เรื่องควรรู้ พระโพธิญาณ ตอนที่ 1 เหตุการณ์

เรื่องควรรู้ พระโพธิญาณ ตอนที่ 1 เหตุการณ์การจัดสร้าง

เกี่ยวกับ พระโพธิญาณ รุ่นแรก วัดหนองเลา ปี พ.ศ.2542

ข้อมูลในอดีต หลายสิ่งหลายอย่างสามารถ บิดเบือน ผิดเพี้ยน ไปตามกาลเวลาที่ผ่านไป ด้วยเหตุผลต่างๆนานา

ข้อมูลเกี่ยวกับ พระโพธิญาณ รุ่นแรก วัดหนองเลา ก็เป็นเช่นเดียวกัน เริ่มมีการคลาดเคลื่อน จากความเป็นจริง

ทางณกุศล ในฐานะที่อยู่ในเหตุการณ์การจัดสร้างพระโพธิญาณรุ่นแรก เพราะ อ.เทพ เกษมพรรณราย เป็นผู้จัดสร้างเอง จึงขอบันทึกข้อเท็จจริงไว้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้

ตามที่ปรากฎว่ามี guru ผู้อ้างว่ารู้ ได้เอาชื่อของพระสุปฏิปันโนมากล่าวอ้างอิงว่าท่านเป็นผู้บอกเล่าให้เขาฟังว่า พระโพธิญาณ รุ่นแรก วัดหนองเลา จัดสร้างขึ้น เพื่อให้ประชาชน ร่วมทำบุญสมทบปัจจัย ร่วมสร้าง เททองหล่อ องค์พระประธาน พระโพธิญาณ ให้กับวัดหนองเลา นั้น ข้อมูลดังกล่าวนี้ไม่เป็นความจริง เป็นนิยายที่เขาแต่งขึ้นมาเอง เพื่อให้คนคิดว่าเขามีภูมิความรู้ ทั้งๆที่ ความจริงเขาไม่ได้รู้อะไรเลย มโนนึกแต่งเรื่องขึ้นมาเองล้วนๆ

ตามประวัติศาสตร์ วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม ทางกรมศิลปากร ขึ้นทะเบียนโบราณสถานไว้ ท่านเจ้าอาวาสแจ้งว่ามีอายุมากกว่า 200 ปี และพระประธานอยู่คู่วัดหนองเลา มานานแล้วตั้งแต่ยุคต้นๆ

พระโพธิญาณรุ่นแรก จัดสร้างในปี พ.ศ. 2542 หากถ้านับถึงปี 2562 คือ ประมาณ 20 ปี ไม่ถึง 200 ปี ผู้อยู่ในเหตุการณ์ทราบกันดีและสามารถยืนยันว่า ในปี พ.ศ. 2542 ขณะนั้นที่วัดหนองเลามีพระประธานอยู่แล้ว

ใครที่เคย จำ ข้อมูลผิดๆไป กรุณาปรับความจำใหม่ให้ถูกต้อง

พระเครื่องรุ่นนี้จำนวนส่วนมาก ไปอยู่กับลูกศิษย์ในประเทศมาเลเซีย เป็นที่นิยมและศรัทธาในศิษย์สายต่างประเทศ โดยเงินบริจาคทำบุญจากต่างประเทศนี้ท่านเจ้าอาวาสนำกลับมาช่วยสร้างพัฒนาวัดในด้านต่างๆหลายด้าน ทั้งด้านการก่อสร้าง บูรณะทำนุบำรุง ถาวรวัตถุและอื่นๆ จนวัดมีความเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว

พระเครื่องรุ่นนี้ถึงแม้จะไม่ได้เป็นบุญสร้างพระประธาน แต่ก็ได้บุญและอานิสงค์ด้านอื่นมากมาย สร้างคุณประโยชน์หลายด้านให้แก่ทางวัดและพระศาสนา และที่สำคัญ เป็นพระเครื่องรูปเหมือนพระประธาน รุ่นแรก ในรอบ 200 กว่าปีของประวัติศาสตร์วัดหนองเลา ที่จะเป็น มรดกของคนรุ่นหลัง สืบสานเป็นตำนานกล่าวขานจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนรุ่นต่อๆไป เพราะถึงแม้คนจะเปลี่ยนไปอีกสักกี่รุ่น แต่พระรุ่นแรก มีได้เพียงรุ่นเดียว

สิ่งที่ณกุศล ขอเตือน คือ โลกยุคสมัยใหม่ไร้เขตแดน ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคในการแสวงหาข้อมูลเหมือนในยุคสมัยก่อน ... สิ่งใดที่เกิดขึ้นในอดีต ย่อมมีผู้รู้เห็น มีพยานบุคคล หรือ มีบันทึกเหตุการณ์ไว้ ใครที่ตั้งใจบิดเบือนข้อมูลจากความเป็นจริง หรือเจตนาให้คนทั่วไปเข้าใจผิด สุดท้ายย่อมหนีความจริงไปไม่พ้น

รวมถึงการจัดสร้างพระเครื่อง พระโพธิญาณรุ่นแรก ด้วยเช่นกัน หลักฐานความจริงย่อมมีปรากฎให้คนรุ่นหลังได้ค้นพบ หากสร้างภายหลังปี พ.ศ.2542 อย่างไรก็ไม่อาจกลับกลายเป็นรุ่นแรกไปได้ ใช้ฝ่ามือปิดตาก็ปิดได้เพียงบางคน แต่ไม่สามารถปิดตาคนได้ทุกคน ผู้ที่มีวิจารณญาณย่อมสามารถคิดพิจารณาได้เองว่าสิ่งใดจริงหรือเท็จ หรือแถกันไปข้างๆคูๆ ... เมื่อความจริงปรากฎ สิ่งที่ได้รับจะไม่คุ้มกับสิ่งที่ต้องสูญเสีย

การจัดลำดับ ความหายาก พระโพธิญาณ

พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำบรมครู

การจัดลำดับ ความหายาก ของพระโพธิญาณ

หากกล่าวถึง ความหายากของพระโพธิญาณรุ่นนี้ กล่าวได้ว่า ทุกแบบทุกเนื้อนั้นล้วนหาได้ยาก และโดยภาพรวมแล้ว พระเนื้อโลหะ จะหายากกว่า พระเนื้อผง

ปัจจัยหลักที่ทำให้พระรุ่นนี้หายาก เนื่องจาก ส่วนมากจะอยู่ในต่างประเทศ เช่น ประเทศมาเลเซีย สหรัฐอเมริกา โดยท่านเจ้าอาวาสได้นำปัจจัยทำบุญทั้งหมดกลับมาพัฒนาวัดหนองเลาจนมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว จึงไม่ค่อยพบพระรุ่นนี้หมุนเวียนในกลุ่มตลาดพระของคนพื้นที่ ส่วนชาวบ้านที่มีก็มักจะเก็บเงียบ ไม่ปล่อยหลุดมือโดยง่าย

เรียงลำดับ พระรุ่นนี้ที่มีจำนวนการสร้าง น้อย และ หายาก ตามลำดับ ได้แก่

หายาก ลำดับที่ 1.  พระกริ่ง เนื้อทองคำ จำนวนสร้าง 3 องค์

หายาก ลำดับที่ 2.  พระกริ่ง เนื้อเงิน จำนวนสร้าง 56 องค์

หายาก ลำดับที่ 3.  พระเนื้อผงพิเศษ พิมพ์ใหญ่ (สีดำ) จำนวนสร้าง 300 องค์

หายาก ลำดับที่ 4   พระเนื้อผงพิเศษ พิมพ์เล็ก ( สีดำ)

หายาก ลำดับที่ 5   พระกริ่ง เนื้อนวโลหะ

หายาก ลำดับที่ 6   พระเนื้อผงพุทธคุณ โรยแร่ ( สีเขียว ) พิมพ์ใหญ่

หายาก ลำดับที่ 7   พระเนื้อผง ผสมว่าน ( สีแดง ) พิมพ์ใหญ่

หายาก ลำดับที่ 8   พระเนื้อผงพุทธคุณ โรยแร่ ( สีเขียว ) พิมพ์เล็ก

หายาก ลำดับที่ 9   พระเนื้อผงผสมว่าน ( สีแดง ) พิมพ์เล็ก

อันดับที่ 1 2 3 4 จัดว่าเป็นพระเครื่องที่มี จำนวนการสร้างที่น้อย และ หายากมากเป็นพิเศษ ใครมีไว้ในครอบครองถือว่าเป็นวาสนา หากปล่อยหลุดมือไปแล้ว ก็ยากที่จะมีโอกาสเป็นครั้งที่สอง เนื่องจากพระมีจำนวนน้อย หายากกว่าแบบอื่นๆ

อันดับที่ 5 พระกริ่งเนื้อนวโลหะ ถือว่าเป็นพระเครื่องที่พบเห็นได้น้อย หายาก แม้แต่คนในพื้นที่น้อยรายที่จะมีไว้ในครอบครอง

ลำดับที่ 6 7 8 9 สำหรับพระผงทั้งสีเขียวและสีแดงนั้น ลำดับความหายากจะใกล้เคียงกัน ไม่ห่างกันมากนัก

* โดยภาพรวมของพระเนื้อผง พิมพ์ใหญ่ จะหายากกว่า พิมพ์เล็ก พระพิมพ์ใหญ่ ทั้งสีเขียวและสีแดงมีอัตราทำบุญงานกฐินปี 42 ตั้งไว้สูงกว่าพิมพ์เล็กเนื้อเดียวกัน เป็นจำนวนสองเท่า

* เนื้อสีเขียว ปกติจะหายากกว่า เนื้อสีแดง เนื่องจาก สีเขียวทั้งพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก มีอัตราทำบุญงานกฐินปี 42 ตั้งไว้สูงกว่าสีแดงขนาดเดียวกัน เป็นจำนวนสองเท่า

* ลำดับที่ 6 พิมพ์ใหญ่ เนื้อเขียว จะโดดเด่นกว่าลำดับ 7 8 9 ขึ้นมาอย่างชัดเจน 

* ส่วนอันดับที่ 7 8 จะค่อนข้างก้ำกึ่งใกล้เคียงกัน ในกรณีนี้ ทางณกุศลจะให้ความสำคัญกับ ขนาด มากกว่าเนื้อมวลสาร จึงจัดให้ลำดับที่ 7 เป็นพิมพ์ใหญ่เนื้อแดง และ รองลงมาอันดับ 8 เป็นพิมพ์เล็กเนื้อเขียว

* เหตุผลที่ณกุศล ให้ความสำคัญกับขนาดมากกว่า เนื่องจากถึงแม้ทุกพิมพ์ทุกเนื้อจะมีกำหนดอัตราร่วมบุญไว้ แต่ด้วยความเมตตาของครูบาอาจารย์วัดนี้ ท่านมักจะแจกพระฟรีให้ญาติโยมที่มาวัด ดังนั้นพระพิมพ์เล็กจะถูกนำมาแจกในวาระสำคัญ เช่น หลังจบงานกฐิน ปี 2542 มีการแจกพิมพ์เล็กเนื้อแดงฟรี ให้ชาวบ้านทุกคนที่มาวัด ดังนั้นพระพิมพ์เล็กควรจะพบเจอทั่วไปได้ง่ายกว่าพิมพ์ใหญ่ 

ลำดับที่ 9 พระพิมพ์เล็ก เนื้อแดง ควรจะเป็นพระที่พบเจอง่ายสุด เพราะเป็นพระหลักที่ครูบาอาจารย์ใช้ในการแจกทาน ... ณ ปัจจุบัน หลังจากผ่านมา 20 ปี ( ปี 2562) พบว่าแม้แต่พระพิมพ์เล็กเนื้อแดงที่แจกฟรี ก็ไม่ค่อยพบเจอในพื้นที่ อาจเป็นด้วยว่าชาวบ้านแต่ละคนมีจำนวนพระในมือไม่มาก ส่วนใหญ่เก็บไว้ให้ลูกหลาน จึงหายาก ไม่มีพระหมุนเวียนในตลาดพระพื้นที่

* ส่วนคนในพื้นที่ ชาวบ้านที่ไม่มีพระรุ่นนี้เลย ไม่เคยเห็นพระรุ่นนี้เลย ก็ไม่มีเหตุผลอื่นใดนอกจาก ไม่ได้ไปร่วมงานบุญที่วัด สำหรับคนที่ไปวัดบ่อยๆ นอกจาก พระเครื่องที่แจกฟรีให้ทุกคนที่ไปร่วมงานในวันงานกฐินปี 2542 และส่วนที่ถวายให้วัดในปีนั้น ... ยังมีส่วนที่ อ.เทพ เกษมพรรณราย ถวายวัดหนองเลา รอบสอง ประมาณปี พ.ศ.2552 ทุกเนื้อทุกพิมพ์รวมๆประมาณ 9,000 องค์ ซึ่งพระเครื่องส่วนนี้จะกระจายไปที่ใดบ้างนั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหลวงพ่อเงิน เจ้าอาวาสวัดหนองเลาเป็นผู้ดำเนินการ แต่เท่าที่ณกุศลเห็นตอนไปส่งหลวงพ่อเงินไปต่างประเทศ พบว่าในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มีพระเครื่องรุ่นนี้บรรจุไว้เต็มกระเป๋า ... จากการเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง คาดว่าพระรุ่นนี้ส่วนใหญ่จะไปอยู่ในความครอบครองของคนในต่างประเทศ  และเป็นผลให้พระรุ่นนี้หมดไปจากวัดอย่างรวดเร็ว

บันทึก การถวายพระโพธิญาณให้ วัดหนองเลา รอบที่สอง

บันทึก การถวายพระโพธิญาณให้ วัดหนองเลา รอบที่สอง

สืบเนื่องจาก มีคนพื้นที่ใน จ.มหาสารคาม หลายคนเข้าใจผิด ในเรื่อง ปี พ.ศ. การจัดสร้าง พระโพธิญาณรุ่นแรก วัดหนองเลา

ปีที่สร้างจริง คือ ปี พ.ศ.2542 แต่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็น ปี 255X

เดิมนั้นทางณกุศล ไม่คิดว่าประเด็นนี้จะเป็นสาระสำคัญ แต่คิดอีกที หากณกุศล ไม่บันทึกอธิบายเอาไว้ ต่อไปในอนาคต คนรุ่นหลังจะถกเถียงกันไม่จบ หาข้อสรุปไม่ได้ หรืออาจสรุปกันไปแบบผิดๆ

เรื่องที่เกิดขึ้นจริง คือ อ.เทพ เกษมพรรณราย ได้มีการถวายพระเครื่อง พระโพธิญาณรุ่นแรก ให้หลวงพ่อเงิน เจ้าอาวาสวัดหนองเลา เป็นจำนวน 2 ครั้งด้วยกัน

1. ถวายพระครั้งแรก ในปี พ.ศ.2542 หลังงานทอดกฐิน ประจำปี 2542 โดยยอดเงินทำบุญกฐินทั้งหมดถวายวัด 100 % เต็ม โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ

2. ถวายพระครั้งที่สอง ในปี พ.ศ. 255X ซึ่งไม่ได้บันทึกปีที่แน่นอนว่าเป็นปีไหน แต่จำได้คร่าวๆว่าห่างจากครั้งแรกประมาณสิบปี ก็น่าจะประมาณ ปี พ.ศ. 2552

ใน ปี พ.ศ. 255X อ.เทพ ได้รับโทรศัพท์ติดต่อจาก ลูกศิษย์หลวงพ่อเงิน เจ้าอาวาสวัดหนองเลา ว่า หลวงพ่อเงินกำลังจะเดินทางไปโปรดลูกศิษย์และผู้ที่ศรัทธาในประเทศมาเลเซีย แต่ติดขัดว่ามีพระเครื่องไม่เพียงพอที่จะนำไปแจกจ่ายให้ทำบุญ ตอนนี้ท่านลงมากรุงเทพ อยากจะขอให้ช่วยพาท่านไปเดินหาของแถวท่าพระจันทร์ หรือ วัดราชนัดดาหน่อย ท่านจะนำไปอธิษฐานจิตเองก่อนแจก

อ.เทพ แนะนำว่า " พระแถวท่าพระจันทร์ ไม่มีเอกลักษณ์ ... เอาพระของเราเองดีกว่า "

" ผมมีพระเครื่องที่เคยสร้างเก็บไว้ส่วนหนึ่ง จะถวายให้หลวงพ่อเงินนำไปแจกให้คนที่ทำบุญ "

ได้มีการนัดวันเวลา โดยหลวงพ่อเงิน ได้เดินทางมารับพระเครื่องด้วยตนเองที่บ้าน อ.เทพ

อ.เทพ และ ครอบครัว ได้ถวายพระโพธิญาณที่มีเก็บไว้ จำนวนหลายพันองค์ ( พระกริ่งนวโลหะ ประมาณ 1,000 องค์ พระผงพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ ทุกเนื้อทั้ง 6 แบบ จำนวนประมาณ 8,000 องค์ ) ... รวมจำนวนพระเครื่องทั้งหมดที่ถวายในครั้งนั้นทั้งหมดประมาณ 9,000 องค์

หลวงพ่อเงิน ท่านเอ่ยปากว่า " มากพอแล้ว ให้เก็บเอาไว้บ้าง "

อ.เทพ บอกว่า " ไม่เป็นไรครับหลวงพ่อ ผมและครอบครัวอยากร่วมทำบุญด้วย "

จากนั้นท่านและลูกศิษย์ได้ขนพระเครื่องขึ้นรถตู้กลับไปวัดหนองเลา จ.มหาสารคาม เตรียมการต่างๆเพื่อเดินทางไปประเทศมาเลเซีย เช่น การนำพระไปเลี่ยมกรอบพลาสติกเนื่องจากต่างประเทศหาที่เลี่ยมกรอบพลาสติกได้ยาก

เท่าที่ทราบ พระเครื่องส่วนหนึ่งท่านได้แจกลูกศิษย์และคนพื้นที่ด้วย ดังนั้นคนบางส่วนอาจจะเข้าใจผิด คิดว่าพระเพิ่งสร้างในปี พ.ศ.255X  ความจริงแล้วในปี พ.ศ.255X เป็นปีที่ อ.เทพ เกษมพรรณราย ถวายพระเครื่องให้เป็นครั้งที่สอง เพื่อร่วมทำบุญสร้างวัดหนองเลา ซึ่งคาดว่าน่าจะได้เงินทำบุญจากต่างประเทศในหลักล้านบาท

ด้วยเงินทำบุญจากต่างประเทศ ทำให้หลวงพ่อเงินสามารถดำเนินการก่อสร้างและบูรณะวัดหนองเลาจนมีความเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว เช่น สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ บูรณะโบสถ์ให้มีความสวยงาม และ อื่นๆอีกหลายประการ

อานิสงค์ผลบุญต่อเนื่องใดๆ อันเกิดจากการจัดสร้างและถวาย พระเครื่องให้หลวงพ่อเงิน (หลวงพ่อประเจน สันตุสสโก) วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม ขอให้อานิสงค์ผลบุญทั้งหมดนั้นจงบังเกิดสำเร็จแด่ สมาชิกทุกคนในครอบครัวสกุล เกษมพรรณราย ทั้งที่ยังดำรงชีวิตอยู่ และที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ทุกคนและทุกดวงวิญญาณ ขอให้มีความสุข พ้นจากความทุกข์ทั้งปวง เพียบพร้อมด้วย มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ เทอญ

อะยัมภะทันตา อะยัมภะทันตา อะยัมภะทันตา

Pages