
พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ บรมครูสายณกุศล
1. มูลเหตุการจัดสร้าง พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ
พระเครื่องชุดนี้จัดสร้างสำเร็จใน ปี พ.ศ.2542 หรือ ค.ศ. 1999 หากเราย้อนอดีตกลับไปในยุคสมัย ค.ศ.1999 หลายคนจะจำได้ว่า เป็นยุคสมัยที่ คนทั้งโลก ทุกประเทศ ทุกเชื้อชาติ ตื่นตระหนกกับเรื่องราวต่างๆมากมาย เช่น
* ปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ล้มเหลวทั่วโลก ที่จะเกิดขึ้นใน ปี ค.ศ.2000 หรือ Y2K ... ถ้าทุกอย่างที่เชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์เกิดปัญหาขึ้นมา ก็ไม่ต่างอะไรกับวันโลกาวินาศ เพราะธุรกิจการค้า การเงินการธนาคาร การขนส่ง โทรศัพท์ ไฟฟ้า น้ำประปา สาธารณูปโภค การดำรงชีวิตต่างๆล้วนเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์
* ความเชื่อเรื่อง วันสิ้นโลก ภัยพิบัติธรรมชาติ และ หายนะต่างๆ ที่มีการตีความตามคำทำนายของ นอสตราดามุส ที่ว่าจะเกิดขึ้นใน ปี ค.ศ.2000 คำทำนายเหล่านี้ได้แพร่กระจายและเป็นที่กล่าวถึงกันในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย
* คำพยากรณ์ หรือ คำเตือน เรื่องภัยพิบัติ จากนักบวช ในศาสนาต่างๆ รวมถึง พุทธศาสนาในประเทศไทย ล้วนมีคำเตือนที่สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน
อ.เทพ เกษมพรรณราย ได้จัดสร้างพระเครื่องรุ่น พระโพธิญาณ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆในยุคความเชื่อเรื่องภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.2000
การสร้างพระเครื่องเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในครั้งนั้น มีปัญหาอุปสรรคต่างๆมากมายหลายเรื่อง เช่น พระเครื่องที่สร้างในปี ค.ศ.1998 โดนกรรมการวัดแห่งหนึ่งขโมยไปทั้งหมด ก็ต้องรีบจัดสร้างขึ้นมาใหม่จนเสร็จสิ้นในช่วงปลายปี ค.ศ.1999 เรียกว่า ฉิวเฉียด ใกล้กับกำหนดเวลาย่างเข้าสู่ ปี 2000
2. เหตุใดจึงเลือก หลวงปู่ทองดำ เป็นผู้อธิษฐานจิตสำหรับ พระเครื่องในยุคโลกาวินาศปี 2000
ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ของสายหลวงปู่ทองดำนั้น มีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับ งานด้านภัยพิบัติ การอนุรักษ์ส่วนที่สำคัญและการคัดกรองผู้ถูกเลือก ดังนั้นการที่หลวงปู่ทองดำอารธนาครูบาอาจารย์ในสายของท่านมาช่วยในการอธิษฐานจิตวัตถุมงคล ถือว่าตรงกับวัตถุประสงค์เริ่มต้นในการจัดสร้างมากที่สุด
ในช่วงบั้นปลายชีวิตของหลวงปู่ทองดำ ท่านได้เคยสั่งกำชับ อ.เทพ ให้พกพระเครื่องชุดนี้ติดตัวไว้ตลอด ด้วยเหตุผลพิเศษที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยได้รับรู้หรือคาดคิดมาก่อน ทางณกุศลจะเขียนเล่าเรื่องนี้แยกเป็นบทความบทใหม่ เนื่องจากมีรายละเอียดเรื่องราวที่ต้องเขียนค่อนข้างมากพอสมควร และเป็นเหตุผลที่ทาง อ.เทพ จะไม่นำพระเครื่องชุดนี้ให้ใครเสกทับอีกเลย ยกเว้นเชิญครูบาอาจารย์ในสายจากมิติโลกทิพย์มาประสิทธิอำนวยพรให้ ตามวิธีการและบทเชิญที่หลวงปู่ทองดำได้เคยสอนและมอบไว้ให้
3. เหตุใดจึงเลือกสร้างเป็น รูปเหมือนพระประธาน วัดหนองเลา
ความจริงแล้ว สามารถสร้างเป็น รูปเหมือนพระพุทธแบบใดก็ได้ แต่เนื่องจาก อ.เทพ เคยได้มาบวชเพื่อปฏิบัติธรรมที่วัดหนองเลา เมื่อ ปี พ.ศ.2539 ทราบประวัติว่า วัดหนองเลาไม่เคยมีการจัดสร้างรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์มาก่อน และวัดยังต้องใช้เงินในการพัฒนาวัดอีกมาก ณ เวลานั้นทางวัดจึงยังไม่มีโครงการที่จะลงทุนเงินหลายแสนบาทเพื่อจัดสร้างวัตถุมงคลเป็นรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์
เมื่อ อ.เทพ มีแนวคิดที่จะสร้างพระเครื่องเพื่อใช้กันเองในครอบครัวและคนใกล้ชิดสำหรับภัยพิบัติปี 2000 อยู่แล้ว จึงเลือกที่จะสร้างพระเครื่องเป็นรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลา เพื่อเป็นการตอบแทนคุณ และเป็นที่ระลึกที่ได้เคยมาบวชเพื่อปฏิบัติธรรม
การสร้างพระเครื่องพิมพ์อื่น ความจริงกลับง่ายและสะดวกมากกว่า เพราะสามารถออกแบบได้โดยไม่มีข้อจำกัด
ในการขึ้นหุ่นปั้นรูปเหมือนพระประธานด้วยขี้ผึ้ง ทางหัวหน้าช่างซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ให้ความนับถือกัน ได้แนะนำว่า พระประธานวัดหนองเลาเป็นงานศิลปะฝีมือชาวบ้าน สัดส่วนและรายละเอียดจึงยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ทางรุ่นพี่ได้ปรับเปลี่ยนรายละเอียดสัดส่วนให้ใหม่หมดและสวมใส่เครื่องทรงจักรพรรดิ์เต็มรูปแบบ สวยงาม ตระการตายิ่งนัก เมื่อนำหุ่นขี้ผึ้งไปให้ทางวัดได้ชม ใครเห็นก็ชมว่า สวยมาก งดงามมาก แต่ไม่เหมือนองค์จริงเลย ... ถ้าจะสร้างรูปเหมือนก็ต้องสร้างให้เหมือนต้นแบบ ... สรุปว่าต้องให้ช่างปั้นหุ่นขี้ผึ้งขึ้นมาใหม่ เพราะสิ่งต่างๆนั้นย่อมมีเอกลักษณ์ในตนเอง ... มีเอกลักษณ์จึงมีความแตกต่าง ... มีความแตกต่างจึงมีความเฉพาะตัว สามารถแยกแยะจดจำได้ง่าย
การที่เมื่อสร้างออกมาแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นการสร้างพระเครื่องรูปเหมือนของพระประธานเป็นครั้งแรก ที่ไม่เคยมีปรากฎมาก่อนหน้านี้ แต่สิ่งนี้ไม่ได้เป็นสาระสำคัญให้ใจเราไปยึดติด ยึดมั่นถือมั่น ทำแล้วก็ปล่อยวางไว้ ... ดังนั้น ณ ปัจจุบัน แทนที่จะใช้คำเรียกลงท้ายว่า " รุ่นแรก " ตามที่ณกุศลเคยเริ่มเขียนบันทึกไว้ในบทความตั้งแต่ ปี พ.ศ.2554 นั้น อ.เทพ ให้ณกุศลเปลี่ยนข้อมูลในบทความทั้งหมดมาใช้ ปี พ.ศ.ที่จัดสร้าง คือ 2542 เรียกแทนคำว่า รุ่นแรก เปลี่ยนจากเดิมคือ พระโพธิญาณรุ่นแรก มาเป็น พระโพธิญาณ2542 ...
การใช้ ปี พ.ศ. กำกับในการเรียกชื่อนั้น เป็นหนึ่งวิธีในมาตราฐานนิยม มีคุณประโยชน์หลายอย่าง กาลเวลาเป็นสิ่งที่ไม่ย้อนกลับ เรียงลำดับก่อนหลัง เป็นการบันทึกข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนสำหรับคนรุ่นต่อไป พระเครื่องนั้นสร้างย้อนยุคได้ แต่ไม่สามารถสร้างย้อน พ.ศ. ย้อนกาลเวลาได้ พระเครื่องหลายๆรุ่นในวงการพระเครื่องก็ใช้ ปี พ.ศ. ในการกำหนดความชัดเจนในการจัดสร้าง เช่น มงคลมหาลาภ2499 หลวงปู่ทวด2497 หลวงปู่ทวด2505 หลวงปู่ทวด2508
ในช่วงปี พ.ศ. 255X-256X หลายปีหลังจากที่ณกุศลได้เริ่มเขียนบันทึก.ในพื้นที่ได้มีการจัดสร้าง พระเครื่องขึ้นมาใหม่อย่างน้อย 2 รุ่น โดยมีชื่อรุ่นว่า พระโพธิญาณรุ่นแรก และ พระโพธิญาณรุ่น๑ ณกุศลได้พบเห็นภาพถ่ายจากบรรดานักสะสมซื้อขายแลกเปลี่ยน แต่ไม่ทราบรายละเอียดในการจัดสร้างและพระเครื่องเหล่านี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับหลวงปู่ทองดำ เพียงแจ้งให้ท่านผู้อ่านที่สนใจทราบว่า พระโพธิญาณนั้นมีการจัดสร้างออกมาหลายรุ่น ใครซื้อ ใครขาย แยกให้ชัดเจน อย่าสับสนนำมาปะปนกันกับรุ่น 2542
เหตุที่ต้องบอกกล่าว เพราะบางคนที่อ่านบทความของณกุศลไม่ได้ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมแต่ มโนนึกแต่งเติมเอาเอง เคยมีคนไปซื้อพระเครื่องปี 2541 ด้วยคิดว่าจะขายทำกำไรได้ราคาสูงกว่า ปี 2542 ที่ณุกศลเขียนบันทึกไว้ แต่ความจริงกลับกลายเป็นว่า ไปรับซื้อของโจร เพราะ2541เป็นพระเครื่องรุ่นที่ถูกขโมยไป ถ้ามาถามณกุศลก่อนก็จะไม่ต้องเสียเงินไปหลายพันบาทกับสิ่งที่ตนเองคิดมโนไปเอง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำนองเดิมซ้ำอีก ณกุศลจึงจำเป็นต้องเขียนบันทึกเรื่องพระเครื่องปี2541ขึ้นมา ซึ่งแต่เดิมไม่เคยคิดอยากจะบันทึกเรื่องปี 2541 เพราะไม่ใช่เหตุการณ์ที่ดีงาม
4. ชื่อรุ่น พระโพธิญาณ
พระเครื่องรุ่นนี้ ก่อนสร้างก็ได้รับชื่อพระนามเรียบร้อยแล้วว่า พระโพธิญาณ ไม่ว่าจะสร้างเป็นพระพุทธพิมพ์ใดแบบใด ก็จะมีชื่อพระนามเรียกว่า พระโพธิญาณ
ในรายละเอียดยังไม่สะดวกที่จะเขียนอธิบายว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ถ้าเขียนจะเป็นบทความที่ยาวมาก
ข้อคิดเห็นเร็วๆนี้