พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ บรมครู

พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ บรมครูสายณกุศล

พระเครื่องที่สร้างด้วยใจที่ศรัทธาอย่างแท้จริง เน้นด้านพุทธคุณ ไม่ได้สร้างเชิงพุทธพาณิชย์ ใช้เวลาในการทยอยอธิษฐานจิตยาวนาน 20 ปี เน้นเสกเดี่ยวองค์เดียวล้วนๆแต่เสกหลายครั้งหลายรอบ เฉพาะไตรมาสเดียวก็ต้องมีอย่างน้อย 180 ครั้งขึ้นไป ในช่วงเวลา 20 ปี ถ้าจะกล่าวว่า เสกกันนับพันครั้ง ก็ไม่เกินความจริง

1. มูลเหตุการจัดสร้าง พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ

พระเครื่องชุดนี้จัดสร้างสำเร็จใน ปี พ.ศ.2542 หรือ ค.ศ. 1999 หากเราย้อนอดีตกลับไปในยุคสมัย ค.ศ.1999 เป็นช่วงเวลาที่ คนทั้งโลก ทุกประเทศ ทุกเชื้อชาติ ตื่นตระหนกกับเรื่องราววุ่นวายต่างๆมากมายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.2000 เช่น

* ปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ล้มเหลวทั่วโลก ที่จะเกิดขึ้นใน ปี ค.ศ.2000 หรือ Y2K ... ถ้าทุกอย่างที่เชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์เกิดปัญหาขึ้นมา ก็ไม่ต่างอะไรกับวันโลกาวินาศ เพราะธุรกิจการค้า การเงินการธนาคาร การขนส่ง โทรศัพท์ ไฟฟ้า น้ำประปา สาธารณูปโภค การดำรงชีวิตต่างๆล้วนเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์ 

* ความเชื่อเรื่อง วันสิ้นโลก ภัยพิบัติธรรมชาติ และ หายนะต่างๆ ที่มีการตีความตามคำทำนายของ นอสตราดามุส ที่ว่าจะเกิดขึ้นใน ปี ค.ศ.2000 คำทำนายเหล่านี้ได้แพร่กระจายและเป็นที่กล่าวถึงกันในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

* คำพยากรณ์ หรือ คำเตือน เรื่องภัยพิบัติ จากนักบวช ในศาสนาต่างๆ รวมถึง พุทธศาสนาในประเทศไทย ล้วนมีคำเตือนที่สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน

อ.เทพ เกษมพรรณราย ได้จัดสร้างพระเครื่องรุ่น พระโพธิญาณ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆในยุคความเชื่อเรื่องภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.2000 

 

2. เหตุใดจึงเลือก หลวงปู่ทองดำ เป็นผู้อธิษฐานจิตสำหรับ พระเครื่องในยุคโลกาวินาศปี 2000

ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ของสายหลวงปู่ทองดำนั้น มีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับ งานด้านภัยพิบัติ การอนุรักษ์ส่วนที่สำคัญและการคัดกรองผู้ถูกเลือก ดังนั้นการที่หลวงปู่ทองดำอารธนาครูบาอาจารย์ในสายของท่านมาช่วยในการอธิษฐานจิตวัตถุมงคล ถือว่าตรงกับวัตถุประสงค์เริ่มต้นในการจัดสร้างมากที่สุด

ในช่วงบั้นปลายชีวิตของหลวงปู่ทองดำ ท่านได้เคยสั่งกำชับ อ.เทพ ให้พกพระเครื่องชุดนี้ติดตัวไว้ตลอด ด้วยเหตุผลพิเศษที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยได้รับรู้หรือคาดคิดมาก่อน ทางณกุศลจะเขียนเล่าเรื่องนี้แยกเป็นบทความบทใหม่ เนื่องจากมีรายละเอียดเรื่องราวที่ต้องเขียนค่อนข้างมากพอสมควร และเป็นเหตุผลที่ทาง อ.เทพ จะไม่นำพระเครื่องชุดนี้ให้ใครเสกทับอีกเลย ยกเว้นเชิญครูบาอาจารย์ในสายจากมิติโลกทิพย์มาประสิทธิอำนวยพรให้ ตามวิธีการและบทเชิญที่หลวงปู่ทองดำได้เคยสอนและมอบไว้ให้

3. เหตุใดจึงเลือกสร้างเป็น รูปเหมือนพระประธาน วัดหนองเลา

ความจริงแล้ว สามารถสร้างเป็น รูปเหมือนพระพุทธแบบใดก็ได้ แต่เนื่องจากเมื่อ ปี พ.ศ.2539 อ.เทพ เคยได้มาบวชเพื่อปฏิบัติธรรม โดยอาศัยวัดหนองเลาเป็นแหล่งที่พัก  ทราบประวัติว่า วัดหนองเลาไม่เคยมีการจัดสร้างรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์มาก่อน 

เมื่อ อ.เทพ มีแนวคิดที่จะสร้างพระเครื่องเพื่อใช้กันเองในครอบครัวและคนใกล้ชิดสำหรับภัยพิบัติปี 2000 อยู่แล้ว จึงเลือกที่จะสร้างพระเครื่องเป็นรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลา เพื่อเป็นที่ระลึกที่ได้เคยมาบวชเพื่อปฏิบัติธรรมโดยอาศัยวัดหนองเลาเป็นแหล่งที่พัก และ เป็นการทำบุญช่วยเหลือวัด สรุปคือ

1. สร้างเพื่อ ใช้เองในครอบครัวและคนใกล้ชิต

2. สร้างเพื่อ เป็นที่ระลึกที่เคยบวช และมานั่งสมาธิด้านหน้าพระองค์นี้ทุกวัน ถือว่า เคยมีบุญสัมพันธ์ให้ระลึกถึงกัน

3. สร้างเพื่อทำบุญช่วยเหลือวัด ในสมัยนั้นผู้สร้างเข้าใจผิดไปเองว่าวัดไม่มีกำลังจัดสร้าง จึงเสียสละความสุขส่วนตัวช่วยสร้างให้

ทุกสิ่งเป็นเหตุเป็นผลต่อเนื่องกันตามลำดับ โดยมีจุดเริ่มต้นสำคัญที่สุดคือ ข้อ1 ... ถ้าไม่มีข้อ1 ก็จะไม่มีการจัดสร้างพระเครื่องพิมพ์ใดๆเลย ...

ส่วน ข้อ2 และ ข้อ3 เป็นส่วนที่ว่า เมื่อสร้างแล้ว ควรจะสร้างเป็นพิมพ์ใด ณ สมัยนั้นผู้สร้างมองว่าจุดที่ลงตัวสูงสุดคือ พิมพ์พระประธาน จึงจัดสร้างตามนั้น

ณ สมัยนั้นถ้าเรารู้ว่า ในอนาคตทางวัดต้องการสร้างพระรุ่นแรกรุ่นหนึ่งกันเอง เราก็จะไปสร้างพิมพ์อื่น เพราะเราไม่ได้จำเป็นต้องสร้างพิมพ์นี้ และเรามีหุ่นขี้ผึ้งพิมพ์อื่นที่สวยงามกว่าอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม

ในการขึ้นหุ่นปั้นรูปเหมือนพระประธานด้วยขี้ผึ้ง ทางหัวหน้าช่างซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ให้ความนับถือกัน ได้แนะนำว่า พระประธานวัดหนองเลาเป็นงานศิลปะฝีมือชาวบ้าน สัดส่วนและรายละเอียดจึงยังไม่สมบูรณ์ตามที่ควรเป็น ทางช่างได้ปรับเปลี่ยนรายละเอียดสัดส่วนให้ใหม่หมดและสวมใส่เครื่องทรงจักรพรรดิ์ทั้งองค์เต็มรูปแบบ สวยงาม ตระการตามาก เมื่อนำหุ่นขี้ผึ้งไปให้ทางวัดได้ชม ใครเห็นก็ชมว่า สวยมาก งดงามมาก แต่ไม่เหมือนองค์จริง ... ถ้าจะสร้างรูปเหมือนก็ต้องสร้างให้เหมือนต้นแบบ ... สรุปว่าต้องเสียเงินให้ช่างปั้นหุ่นขี้ผึ้งขึ้นมาใหม่

กล่าวได้ว่า ขั้นตอนสุดท้ายนั้นเป็น การตัดสินใจของ เจ้าอาวาสและพระสงฆ์วัดหนองเลา ที่ต้องการพิมพ์พระประธาน มิเช่นนั้นผู้สร้างจะสร้างเป็นพิมพ์อื่นซึ่งมีความสวยงามกว่า

ด้วยเหตุผลดังกล่าว เราจึงไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นอะไรกับคำว่า รุ่นแรก รุ่นหนึ่ง ... เมื่อมีผู้ที่ต้องการยึดครอง เราย่อมปลอยวางและเสียสละได้

4. ชื่อรุ่น พระโพธิญาณ

พระเครื่องรุ่นนี้ ก่อนสร้างก็ได้รับชื่อพระนามเรียบร้อยแล้วว่า พระโพธิญาณ ไม่ว่าจะสร้างเป็นพระพุทธพิมพ์ใดแบบใด ก็จะมีชื่อพระนามเรียกว่า พระโพธิญาณ

ในรายละเอียดยังไม่สะดวกที่จะเขียนอธิบายว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ถ้าเขียนจะเป็นบทความที่ยาวมาก

 

พระโพธิญาณ2542 ( ปี พ.ศ. 2542 )

พระโพธิญาณ อ.เทพ เกษมพรรณราย

พระโพธิญาณ ปี พ.ศ.2542 

ผู้ออกแบบ ดำเนินงาน และ ออกทุนทรัพย์ในการจัดสร้างทั้งหมด คือ อ.เทพ เกษมพรรณราย

จัดสร้างในปี พ.ศ.2542 โดยได้รับอนุญาตจาก พระครูประจักษ์สันติคุณ (ประเจน สนฺตุสฺสโก) หลวงพ่อเจน เจ้าอาวาสวัดหนองเลา ในการจัดสร้าง

อ.เทพ ผู้จัดสร้าง ได้กำหนดชื่อพระเครื่องรุ่นนี้ว่า รุ่น พระโพธิญาณ

แจกให้ผู้ร่วม ทำบุญกฐิน วัดหนองเลา ปี พ.ศ.2542

บันทึกช่วยจำ Timeline ประวัติ การกำหนดชื่อเรียก พระเครื่องรุ่นนี้

พ.ศ.2542 ... พระเครื่องรุ่นนี้ชื่อว่า พระโพธิญาณ ส่วนพระประธานในโบสถ์ ชาวบ้านและพระสงฆ์เรียกชื่อว่า หลวงพ่อใหญ่ 

พ.ศ.255X ... เว็บไซต์ณกุศล nakusol.com ได้รับประวัติของโบสถ์วัดหนองเลา จาก หลวงพ่อเจน เจ้าอาวาสวัดหนองเลา ซึ่งต้นฉบับไม่ได้เขียนถึงชื่อพระประธานไว้ เมื่อนำมาเขียนประวัติลงในเว็บไซต์ณกุศล ทางณกุศลได้เขียนเพิ่มเติม ตั้งชื่อพระประธานใหม่ว่า พระโพธิญาณ โดยนำมาจากชื่อรุ่นของพระเครื่อง และ เรียกชื่อพระเครื่องลงท้ายเพิ่มเติมว่า รุ่นแรก เป็น พระโพธิญาณรุ่นแรก เพื่อให้ไม่ซ้ำกันกับชื่อใหม่ของพระประธาน ... และสุดท้าย ชื่อใหม่ของพระประธาน ได้รับการคัดลอกไปทั่วโลกออนไลน์จนได้รับการจัดพิมพ์ลงในหนังสือเกี่ยวกับวัดในประเทศไทย ตีพิมพ์ออกจำหน่ายทั่วประเทศ

กล่าวคือ พระประธานในโบสถ์ ได้รับการตั้งชื่อตามพระเครื่องรุ่นนี้ ... พระเครื่องรุ่นนี้ มิได้มีที่มาจากชื่อเดิมของพระประธานแต่อย่างใด

ปี พ.ศ.2554 มีเหตุจำเป็นสืบเนื่องจากงานทำบุญ ปลดหนี้สร้างพระประธานที่ถูกเจ้าหนี้ยึดไว้ ให้วัดแห่งหนึ่ง ทำให้ณกุศลจำเป็นต้องนำพระเครื่องรุ่นพระโพธิญาณ ออกมาแบ่งให้บูชาเป็นครั้งแรก และ ได้รับความนิยมจาก FC ของทางณกุศลเป็นอย่างมาก ทำให้มีนักขายพระเครื่องหลายรายเดินทางลงพื้นที่วัดหนองเลาเพื่อพยายามหาพระโพธิญาณมาขายให้ผู้ที่มีความศรัทธา ถึงแม้ณกุศลจะแจ้งว่าทางวัดไม่มีพระเครื่องชุดนี้เหลือแล้ว แต่นักขายหลายรายไม่เชื่อ ต้องการไปวัดเพื่อพิสูจน์ด้วยตนเอง

พ.ศ.2555-6X ในพื้นที่วัดหนองเลา ได้จัดสร้างรูปหล่อลอยองค์พระประธานขึ้นมาใหม่ อย่างน้อย 2 รุ่น ทั้ง 2 รุ่นนี้ มีคนนำมาลงขายในตลาดพระเครื่องโดยเรียกชื่อว่า พระโพธิญาณรุ่นแรก ทั้งสองรุ่น ... รวมแล้วทำให้เกิด พระโพธิญาณรุ่นแรก อย่างน้อย 3 รุ่น ในตลาดพระเครื่อง ... ทางณกุศลจึงเห็นสมควรที่จะมีการเปลี่ยนการเรียกชื่อพระเครื่องรุ่นนี้ใหม่ ด้วยเหตุผลดังนี้

1. เพื่อแก้ไข ความสับสน และ เข้าใจผิด ของ FC และบุคคลทั่วไปที่มาอ่านบทความบันทึกของทางณกุศล ให้กลับเข้าที่เข้าทางที่ถูกต้อง จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ และบันทึกชีแจงเหตุผลให้เข้าใจ ถือว่าเราได้รับผิดชอบในส่วนที่เราพึงกระทำได้ไปแล้ว

2. เพื่อถอนตัว จาก ความสับสน ของการจัดสร้างพระโพธิญาณขึ้นมาใหม่ตามกระแสความต้องการของรุ่นแรกรุ่นหนึ่ง มีการสร้างพระเครื่องขึ้นใหม่อย่างน้อย2รุ่น โดยใช้ชื่อพระโพธิญาณรุ่นแรก และ พระโพธิญาณรุ่นหนึ่ง ( ความหมายทำนองเดียวกับรุ่นแรก บางคนจึงเรียกว่ารุ่นแรกเช่นกัน ) สร้างครั้งที่2โดยนับเป็นรุ่นแรก สร้างครั้งที่3โดยนับเป็นรุ่นหนึ่ง ... คนในพื้นที่และทีมงานมืออาชีพจากศูนย์พระเครื่องในต่างประเทศ เขาย่อมมีกลยุทธ์ แนวคิด เป็นของตนเอง ต่างคนต่างจุดยืน ต่างมุมมอง ต่างความคิด ต่างความเข้าใจ ต่างการกระทำ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีการไตร่ตรองวางแผนงานมาอย่างดีด้วยเจตนาและตั้งใจ

เพื่อแก้ไขและถอนตัวจากความสับสนดังกล่าว ทางณกุศล ได้เปลี่ยนการเรียกชื่อพระเครื่องรุ่นนี้ในส่วนที่เคยถวายวัดไว้จาก พระโพธิญาณรุ่นแรก เป็น พระโพธิญาณ2542 ตามปี พ.ศ.การจัดสร้าง ... ในส่วนที่ณกุศลนำเสกอธิษฐานจิตเพิ่มเติมมาตลอดนานกว่า 20 ปีนั้น ณกุศล เรียกว่า พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ หรือ เรียกสั้นๆว่า พระโพธิญาณ โดยไม่มีปีพ.ศ.ต่อท้าย 

 

พระเครื่องในรุ่นนี้ มีทั้งพระเนื้อผง และ พระกริ่งเนื้อโลหะอุดกริ่งอุดผง จัดสร้างโดยนำ พระประธานในโบสถ์ของวัดหนองเลามาเป็นต้นแบบในการจัดสร้าง และมีวาระที่น่าสนใจกล่าวถึง คือ เป็นครั้งแรกในรอบ 200 กว่าปี ของวัดหนองเลา ที่มีการสร้างพระเครื่องเป็นรูปเหมือนของพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลา และออกให้ทำบุญในนามวัดหนองเลา

( ความจริง การสร้างพระเครื่องโดยใช้ต้นแบบจากพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลา มีการสร้างครั้งแรกสุด ในปี พ.ศ.2541 โดย อ.เทพ เกษมพรรณราย เป็นผู้จัดสร้าง ... แต่พระเครื่อง ปี 2541 ในระหว่างฝากเสกอธิษฐานจิตที่วัดแห่งหนึ่ง ถูกกลุ่มกรรมการวัดแห่งนั้นวางแผนขโมยไปทั้งหมด เพื่อนำไปจำหน่ายหาเงินรายได้เข้ากระเป๋า พระรุ่น ปี 2541 จึงไม่ถูกนับว่าเป็นพระเครื่องที่ออกในนามวัดหนองเลา ในรายละเอียด ณกุศลได้เขียนบันทึกไว้ที่ http://www.nakusol.com/node/457 หลังจากนั้น อ.เทพ จึงได้สร้างพระรุ่นปี 2542 ขึ้นมา โดยออกแบบใหม่ทั้งหมด ไม่ซ้ำแบบเดิม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีความสวยงามลงตัวมากกว่ารุ่น 2541 เพื่อทดแทนพระเครื่องที่ถูกขโมยไป )

เมื่อจัดสร้างพระรุ่น ปี พ.ศ.2542 เสร็จแล้ว ได้มีการแบ่งพระเครื่องออกเป็น 2 ส่วน แต่ละส่วนมีจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของการจัดสร้าง คือ

1. พระโพธิญาณ ชุดถวายวัด คือ ส่วนที่แจกผู้ร่วมทำบุญ งานกฐิน วัดหนองเลา ปี พ.ศ.2542 และจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของการจัดสร้าง ได้นำถวายให้วัดหนองเลา ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้ทางวัดเก็บไว้แจกให้ผู้ทำบุญกับวัดในวาระต่างๆตามความเหมาะสม  พระชุดนี้ ณกุศล ขอเรียกอ้างอิงตาม ปี พ.ศ. ที่จัดสร้าง ว่า " พระโพธิญาณ2542 "

การใช้ ปี พ.ศ. กำกับในการเรียกชื่อนั้น เป็นหนึ่งวิธีในมาตราฐานนิยม มีคุณประโยชน์หลายอย่าง กาลเวลาเป็นสิ่งที่ไม่ย้อนกลับ เรียงลำดับก่อนหลัง เป็นการบันทึกข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนสำหรับคนรุ่นต่อไป พระเครื่องนั้นสร้างย้อนยุคได้ ล้อพิมพ์ได้ แต่ไม่สามารถสร้างย้อน พ.ศ. ย้อนกาลเวลาได้ พระเครื่องหลายๆรุ่นในวงการพระเครื่องก็ใช้ ปี พ.ศ. ในการกำหนดความชัดเจนในการจัดสร้าง เช่น มงคลมหาลาภ2499 หลวงปู่ทวด2497  หลวงปู่ทวด2505 หลวงปู่ทวด2508 ... มีแต่พระปลอมเท่านั้นที่พยายามสร้างย้อนกาลเวลา  

2. พระโพธิญาณ ชุดพิเศษ จำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของการจัดสร้าง อ.เทพ ได้นำเข้ารับการอธิษฐานจิตจาก หลวงปู่ทองดำ บรมครูสายณกุศล ยาวนานตลอดไตรมาส พ.ศ.2542 หรือ ค.ศ.1999 หลังจากนั้นได้เก็บรักษาไว้ และนำเข้ารับการอธิษฐานจิตบรรจุสรรพวิชาเพิ่มเติมจากหลวงปู่ทองดำ เป็นระยะๆ ตลอดช่วงเวลาประมาณ 20 ปี จวบจนหลวงปู่ทองดำมรณภาพ กล่าวได้ว่า เป็นพระเครื่องที่สร้างด้วยใจที่ศรัทธาอย่างแท้จริง ไม่ได้สร้างเชิงพุทธพาณิชย์ ใช้เวลาในการทยอยอธิษฐานจิตยาวนาน 20 ปี เน้นเสกเดี่ยวองค์เดียวล้วนๆแต่เสกหลายครั้งหลายรอบ เฉพาะไตรมาสเดียวก็ต้องมีอย่างน้อย 180 ครั้งขึ้นไป ในช่วงเวลา 20 ปี ถ้าจะกล่าวว่า เสกกันนับพันครั้ง ก็ไม่เกินความจริง ... เป็นพระเครื่องที่บรรจุสรรพวิชาของหลวงปู่ทองดำในช่วงเวลาเกือบตลอดชีวิตของท่านอย่างครบถ้วน รวมวิชามากที่สุด  รวมระยะเวลาการเสกนานที่สุด และ จำนวนครั้งในการเสกมากที่สุด พระชุดพิเศษนี้ไม่สามารถหาได้จากตลาดพระเครื่องทั่วไป ณกุศล เรียกอ้างอิงตามชื่อของผู้อธิษฐานจิตว่า " พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ " หรือ เรียกสั้นๆว่า พระโพธิญาณ โดยไม่มีปีพ.ศ.ต่อท้าย

พระเครื่อง 2 ชุดนี้ จะมีความแตกต่างกันในด้านพุทธคุณ เนื่องจากผ่านการเสกอธิษฐานจิตแตกต่างกันอย่างเด่นชัด กล่าวคือ ชุดพระโพธิญาณ2542 ในด้านพุทธคุณ ไม่สามารถนำมาใช้ทดแทน ชุดพระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำได้

ในส่วนของการบันทึกนั้น ณกุศลจะเน้นในส่วนของ พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ เป็นหลัก เนื่องจากทุกเรื่องราวอยู่ในขอบเขตที่ทางณกุศลสามารถรับรู้ และรับผิดชอบได้ 

ส่วน พระโพธิญาณ2542 และเรื่องราวต่างๆของคนในพื้นที่ ทางณกุศลขอ ปล่อยวาง ไม่ยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป

นโยบาย และ การสงวนลิขสิทธิ์ ข้อเขียนและรูปภาพ ในเว็บไซต์ณกุศล

นโยบาย แนวทางของบทความ ในเว็บณกุศล

1. บันทึกข้อมูลจาก เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง  บนเส้นทางชีวิตของณกุศล กล่าวได้ว่าเป็น เรื่องเล่าประสบการณ์ส่วนตัวจากณกุศล เพื่อมอบเป็น มรดก ให้คนรุ่นหลังได้เก็บไว้ใช้อ้างอิงในเรื่องราวต่างๆ

2. ประสบการณ์ เกี่ยวกับวัตถุมงคล เน้นบันทึกเฉพาะ วัตถุมงคลที่ อ.เทพ เกษมพรรณราย เป็นผู้จัดสร้าง หรือร่วมสร้าง และต้องเป็นรุ่นที่ ณกุศล สามารถควบคุมจำนวนการจัดสร้างได้เท่านั้น เพื่อความมั่นใจว่า วัตถุมงคลจะมีพุทธคุณและคุณสมบัติตรงตามที่ณกุศลได้บันทึกไว้ ไม่ถูกสร้างเสริมเพิ่มจำนวนขึ้นมาอีกในภายหลังจากที่ณกุศลได้เขียนเผยแพร่ข้อมูลวัตถุมงคลไปแล้ว 

* สำหรับ วัตถุมงคลที่ ณกุศล สร้างบล๊อกถวายให้วัดไปกดพิมพ์เอง ทางณกุศล ขอปล่อยวาง ไม่สามารถลงบันทึกบทความต่างๆ หรือให้การสนับสนุนใดๆ เนื่องจากเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่จะมีผู้ทรงอิทธิพลนำบล๊อกไปใช้เป็นการส่วนตัว กดพิมพ์สร้างพระเพิ่มจำนวนขึ้นมาใหม่เรื่อยๆตามความต้องการของตลาดพระเครื่อง ทำให้มีปัญหาด้านคุณภาพ  บางชุดถึงกับไม่ได้มีการเสกอธิษฐานจิตใดๆจากใครเลย ในชีวิตคนเรา บางเรื่องการไม่พูดไม่ใช่ว่่า โง่หรือไม่รู้ เพียงแต่ไม่อยู่ในฐานะและช่วงเวลาที่จะพูดอะไรได้ ทำได้แค่ตัดการให้ความสนับสนุนทั้งหมด  

 

เรื่อง การสงวนลิขสิทธิ์ ข้อเขียนและรูปภาพ ในเว็บไซต์ณกุศล

สงวนลิขสิทธิ์ ข้อเขียนและรูปภาพ ในเว็บไซต์ณกุศล ตาม พรบ ลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกไปใช้ในทุกกรณี  เช่น ประกอบการขายวัตถุมงคล ฯลฯ

อย่าอ้างว่าบังเอิญเจอแล้วนำมาใช้ บางคนทั้งลอกทั้งแคปหน้าจอสะสมหลายบทความไปทั้งชุด เห็นภาพชัดเจนว่าแคปหน้าจอไปจากเว็บณกุศล ยังจะอ้างว่าบังเอิญเจอในเว็บอื่น พอขอให้ยืนยันลิงค์เว็บที่คัดลอกมาก็ไม่สามารถทำได้เพราะโกหกหลอกลวง 

ผู้ใดจะนำไปใช้ต้องได้รับการยินยอมจากผู้สร้างสรรค์ เป็นลายลักษณ์อักษร

การขโมย นอกจากผิดกฎหมาย ยังผิดศีลธรรม ... ไม่ใช่สิ่งที่คนดีทำกัน

1. บทความทั้งหมดที่ทาง ณกุศล ได้เขียนบันทึกไว้นั้น สามารถอ่านได้ฟรี ไม่เสียเงิน เพื่อเป็นวิทยาทาน แต่อย่าคัดลอกไปโดยพลการ

2. บทความทั้งหมดนั้น ทางเราจะมีการ update ปรับปรุงข้อมูล เพิ่มเติมคำอธิบาย เพิ่มเติมรายละเอียด หรือ จัดกลุ่มเนื้อหาใหม่ เป็นระยะๆ เพื่อให้ได้ เนื้อหา ใจความ ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด  ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาสภาพข้อมูลที่มีการเผยแพร่ให้ทันสมัยอยู่เสมอ และไม่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง  จึงไม่อนุญาตให้คัดลอกไปใช้ หรือทำการดัดแปลง โดยไม่ขออนุญาต

( ในอดีต เคยมีคนนำบทความของเราไปดัดแปลง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว บิดเบือนความจริง จนเกิดความเสียหายกับส่วนรวมมาแล้วหลายๆครั้ง  จึงจำเป็นต้องขอสงวนสิทธิ์ )

3. เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทางณกุศลจะรวบรวมข้อมูลเป็น ไฟล์ให้ดาวน์โหลดฟรี  และ อาจจัดพิมพ์เป็นหนังสือ ตามความเหมาะสม เพื่อเป็นการอนุรักษ์ข้อมูลเหล่านี้สืบต่อไปให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

4. หากใครต้องการอ้างอิงข้อมูล แนะนำให้ ทำลิงค์ เข้ามาในบทความที่ต้องการ เพื่อให้ผู้สนใจเข้ามาอ่านด้วยตนเองในเว็บไซต์ณกุศล อย่าคัดลอกไปโดยไม่ขออนุญาต จะเป็นการทำผิดกฎหมาย และผิดศีลธรรม

แจ้งเพื่อทราบ และ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ

เว็บไซต์ณกุศล

Pages