หลวงปู่ทองดำบรมครู สายโพธิญาณ

หลวงปู่ทองดำบรมครู สายโพธิญาณ

ชื่อของ หลวงปู่ทองดำ คำว่า " ทองดำ "เป็นชื่อจริงของหลวงปู่ ไม่ใช่ชื่อที่ณกุศลคิดตั้งขึ้นมาเอง หรือบังอาจตั้งขึ้นมาใหม่แต่ประการใด

การเขียนเรื่องราวของหลวงปู่ทองดำ เป็นเพียงการบันทึกเรื่องราวประสบการณ์ส่วนหนึ่งในชีวิตของณกุศล ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับหลวงปู่ทองดำ ในฐานะที่หลวงปู่ฯเป็นครูบาอาจารย์องค์แรกในด้านสมาธิจิตของณกุศล และมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันมายาวนานหลายสิบปีจนท่านมรณภาพจากโลกนี้ไป ซึ่งหากไม่บันทึกไว้ก็จะขาดสาระสำคัญหลายอย่าง เช่น ที่มาของวิชาดวงธาตุโพธิญาณที่ณกุศลได้นำมาใช้ มาจากไหน มาจากใคร

บันทึกของณกุศล เป็นเพียงการบันทึกประสบการณ์ชีวิตส่วนหนึ่งของทางณกุศล ไม่ใช่การเขียนชีวประวัติของหลวงปู่ทองดำ ดังนั้นจึงไม่มีการเจาะลึกในประวัติชีวิตส่วนตัวของท่าน ตลอดจนไม่มีการไปเที่ยวตามสัมภาษณ์ใครต่อใครเพื่อนำมาเขียนหรือจัดทำหนังสือชีวประวัติ อะไรที่ณกุศลรู้ก็จะทยอยเขียนไป อะไรที่ณกุศลไม่รู้ก็ปล่อยวางไว้ ส่วนอะไรที่รู้แต่เขียนแล้วจะเกิดความวุ่นวายให้คนฉวยโอกาสเอาไปใช้หลอกลวงคนอื่นก็ไม่สามารถเขียนบันทึกให้อ่านเป็นสาธารณะได้ และณกุศลก็ไม่มีเวลาเหลือมากพอจะมาคอยเขียนแก้ เขียนเตือนเรื่องราวต่างๆที่เอาไปหลอกลวงหาผลประโยชน์กัน

ชีวประวัติของหลวงปู่ทองดำบรมครู ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้โดยง่าย หลวงปู่ฯไม่เคยอนุญาตให้ใครสัมภาษณ์เพื่อเขียนชีวประวัติของท่าน  แม้แต่ภาพถ่ายก็ไม่อนุญาติให้ใครถ่ายภาพ เนื่องด้วยครูบาอาจารย์ของหลวงปู่ฯไม่อนุญาตให้ทำตัวโดดเด่นมีชื่อเสียง ความโด่งดังจะนำมาซึ่งความวุ่นวายทางโลกในเรื่องต่างๆมากมายนานับประการ ดังนั้นในช่วงที่หลวงปู่ทองดำยังดำรงขันธ์อยู่นั้นบรรดาลูกศิษย์ของหลวงปู่ฯจะถือปฏิบัติตามเจตจำนงของครูบาอาจารย์โดยเคร่งครัด เน้นไปที่ด้านการปฏิบัติธรรมฝึกฝนจิตเป็นหลัก

บทความทั้งหมดที่ณกุศลได้เขียนขึ้นมา ล้วนแต่เขียนหลังจากที่หลวงปู่ทองดำได้มรณภาพไปแล้วหลายปี จึงไม่มีผลกระทบใดๆกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางธรรมของหลวงปู่ฯ

วิญญาณในเสาตกน้ำมัน

วิญญาณในเสาตกน้ำมัน

หลวงปู่ทองดำบรมครู  บททดสอบเรื่องวิญญาณในเสาตกน้ำมัน

อาถรรพณ์ของวิญญาณในเสาตกน้ำมัน เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย ถึงแม้สิ่งก่อสร้างสมัยใหม่ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ไม้ต้นใหญ่มาทำเสากันแล้ว แต่ก็ยังมีบ้านที่นิยมสร้างด้วยไม้ทั้งหลังกันอยู่บ้าง ทำให้ยังมีการพบเจออาถรรพณ์ของวิญญาณที่ยังสถิตอยู่ในเสาไม้นั้น

ทางเลือกของเจ้าของบ้านที่เจอวิญญาณ ส่วนใหญ่ไม่พ้น 2 ตัวเลือก คือ ถ้าไม่ไปหาพระ ก็ไปหาหมอธรรมหรือหมอผี

วันหนึ่งขณะที่ณกุศลไปฝึกนั่งสมาธิกับหลวงปู่ทองดำ มีคนพาเจ้าของบ้านที่มีวิญญาณในเสาตกน้ำมันมาพบหลวงปู่ทองดำ เพื่อขอความเมตตาอนุเคราะห์แก้ปัญหา ด้วยเจออิทธิฤทธิ์ของวิญญาณปรากฏให้เห็นเป็นประจำจนเครียด

หลวงปู่ทองดำท่านพิจารณาแล้ว เห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ และเหมาะสำหรับนำมาใช้เป็นบททดสอบให้ลูกศิษย์ฝึกฝนทางจิตได้ จึงมอบหมายให้ลูกศิษย์ที่มานั่งสมาธิในวันนั้น ชื่อคุณวิทย์เป็นผู้ดำเนินการ

คุณวิทย์ได้สอบถามเจ้าของบ้านว่า " บ้านคุณอยู่แถวไหน ถนนอะไร เลขที่บ้านอะไร "

เจ้าของบ้านได้บอกทางไปบ้านตนเอง และถามคุณวิทย์ว่า " คุณจะว่างไปดูให้ได้วันไหน "

คุณวิทย์ไม่ตอบ แต่หลับตานิ่งไปสักพักใหญ่

พอลืมตา คุณวิทย์ก็อธิบายลักษณะบ้านว่า สีอะไร ลักษณะอย่างไร มีจุดเด่นอะไร มีอะไรวางไว้หน้าบ้านบ้าง และถามว่า " บ้านหลังนี้คือบ้านของคุณ ถูกต้องมั้ย "

เจ้าของบ้านแปลกใจและยอมรับว่า คุณวิทย์บอกลักษณะบ้านของตนได้ถูกต้อง รู้ได้ยังงัย

คุณวิทย์ได้อธิบายสั้นๆว่า " ผมส่งจิตไปดูมา "

จากนั้นคุณวิทย์ก็หลับตานิ่งเงียบไปอีกรอบหนึ่ง พอลืมตาก็สรุปว่า " เจอแล้ว วิญญาณในเสาตกน้ำมัน  เขาตกลงยอมออกจากเสา แต่ต่อรองขอย้ายไปอยู่ตรงธรณีประตูแทน และจะไม่รบกวนเจ้าของบ้านอีก เจ้าของบ้านจะตกลงมั้ย "

( ธรณีประตูนั้นคนรุ่นเก่าจะถือว่าเป็นที่สถิตของพระแม่ธรณีหรือผีบ้านผีเรือน จึงเป็นจุดที่วิญญาณนำมาใช้ต่อรองเพื่อขอย้ายไป โดยไม่ถึงกับต้องถูกบังคับออกไปจากตัวบ้าน )

เจ้าของบ้านอารามดีใจที่มีคนมาช่วยแก้ปัญหา ได้เสาคืน ได้บ้านคืนไม่โดนรบกวน จึงรีบตอบตกลงทันที

เมื่อเจ้าของบ้านตกลง คุณวิทย์ก็จัดการย้ายให้เป็นไปตามการตกลงของทั้งสองฝ่าย

หลวงปู่ทองดำ เมื่อเจ้าของบ้านไม่มีข้อท้วงติงอะไร ท่านก็ไม่ได้พูดอะไร ณกุศลและลูกศิษย์ทุกคนรู้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในสายตาของท่านทั้งหมด เมื่อท่านส่งลูกศิษย์ไป หลวงปู่ฯก็ต้องส่งจิตตามไปคอยดูแลด้วยเช่นกัน เพียงแต่ดูเฉยๆโดยไม่เข้าไปแทรกแซงถ้าไม่จำเป็น  ถือเป็นบททดสอบในการฝึกฝนทางจิตแบบหนึ่ง

เรื่องทางจิตนั้น หลวงปู่ทองดำท่านสำเร็จบรรลุในระดับที่สูงมาก เกินกว่าที่ลูกศิษย์คนไหนจะเทียบได้ เทียบไปก็ไม่ต่างกับเอาแสงหิ่งห้อยไปเทียบกับแสงพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ระยะทางไม่ใช่ปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ จิตถึงจิต ใจถึงใจ ถ้าศรัทธาด้วยใจมั่นคง จิตก็ถึงหลวงปู่ฯได้

เรื่องราวนี้ผ่านมาเกือบสี่สิบปี ณ ปัจจุบัน หลวงปู่ทองดำมรณภาพแล้ว ส่วนคุณวิทย์ย้ายออกจากกรุงเทพไปทำธุรกิจในต่างจังหวัด ขาดการติดต่อกันมานาน ... หากใครจะมาถามว่าจะติดต่อคุณวิทย์ยังงัย ณกุศลก็ไม่ทราบเหมือนกัน ...บันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำเกี่ยวกับหลวงปู่ทองดำ

พระคุรุผู้เชื่อมต่ออภิญญาบารมี

หลวงปู่ทองดำบรมครู พระคุรุผู้เชื่อมต่ออภิญญาบารมี

โดยปกติเมื่อหลวงปู่ทองดำเดินทางมากรุงเทพ ท่านจะพำนักในวัดแห่งหนึ่งซึ่งมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา นานๆจะมาสักครั้ง บางปีก็ไม่เข้ามากรุงเทพเลย

ครั้งหนึ่งณกุศลได้รับทราบข่าวว่าหลวงปู่ทองดำมากรุงเทพ ก็แวะไปกราบนมัสการ ถวายสังฆทานและปัจจัยร่วมทำบุญทุกอย่างกับหลวงปู่ฯ ของถวายสังฆทานนี้ท่านจะมอบไว้ให้วัดที่ท่านมาพำนัก ไม่ได้ขนติดตัวกลับไป

หลังจากสนทนาสอบถามตามสมควรแล้ว ณกุศลได้นั่งเล่นฆ่าเวลาเพราะไม่รีบร้อนกลับไปไหน ฟังลูกศิษย์คนนั้นคนนี้สนทนากับหลวงปู่ฯไปเรื่อยๆ จนประมาณ 1 ทุ่ม คนอื่นกลับไปกันหมดแล้ว

บรรยากาศเงียบสงบ ปรากฎว่ามีลูกศิษย์หลวงปู่คนหนึ่งชื่อ คุณหนุ่ม เข้ามากราบนมัสการ ซึ่งณกุศลค่อนข้างแปลกใจเพราะคุณหนุ่มปกติอยู่ที่ จ.อุดรธานี ทำไมถึงโผล่มาที่กรุงเทพ

หลังจากสนทนากับหลวงปู่ทองดำสักพัก คุณหนุ่มก็มองไปรอบๆไม่เห็นใคร นอกจากณกุศลคนเดียวนั่งอยู่ห่างๆออกไปไกลหลายเมตร ก็ลดเสียงเบาลงๆ ( แต่ณกุศลก็ยังได้ยินนะ เพราะรอบๆเงียบสงัดไร้เสียงอื่นใด) คุณหนุ่มถามหลวงปู่ทองดำเกี่ยวกับเพื่อนที่เขาได้แนะนำมาฝึกสมาธิกับหลวงปู่ฯว่า หลวงปู่ฯให้คาถาพิเศษหรือทำอะไรพิเศษให้เพื่อนเขาไปหรือเปล่า คุณหนุ่มอยากจะได้แบบนั้นบ้าง

หลวงปู่ทองดำ บอกว่า ไม่มีอะไรพิเศษนะ ก็ทำให้เหมือนกับลูกศิษย์คนอื่นๆ ทำให้เหมือนกันทุกคน

คุณหนุ่มได้ยินก็สงสัยว่า " ทำไมเพื่อนผมถึงจิตไปเร็วมาก แต่ก่อนเขาฝึกสายพระป่าตั้งนานหลายสิบปีไม่ได้อะไรเลย ต้องคอยพึ่งผม ถามผมตลอด แต่ตอนนี้เขาได้อะไรๆ(อภิญญา) พอๆกับผมเลย ผมรู้อะไรเขาก็รู้พอๆกัน "

หลวงปู่ทองดำอธิบายว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นของเดิมที่เขาฝึกสะสมบำเพ็ญบารมีมาตั้งแต่ในอดีตชาติจนถึงชาติปัจจุบัน ไม่ใช่ว่าจะเพิ่งมาเริ่มสร้างใหม่เร็วๆนี้นะ ... เพียงแต่ว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีใครเปิดเชื่อมต่อให้ ... พอหลวงปู่ฯทำให้ก็เลยไปได้ไว

คุณหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ แต่ก็เผลอพึมพัมเสียงดังชัดเจนว่า " ผมไม่น่าแนะนำเขามาเลย "

ณกุศลได้ยินก็แปลกใจนิดหน่อย เพื่อนไปได้เร็วก็น่าจะดีใจ ไม่รู้ไปขัดแย้งอะไรกันมา

จากกรณีนี้ณกุศล เรียนรู้ว่า

* บุญบารมีนั้น ต้องหมั่นสร้าง ขยันสะสมไปเรื่อยๆในทุกภพทุกชาติ ถึงจะทำไปแล้วเหมือนไม่ได้อะไรเลยก็ไม่ควรย่อท้อ เปรียบเสมือนการสะสมหน่วยกิตไปเรื่อยๆ

* ถ้าบุญบารมีมากพอ เมื่อไรได้พบโอกาสและวาสนา ย่อมส่งผลให้เกิดความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

กล่าวได้ว่า หลวงปู่ทองดำ ท่านเป็นผู้มีบารมีสูงมาก เป็นบรมครูผู้สามารถเชื่อมต่ออภิญญาบารมี เป็นบุคคลในระดับตำนานที่ยากจะมีโอกาสพบเจอ

Pages