พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ บรมครู
Posted By webmaster On Sunday, 24 May 2026
พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ บรมครูสายณกุศล
พระเครื่องที่สร้างด้วยใจที่ศรัทธาอย่างแท้จริง เน้นด้านพุทธคุณ ไม่ได้สร้างเชิงพุทธพาณิชย์ ใช้เวลาในการทยอยอธิษฐานจิตยาวนาน 20 ปี เน้นเสกเดี่ยวองค์เดียวล้วนๆแต่เสกหลายครั้งหลายรอบ เฉพาะไตรมาสเดียวก็ต้องมีอย่างน้อย 180 ครั้งขึ้นไป ในช่วงเวลา 20 ปี ถ้าจะกล่าวว่า เสกกันนับพันครั้ง ก็ไม่เกินความจริง
1. มูลเหตุการจัดสร้าง พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ
พระเครื่องชุดนี้จัดสร้างสำเร็จใน ปี พ.ศ.2542 หรือ ค.ศ. 1999 หากเราย้อนอดีตกลับไปในยุคสมัย ค.ศ.1999 เป็นช่วงเวลาที่ คนทั้งโลก ทุกประเทศ ทุกเชื้อชาติ ตื่นตระหนกกับเรื่องราววุ่นวายต่างๆมากมายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.2000 เช่น
* ปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ล้มเหลวทั่วโลก ที่จะเกิดขึ้นใน ปี ค.ศ.2000 หรือ Y2K ... ถ้าทุกอย่างที่เชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์เกิดปัญหาขึ้นมา ก็ไม่ต่างอะไรกับวันโลกาวินาศ เพราะธุรกิจการค้า การเงินการธนาคาร การขนส่ง โทรศัพท์ ไฟฟ้า น้ำประปา สาธารณูปโภค การดำรงชีวิตต่างๆล้วนเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์
* ความเชื่อเรื่อง วันสิ้นโลก ภัยพิบัติธรรมชาติ และ หายนะต่างๆ ที่มีการตีความตามคำทำนายของ นอสตราดามุส ที่ว่าจะเกิดขึ้นใน ปี ค.ศ.2000 คำทำนายเหล่านี้ได้แพร่กระจายและเป็นที่กล่าวถึงกันในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย
* คำพยากรณ์ หรือ คำเตือน เรื่องภัยพิบัติ จากนักบวช ในศาสนาต่างๆ รวมถึง พุทธศาสนาในประเทศไทย ล้วนมีคำเตือนที่สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน
อ.เทพ เกษมพรรณราย ได้จัดสร้างพระเครื่องรุ่น พระโพธิญาณ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆในยุคความเชื่อเรื่องภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.2000
2. เหตุใดจึงเลือก หลวงปู่ทองดำ เป็นผู้อธิษฐานจิตสำหรับ พระเครื่องในยุคโลกาวินาศปี 2000
ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ของสายหลวงปู่ทองดำนั้น มีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับ งานด้านภัยพิบัติ การอนุรักษ์ส่วนที่สำคัญและการคัดกรองผู้ถูกเลือก ดังนั้นการที่หลวงปู่ทองดำอารธนาครูบาอาจารย์ในสายของท่านมาช่วยในการอธิษฐานจิตวัตถุมงคล ถือว่าตรงกับวัตถุประสงค์เริ่มต้นในการจัดสร้างมากที่สุด
ในช่วงบั้นปลายชีวิตของหลวงปู่ทองดำ ท่านได้เคยสั่งกำชับ อ.เทพ ให้พกพระเครื่องชุดนี้ติดตัวไว้ตลอด ด้วยเหตุผลพิเศษที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยได้รับรู้หรือคาดคิดมาก่อน ทางณกุศลจะเขียนเล่าเรื่องนี้แยกเป็นบทความบทใหม่ เนื่องจากมีรายละเอียดเรื่องราวที่ต้องเขียนค่อนข้างมากพอสมควร และเป็นเหตุผลที่ทาง อ.เทพ จะไม่นำพระเครื่องชุดนี้ให้ใครเสกทับอีกเลย ยกเว้นเชิญครูบาอาจารย์ในสายจากมิติโลกทิพย์มาประสิทธิอำนวยพรให้ ตามวิธีการและบทเชิญที่หลวงปู่ทองดำได้เคยสอนและมอบไว้ให้
3. เหตุใดจึงเลือกสร้างเป็น รูปเหมือนพระประธาน วัดหนองเลา
ความจริงแล้ว สามารถสร้างเป็น รูปเหมือนพระพุทธแบบใดก็ได้ แต่เนื่องจากเมื่อ ปี พ.ศ.2539 อ.เทพ เคยได้มาบวชเพื่อปฏิบัติธรรม โดยอาศัยวัดหนองเลาเป็นแหล่งที่พัก ทราบประวัติว่า วัดหนองเลาไม่เคยมีการจัดสร้างรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์มาก่อน
เมื่อ อ.เทพ มีแนวคิดที่จะสร้างพระเครื่องเพื่อใช้กันเองในครอบครัวและคนใกล้ชิดสำหรับภัยพิบัติปี 2000 อยู่แล้ว จึงเลือกที่จะสร้างพระเครื่องเป็นรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลา เพื่อเป็นที่ระลึกที่ได้เคยมาบวชเพื่อปฏิบัติธรรมโดยอาศัยวัดหนองเลาเป็นแหล่งที่พัก และ เป็นการทำบุญช่วยเหลือวัด สรุปคือ
1. สร้างเพื่อ ใช้เองในครอบครัวและคนใกล้ชิต
2. สร้างเพื่อ เป็นที่ระลึกที่เคยบวช และมานั่งสมาธิด้านหน้าพระองค์นี้ทุกวัน ถือว่า เคยมีบุญสัมพันธ์ให้ระลึกถึงกัน
3. สร้างเพื่อทำบุญช่วยเหลือวัด ในสมัยนั้นผู้สร้างเข้าใจผิดไปเองว่าวัดไม่มีกำลังจัดสร้าง จึงเสียสละความสุขส่วนตัวช่วยสร้างให้
ทุกสิ่งเป็นเหตุเป็นผลต่อเนื่องกันตามลำดับ โดยมีจุดเริ่มต้นสำคัญที่สุดคือ ข้อ1 ... ถ้าไม่มีข้อ1 ก็จะไม่มีการจัดสร้างพระเครื่องพิมพ์ใดๆเลย ...
ส่วน ข้อ2 และ ข้อ3 เป็นส่วนที่ว่า เมื่อสร้างแล้ว ควรจะสร้างเป็นพิมพ์ใด ณ สมัยนั้นผู้สร้างมองว่าจุดที่ลงตัวสูงสุดคือ พิมพ์พระประธาน จึงจัดสร้างตามนั้น
ณ สมัยนั้นถ้าเรารู้ว่า ในอนาคตทางวัดต้องการสร้างพระรุ่นแรกรุ่นหนึ่งกันเอง เราก็จะไปสร้างพิมพ์อื่น เพราะเราไม่ได้จำเป็นต้องสร้างพิมพ์นี้ และเรามีหุ่นขี้ผึ้งพิมพ์อื่นที่สวยงามกว่าอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม
ในการขึ้นหุ่นปั้นรูปเหมือนพระประธานด้วยขี้ผึ้ง ทางหัวหน้าช่างซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ให้ความนับถือกัน ได้แนะนำว่า พระประธานวัดหนองเลาเป็นงานศิลปะฝีมือชาวบ้าน สัดส่วนและรายละเอียดจึงยังไม่สมบูรณ์ตามที่ควรเป็น ทางช่างได้ปรับเปลี่ยนรายละเอียดสัดส่วนให้ใหม่หมดและสวมใส่เครื่องทรงจักรพรรดิ์ทั้งองค์เต็มรูปแบบ สวยงาม ตระการตามาก เมื่อนำหุ่นขี้ผึ้งไปให้ทางวัดได้ชม ใครเห็นก็ชมว่า สวยมาก งดงามมาก แต่ไม่เหมือนองค์จริง ... ถ้าจะสร้างรูปเหมือนก็ต้องสร้างให้เหมือนต้นแบบ ... สรุปว่าต้องเสียเงินให้ช่างปั้นหุ่นขี้ผึ้งขึ้นมาใหม่
กล่าวได้ว่า ขั้นตอนสุดท้ายนั้นเป็น การตัดสินใจของ เจ้าอาวาสและพระสงฆ์วัดหนองเลา ที่ต้องการพิมพ์พระประธาน มิเช่นนั้นผู้สร้างจะสร้างเป็นพิมพ์อื่นซึ่งมีความสวยงามกว่า
ด้วยเหตุผลดังกล่าว เราจึงไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นอะไรกับคำว่า รุ่นแรก รุ่นหนึ่ง ... เมื่อมีผู้ที่ต้องการยึดครอง เราย่อมปลอยวางและเสียสละได้
4. ชื่อรุ่น พระโพธิญาณ
พระเครื่องรุ่นนี้ ก่อนสร้างก็ได้รับชื่อพระนามเรียบร้อยแล้วว่า พระโพธิญาณ ไม่ว่าจะสร้างเป็นพระพุทธพิมพ์ใดแบบใด ก็จะมีชื่อพระนามเรียกว่า พระโพธิญาณ
ในรายละเอียดยังไม่สะดวกที่จะเขียนอธิบายว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ถ้าเขียนจะเป็นบทความที่ยาวมาก

ข้อคิดเห็นเร็วๆนี้