การดำรงชีวิตต่างๆล้วนเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์ 

* ความเชื่อเรื่อง วันสิ้นโลก ภัยพิบัติธรรมชาติ และ หายนะต่างๆ ที่มีการตีความตามคำทำนายของ นอสตราดามุส ที่ว่าจะเกิดขึ้นใน ปี ค.ศ.2000 คำทำนายเหล่านี้ได้แพร่กระจายและเป็นที่กล่าวถึงกันในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

* คำพยากรณ์ หรือ คำเตือน เรื่องภัยพิบัติ จากนักบวช ในศาสนาต่างๆ รวมถึง พุทธศาสนาในประเทศไทย ล้วนมีคำเตือนที่สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน

อ.เทพ เกษมพรรณราย ได้จัดสร้างพระเครื่องรุ่น พระโพธิญาณ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆในยุคความเชื่อเรื่องภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.2000

การสร้างพระเครื่องเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในครั้งนั้น มีปัญหาอุปสรรคต่างๆมากมายหลายเรื่อง เช่น พระเครื่องที่สร้างในปี ค.ศ.1998 โดนกรรมการวัดแห่งหนึ่งขโมยไปทั้งหมด ก็ต้องรีบจัดสร้างขึ้นมาใหม่จนเสร็จสิ้นในช่วงปลายปี ค.ศ.1999 เรียกว่า ฉิวเฉียด ใกล้กับกำหนดเวลาย่างเข้าสู่ ปี 2000

2. เหตุใดจึงเลือก หลวงปู่ทองดำ เป็นผู้อธิษฐานจิตสำหรับ พระเครื่องในยุคโลกาวินาศปี 2000

ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ของสายหลวงปู่ทองดำนั้น มีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับ งานด้านภัยพิบัติ การอนุรักษ์ส่วนที่สำคัญและการคัดกรองผู้ถูกเลือก ดังนั้นการที่หลวงปู่ทองดำอารธนาครูบาอาจารย์ในสายของท่านมาช่วยในการอธิษฐานจิตวัตถุมงคล ถือว่าตรงกับวัตถุประสงค์เริ่มต้นในการจัดสร้างมากที่สุด

ในช่วงบั้นปลายชีวิตของหลวงปู่ทองดำ ท่านได้เคยสั่งกำชับ อ.เทพ ให้พกพระเครื่องชุดนี้ติดตัวไว้ตลอด ด้วยเหตุผลพิเศษที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยได้รับรู้หรือคาดคิดมาก่อน ทางณกุศลจะเขียนเล่าเรื่องนี้แยกเป็นบทความบทใหม่ เนื่องจากมีรายละเอียดเรื่องราวที่ต้องเขียนค่อนข้างมากพอสมควร และเป็นเหตุผลที่ทาง อ.เทพ จะไม่นำพระเครื่องชุดนี้ให้ใครเสกทับอีกเลย ยกเว้นเชิญครูบาอาจารย์ในสายจากมิติโลกทิพย์มาประสิทธิอำนวยพรให้ ตามวิธีการและบทเชิญที่หลวงปู่ทองดำได้เคยสอนและมอบไว้ให้

3. เหตุใดจึงเลือกสร้างเป็น รูปเหมือนพระประธาน วัดหนองเลา

ความจริงแล้ว สามารถสร้างเป็น รูปเหมือนพระพุทธแบบใดก็ได้ แต่เนื่องจาก อ.เทพ เคยได้มาบวชเพื่อปฏิบัติธรรมที่วัดหนองเลา เมื่อ ปี พ.ศ.2539 ทราบประวัติว่า วัดหนองเลาไม่เคยมีการจัดสร้างรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์มาก่อน และวัดยังต้องใช้เงินในการพัฒนาวัดอีกมาก ณ เวลานั้นทางวัดจึงยังไม่มีโครงการที่จะลงทุนเงินหลายแสนบาทเพื่อจัดสร้างวัตถุมงคลเป็นรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์

เมื่อ อ.เทพ มีแนวคิดที่จะสร้างพระเครื่องเพื่อใช้กันเองในครอบครัวและคนใกล้ชิดสำหรับภัยพิบัติปี 2000 อยู่แล้ว จึงเลือกที่จะสร้างพระเครื่องเป็นรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลา เพื่อเป็นการตอบแทนคุณ และเป็นที่ระลึกที่ได้เคยมาบวชเพื่อปฏิบัติธรรม

การสร้างพระเครื่องพิมพ์อื่น ความจริงกลับง่ายและสะดวกมากกว่า เพราะสามารถออกแบบได้โดยไม่มีข้อจำกัด

ในการขึ้นหุ่นปั้นรูปเหมือนพระประธานด้วยขี้ผึ้ง ทางหัวหน้าช่างซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ให้ความนับถือกัน ได้แนะนำว่า พระประธานวัดหนองเลาเป็นงานศิลปะฝีมือชาวบ้าน สัดส่วนและรายละเอียดจึงยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ทางรุ่นพี่ได้ปรับเปลี่ยนรายละเอียดสัดส่วนให้ใหม่หมดและสวมใส่เครื่องทรงจักรพรรดิ์เต็มรูปแบบ สวยงาม ตระการตายิ่งนัก เมื่อนำหุ่นขี้ผึ้งไปให้ทางวัดได้ชม ใครเห็นก็ชมว่า สวยมาก งดงามมาก แต่ไม่เหมือนองค์จริงเลย ... ถ้าจะสร้างรูปเหมือนก็ต้องสร้างให้เหมือนต้นแบบ ... สรุปว่าต้องให้ช่างปั้นหุ่นขี้ผึ้งขึ้นมาใหม่ เพราะสิ่งต่างๆนั้นย่อมมีเอกลักษณ์ในตนเอง ... มีเอกลักษณ์จึงมีความแตกต่าง ... มีความแตกต่างจึงมีความเฉพาะตัว สามารถแยกแยะจดจำได้ง่าย

การที่เมื่อสร้างออกมาแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นการสร้างพระเครื่องรูปเหมือนของพระประธานเป็นครั้งแรก ที่ไม่เคยมีปรากฎมาก่อนหน้านี้ แต่สิ่งนี้ไม่ได้เป็นสาระสำคัญให้ใจเราไปยึดติด ยึดมั่นถือมั่น ทำแล้วก็ปล่อยวางไว้ ... ดังนั้น ณ ปัจจุบัน แทนที่จะใช้คำเรียกลงท้ายว่า " รุ่นแรก " ตามที่ณกุศลเคยเริ่มเขียนบันทึกไว้ในบทความตั้งแต่ ปี พ.ศ.2554 นั้น อ.เทพ ให้ณกุศลเปลี่ยนข้อมูลในบทความทั้งหมดมาใช้ ปี พ.ศ.ที่จัดสร้าง คือ 2542 เรียกแทนคำว่า รุ่นแรก เปลี่ยนจากเดิมคือ พระโพธิญาณรุ่นแรก มาเป็น พระโพธิญาณ2542 ...

การใช้ ปี พ.ศ. กำกับในการเรียกชื่อนั้น เป็นหนึ่งวิธีในมาตราฐานนิยม มีคุณประโยชน์หลายอย่าง กาลเวลาเป็นสิ่งที่ไม่ย้อนกลับ เรียงลำดับก่อนหลัง เป็นการบันทึกข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนสำหรับคนรุ่นต่อไป พระเครื่องนั้นสร้างย้อนยุคได้ แต่ไม่สามารถสร้างย้อน พ.ศ. ย้อนกาลเวลาได้ พระเครื่องหลายๆรุ่นในวงการพระเครื่องก็ใช้ ปี พ.ศ. ในการกำหนดความชัดเจนในการจัดสร้าง เช่น มงคลมหาลาภ2499 หลวงปู่ทวด2497  หลวงปู่ทวด2505 หลวงปู่ทวด2508 

ในช่วงปี พ.ศ. 255X-256X หลายปีหลังจากที่ณกุศลได้เริ่มเขียนบันทึก.ในพื้นที่ได้มีการจัดสร้าง พระเครื่องขึ้นมาใหม่อย่างน้อย 2 รุ่น โดยมีชื่อรุ่นว่า พระโพธิญาณรุ่นแรก และ พระโพธิญาณรุ่น๑  ณกุศลได้พบเห็นภาพถ่ายจากบรรดานักสะสมซื้อขายแลกเปลี่ยน แต่ไม่ทราบรายละเอียดในการจัดสร้างและพระเครื่องเหล่านี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับหลวงปู่ทองดำ  เพียงแจ้งให้ท่านผู้อ่านที่สนใจทราบว่า พระโพธิญาณนั้นมีการจัดสร้างออกมาหลายรุ่น ใครซื้อ ใครขาย แยกให้ชัดเจน อย่าสับสนนำมาปะปนกันกับรุ่น 2542  

เหตุที่ต้องบอกกล่าว เพราะบางคนที่อ่านบทความของณกุศลไม่ได้ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมแต่ มโนนึกแต่งเติมเอาเอง เคยมีคนไปซื้อพระเครื่องปี 2541 ด้วยคิดว่าจะขายทำกำไรได้ราคาสูงกว่า ปี 2542 ที่ณุกศลเขียนบันทึกไว้ แต่ความจริงกลับกลายเป็นว่า ไปรับซื้อของโจร เพราะ2541เป็นพระเครื่องรุ่นที่ถูกขโมยไป ถ้ามาถามณกุศลก่อนก็จะไม่ต้องเสียเงินไปหลายพันบาทกับสิ่งที่ตนเองคิดมโนไปเอง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำนองเดิมซ้ำอีก ณกุศลจึงจำเป็นต้องเขียนบันทึกเรื่องพระเครื่องปี2541ขึ้นมา ซึ่งแต่เดิมไม่เคยคิดอยากจะบันทึกเรื่องปี 2541 เพราะไม่ใช่เหตุการณ์ที่ดีงาม

 

4. ชื่อรุ่น พระโพธิญาณ

พระเครื่องรุ่นนี้ ก่อนสร้างก็ได้รับชื่อพระนามเรียบร้อยแล้วว่า พระโพธิญาณ ไม่ว่าจะสร้างเป็นพระพุทธพิมพ์ใดแบบใด ก็จะมีชื่อพระนามเรียกว่า พระโพธิญาณ

ในรายละเอียดยังไม่สะดวกที่จะเขียนอธิบายว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ถ้าเขียนจะเป็นบทความที่ยาวมาก

 

Pages