รูปแบบ พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร รุ่นแรก

รูปแบบ และ จำนวนการจัดสร้าง พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร รุ่นแรก ปี พ.ศ.2542 วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม

พระเครื่องในรุ่นนี้ มีทั้งพระเนื้อผง และ พระกริ่งเนื้อโลหะอุดกริ่งอุดผง

พระเนื้อผง

พระเนื้อผง มีทั้ง พิมพ์ใหญ่ และ พิมพ์เล็ก มีเนื้อมวลสาร 3 แบบ

1. เนื้อผงพิเศษ ( เนื้อสีดำ ) พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก สำหรับ ประธานสายบุญกฐิน ปี พ.ศ.2542 วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม

2. เนื้อผงพุทธคุณโรยแร่ ( เนื้อสีเขียว) พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก

3. เนื้อผงว่านดินมงคล ( เนื้อสีแดง ) พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก

สีของเนื้อพระทั้งสามแบบ เกิดจากสีของมวลสารโดยธรรมชาติ ไม่ได้มีการเติมผงสีใดๆลงไป

พระเนื้อผงพิเศษ ( สีดำ ) มอบให้ ประธานสายบุญกฐิน พิมพ์ใหญ่ ตั้งแต่ยอดบุญ หนึ่งหมื่น 10,000 บาท ขึ้นไป และ พิมพ์เล็ก ตั้งแต่ 3,000 บาท ขึ้นไป  ( สมัยนั้น ราคาทองคำ ประมาณ บาทละ 4,000 บาท )

จำนวนจัดสร้าง เนื้อผงพิเศษ พิมพ์ใหญ่ (สีดำ) ประมาณ 300 องค์ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ

* กลุ่มที่ 1 แบบลองพิมพ์ ประมาณ 80 องค์ เป็นการทดลองผสมเนื้อพระเพื่อ ทดลองกดพิมพ์ และ ปรับสูตรการผสมให้ได้ตามที่ต้องการ

* กลุ่มที่ 2 แบบคัดสวย จำนวน 108 องค์ เนื้อและพิมพ์สวย เดิมตั้งใจกดพิมพ์จบเพียงชุดนี้ แต่เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่า มีบางจุดที่น่าจะปรับปรุงได้ดีกว่าเดิม จึงกดพิมพ์ใหม่อีกชุดหนึ่งเป็นชุดสุดท้าย

* กลุ่มที่ 3 แบบคัดสวยพิเศษ จำนวน 108 องค์ เนื้อและพิมพ์ คัดสวยสมบูรณ์ทุกองค์ สำหรับ มอบให้ประธานสายบุญกฐิน

รวม พระเนื้อผงพิเศษ พิมพ์ใหญ่ (สีดำ) จะมีจำนวน 200 กว่าองค์ ไม่เกิน 300 องค์

พระกริ่ง เนื้อโลหะ

พระกริ่ง เนื้อโลหะ อุดกริ่งอุดผง มีการสร้าง 3 เนื้อโลหะ

1. เนื้อทองคำ อุดกริ่งอุดผง จำนวนสร้าง 3 องค์

2. เนื้อเงิน อุดกริ่งอุดผง จำนวนสร้าง 56 องค์

3. เนื้อนวโลหะ (โลหะผสม 9 ชนิด) อุดกริ่งอุดผง

พระกริ่งรุ่นนี้ ภายในองค์พระบรรจุ เม็ดกริ่ง กลิ้งเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างอิสระในองค์พระ และ ที่ใต้ฐานอุดผงมวลสาร ถือว่ามีความครบถ้วนทั้ง เนื้อโลหะและเนื้อผง รวมไว้ในองค์เดียวกัน

หากกล่าวถึง ความหายาก กล่าวได้ว่า ทั้งพระกริ่งและพระเนื้อผง ทุกแบบนั้นล้วนหาได้ยาก เนื่องจากมีผู้ศรัทธาบูชาหมดจากวัดตั้งแต่ปีที่จัดสร้าง ใน ปี พ.ศ.2542 ประมาณ ครึ่งหนึ่ง หรือ 50 % จะอยู่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะ ประเทศมาเลเซีย

เรียงลำดับ พระรุ่นนี้ที่มีจำนวนการสร้าง น้อย และ หายาก ตามลำดับ ได้แก่

หายาก ลำดับที่ 1. พระกริ่ง เนื้อทองคำ จำนวนสร้าง 3 องค์

หายาก ลำดับที่ 2. พระกริ่ง เนื้อเงิน จำนวนสร้าง 56 องค์

หายาก ลำดับที่ 3. พระเนื้อผงพิเศษ พิมพ์ใหญ่ (สีดำ) จำนวนสร้าง 300 องค์

ทั้งสามรายการนี้ จัดว่าเป็นพระเครื่องที่มี จำนวนการสร้างที่น้อย และ หายากมากเป็นพิเศษ ใครมีไว้ในครอบครองถือว่าเป็นวาสนา หากปล่อยหลุดมือไปแล้ว ก็ยากที่จะมีโอกาสเป็นครั้งที่สอง เนื่องจากพระมีจำนวนน้อย หายากกว่าแบบอื่นๆ

หากกล่าวถึง พระรุ่นนี้ แบบชนิดที่พอจะหาพบได้ง่ายสุด ได้แก่ พระเนื้อผงพิมพ์เล็ก เนื้อว่านดิน ( สีแดง )

 

พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา รุ่นแรก วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม พ.ศ. 2542

พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร รุ่นแรก วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม ปี พ.ศ. 2542

พระเครื่องรุ่นนี้จัดสร้างในปี พ.ศ. 2542 สมัยที่หลวงปู่โสภายังจำพรรษาอยู่ วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม จัดเป็นวัตถุมงคลยุคต้นของหลวงปู่ฯก่อนที่ท่านจะย้ายไปจำพรรษาที่วัดบูรพาภิรมย์ จ.สกลนคร

ผู้ออกแบบและจัดสร้างถวาย คือ อ.เทพ เกษมพรรณราย โดยหลวงปู่โสภา เป็นองค์ประธานในการจัดสร้าง ตรวจแบบ ให้คำแนะนำปรึกษา และอธิษฐานจิตเสกเดี่ยวในพรรษาตลอดไตรมาส พ.ศ.2542

พระเครื่องรุ่นนี้จัดสร้างโดยใช้รูปเหมือนของพระประธานในโบสถ์ของวัดหนองเลา เป็นต้นแบบในการจัดสร้าง โดยมีวาระที่สำคัญ คือ

1. เป็น พระเครื่องรุ่นแรก ที่สร้างเป็นรูปเหมือนของพระประธานวัดหนองเลา ครั้งแรกในรอบ 200 กว่าปี ของวัดหนองเลา

2. เป็น พระผงและพระกริ่ง รุ่นแรก ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะองค์หลวงปู่โสภา เจตนาจัดสร้างขึ้นมาเพื่อให้หลวงปู่โสภาอธิษฐานจิตเดี่ยวเป็นการเฉพาะ อธิษฐานจิตเต็มพรรษา เพื่อให้เป็นพระเครื่องสายโพธิญาณ สายพลังบริสุทธิ์ โดยไม่มีพลังของสายอื่นเจือปน

3. ปกติ ทุกปี หลวงปู่โสภาจะจัดงานไหว้ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ของท่านทั้งหมดที่วัดหนองเลา โดยมีพระโพธิญาณเป็นองค์ประธาน ดังนั้นพระเครื่องนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของครูบาอาจารย์ทั้งหมด เป็นสื่อในการเชื่อมจิตอธิษฐานไปถึงครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณได้ทุกพระองค์ มีความศักดิ์สิทธิ์และคุณประโยชน์สูงมาก

เมื่อครั้ง อ.เทพ ลาบวช 1 เดือน เพื่อทดแทนคุณบิดามารดา ได้ตัดสินใจมาบวชและฝึกสมาธิกับหลวงปู่โสภา ที่วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม มีโอกาสได้รับทราบถึงความศักดิ์สิทธิ์นานาประการของพระประธานในวัด ตลอดจนพบเจอเรื่องอัศจรรย์ด้วยตนเองหลายเรื่อง

ได้ค้นพบว่า ในดินแดนต่างมิติของสายโพธิญาณ มีพระประธานลักษณะแบบเดียวกันกับพระประธานในโบสถ์ โดยเชื่อมโยงพลังถึงกันกับพระประธานองค์นี้ จึงสิ้นสงสัยว่าเพราะเหตุใดพระประธานองค์นี้จึงมีความศักดิ์สิทธิ์มาก

อ.เทพ บังเกิดจิตศรัทธาอยากได้พระเครื่องที่เป็นรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์ไว้บูชาสักองค์ หลังจากสอบถามหาจากพระสงฆ์ในวัดแล้วต้องแปลกใจว่า ในช่วงเวลายาวนานกว่า 200 ปีของวัดหนองเลา ไม่เคยมีการจัดสร้างพระเครื่องที่เป็นรูปเหมือนของพระประธานในโบสถ์มาก่อนเลย มีแต่พระเครื่องในรูปแบบอื่นๆ

ได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในขณะที่คนจำนวนมากล้วนให้ความเคารพบูชาในองค์พระประธาน แต่ในขณะเดียวกันก็ยำเกรงในบารมีมากด้วย คนเชื่อกันว่า หากสร้างรูปเหมือนพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลาแล้วคนสร้างมีบุญบารมีไม่ถึง จะทำให้มีเหตุเป็นไปต่างๆนาๆ จึงไม่มีใครกล้าสร้าง

เพื่อความสบายใจของบุคคลทุกฝ่าย อ.เทพ จึงได้กราบเรียนอาราธนาหลวงปู่โสภา ขอบารมีท่านเป็นผู้จัดสร้าง พระผงและพระกริ่งพระโพธิญาณรุ่นแรก โดย อ.เทพ จะเป็นผู้ช่วยดำเนินการในด้านต่างๆ

หลวงปู่โสภาได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ถึงวาระที่สมควรจะจัดสร้าง รูปเหมือนองค์พระประธานของวัดหนองเลา โดยพระเครื่องรุ่นนี้ต่อไปจะเปรียบเสมือนตัวแทนของครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณ เพื่อช่วยคุ้มครองช่วยเหลือลูกศิษย์และผู้ที่ศรัทธา หลวงปู่ฯจึงได้ติดต่อผ่านทางจิต ขออนุญาตครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์เพื่อทำการจัดสร้างพระผงและพระกริ่งโพธิญาณ และได้รับอนุญาตจากครูบาอาจารย์ให้สร้างได้

พระรุ่นนี้ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร อธิษฐานจิตเดี่ยว ตลอดพรรษา ไตรมาส 2542 พุทธคุณครบทุกด้าน และอธิษฐานเชิญครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์มาช่วยประสิทธิ์พุทธคุณ เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของครูบาอาจารย์สายโพธิญาณทั้งหมด เป็นสื่อทางจิตไปถึงครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณได้ทุกพระองค์ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก

สำหรับพระเครื่องจำนวนหนึ่งที่ อ.เทพ ได้ทำบุญเก็บไว้ ได้นำเข้าขอบารมีหลวงปู่โสภาอธิษฐานจิตเพิ่มเติมอีก ตลอดพรรษา ปี 2554  โดยได้กราบเรียนหลวงปู่โสภา ขอให้ท่านบรรจุเพิ่มเติมในทุกสรรพวิชาที่ท่านได้สำเร็จในช่วงเวลา 12 ปีที่ผ่านมา ( นับจากการจัดสร้างปี2542 ) วิชาของพระผู้สำเร็จพระองค์แรกของโลก รวมถึงบรรจุวิชาโมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา และวิชาอื่นๆ โดยขอเน้นในเรื่อง การเสริมดวงชะตา เป็นกรณีพิเศษ  ลงในการอธิษฐานจิตพระเครื่องครั้งนี้ด้วย

หลวงปู่โสภา ท่านสร้างพระน้อยรุ่นมาก เนื่องจากไม่ได้ทำเป็นพุทธพานิชย์ แต่ละครั้งที่สร้างต้องมีเหตุสมควรแก่การจัดสร้าง ถ้าไม่ถึงวาระหรือไม่จำเป็นก็จะไม่สร้าง  ที่สำคัญพระเครื่องทุกรุ่นของท่านล้วนแต่ได้รับจารึกบันทึกไว้ในโลกทิพย์สายโพธิญาณซึ่งจะได้รับสิทธิ์พิเศษของสายโพธิญาณ เรื่องสิทธิ์พิเศษนั้นเมื่อถึงวาระแล้วจะเขียนเล่าให้ฟังกัน

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

สายโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

สายโพธิญาณ ตามแนวทางของ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร หนึ่งเรื่องราวใน ประวัติ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร ที่ในอดีตไม่เคยมีใครกล้าเขียนเปิดเผยในเอกสารใดๆมาก่อน

บทความนี้ เขียนบันทึกเพื่อเทิดเกียรติคุณหลวงปู่โสภา ชุตินธโร เปิดเผยข้อมูลเป็นครั้งแรกโดยณกุศล หลังจากที่หลวงปู่โสภาได้มรณภาพไปแล้วเป็นเวลา 3 ปี เนื่องจากหลวงปู่ฯต้องการปิดตัวไม่ให้โด่งดัง ในช่วงระหว่างท่านยังทรงขันธ์อยู่นั้นจึงไม่สามารถเขียนเล่าเรื่องราวส่วนนี้ได้ แต่หากปล่อยให้ข้อมูลลบเลือนหายไปตามกาลเวลาก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย แม้แต่บางคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ยังลืมเลือนไปตามอายุที่มากขึ้นซึ่งล่วงเลยเป็นผู้สูงอายุกันหมดแล้ว ทางณกุศลจึงได้ตัดสินใจเขียนบันทึกไว้ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเป็นความรู้ และทราบความเป็นมา

สายโพธิญาณ ตามแนวทางของ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร คืออะไร หมายถึงอะไร

โพธิญาณ มีได้หลายนัยความหมาย แต่หากเป็นตามแนวทางตามสายของ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร สายโพธิญาณจะมีความหมายพิเศษ ไม่เหมือนที่เคยมีการกล่าวถึงกันทั่วไป เนื่องจากเป็นคำสรรพนามที่ใช้เรียกชื่อเป็นการเฉพาะเจาะจงถึง สายปฏิบัติธรรมสายหนึ่งซึ่งดำรงอยู่มายาวนานหลายพันปี โดยมีชื่อเรียกว่า สายโพธิญาณ

หากอ่านบทความนี้แล้วน่าจะมีความเข้าใจมากขึ้น

หลวงปู่โสภา ชุตินธโร และ แนวทางสายในการฝึกจิตปฏิบัติธรรม สายโพธิญาณ

นับย้อนหลังถอยไปหลายสิบปีก่อน ในปี พ.ศ. 2529 ช่วงเวลานั้น กระแสความศรัทธาในหลวงปู่เทพโลกอุดรมีสูงมาก สูงกว่าสมัยนี้ (พ.ศ. 2560) หลายเท่าตัว นักปฏิบัติธรรมจำนวนมากใฝ่ฝันปรารถนาว่าจะได้พบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรสักครั้งหนึ่งในชีวิต

ในสมัยนั้นพวกเรา ลูกศิษย์หลวงปู่ จะเรียก หลวงปู่โสภา ว่า หลวงพ่อโสภา เนื่องจากเป็นสมัยที่ท่านยังอายุไม่มากถึงขนาดให้เรียกเป็นหลวงปู่

กลุ่มของ อ.เทพ เกษมพรรณราย ในช่วงนั้นได้ไปทำบุญและกราบนมัสการ หลวงพ่อญาท่าน พระครูปภัศรคุณ ( บุญเลิศ ปภสฺสโร) วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนาราม  ในช่วงการสนทนาได้มีคนเรียนสอบถามหลวงพ่อญาท่านว่า หลวงพ่อได้เคยพบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรหรือไม่

หลวงพ่อญาท่านตอบว่า " ช่วงนี้ไม่เห็น แต่ช่วงก่อนเคยเจออยู่หลายครั้ง ถ้าอยากรู้เรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร ให้ไปถามหลวงพ่อโสภาโน่น หลวงพ่อโสภาเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าลึกเป็นปีๆ อยากรู้อะไรก็ให้ไปถามหลวงพ่อโสภา "

ได้ยินแค่นี้ทุกคนในกลุ่มก็ออกอาการหูผึ่งทันที ประหนึ่งดัง จุดไต้ตำตอ ตระเวนถามคนไปทั่วเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดร หารู้ไม่ว่าคนที่รู้เรื่องและเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรมาแล้ว คือครูบาอาจารย์ที่อยู่ใกล้ตัว หรือ หลวงพ่อโสภานั่นเอง

มิน่า เวลาถามหลวงพ่อโสภาเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร  ท่านก็จะนิ่งเงียบไม่คุย เปลี่ยนเรื่องคุยทุกที

เมื่อได้ข้อมูลคำชี้แนะจากหลวงพ่อญาท่านแล้ว อ.เทพก็คิดหาคำถามว่า จะถามหลวงพ่อโสภาอย่างไรดี ท่านถึงจะยอมตอบเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดรโดยไม่บ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่อง

พอมีโอกาสพบหลวงพ่อโสภาอีกครั้ง อ.เทพ ก็พูดเกริ่นนำก่อนว่า " หลวงพ่อครับ หลวงพ่อญาท่านบอกว่า หลวงพ่อโสภาเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่า ถ้าอยากรู้อะไรให้มาถามหลวงพ่อโสภา  "

หลวงพ่อโสภา รับฟังแล้ว ท่านก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่ไม่มีท่าทีปฏิเสธ น่าจะเพราะมีการยกเอา หลวงพ่อญาท่าน นำทางอ้างอิงไปก่อน ซึ่งในบรรดาลูกศิษย์จะทราบกันว่าหลวงพ่อญาท่านนั้นมีภูมิจิตสูง ในระดับที่หลวงพ่อโสภายอมรับถึงขนาดบอกว่า หากมีเรื่องอะไรแล้วตามหาหลวงพ่อโสภาไม่พบ ก็ให้ไปหาหลวงพ่อญาท่าน

อ.เทพ ถามต่อว่า " เออ หลวงพ่อครับ อย่างงี้จะเรียกหลวงพ่อว่าเป็น สายในดง ได้หรือไม่ครับ ในหนังสือที่พิมพ์ขายกันเขาเขียนว่า ถ้าใครได้ไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าจะเรียกว่าเป็น ศิษย์สายในดง หรือ ศิษย์ในดง "

คราวนี้หลวงพ่อโสภาท่านตอบกลับว่า " ครูบาอาจารย์ ท่านให้เรียกสายเราว่า สายโพธิญาณ ให้เรียกตามนี้ "

นับเป็นครั้งแรกที่หลวงพ่อโสภา พูดถึง สายโพธิญาณ ที่ท่านศึกษามา ซึ่งครูบาอาจารย์เรียกกันแบบนี้มายาวนานหลายพันปีแล้ว โดยท่านค่อยๆทยอยบอกรายละเอียดเพิ่มเติมทีละเล็กทีละน้อย ถ้าจำเป็นหรือถึงเวลาก็จะบอก แต่หากไม่จำเป็นหรือไม่ถึงเวลาถึงถามไปก็จะไม่บอก

โดยภาพรวมแล้วกล่าวได้ว่า สายโพธิญาณของหลวงปู่โสภานั้น ในรายละเอียดไม่เหมือนกับสายใดๆที่เคยมีบันทึกหรือเขียนเป็นหนังสือเลย หลายอย่างก็อาจจะคาบเกี่ยวดูผิวเผินคล้ายกับสายในดง แต่ในรายละเอียดส่วนที่แตกต่างก็มีอยู่มากมาย สมควรแล้วที่หลวงปู่โสภาให้เรียกตามแบบครูบาอาจารย์ที่เรียกกันมาแต่โบราณ โดยไม่ต้องไปอ้างอิงกับสายอื่น เพราะสายโพธิญาณ มีเรื่องราว และมีเอกลักษณ์เฉพาะของสายเราเอง เพียงแต่ครูบาอาจารย์ไม่อนุญาตให้เปิดตัว หลวงปู่โสภาบอกว่า ถ้าเปิดตัวจะโด่งดังเกินไป คนจะเข้ามามาก ทำให้ทำงานด้านโลกทิพย์ลำบาก สู้อยู่แบบเงียบๆจะทำงานง่ายกว่า

เรื่องราวของ สายโพธิญาณ ตามแนวทางที่หลวงพ่อโสภากล่าวถึงนั้น สายนี้ดำรงอยู่คู่กับพระพุทธศาสนามานานหลายพันปี โดยมีหลวงปู่เทพโลกอุดรเป็นครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งจากในกลุ่มครูบาอาจารย์ทั้งหมด ในสายยังมีครูบาอาจารย์องค์อื่นอีกเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นพระอริยเจ้าที่บรรลุธรรมแล้ว สามารถเข้าสู่พระนิพพานได้แต่ยังไม่ปรารถนาเข้าพระนิพพาน ยังอยู่เพื่อดูแลรักษาพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงจนครบห้าพันปี โดยโปรดสรรพสัตว์ตามแนวทางแห่งพระโพธิสัตว์ ครูบาอาจารย์บางองค์ท่านกล่าวว่าจะอยู่รอจนถึงสมัยพระศรีอริยเมตตรัยมาตรัสรู้บรรลุธรรมเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปก่อนจึงจะยอมเข้าสู่พระนิพพาน

กล่าวได้ว่า สายโพธิญาณ เป็นแกนหลักสำคัญของโลกทิพย์ที่อยู่เพื่อค้ำจุนพระพุทธศาสนาและมีบทบาทสำคัญกับโลกมนุษย์ในหลายๆเรื่อง ทางเข้าสู่ดินแดนสายโพธิญาณนั้นมีทางเข้าหลายทาง หนึ่งในนั้นคือ ทางถ้ำวัวแดง เขตแดนอาถรรพณ์ที่มีคนเขียนเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดรและเผยแพร่ให้คนทั่วไปทราบกัน แต่ถึงรู้ก็มิใช่ว่าใครอยากจะไปแล้วจะไปได้ไปถึง มีแต่ครูบาอาจารย์พาเข้าไปจึงจะสามารถผ่านเข้าไปได้

ในช่วงบั้นปลายชีวิต หลวงปู่โสภา ชุตินธโร ได้รับคัดเลือกจากครูบาอาจารย์ในมิติเหนือโลกให้เป็น ประธานฝ่ายสงฆ์ ของสายโพธิญาณ หากเปรียบเทียบกับเพชร ก็เป็นดั่งเพชรยอดมงกุฏ ที่มีเพียงหนึ่งเดียว ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของพระสงฆ์ที่ยังคงดำรงกายเนื้อแบบมนุษย์ธรรมดา หลวงปู่โสภาเป็นผู้ที่มีฤทธิ์อภิญญาสูงมากตามแบบฉบับพระอภิญญาของสายนี้ และรับผิดชอบดำเนินการในเรื่องสำคัญต่างๆของทางโลกทิพย์ที่มีผลกับโลกมนุษย์หลากหลายเรื่องราว ดำเนินงานร่วมกันกับมหานาคราชาทั้งสามพระองค์ ผู้มีอำนาจเหนือภัยพิบัติธรรมชาติทั้งปวง ดำเนินงานร่วมกันกับพระสยามเทวาธิราช ผู้มีอำนาจดูแลประเทศไทย และเรื่องราวอื่นๆอีกมากมาย

ในครั้งหนึ่งมีนักปฏิบัติธรรมสายพระป่าได้ทราบว่าหลวงปู่โสภาท่านเดินตามสายโพธิญาณ ซึ่งจะใช้เวลายาวนานสุดหยั่งถึง เขามองว่าการตัดตรงเข้าพระนิพพานเป็นสิ่งที่ดีกว่า จึงได้เดินทางไปกราบหลวงปู่โสภาเพื่อจะชวนหลวงปู่ฯให้เปลี่ยนความตั้งใจมาเข้าพระนิพพานในภพชาตินี้ เมื่อไปถึงวัด พอเจอหน้ากัน ยังไม่ได้พูดอะไรกันเลย หลวงปู่โสภาก็พูดออกมาดักทางก่อนว่า " ยังไม่ไปหรอกนะ พระนิพพานน่ะ หลวงปู่ฯจะอยู่โปรดสรรพสัตว์จนโลกนี้แตกสลาย " คนที่ไปถึงกับอึ้งพูดไม่ออก นึกไม่ถึงว่า เจโตปริยญาณ การรู้จิตผู้อื่นของหลวงปู่โสภาจะเฉียบคมปานนี้ สามารถรู้ล่วงหน้าว่าตนเองมาหาด้วยสาเหตุใด

ณ ปัจจุบัน ถึงแม้หลวงปู่โสภาจะละสังขารแล้ว แต่ท่านยังคงดำเนินภารกิจหน้าที่ของท่านภายในมิติเหนือโลกเป็นหนึ่งในครูบาอาจารย์และพระมหาโพธิสัตว์แห่งสายโพธิญาณ  คอยช่วยเหลือมนุษย์ในโลกนี้ตามเจตนาเดิมของท่าน ขอเพียงมีความศรัทธาและสื่อใจไปให้ถึงหลวงปู่ฯเป็นสำคัญ

รายละเอียดของ สายโพธิญาณ ตามแนวปฏิบัติของหลวงปู่โสภา ชุตินธโร ไม่สามารถเขียนลงลึกในรายละเอียดได้ เนื่องจากไม่ได้ขออนุญาตครูบาอาจารย์ เพียงบันทึกไว้เพื่อเทิดเกียรติคุณหลวงปู่โสภา ชุตินธโร และเจริญศรัทธาของผู้ที่เคารพในองค์หลวงปู่ฯ

อนึ่งขอให้ พึงระวังว่า กรรมฐานสายโพธิญาณ ตามแบบหลวงปู่โสภา ชุตินธโรนั้น ปัจจุบัน ไม่มีผู้ใดมีอำนาจในการสอนหรือรับศิษย์เข้าสาย อย่าหลงเชื่อใครก็ตาม ที่กล่าวอ้างว่าสามารถสอนได้ หรือ รับศิษย์เข้าสายโพธิญาณได้

พึงระวังว่า หลวงปู่โสภา ไม่มีการลงทรง ตลอดจนการติดต่อสื่อสารใดๆกับร่างทรงขอให้ใช้ สติ และ วิจารณญาณในการไตร่ตรอง

Pages