ภาควัตถุมงคล หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

ในส่วนด้านวัตถุมงคลของ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร จะมีจำนวนไม่มากรุ่น ปกติแต่ละรุ่นห่างกันนานหลายๆปี ทิ้งช่วงห่าง 3 ปีบ้าง 5 ปีบ้าง 7 ปีบ้าง จึงจะมีสักรุ่นหนึ่ง เนื่องจากหลวงปู่ฯจะสร้างเมื่อมีเหตุอันควรที่จะสร้าง สร้างไว้ให้ผู้ศรัทธาที่หวังพึ่งในพุทธคุณอย่างแท้จริง ไม่ได้เน้นทำเป็นพุทธพาณิชย์ แบบที่ออกกันปีละหลายๆรุ่น

หลวงปู่โสภา บวชตั้งแต่อายุยังน้อย เริ่มต้นจากเป็นสามเณร ศึกษาพระธรรม ปฏิบัติธรรมตลอดชีวิตจนสิ้นอายุขัยในวัย 76 ปี ในระหว่างบวชท่านได้ธุดงค์ฝึกจิตไปในสถานที่ต่างๆมากมาย บางช่วงเวลาอยู่แต่ในป่าลึกเป็นเวลาหลายปี เวลาส่วนใหญ่จะใช้ไปกับการธุดงค์เดินทางฝึกจิตปฏิบัติธรรม มิได้ปักหลักอยู่วัดใดวัดหนึ่งเป็นเวลานานๆ

จวบจนสูงวัย ในช่วงเข้าพรรษา ไม่ว่าท่านจะไปธุดงค์ที่ไหน ส่วนใหญ่หลวงปู่ฯจะกลับมาจำพรรษาที่ วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม ซึ่งถือว่าเป็นวัดหนึ่งที่หลวงปู่จำพรรษาค่อนข้างยาวนานหลายปี

ในบั้นปลายชีวิต หลวงปู่โสภาได้กลับไปจำพรรษาที่บ้านเกิดใน จ.สกลนคร เพื่อโปรดญาติๆในครอบครัวของท่าน จวบจนวาระสุดท้ายในชีวิต ซึ่งเป็นอีกวัดหนึ่งที่ท่านจำพรรษาเป็นเวลานานพอสมควร

หากจะแบ่ง วัตถุมงคลของหลวงปู่โสภา ชุตินธโร เราก็อาจจะแบ่งได้เป็น 2 ช่วงเวลาใหญ่ๆ เป็น วัตถุมงคลยุคต้น และ วัตถุมงคลยุคปลาย โดยยึดหลักจาก 2 วัด ที่ท่านจำพรรษานานที่สุด

* วัตถุมงคลยุคต้น เริ่มนับจาก สมัยที่ท่านเป็นสามเณร จนมาจำพรรษาอยู่ วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม

* วัตถุมงคลยุคปลาย เริ่มนับจาก สมัยที่ท่านย้ายจากวัดหนองเลา มาจำพรรษาที่ วัดบูรพาภิรมย์ จ.สกลนคร จวบจนสิ้นอายุขัย

วัตถุมงคลเหล่านี้ที่สร้างโดยมีเอกลักษณ์เฉพาะจะมีจำนวนรุ่นไม่มาก ทางเราจะทยอยลงข้อมูล และ update ไปเรื่อยๆ

วัตถุมงคลยุคต้น

* พระผงว่านยุคต้น วัดหนองเลา พ.ศ. 253x

* ล็อกเก็ต รุ่นแรก หลวงปู่โสภา วัดหนองเลา พ.ศ. 2539

* พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา รุ่นแรก วัดหนองเลา พ.ศ. 2542 ( ส่วนที่อยู่กับทางณกุศล ได้รับการอธิษฐานจิต บรรจุวิชาเพิ่มเติมนานสามเดือนในปี พ.ศ.2554 )

วัตถุมงคลยุคปลาย

* พระนาคปรก หลวงปู่โสภา รุ่นแรก พ.ศ. 2547

* พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ พ.ศ. 2553

* พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นสุดท้าย พ.ศ. 2554

* พระหยกเขียว พ.ศ. 2554 ( เศษหยกจากการสร้างพระประธานหินหยกเขียว)

วัตถุมงคล ที่ได้รับการบรรจุวิชา โมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา เป็นการเฉพาะกิจ จะมีพระเครื่องเพียงรุ่นเดียว คือ พระโพธิญาณรุ่นแรก ซึ่งได้นำเข้ารับการอธิษฐานจิตเพิ่มเติมในปี พ.ศ.2554 โดย อ. เทพ เกษมพรรณราย ได้ขอหลวงปู่โสภาเป็นกรณีพิเศษ โดยได้นำพระโพธิญาณรุ่นแรกเข้ารับการอธิษฐานจิตไตรมาส(สามเดือน) พร้อมกับ มวลสารจำนวนหนึ่งเพื่อเก็บไว้สร้างวัตถุมงคลในอนาคต โดยเน้นวิชาด้านการเสริมดวงปรับชะตามนุษย์เป็นการเฉพาะ

สายโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

สายโพธิญาณ ตามแนวทางของ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

ก่อนหน้านี้ ทางณกุศลได้กล่าวถึง สายโพธิญาณ อยู่บ่อยครั้ง หลายคนอาจสงสัย หลายคนอาจคาดเดาไปต่างๆนาๆว่า สายโพธิญาณ คืออะไร หมายถึงอะไร

สายโพธิญาณตามแนวทางของหลวงปู่โสภานั้นจะไม่เหมือนกับที่มีการอธิบายความหมายตามแบบที่เราพบเห็นหรือกล่าวถึงกันทั่วไป แต่เป็นคำสรรพนามที่ใช้เรียกเป็นการเฉพาะเจาะจงถึง สายปฏิบัติธรรมสายหนึ่งซึ่งดำรงอยู่มายาวนานหลายพันปี

หากอ่านบทความนี้แล้วน่าจะมีความเข้าใจมากขึ้น

หลวงปู่โสภา ชุตินธโร และ แนวทางสายในการฝึกจิตปฏิบัติธรรม สายโพธิญาณ

นับย้อนหลังถอยไปหลายสิบปีก่อน ในปี พ.ศ. 2529 ช่วงเวลานั้น กระแสความศรัทธาในหลวงปู่เทพโลกอุดรมีสูงมาก สูงกว่าสมัยนี้ (พ.ศ. 2560) หลายเท่าตัว นักปฏิบัติธรรมจำนวนมากใฝ่ฝันปรารถนาว่าจะได้พบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรสักครั้งหนึ่งในชีวิต

ในสมัยนั้นพวกเรา ลูกศิษย์หลวงปู่ จะเรียก หลวงปู่โสภา ว่า หลวงพ่อโสภา เนื่องจากเป็นสมัยที่ท่านยังอายุไม่มากถึงขนาดให้เรียกเป็นหลวงปู่

กลุ่มของ อ.เทพ เกษมพรรณราย ในช่วงนั้นได้ไปทำบุญและกราบนมัสการ หลวงพ่อญาท่าน พระครูปภัศรคุณ ( บุญเลิศ ปภสฺสโร) วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนาราม  ในช่วงการสนทนาได้มีคนเรียนสอบถามหลวงพ่อญาท่านว่า หลวงพ่อได้เคยพบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรหรือไม่

หลวงพ่อญาท่านตอบว่า " ช่วงนี้ไม่เห็น แต่ช่วงก่อนเคยเจออยู่หลายครั้ง ถ้าอยากรู้เรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร ให้ไปถามหลวงพ่อโสภาโน่น หลวงพ่อโสภาเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าลึกเป็นปีๆ อยากรู้อะไรก็ให้ไปถามหลวงพ่อโสภา "

ได้ยินแค่นี้ทุกคนในกลุ่มก็ออกอาการหูผึ่งทันที ประหนึ่งดัง จุดไต้ตำตอ ตระเวนถามคนไปทั่วเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดร หารู้ไม่ว่าคนที่รู้เรื่องและเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรมาแล้ว คือครูบาอาจารย์ที่อยู่ใกล้ตัว หรือ หลวงพ่อโสภานั่นเอง

มิน่า เวลาถามหลวงพ่อโสภาเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร  ท่านก็จะนิ่งเงียบไม่คุย เปลี่ยนเรื่องคุยทุกที

เมื่อได้ข้อมูลคำชี้แนะจากหลวงพ่อญาท่านแล้ว อ.เทพก็คิดหาคำถามว่า จะถามหลวงพ่อโสภาอย่างไรดี ท่านถึงจะยอมตอบเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดรโดยไม่บ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่อง

พอมีโอกาสพบหลวงพ่อโสภาอีกครั้ง อ.เทพ ก็พูดเกริ่นนำก่อนว่า " หลวงพ่อครับ หลวงพ่อญาท่านบอกว่า หลวงพ่อโสภาเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่า ถ้าอยากรู้อะไรให้มาถามหลวงพ่อโสภา  "

หลวงพ่อโสภา รับฟังแล้ว ท่านก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่ไม่มีท่าทีปฏิเสธ น่าจะเพราะมีการยกเอา หลวงพ่อญาท่าน นำทางอ้างอิงไปก่อน ซึ่งในบรรดาลูกศิษย์จะทราบกันว่าหลวงพ่อญาท่านนั้นมีภูมิจิตสูง ในระดับที่หลวงพ่อโสภายอมรับถึงขนาดบอกว่า หากมีเรื่องอะไรแล้วตามหาหลวงพ่อโสภาไม่พบ ก็ให้ไปหาหลวงพ่อญาท่าน

อ.เทพ ถามต่อว่า " เออ หลวงพ่อครับ อย่างงี้จะเรียกหลวงพ่อว่าเป็น สายในดง ได้หรือไม่ครับ ในหนังสือที่พิมพ์ขายกันเขาเขียนว่า ถ้าใครได้ไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าจะเรียกว่าเป็น ศิษย์สายในดง หรือ ศิษย์ในดง "

คราวนี้หลวงพ่อโสภาท่านตอบกลับว่า " ครูบาอาจารย์ ท่านให้เรียกสายเราว่า สายโพธิญาณ ให้เรียกตามนี้ "

นับเป็นครั้งแรกที่หลวงพ่อโสภา พูดถึง สายโพธิญาณ ที่ท่านศึกษามา ซึ่งครูบาอาจารย์เรียกกันแบบนี้มายาวนานหลายพันปีแล้ว โดยท่านค่อยๆทยอยบอกรายละเอียดเพิ่มเติมทีละเล็กทีละน้อย ถ้าจำเป็นหรือถึงเวลาก็จะบอก แต่หากไม่จำเป็นหรือไม่ถึงเวลาถึงถามไปก็จะไม่บอก

โดยภาพรวมแล้วกล่าวได้ว่า สายโพธิญาณของหลวงปู่โสภานั้น ในรายละเอียดไม่เหมือนกับสายใดๆที่เคยมีบันทึกหรือเขียนเป็นหนังสือเลย หลายอย่างก็อาจจะคาบเกี่ยวดูผิวเผินคล้ายกับสายในดง แต่ในรายละเอียดส่วนที่แตกต่างก็มีอยู่มากมาย สมควรแล้วที่หลวงปู่โสภาให้เรียกว่า สายโพธิญาณ ตามแบบครูบาอาจารย์ที่เรียกกันมาแต่โบราณ โดยไม่ต้องไปอ้างอิงกับสายอื่น

เรื่องราวของ สายโพธิญาณ ตามแนวทางที่หลวงพ่อโสภากล่าวถึงนั้น สายนี้ดำรงอยู่คู่กับพระพุทธศาสนามานานหลายพันปี โดยมีหลวงปู่เทพโลกอุดรเป็นครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งจากในกลุ่มครูบาอาจารย์ทั้งหมด ในสายยังมีครูบาอาจารย์องค์อื่นอีกเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นพระอริยเจ้าที่บรรลุธรรมแล้ว สามารถเข้าสู่พระนิพพานได้แต่ยังไม่ปรารถนาเข้าพระนิพพาน ยังอยู่เพื่อดูแลรักษาพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงจนครบห้าพันปี โดยโปรดสรรพสัตว์ตามแนวทางแห่งพระโพธิสัตว์ ครูบาอาจารย์บางองค์ท่านกล่าวว่าจะอยู่รอจนถึงสมัยพระศรีอริยเมตตรัยมาตรัสรู้บรรลุธรรมเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปก่อนจึงจะยอมเข้าสู่พระนิพพาน

กล่าวได้ว่า สายโพธิญาณ เป็นแกนหลักสำคัญของโลกทิพย์ที่อยู่เพื่อค้ำจุนพระพุทธศาสนาและมีบทบาทสำคัญกับโลกมนุษย์ในหลายๆเรื่อง ทางเข้าสู่ดินแดนสายโพธิญาณนั้นมีทางเข้าหลายทาง หนึ่งในนั้นคือ ทางถ้ำวัวแดง เขตแดนอาถรรพณ์ที่มีคนเขียนเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดรและเผยแพร่ให้คนทั่วไปทราบกัน แต่ถึงรู้ก็มิใช่ว่าใครอยากจะไปแล้วจะไปได้ไปถึง มีแต่ครูบาอาจารย์พาเข้าไปจึงจะสามารถผ่านเข้าไปได้

ในช่วงบั้นปลายชีวิต หลวงปู่โสภา ชุตินธโร ได้รับคัดเลือกจากครูบาอาจารย์ในมิติเหนือโลกให้เป็น ประธานฝ่ายสงฆ์ ของสายโพธิญาณ หากเปรียบเทียบกับเพชร ก็เป็นดั่งเพชรยอดมงกุฏ ที่มีเพียงหนึ่งเดียว ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของพระสงฆ์ที่ยังคงดำรงกายเนื้อแบบมนุษย์ธรรมดา หลวงปู่โสภาเป็นผู้ที่มีฤทธิ์อภิญญาสูงมากตามแบบฉบับพระอภิญญาของสายนี้ และรับผิดชอบดำเนินการในเรื่องสำคัญต่างๆของทางโลกทิพย์ที่มีผลกับโลกมนุษย์หลากหลายเรื่องราว ดำเนินงานร่วมกันกับมหานาคราชาทั้งสามพระองค์ ผู้มีอำนาจเหนือภัยพิบัติธรรมชาติทั้งปวง ดำเนินงานร่วมกันกับพระสยามเทวาธิราช ผู้มีอำนาจดูแลประเทศไทย และเรื่องราวอื่นๆอีกมากมาย

รายละเอียดของ สายโพธิญาณ ตามแนวปฏิบัติของหลวงปู่โสภา ชุตินธโร ไม่สามารถเขียนลงลึกในรายละเอียดได้ เนื่องจากไม่ได้ขออนุญาตครูบาอาจารย์ เพียงบันทึกไว้คร่าวๆเพื่อเทิดเกียรติคุณหลวงปู่โสภา ชุตินธโร และเจริญศรัทธาของผู้ที่เคารพในองค์หลวงปู่ฯ

ในครั้งหนึ่งมีนักปฏิบัติธรรมสายพระป่าได้ทราบว่าหลวงปู่โสภาท่านเดินตามสายโพธิญาณ ซึ่งจะใช้เวลายาวนานสุดหยั่งถึง เขามองว่าการตัดตรงเข้าพระนิพพานเป็นสิ่งที่ดีกว่า จึงได้เดินทางไปกราบหลวงปู่โสภาเพื่อจะชวนหลวงปู่ฯให้เปลี่ยนความตั้งใจมาเข้าพระนิพพานในภพชาตินี้ เมื่อไปถึงวัด พอเจอหน้ากัน ยังไม่ได้พูดอะไรกันเลย หลวงปู่โสภาก็พูดออกมาดักทางก่อนว่า " ยังไม่ไปหรอกนะ พระนิพพานน่ะ หลวงปู่ฯจะอยู่โปรดสรรพสัตว์จนโลกนี้แตกสลาย " คนที่ไปถึงกับอึ้งพูดไม่ออก นึกไม่ถึงว่า เจโตปริยญาณ การรู้จิตผู้อื่นของหลวงปู่โสภาจะเฉียบคมปานนี้ สามารถรู้ล่วงหน้าว่าตนเองมาหาด้วยสาเหตุใด

ณ ปัจจุบัน ถึงแม้หลวงปู่โสภาจะละสังขารแล้ว แต่ท่านยังคงดำเนินภารกิจหน้าที่ของท่านภายในมิติเหนือโลกเป็นหนึ่งในครูบาอาจารย์และพระมหาโพธิสัตว์แห่งสายโพธิญาณ  คอยช่วยเหลือมนุษย์ในโลกนี้ตามเจตนาเดิมของท่าน ขอเพียงมีความศรัทธาและสื่อใจไปให้ถึงหลวงปู่ฯเป็นสำคัญ

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

พลังสิ่งแวดล้อม ที่พักอาศัย (ฮวงจุ้ย) และ DMA โมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา

ปัจจัยทางด้านพลังงานอีกรูปแบบหนึ่งที่มนุษย์ทุกคนหลีกหนีไม่พ้น คือ พลังงานจากสิ่งแวดล้อม บ้านพักที่อยู่อาศัย ทิศทางของกระแสแม่เหล็กโลกในองศาต่างๆ หรือที่คนจำนวนมากรู้จักกันตามชื่อของโหราศาสตร์จีน คือ ฮวงจุ้ย หรือ ชะตาดิน

ตามหลักการแล้ว ชะตาดิน บ้านพักอาศัย สิ่งแวดล้อม หรือ ฮวงจุ้ยนั้น เป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถเลือก ทำเลที่อยู่อาศัยของตนเอง สามารถเลือกปรับแต่งทำเลชัยภูมิสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยของตนเองให้เหมาะสมได้

แต่ในความเป็นจริง เป็นเรื่องไม่ง่าย ที่จะหาบ้านพักอาศัยที่มี องศาทิศทาง ทำเลสิ่งสิ่งแวดล้อม ได้สมบูรณ์แบบครบถ้วนตามหลักวิชาที่กำหนดไว้ ซึ่งขีดจำกัดนั้นมีหลายประการ เช่น

  • ขีดจำกัดด้านระยะทางและเวลาในการเดินทางไปกลับที่ทำงาน ถึงแม้บางคนจะสามารถหาทำเลที่พักอาศัยที่ดี แต่ต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับที่ทำงานวันละหลายชั่วโมง จึงจำเป็นต้องเลือกอาศัยในสถานที่ใกล้กว่าเพื่อความสะดวก
  • ขีดจำกัดด้านทุนทรัพย์ ถึงแม้บางคนจะสามารถหาทำเลที่พักอาศัยที่ดี แต่มีมูลค่าที่สูงเกินความสามารถ
  • ขีดจำกัดในภาวะที่ถูกกำหนด เช่น บางคนเกิดมาในบ้านที่ ชงหรือปะทะกับดวงชะตาตนเอง จะย้ายไปอยู่ที่อื่นก็มีข้อยุ่งยากหลายประการ ... ในที่ทำงานบางคนถูกกำหนดให้นั่งทำงานในตำแหน่งทิศทางที่ไม่เหมาะสมกับตนเอง จะปรับเปลี่ยนก็ติดขัดไม่สามารถทำได้
  • ความหลากหลายใน สาขาวิชาฮวงจุ้ย เช่น บ้านแปดทิศ ดาว9ยุค ซาฮะสี่เก็ก ซำง้วน64ข่วย  การจะหาสถานที่หนึ่งให้ได้ตามหลักวิชาหนึ่งหากคิดว่ายาก  การจะหาให้ได้ครบถ้วนสอดคล้องตามหลักวิชาตั้งแต่สองวิชาขึ้นไป เป็นเรื่องที่ยากกว่า ... บางคนหาได้ตามหลักฮวงจุ้ยซำง้วน64ข่วย แต่ตามหลักฮวงจุ้ยซาฮะสี่เก็กกลับเป็นบ้านที่ชงปะทะดวงชะตาตนเอง

ในกรณีที่ท่านใดยังไม่มีโอกาสหาบ้านทำเลที่เหมาะสมกับตนเองได้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ  หรือเคยซื้อบ้านไปแล้ว แต่มาทราบทีหลังว่า บ้านที่ซื้อไปแล้วนั้น ไม่ถูกหลักฮวงจุ้ย เช่น

  • องศาทิศทางบ้าน ไม่ส่งเสริมดวงชะตา
  • บ้านขัดแย้ง ชงปะทะกับดวงชะตา
  • ไม่สามารถจัดทิศนั่งทิศนอนให้เหมาะสม กับดวงชะตา
  • และอื่นๆ

การปรับพลังงานธาตุภายในของตนเองเพื่อ ลดผลกระทบ จากพลังงานสิ่งแวดล้อมภายนอก ( ฮวงจุ้ย) คือ การใช้โมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา / Destiny Molecular Activation  จึงเป็นการแก้ไขปรับลดผลกระทบจากฮวงจุ้ย อีกวิถีทางหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับบุคคลที่ยังไม่สามารถหาทำเลฮวงจุ้ยที่ดีพร้อมสำหรับตนเองและครอบครัวได้

หรือแม้แต่บุคคลที่มีบ้านฮวงจุ้ยดีอยู่แล้ว ก็สามารถเสริมมงคลชีวิตให้ดียิ่งขึ้นด้วย โมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา เนื่องจากในชีวิตประจำวันสำหรับคนวัยทำงาน คุณไม่สามารถ พกพาบ้านติดตัวไปได้ทุกที่ ... ในที่ทำงานส่วนมากแล้วก็ยากที่จะจัดฮวงจุ้ยได้ตามปรารถนา ... แต่โมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา ส่งผลดีได้โดยไม่จำกัดสถานที่ ไม่จำกัดเวลา ไม่ว่าจะเป็นในระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นในสถานที่ทำงานหรือสถานที่ต่างๆ ดังนั้นจึงควรมี โมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา เพื่อเสริมมงคล ความก้าวหน้าและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต

Pages