พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นสุดท้าย พ.ศ.2554

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร รุ่นสุดท้าย

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นสุดท้าย พ.ศ.2554

พระรุ่นนี้สร้างขึ้นด้วย เจตนาบริสุทธิ์ เพื่อแสดงความกตัญญู ทดแทนบุญคุณหลวงปู่โสภา

ในช่วงประมาณกลางปี พ.ศ. 2554 มีพระสงฆ์ในวัดบูรพาภิรมย์ซึ่งเคยช่วยงานสร้างพระเครื่องถวายหลวงปู่โสภาจะออกเดินทางไปธุดงค์ปฏิบัติธรรมในสถานที่ห่างไกลเป็นเวลานาน หลวงพี่รูปนี้ท่านเป็นห่วงว่า เมื่อหลวงพี่ไม่อยู่วัดแล้วจะไม่มีใครสร้างพระถวายหลวงปู่ฯเพื่อแจกญาติโยมที่มาทำบุญ ท่านจึงได้ทำการจัดสร้างพระนาคปรกขึ้นมาจำนวนหนึ่ง โดยผสมเนื้อมวลสารและกดพิมพ์เองภายในวัด จากนั้นจึงออกธุดงค์ไปปฏิบัติธรรม

ลักษณะโดยทั่วไป สำหรับ พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร รุ่นสุดท้าย

* พระรุ่นนี้มี พิมพ์เดียว คือ บล๊อกสอง

* พระรุ่นนี้มี เนื้อเดียว

* พระทุกองค์ ด้านหน้าจะเป็นแบบปกติ ไม่มีการฝังอะไรพิเศษ

* พระทุกองค์ ด้านหลัง ฝังตะกรุดสามกษัตริย์ ( ตะกรุดจำนวน 3 ดอก คือ ทอง เงิน ทองแดง )

* พระทุกองค์ ผสมสีลงในเนื้อพระ แต่ละองค์มีสีสรรลวดลาย แตกต่างกัน เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน รายละเอียดตามหลักวิชาที่หลวงปู่โสภากำหนดไว้ ... รุ่นนี้ไม่มีแบบสีมวลสารเดิมล้วนๆ

พระนาคปรกรุ่นสุดท้ายนี้ จำนวนจัดสร้างน้อยที่สุด เพียงหลักร้อย ประมาณ 800 องค์ ชนิดของมวลสารและส่วนผสมแตกต่างจากรุ่นปี 2553 ข่าวศิษย์วงในกล่าวกันว่า ในรุ่นนี้มวลสารใส่กันแบบสร้างทิ้งทวนสุดฝีมือ มีแต่ของสุดยอด และมีความเป็นเอกลักษณ์สวยงาม

อย่างไรก็ตามมวลสารพระนาคปรกในแต่ละรุ่นนั้นความจริงแล้วล้วนแต่สุดยอดทุกรุ่น เพียงแต่จะมีสรรพคุณความโดดเด่นที่แตกต่างกัน

สำหรับ พระนาคปรกรุ่นสุดท้าย หลวงปู่โสภา ชุตินธโร  มีการจัดสร้างใน ปี พ.ศ.2554 ซึ่งขณะนั้นพระนาคปรกของหลวงปู่ฯเป็นที่รู้จักกันดีพอสมควรและเป็นที่นิยม คนเริ่มทยอยไปวัดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งศิษย์ใหม่ๆที่ศรัทธาในหลวงปู่ฯ มีทั้งนักขายพระเครื่องที่เข้ามาเป็นลูกศิษย์ใหม่ และบรรดาลูกศิษย์เก่าที่ผันตัวเองไปเป็นนักขายพระเครื่องตามกระแสนิยม

หลังออกพรรษา ปี พ.ศ. 2554 ทาง ณกุศล ได้ติดตามผล โดยฝากคนที่จะไปวัดช่วยไปทำบุญและรับพระมาให้ ปรากฏว่า ไม่ทัน พระรุ่นนี้หมดเกลี้ยงจากวัดไปแล้วอย่างรวดเร็ว  เพราะเป็นที่หมายปองของคนทั่วไป ลูกศิษย์ที่ได้ไว้บูชาในช่วงเวลานั้นก็หวงกันมาก ไม่ยอมแบ่งกันง่ายๆ คุยกันไม่รู้เรื่องเลยทีเดียว

กว่าทาง ณกุศล จะมีโอกาสได้รับแบ่งบูชาพระนาคปรกรุ่นสุดท้าย ต้องใช้เวลานานหลายปี เมื่อหลวงปู่โสภามรณภาพ อ.เทพได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ช่วยเตรียมงานประชุมเพลิงของหลวงปู่ฯ และได้รับพระนาคปรกรุ่นสุดท้ายมาจำนวนหนึ่ง เป็นชุดที่หลวงปู่อธิษฐานจิตยาวนาน  ถือว่าเป็นพระเครื่องอีกรุ่นหนึ่งที่ต่อไปในอนาคตจะหาได้ยาก เนื่องจากมีจำนวนจัดสร้างน้อยประมาณ 800 องค์เท่านั้น

หลวงปู่โสภา ท่านเคยพูดกับลูกศิษย์หลายครั้งว่า ให้เก็บพระเครื่องของท่านไว้ให้ดี เอาไว้ แลกบ้าน แลกรถ ซึ่งหมายความว่า ในอนาคตพระเครื่องของท่านจะ มีคุณค่ามาก จนคนยอมแลกด้วยทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง เช่น บ้าน รถยนต์ ซึ่งถือว่าเป็นของมีค่ามากสำหรับคนในยุคปัจจุบัน

พระนาคปรกรุ่นนี้เป็น พระนาคปรกเนื้อผง รุ่นสุดท้าย หลังจาก ปี พ.ศ. 2554 ไม่ปรากฎว่ามีการจัดสร้าง พระผงพิมพ์พระนาคปรกอีกเลยจนท่านมรณภาพใน ปี พ.ศ.2557

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นปี พ.ศ. 2553 เนื้อมาตราฐาน

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นปี พ.ศ. 2553 เนื้อมาตราฐาน

ในกลุ่มของ เนื้อมาตราฐาน ยังสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย ตามสีสรรขององค์พระ คือ

1. เนื้อมาตราฐาน สีนิยม

2. เนื้อมาตราฐาน สีมวลสารเดิม

ตามภาพข้างบนเป็น เนื้อมาตราฐาน สีนิยม จะมีการผสมสีลงในเนื้อมวลสาร ตามเคล็ดวิชาที่หลวงปู่โสภาได้กำหนดไว้ จะมีทั้งสองพิมพ์ คือ พิมพ์บล๊อกแรก และ พิมพ์บล๊อกสอง

ส่วนใหญ่จะมีตะกรุด 1 ดอก ฝังไว้ด้านหลัง แต่บางองค์อาจมีตะกรุดอยู่ด้านหน้า และ บางองค์ไม่เห็นตะกรุดเลย

 

เนื้อมาตราฐาน สีมวลสารเดิม 

ตามภาพเป็นสีของมวลสารเดิม ไม่ได้มีการผสมสีตามเคล็ดวิชาก่อนกดพิมพ์ เมื่อกดพิมพ์แล้วจะได้พระเนื้อสีมวลสารเดิมๆแบบนี้ เห็นเนื้อมวลสารเข้มข้น จัดอยู่ในกลุ่มเนื้อพระมาตราฐานของรุ่น ปี พ.ศ. 2553 กล่าวได้ว่าเรื่องของมวลสารเข้มข้น จัดหนัก จัดเต็ม เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของพระนาคปรกทุกองค์ทุกรุ่น

พระเนื้อสีมวลสารเดิม จะมีทั้งสองพิมพ์ คือ พิมพ์บล๊อกแรก และ พิมพ์บล๊อกสอง

พระนาคปรกเนื้อสีมวลสารเดิม จะมีเฉพาะในรุ่นปี พ.ศ.2553 เท่านั้น จะไม่มีในพระนาคปรกรุ่นแรก และไม่มีในพระนาคปรกรุ่นสุดท้าย

 

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นปี พ.ศ. 2553 เนื้อพิเศษ กรรมการ

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นปี พ.ศ. 2553 เนื้อพิเศษ กรรมการกฐิน

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร เนื้อพิเศษ

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร เนื้อพิเศษ บล๊อกสอง

ตามที่ทางณกุศลได้เขียนไว้ก่อนหน้านี้ คือ พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นปี พ.ศ. 2553 มีเนื้อพิเศษ แจกกรรมการกฐิน 2 แบบ คือ แบบพิมพ์บล๊อกแรก และ แบบพิมพ์บล๊อกสอง

1. พระเนื้อกรรมการ บล๊อกแรก ...

* ด้านหน้า จะเป็นแบบปกติทั่วไป ไม่มีการฝังอะไรเป็นพิเศษ

* ด้านหลัง ทุกองค์ ฝังเหล็กไหล

* ด้านหลัง ทุกองค์ฝังตะกรุดสามกษัตริย์ ( ตะกรุด 3 ดอก คือ ทอง เงิน ทองแดง )

* พระเนื้อพิเศษทุกองค์ ผสมสีลงในเนื้อมวลสาร แต่ละองค์จะมีสีสรรลวดลาย แตกต่างกัน

2. พระเนื้อกรรมการ บล๊อกสอง ...

* ด้านหน้า ทุกองค์ ฝังพลอยสามเม็ด ( ไม่มีแบบ ไม่ฝังพลอย )

* ด้านหลัง ทุกองค์ ฝังเหล็กไหล

* ด้านหลัง ทุกองค์ ฝังตะกรุดสามกษัตริย์ ( ตะกรุด 3 ดอก คือ ทอง เงิน ทองแดง )

* พระเนื้อพิเศษทุกองค์ ผสมสีลงในเนื้อมวลสาร แต่ละองค์มีสีสรรลวดลาย แตกต่างกัน

* มีเส้นเกศาหลวงปู่โสภาผสมลงในเนื้อพระ บางองค์เห็นชัดเจน บางองค์อาจเห็นเส้นเกศาไม่ชัดเจน

เกี่ยวกับ การฝังเหล็กไหล ในพระเนื้อพิเศษบางองค์ เวลากดพิมพ์อาจทำให้เหล็กไหลจมลึกลงในเนื้อพระทำให้มองไม่เห็น บางองค์เหล็กไหลโดนกดทะลุไปออกด้านหน้าก็มี แต่จากเท่าที่ทาง ณกุศล เคยตรวจสอบพระเนื้อพิเศษมานับร้อยองค์ พบว่ามีฝังเหล็กไหลทุกองค์ โดยในตำแหน่งที่ฝังสามารถใช้แม่เหล็กดูดติดได้

เนื้อมวลสารในรุ่นพิเศษแจกกรรมการกฐิน จะมีส่วนผสมและมวลสารที่พิเศษเพิ่มเติม ทำให้แตกต่างจากเนื้อมาตราฐาน สามารถสังเกตุเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า แต่สำหรับภาพถ่ายจะมองรายละเอียดของเนื้อมวลสารได้ยาก ถ้าใครไม่เคยเห็นหรือได้สัมผัสของจริง ควรใช้ความรอบคอบในการพิจารณา เนื้อพิเศษคือมีความพิเศษตั้งแต่ในเนื้อมวลสาร ส่วนพลอย และ ตะกรุดเป็นเพียงปัจจัยเสริมแต่งภายนอก

พระเนื้อพิเศษทุกองค์ ผสมสีลงในเนื้อมวลสาร แต่ละองค์จึงมีสีสรรลวดลาย แตกต่างกัน เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน รายละเอียดตามหลักวิชาที่หลวงปู่โสภากำหนดไว้ ... แบบเนื้อพิเศษ จะไม่มีแบบสีมวลสารเดิมล้วนๆ มีการผสมสีลงในเนื้อพระทุกองค์

จำนวนการจัดสร้าง สำหรับ พระเนื้อพิเศษ แจกกรรมการกฐิน รุ่น ปี พ.ศ. 2553 ทั้งสองพิมพ์รวมกัน ประมาณ 5,000 องค์ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนไม่มาก เพราะถ้าแยกพิมพ์ออกมาแบบหารสอง จะได้ตัวเลขเฉลี่ย 2500 องค์ต่อพิมพ์ ขนาดรุ่นแรก 3,000 องค์ ก็ยังไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่ต้องการ แล้วจำนวนเฉลี่ยที่น้อยกว่ารุ่นแรกก็ไม่ต้องพูดถึง คือ ไม่เพียงพอกับศรัทธาของลูกศิษย์เช่นกัน

Pages