พระเสด็จกลับ พระคู่บารมี

เรื่องราวของ พระเครื่อง ที่สามารถเคลื่อนย้ายสถานที่เอง ด้วยอานุภาพของสิ่งลึกลับที่มองไม่เห็น ทางณกุศลเคยได้อ่านพบอยู่บ้าง

เช่น ในปี พ.ศ.2506 หลวงปู่สุภา กันตสีโล ได้สร้างพระเครื่อง และทำพิธี นำพระทิ้งลงกลางทะเล จากนั้นทำพิธีเรียกพระเครื่องกลับไปในปรัมพิธี พระเครื่องที่สามารถเคลื่อนย้ายกลับไปในพิธีได้นั้น เรียกกันว่า พระเสด็จกลับ กล่าวกันว่าพระเครื่องที่เสด็จกลับมานั้น ท้าวภุชงค์นาคราชพร้อมด้วยบริวารเป็นผู้เคลื่อนย้ายนำกลับมาให้

อ่านแล้วทางณกุศลเองก็ยังคิดว่าเป็นเรื่อง ไกลตัว ไปหน่อย ... เพราะพระเครื่องในพิธีที่เสด็จกลับมาเอง มีเพียง 106 องค์ และผ่านกาลเวลามานานถึงห้าสิบกว่าปี ก็ไม่อยากไปตามหาให้เหนื่อย และเสี่ยง คือ นอกจากมูลค่าสูงแล้ว ยังต้องเสี่ยงกับพระปลอมที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

แต่บางครั้ง สำนวนโบราณที่ว่า " ใกล้เกลือกินด่าง " ก็ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2562 ทางณกุศล ได้ติดตาม อ.เทพ เกษมพรรณราย เดินทางไปวัดธาตุทอง จ.กรุงเทพมหานคร เพื่อไปงานฌาปนกิจ ญาติผู้ใหญ่

ในงานก็มี ญาติสนิท มิตรสหาย คนที่เคยรู้จักมาร่วมงาน และร่วมสนทนากัน

หนึ่งในเรื่องราว ที่น่าสนใจ คือ คุณรัตน์ พร้อมกับ พระเครื่องที่ห้อยโชว์อยู่นอกเสื้อ ดูสวยงาม โดดเด่นสะดุดตา เป็นที่สนใจสอบถามจากบุคคลทั่วไปที่พบเห็น

คุณรัตน์ เล่าให้ฟังว่า พระเครื่ององค์นี้ถือว่าเป็น " พระคู่บารมี "

แต่เดิมนั้น คุณรัตน์แขวนพระองค์นี้ แล้วถอดออกเก็บไว้บนหิ้งพระ ด้วยตั้งใจว่า วันรุ่งขึ้นจะเปลี่ยนแขวนพระเครื่ององค์อื่น จากนั้นก็สวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วเข้านอนตามปกติ

พอตื่นเช้าวันรุ่งขึ้น ปรากฎว่า พระเครื่ององค์ที่เก็บไว้บนหิ้งพระ เสด็จมาเอง คือ เคลื่อนย้ายสถานที่จากหิ้งพระ มาอยู่บนมือคุณรัตน์เอง ด้วยอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลรักษาองค์พระ

พร้อมกับได้ยิน เสียงลึกลับ ที่ทรงพลังอำนาจ ชัดเจนเต็มสองหู ว่า " ฮึ่ม แขวนพ่อ องค์เดียวก็พอแล้ว "

นับจากนั้นมา คุณรัตน์จึงแขวนพระเครื่ององค์นี้เป็นพระเครื่องประจำตัว

ถ้าหากจะเรียกว่า " พระเสด็จกลับ พระคู่บารมี " ก็น่าจะเรียกได้

โดยส่วนตัว ณกุศลเองก็มีพระรุ่นเดียวกันกับ " พระเสด็จกลับ พระคู่บารมี " ที่คุณรัตน์แขวนอยู่หลายองค์ แต่ก็ยังไม่เคยเจอประสบการณ์แนวนี้ อาจจะเป็นด้วยว่า ปกติณกุศลก็พกติดตัวตลอด ยังไม่เคยคิดจะเปลี่ยน และเหตุปัจจัยอื่นๆอีกหลายอย่างประกอบกัน

พอได้ยินประสบการณ์จากคนรู้จักกันแล้ว ก็คิดว่า ณกุศลยังโชคดีที่มีเก็บไว้หลายองค์ และมีความมั่นใจในพุทธคุณของพระรุ่นนี้มากขึ้น

หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตคนเรา บางครั้งสิ่งดีๆอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่เราคิด โดยไม่จำเป็นต้องไปดิ้นรนแสวงหาสิ่งที่ไกลตัวเลย

บันทึกไว้ในความทรงจำ เกี่ยวกับ พระเสด็จกลับ พระคู่บารมี

12 มีนาคม พ.ศ.2562 วัดธาตุทอง จ.กรุงเทพมหานคร

อภิญญา เหินฟ้า (เหาะ) ด้วยกายเนื้อ

อภิญญา หลวงปู่ทองดำบรมครู สายโพธิญาณ เหินฟ้า (เหาะ ) ด้วยกายเนื้อ

อีกหนึ่งเรื่องราวของ หลวงปู่ทองดำบรมครู สายโพธิญาณ ที่ณกุศลจะไม่กล่าวถึงคงไม่ได้ คือ เรื่องราวที่มีพระอริยสงฆ์ได้บอกเล่าว่า บรมครูหลวงปู่ทองดำเหาะได้

คณะแสวงบุญโดยมี อ.เทพ เกษมพรรณราย ร่วมไปกับคณะด้วย ได้เดินทางไป จ.ภูเก็ต ที่วัดเขารัง เพื่อกราบ หลวงปู่สุภา กันตสีโล พระอริยสงฆ์ 5 แผ่นดิน

วัดเขารัง หรือ สำนักสงฆ์เทพขจรจิตร เป็นสถานที่หลวงปู่พำนักก่อนที่จะย้ายไปวัดสีลสุภาราม และ วัดคอนสวรรค

ในช่วงหนึ่งของการสนทนา ท่านได้พูดถึง สมัยหลวงปู่สุภายังแข็งแรง ท่านออกธุดงค์ในป่า ได้พบ บรมครูหลวงปู่ทองดำ เหาะลอยตัวลงมาจากยอดภูเขา

( To be continued )

อภิญญา แทรกวารี ( เดินใต้แม่น้ำ ) ด้วยกายเนื้อ

 

อภิญญาใหญ่ หลวงปู่ทองดำบรมครู

อภิญญา หลวงปู่ทองดำบรมครู สายโพธิญาณ แทรกวารี ( เดินใต้แม่น้ำ ) ด้วยกายเนื้อ

หลายสิบปีก่อน ช่วงที่ อ.เทพ เกษมพรรณราย เดินทางไปฝึกจิตปฏิบัติธรรม ที่ จ.อุดรธานี ได้มีโอกาสพบและสนทนากับพระสุปฏิปันโนท่านหนึ่ง ท่านฝึกจิตได้ขั้นสูงมาก และเมตตามาสนทนาด้วยเนื่องจากปฏิบัติธรรมอยู่ในสายเดียวกัน

ในช่วงหนึ่งของการสนทนา อ.เทพ ได้เรียนถามเกี่ยวกับเรื่องวิชาทำตะกรุดของคนสมัยโบราณ ในบางตำรากำหนดว่า ให้ดำน้ำลงไปจารตะกรุดโดยที่ตัวผู้จารไม่เปียกน้ำ จึงสงสัยว่า วิชาแบบดำน้ำลงไปจารตะกรุดแล้วตัวไม่เปียกน้ำมีอยู่จริงหรือไม่

พระท่านตอบว่า ขึ้นกับวิชาที่เขาเรียนมาและฝึกได้สำเร็จมากน้อยเพียงใด  เท่าที่ท่านเคยพบมากับตนเอง เรื่องดำลงใต้น้ำแล้วตัวไม่เปียก บรมครูหลวงปู่ทองดำสามารถทำได้ 

สมัยหนึ่งตอนพวกท่านพักอยู่ที่วัดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา หลวงปู่ทองดำบรมครูทดสอบวิชาธาตุให้ดู โดยให้ท่านภาวนาธาตุเฉพาะบทหนึ่ง แล้วพาท่านเดินลงแม่น้ำเจ้าพระยา  ขณะที่อยู่ใต้น้ำสามารถหายใจได้ตามปกติ  และดวงตาสามารถเห็นสิ่งต่างๆใต้น้ำชัดเจน

บรมครูหลวงปู่ทองดำ พาท่านเดินอยู่ใต้น้ำนานประมาณครึ่งชั่วโมงจึงเดินกลับขึ้นมาจากในน้ำ โดยร่างกายและจีวรไม่เปียกน้ำเลย เป็นเรื่องอัศจรรย์ที่ยากจะอธิบาย

ตามความเห็นของณกุศล ถ้าหากใครที่ สำเร็จวิชาสามารถแทรกวารี เดินใต้น้ำได้นานขนาดนี้ เป็นสิ่งอัศจรรย์ยิ่งกว่าดำน้ำลงไปจารตะกรุดมากมายนัก

บันทึกไว้เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของ หลวงปู่ทองดำบรมครู สายโพธิญาณ

Pages