มวลสาร พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา รุ่นแรก 2542

มวลสาร พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร รุ่นแรก พ.ศ. 2542 วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม

มวลสารหลัก (มวลสารที่มีจำนวนมากเป็นกระสอบเป็นกิโล) ที่นำมาจัดสร้าง พระผงโพธิญาณ และ ใช้อุดใต้ฐานพระกริ่งโพธิญาณ

* แผ่นจาร อักขระธรรม ของหลวงปู่โสภา จำนวนมาก ซึ่งหลวงปู่มอบให้สำหรับการสร้างพระกริ่งรุ่นแรกเป็นการเฉพาะ เป็นอักขระธรรมของครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณ มีอยู่ในคัมภีร์โลกทิพย์ แต่ไม่มีในหนังสือที่วางขาย หรือ ในตำราใดๆของโลกมนุษย์

* ผงพุทธคุณโพธิญาณ เป็นผงวิเศษ ซึ่งมีเฉพาะในสายโพธิญาณ ของหลวงปู่โสภา ชุตินธโร

* มวลสารของ หลวงปู่ประเคน จ.ปัตตานี ซึ่งได้สะสมมาตลอดชีวิต

* มวลสารของ หลวงปู่หาน จ.หนองคาย (ศิษย์สำเร็จลุนที่ทันท่านบวชให้ที่ประเทศลาว)

* เกศา หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร

* เกศา หลวงปู่โสภา ชุตินธโร วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม

* เกศา หลวงพ่อญาท่าน พระครูปภัศรคุณ ( บุญเลิศ ปภสฺสโร) วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนาราม

* เกศา หลวงปู่หาน จ.หนองคาย

* ผงว่าน ชุดเดียวกับที่ใช้สร้างหลวงปู่ทวด ปี 2497 จ.ปัตตานี

* ผงไม้งิ้วดำ เทพนิมิต จากป่าลึกชายแดนประเทศ

* ดินกากยายักษ์ จากยอดเทือกเขาสันกาลาคีรี

* ดินจอมปลวก 7 เศียร

* ดินขุยปู ดีเด่นด้านเมตตามหานิยม การค้าขายทำกิน

* ปฐวีธาตุ ยอดภูลังกา  ( หินนาคราช จากยอดภูลังกา )

* ปฐวีธาตุ จากถ้ำครูสายโพธิญาณ ในภูเขาควาย ประเทศลาว

* แร่ด้านโภคทรัพย์ ดึงดูดทรัพย์

* เหล็กไหล ชนิดต่างๆ

* และมวลสารรอง อื่นๆ อีกมากมาย (มวลสารรอง คือมวลสารที่มีจำนวนไม่มาก เช่น อาจมีเพียงกระปุกเล็กๆ )

กล่าวได้ว่า มวลสารชุดนี้ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร จะสร้างใหม่ให้เหมือนเดิมก็ไม่สามารถทำได้เพราะมวลสารบางอย่างนั้นหมดแล้ว หมดแล้วหมดเลย มีเงินก็ไม่ใช่ว่าจะหาซื้อได้

ผงว่านชุดเดียวกับที่เคยใชัจัดสร้าง พระหลวงปู่ทวด ปี พ.ศ.2497 จ.ปัตตานี

เป็นมวลสารที่ศักดิ์สิทธิ์ ดีจริง และมีมูลค่าสูงตามค่านิยมของพระหลวงปู่ทวด ปี 2497 ซึ่งเป็นที่นิยมของนักสะสม ในช่วงที่มีการจัดสร้าง พระหลวงปู่ทวด ในปี พ.ศ.2497 หลวงปู่ประเคน จ.ปัตตานี ท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่ร่วมแรงในการจัดสร้างช่วยหามวลสารต่างๆมาจัดสร้างพระ โดยได้เก็บรักษาผงว่านชุดดังกล่าวไว้จำนวนหนึ่ง ในภายหลังท่านได้นำมามอบส่งต่อให้หลวงปู่โสภา ที่วัดหนองเลา  จ.มหาสารคาม และหลวงปู่โสภา มอบผงว่านชุดนี้ประมาณครึ่งกระสอบปุ๋ยให้นำมาจัดสร้างพระโพธิญาณเนื้อผงและอุดใต้ฐานพระกริ่ง

สำหรับการจัดสร้างพระเครื่องทั่วไปนั้น  ผงว่านปี2497 ถือว่าเป็นมวลสารหายากและมีราคาสูง เพียงหนึ่งช้อนโต๊ะก็มีคนนำมาใช้เป็นหัวเชื้อผสมสร้างพระเครื่องกันเป็นหมื่นองค์ แต่พระโพธิญาณรุ่นนี้ใช้ผงว่านปี2497 จำนวนมากถึงครึ่งกระสอบปุ๋ยมาเป็นมวลสาร แค่คำนวณราคาต้นทุนของผงว่านปี2497 นับว่าสูงมากและยากที่จะประเมินราคาต้นทุนได้ 

กล่าวได้ว่า พระเครื่องที่สร้างโดยใช้ผงว่านปี2497 จำนวนมากขนาดนี้เป็นมวลสาร ในอนาคตไม่มีอีกแล้ว ใครมีโอกาสได้ไว้บูชาควรเก็บรักษาไว้เป็นมรดกสืบต่อไป

ดินกากยายักษ์ จากยอดเทือกเขาสันกาลาคีรี

ดินกากยายักษ์ ที่ใช้ในการสร้างพระโพธิญาณ รุ่นแรก ปี พ.ศ. 2542 นำมาจากยอดเทือกเขาสันกาลาคีรี โดยตำรวจตระเวนชายแดนที่เกษียณอายุแล้วท่านหนึ่ง ต.ช.ด.ท่านนี้เคยร่วมในทีมการหามวลสารสร้างพระหลวงปู่ทวดในปี 2497 เมื่อท่านทราบข่าวว่าหลวงปู่โสภาจะสร้างพระเครื่องรุ่นแรก จึงได้เดินป่ากลับไปยังจุดเดิมในสมัยปี 2497และขุดดินกากยักษ์ใส่เป้สะพายหลังกลับมาถวายหลวงปู่โสภาเพื่อสร้างพระโพธิญาณ รุ่นแรก  ถึงแม้จะได้มาจำนวนจำกัดตามขนาดเป้สะพายหลัง แต่เป็นดินกากยายักษ์ของแท้ที่ดีจริงและศักดิ์สิทธิ์จริงตามแบบโบราณ ไม่ใช่ดินกากยายักษ์ที่มีขายกันทั่วไปแบบปัจจุบันที่อยากจะซื้อเท่าไรก็มีขาย

ผงไม้งิ้วดำ เทพนิมิต

ผงไม้งิ้วดำเทพนิมิต อ.เทพ เกษมพรรณราย ถวายร่วมสร้างพระ เป็นไม้ที่ได้มาจากป่าลึกในเขตชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีเทพที่ประสงค์จะร่วมสร้างบุญบารมีในการสร้างพระได้มานิมิตบอกข้อมูลถึงสามครั้งให้ไปนำไม้งิ้วดำต้นนี้มาจากในป่าลึก ซึ่งต้องใช้พรานป่าช่วยนำทางไปหา เมื่อไปถึงสถานที่ตามในนิมิตแล้วทีมงานได้ใช้เวลาค้นหาทั้งวันก็หาไม่พบ ในวันรุ่งขึ้นจึงทำพิธีบอกกล่าวและทำบุญถวายกุศลต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อารักขาไม้งิ้วดำ อัญเชิญให้มาสร้างบารมีสร้างพระร่วมกัน เกิดเหตุอัศจรรย์ ปรากฎภาพหญิงสาวห่มผ้าสไบยืนอยู่ในจุดที่ห่างออกไปเล็กน้อย แล้วภาพหญิงสาวก็หายไป เห็นเป็นต้นไม้งิ้วดำยืนเด่นอยู่ตรงนั้น ทางทีมงานจึงได้อัญเชิญไม้งิ้วดำนี้นำกลับมาสร้างพระ กล่าวได้ว่า นอกจากเป็นของดีที่หาได้ยากแล้ว ยังต้องใช้ทั้งกำลังกาย กำลังใจ และทุนทรัพย์จำนวนมากในการอัญเชิญไม้งิ้วดำเทพนิมิตนี้

ปฐวีธาตุ ยอดภูลังกา  ( หินนาคราช จากยอดภูลังกา )

ภูลังกา เป็นป่าและภูเขาที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ และเป็นที่ทราบกันดีในกลุ่มผู้ฝึกปฏิบัติทางจิตวิญญาณว่าเป็นหนึ่งในดินแดนอาถรรพณ์ มีความศักดิ์สิทธิ์ มีสิ่งลี้ลับมากมาย ณ จุดหนึ่งบนยอดภูลังกาจะมี โพรงขนาดใหญ่ ลึกดิ่งลงไปในภูเขา มืดมิด ความลึกยากหยั่งถึง

ปากโพรงนี้อยู่บนยอดสุดของภูลังกา ณ ปากโพรงจะมีหินก้อนเล็กๆตกเกลื่อนอยู่ ความแปลกอยู่ตรงที่ว่า ถึงแม้จะปัดกวาดปากโพรงจนสะอาดดีแล้ว เพียงแค่วันรุ่งขึ้นก็กลับมีหินก้อนเล็กๆกลับมาเกลื่อนอีก หินเหล่านี้มาจากไหน ทั้งๆที่เป็นจุดสูงสุดแล้ว อยู่ในป่าลึกที่ไม่มีใครเดินผ่านไปมา โดยรอบก็ไม่มีหินประเภทนี้ให้เห็น มีเฉพาะที่ปากโพรงเท่านั้น

มีผู้รู้ทางจิตบอกว่า โพรงนี้ลึกลงไปถึงใต้โลกเชื่อมต่อกับโลกพญานาค หินที่ปากโพรงนี้เป็นหินจากนาคพิภพ ถึงแม้จะยังไม่ได้เสกก็มีความขลังศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ หากเสกแล้วจะยิ่งเพิ่มพูนพลังอำนาจ กล่าวกันว่า พระอริยสงฆ์ในอดีตจะเก็บหินเหล่านี้นำไปอธิษฐานจิตแล้วแจกจ่ายชาวบ้าน เป็นของดีที่เรียกว่า ปฐวีธาตุยอดภูลังกา

ปฐวีธาตุยอดภูลังกา ชุดนี้ อ.เทพ เกษมพรรณราย ได้ร่วมเดินทางกับคณะและพระสงฆ์ผู้ทรงจิตอภิญญา ปีนยอดภูลังกา เดินป่าหลายวันเพื่อฝึกจิตสมาธิ ระหว่างพำนักปฏิบัติธรรมบนยอดภูลังกา ได้บอกกล่าวขออนุญาตสิ่งศักดิ์สิทธิ์เก็บปฐวีธาตุมาจำนวนหนึ่ง เมื่อได้นำมาให้หลวงปู่โสภาตรวจสอบ ท่านยืนยันว่าเป็นของดีจริง อ.เทพจึงได้นำมาเป็นมวลสารในการสร้างพระโพธิญาณรุ่นแรกนี้

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา รุ่นแรก วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม ปี 2542

พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร รุ่นแรก วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม ปี พ.ศ. 2542

พระเครื่องรุ่นนี้จัดสร้างในปี พ.ศ. 2542 สมัยที่หลวงปู่โสภายังจำพรรษาอยู่ วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม จัดเป็นวัตถุมงคลยุคต้นของหลวงปู่ฯก่อนที่ท่านจะย้ายไปจำพรรษาที่วัดบูรพาภิรมย์ จ.สกลนคร

ผู้ออกแบบและจัดสร้างถวาย คือ อ.เทพ เกษมพรรณราย โดยหลวงปู่โสภา เป็นองค์ประธานในการจัดสร้าง ตรวจแบบ ให้คำแนะนำปรึกษา และอธิษฐานจิตเสกเดี่ยว

พระเครื่องรุ่นนี้จัดสร้างโดยใช้รูปเหมือนของพระประธานในโบสถ์ของวัดหนองเลา เป็นต้นแบบในการจัดสร้าง โดยมีวาระที่สำคัญ คือ

1. เป็น พระเครื่องรุ่นแรก ที่สร้างเป็นรูปเหมือนของพระประธานวัดหนองเลา ครั้งแรกในรอบ 200 กว่าปี ของวัดหนองเลา

2. เป็น พระผงและพระกริ่ง รุ่นแรก ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะองค์หลวงปู่โสภา เจตนาจัดสร้างขึ้นมาเพื่อให้หลวงปู่โสภาอธิษฐานจิตเดี่ยวเป็นการเฉพาะ อธิษฐานจิตเต็มพรรษา เพื่อให้เป็นพระเครื่องสายโพธิญาณ สายพลังบริสุทธิ์ โดยไม่มีพลังของสายอื่นเจือปน

3. ปกติ ทุกปี หลวงปู่โสภาจะจัดงานไหว้ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ของท่านทั้งหมดที่วัดหนองเลา โดยมีพระโพธิญาณเป็นองค์ประธาน ดังนั้นพระเครื่องนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของครูบาอาจารย์ทั้งหมด เป็นสื่อในการเชื่อมจิตอธิษฐานไปถึงครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณได้ทุกพระองค์ มีความศักดิ์สิทธิ์และคุณประโยชน์สูงมาก

เมื่อครั้ง อ.เทพ ลาบวช 1 เดือน เพื่อทดแทนคุณบิดามารดา ได้ตัดสินใจมาบวชและฝึกสมาธิกับหลวงปู่โสภา ที่วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม มีโอกาสได้รับทราบถึงความศักดิ์สิทธิ์นานาประการของพระประธานในวัด ตลอดจนพบเจอเรื่องอัศจรรย์ด้วยตนเองหลายเรื่อง

ได้ค้นพบว่า ในดินแดนต่างมิติของสายโพธิญาณ มีพระประธานลักษณะแบบเดียวกันกับพระประธานในโบสถ์ โดยเชื่อมโยงพลังถึงกันกับพระประธานองค์นี้ จึงสิ้นสงสัยว่าเพราะเหตุใดพระประธานองค์นี้จึงมีความศักดิ์สิทธิ์มาก

อ.เทพ บังเกิดจิตศรัทธาอยากได้พระเครื่องที่เป็นรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์ไว้บูชาสักองค์ หลังจากสอบถามหาจากพระสงฆ์ในวัดแล้วต้องแปลกใจว่า ในช่วงเวลายาวนานกว่า 200 ปีของวัดหนองเลา ไม่เคยมีการจัดสร้างพระเครื่องที่เป็นรูปเหมือนของพระประธานในโบสถ์มาก่อนเลย มีแต่พระเครื่องในรูปแบบอื่นๆ

ได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในขณะที่คนจำนวนมากล้วนให้ความเคารพบูชาในองค์พระประธาน แต่ในขณะเดียวกันก็ยำเกรงในบารมีมากด้วย คนเชื่อกันว่า หากสร้างรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลาแล้วคนสร้างมีบุญบารมีไม่ถึง จะทำให้มีเหตุเป็นไปต่างๆนาๆ จึงไม่มีใครกล้าสร้าง

เพื่อความสบายใจของบุคคลทุกฝ่าย อ.เทพ จึงได้กราบเรียนอาราธนาหลวงปู่โสภา ขอบารมีท่านเป็นผู้จัดสร้าง พระผงและพระกริ่งพระโพธิญาณรุ่นแรก โดย อ.เทพ จะเป็นผู้ช่วยดำเนินการในด้านต่างๆ

หลวงปู่โสภาได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ถึงวาระที่สมควรจะจัดสร้าง รูปเหมือนองค์พระประธานของวัดหนองเลา โดยพระเครื่องรุ่นนี้ต่อไปจะเปรียบเสมือนตัวแทนของครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณ เพื่อช่วยคุ้มครองช่วยเหลือลูกศิษย์และผู้ที่ศรัทธา หลวงปู่ฯจึงได้ติดต่อผ่านทางจิต ขออนุญาตครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์เพื่อทำการจัดสร้างพระผงและพระกริ่งโพธิญาณ และได้รับอนุญาตจากครูบาอาจารย์ให้สร้างได้

พระเครื่องในรุ่นนี้ มีทั้งพระเนื้อผง และ พระกริ่งเนื้อโลหะอุดกริ่งอุดผง

พระเนื้อผง มีทั้ง พิมพ์ใหญ่ และ พิมพ์เล็ก มีเนื้อมวลสาร 3 แบบ

1. เนื้อผงพิเศษ แจกกรรมการกฐิน พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก

2. เนื้อผงพุทธคุณโรยแร่ พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก

3. เนื้อผงว่านดินมงคล พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก

พระกริ่งเนื้อโลหะอุดกริ่งอุดผง มี 3 เนื้อโลหะ

1. เนื้อทองคำ อุดกริ่งอุดผง

2. เนื้อเงิน อุดกริ่งอุดผง

3. เนื้อนวโลหะ (โลหะผสม 9 ชนิด) อุดกริ่งอุดผง

พระรุ่นนี้ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร อธิษฐานจิตเดี่ยว ตลอดพรรษา ไตรมาส 2542 พุทธคุณครบทุกด้าน และอธิษฐานเชิญครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์มาช่วยประสิทธิ์พุทธคุณ เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของครูบาอาจารย์สายโพธิญาณทั้งหมด เป็นสื่อทางจิตไปถึงครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณได้ทุกพระองค์ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก

สำหรับพระเครื่องจำนวนหนึ่งที่ อ.เทพ ได้ทำบุญเก็บไว้ ได้นำเข้าขอบารมีหลวงปู่โสภาอธิษฐานจิตเพิ่มเติมอีก ตลอดพรรษา ปี 2554  โดยได้กราบเรียนหลวงปู่โสภา ขอให้ท่านบรรจุเพิ่มเติมในทุกสรรพวิชาที่ท่านได้สำเร็จในช่วงเวลา 12 ปีที่ผ่านมา ( นับจากการจัดสร้างปี2542 ) วิชาของพระผู้สำเร็จพระองค์แรกของโลก รวมถึงบรรจุวิชาโมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา และวิชาอื่นๆ โดยขอเน้นในเรื่อง การเสริมดวงชะตา เป็นกรณีพิเศษ  ลงในการอธิษฐานจิตพระเครื่องครั้งนี้ด้วย

หลวงปู่โสภา ท่านสร้างพระน้อยรุ่นมาก เนื่องจากไม่ได้ทำเป็นพุทธพานิชย์ แต่ละครั้งที่สร้างต้องมีเหตุสมควรแก่การจัดสร้าง ถ้าไม่ถึงวาระหรือไม่จำเป็นก็จะไม่สร้าง  ที่สำคัญพระเครื่องทุกรุ่นของท่านล้วนแต่ได้รับจารึกบันทึกไว้ในโลกทิพย์สายโพธิญาณซึ่งจะได้รับสิทธิ์พิเศษของสายโพธิญาณ เรื่องสิทธิ์พิเศษนั้นเมื่อถึงวาระแล้วจะเขียนเล่าให้ฟังกัน

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

พระกันงู หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

พระกันงู หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

หากกล่าวถึงพระเครื่องวัตถุมงคลที่มีพุทธคุณแบบคนทั่วไปเรียกกันว่า พระกันงู นั้น

หากเป็นวัตถุมงคลของหลวงปู่โสภา ชุตินธโร พระเครื่องที่มีประสบการณ์จริง เกี่ยวกับเรื่อง งู มากที่สุด คือ พระนาคปรก ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในพุทธคุณที่มีความโดดเด่นชัดเจนของ พระนาคปรก หลวงปู่โสภา

ไม่ใช่ว่า ยืนอยู่ห่างจากงูเป็นเมตร ไม่โดนกัด แล้วจะเรียกว่า กันงู แบบที่หลายคนพูดกันทั่วไป

ในต่างจังหวัดซึ่งมีงูชุกชุม คนที่คล้อง พระนาคปรก ของ หลวงปู่โสภา หลายคนบังเอิญเหยียบตัวงู แต่ก็ไม่มีใครโดนงูฉกกัด บางคนถึงขนาดบังเอิญเดินเตะงูเห่ากระเด็นไปเป็นเมตร โดยคนเตะงูไม่ได้รับอันตรายเลยก็มี  อาจจะเกินขอบเขต กันงู ไปเป็น เหยียบงู เตะงู แต่ทางณกุศลก็แนะนำว่า ไม่ควรทดลอง หรือไปลองของ ปล่อยให้เป็นความบังเอิญไปจะดีกว่า

หากเป็นชาวบ้านทั่วไป หลวงปู่โสภามักจะบอกกับคนที่มีพระนาคปรกของท่านว่า ถ้าเจองู ก็อย่าไปกลัว อย่าไปทำร้ายเขา เขาแค่มาดูเฉยๆ เดี๋ยวเขาก็ไปเอง

ในส่วนของ อ.เทพ เกษมพรรณราย ผู้ก่อตั้งณกุศล ได้เคยเรียนสอบถามหลวงปู่โสภา เนื่องจากมีความคุ้นเคยกันมาหลายสิบปี หลวงปู่ฯได้เล่าเปิดเผยเรื่องอจินไตยว่า พระนาคปรกของท่าน ทุกองค์ จะมีบริวารนาค หรือ พญานาค สถิตย์รักษาประจำองค์พระ  พญานาคย่อมมีอำนาจเหนือกว่างูทั่วไป สยบงูทั่วไปได้ และหากจำเป็นก็สามารถแปลงร่างได้

หลวงปู่โสภา เล่าให้ฟังว่า ลูกศิษย์ที่ จ.ยะลา ซึ่งทำงานเป็นครูในจังหวัดนั้น ไปได้ภรรยาเป็นคนต่างศาสนา ซึ่งภรรยาไม่ค่อยชอบเท่าไรที่สามี ทำหิ้งพระพุทธแขวนไว้ที่สูงในบ้าน  ภรรยาจึงมักบ่นว่าสามีเป็นประจำ ภายหลังคุณครูท่านนี้นำพระนาคปรก ของหลวงปู่โสภา เข้าบ้านและไปเก็บไว้บนหิ้งพระ ก็โดนภรรยาบ่นว่าหนักกว่าเดิม และบ่นยาวนานกว่าปกติ  ขนาดสามีเผ่นหนีไปแล้วก็ยังบ่นไม่หยุด

ภายหลังคุณครูท่านนี้เห็นภรรยายกมือไหว้หิ้งพระก็รู้สึกแปลกใจ จากการสอบถามทราบว่า ขณะที่คุณภรรยาบ่นว่าคุณสามีอย่างสาหัสนั้น พอมองไปที่หิ้งพระก็เห็นเป็น งูตัวใหญ่ ขดตัวอยู่บนหิ้งพระ ก็ตกใจว่างูขึ้นไปอยู่บนหิ้งพระได้ยังงัย ชั่วขณะหนึ่งงูใหญ่ก็หายไปต่อหน้าต่อตา ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ไม่กล้าลบหลู่อีกเลย

อย่างไรก็ตาม หลวงปู่ฯท่านบอกว่า ไม่ต้องกลัว พญานาคเขาไม่ทำอะไรพร่ำเพรื่อ เขาจะคอยคุ้มครองดูแล สำหรับคนดีแล้วจะมีแต่ให้คุณประโยชน์

เท่าที่ณกุศลทราบมา พุทธคุณด้าน กันงู นั้นมาจากอำนาจของพญานาคที่สถิตย์ในองค์พระ ใครที่เน้นด้านนี้ควรต้องเลือกสรรพระเครื่องที่มีการดูแลเก็บรักษาไว้อย่างเหมาะสม

ส่วนเรื่องพุทธคุณจากมวลสารนั้นหลวงปู่โสภาก็มีพูดถึงให้ฟังอยู่ แต่ไม่เคยพูดถึงว่ามีมวลสารกันงู รู้แต่ว่ามวลสารมี ทีเด็ด ลี้ลับ ขลัง มากกว่าเรื่องกันงูเยอะ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นกับการดำรงชีวิตประจำวันของทุกคน ที่ทุกคนควรมีไว้ติดตัวตลอดเวลา หามวลสารแนวนี้ยาก พุทธคุณของมวลสารเท่าที่รู้ ไม่พบเจอในพระเครื่องยุคปัจจุบันทั่วไป คนส่วนมากไม่รู้ คนรู้ก็ไม่มีใครเขียนเปิดเผย ถ้าเมื่อไรได้รับอนุญาตให้บอกเล่า ณกุศลก็จะเขียนให้ได้รับรู้กัน แต่ไม่แน่ว่าเมื่อถึงเวลานั้นอาจจะต้องพลิกแผ่นดินหาพระนาคปรกของหลวงปู่โสภากัน

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

Pages