พระโพธิญาณ2542 ( ปี พ.ศ. 2542 )

พระโพธิญาณ อ.เทพ เกษมพรรณราย

พระโพธิญาณ ปี พ.ศ.2542 

ผู้ออกแบบ ดำเนินงาน และ ออกทุนทรัพย์ในการจัดสร้างทั้งหมด คือ อ.เทพ เกษมพรรณราย

จัดสร้างในปี พ.ศ.2542 โดยได้รับอนุญาตจาก พระครูประจักษ์สันติคุณ (ประเจน สนฺตุสฺสโก) หลวงพ่อเจน เจ้าอาวาสวัดหนองเลา ในการจัดสร้าง

อ.เทพ ผู้จัดสร้าง ได้กำหนดชื่อพระเครื่องรุ่นนี้ว่า รุ่น พระโพธิญาณ

แจกให้ผู้ร่วม ทำบุญกฐิน วัดหนองเลา ปี พ.ศ.2542

บันทึกช่วยจำ Timeline ประวัติ การกำหนดชื่อเรียก พระเครื่องรุ่นนี้

พ.ศ.2542 ... พระเครื่องรุ่นนี้ชื่อว่า พระโพธิญาณ ส่วนพระประธานในโบสถ์ ชาวบ้านและพระสงฆ์เรียกชื่อว่า หลวงพ่อใหญ่ 

พ.ศ.255X ... เว็บไซต์ณกุศล nakusol.com ได้รับประวัติของโบสถ์วัดหนองเลา จาก หลวงพ่อเจน เจ้าอาวาสวัดหนองเลา ซึ่งต้นฉบับไม่ได้เขียนถึงชื่อพระประธานไว้ เมื่อนำมาเขียนประวัติลงในเว็บไซต์ณกุศล ทางณกุศลได้เขียนเพิ่มเติม ตั้งชื่อพระประธานใหม่ว่า พระโพธิญาณ โดยนำมาจากชื่อรุ่นของพระเครื่อง และ เรียกชื่อพระเครื่องลงท้ายเพิ่มเติมว่า รุ่นแรก เป็น พระโพธิญาณรุ่นแรก เพื่อให้ไม่ซ้ำกันกับชื่อใหม่ของพระประธาน ... และสุดท้าย ชื่อใหม่ของพระประธาน ได้รับการคัดลอกไปทั่วโลกออนไลน์จนได้รับการจัดพิมพ์ลงในหนังสือเกี่ยวกับวัดในประเทศไทย ตีพิมพ์ออกจำหน่ายทั่วประเทศ

กล่าวคือ พระประธานในโบสถ์ ได้รับการตั้งชื่อตามพระเครื่องรุ่นนี้ ... พระเครื่องรุ่นนี้ มิได้มีที่มาจากชื่อเดิมของพระประธานแต่อย่างใด

ปี พ.ศ.2554 มีเหตุจำเป็นสืบเนื่องจากงานทำบุญ ปลดหนี้สร้างพระประธานที่ถูกเจ้าหนี้ยึดไว้ ให้วัดแห่งหนึ่ง ทำให้ณกุศลจำเป็นต้องนำพระเครื่องรุ่นพระโพธิญาณ ออกมาแบ่งให้บูชาเป็นครั้งแรก และ ได้รับความนิยมจาก FC ของทางณกุศลเป็นอย่างมาก ทำให้มีนักขายพระเครื่องหลายรายเดินทางลงพื้นที่วัดหนองเลาเพื่อพยายามหาพระโพธิญาณมาขายให้ผู้ที่มีความศรัทธา ถึงแม้ณกุศลจะแจ้งว่าทางวัดไม่มีพระเครื่องชุดนี้เหลือแล้ว แต่นักขายหลายรายไม่เชื่อ ต้องการไปวัดเพื่อพิสูจน์ด้วยตนเอง

พ.ศ.2555-6X ในพื้นที่วัดหนองเลา ได้จัดสร้างรูปหล่อลอยองค์พระประธานขึ้นมาใหม่ อย่างน้อย 2 รุ่น ทั้ง 2 รุ่นนี้ มีคนนำมาลงขายในตลาดพระเครื่องโดยเรียกชื่อว่า พระโพธิญาณรุ่นแรก ทั้งสองรุ่น ... รวมแล้วทำให้เกิด พระโพธิญาณรุ่นแรก อย่างน้อย 3 รุ่น ในตลาดพระเครื่อง ... ทางณกุศลจึงเห็นสมควรที่จะมีการเปลี่ยนการเรียกชื่อพระเครื่องรุ่นนี้ใหม่ ด้วยเหตุผลดังนี้

1. เพื่อแก้ไข ความสับสน และ เข้าใจผิด ของ FC และบุคคลทั่วไปที่มาอ่านบทความบันทึกของทางณกุศล ให้กลับเข้าที่เข้าทางที่ถูกต้อง จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ และบันทึกชีแจงเหตุผลให้เข้าใจ ถือว่าเราได้รับผิดชอบในส่วนที่เราพึงกระทำได้ไปแล้ว

2. เพื่อถอนตัวจาก ความสับสน ของการจัดสร้างพระโพธิญาณรุ่นแรกขึ้นมาใหม่ในเชิงอนุรักษ์นิยม โดยอนุรักษ์ทั้งรูปแบบพิมพ์เดิมและชื่อรุ่นเดิม มีการสร้างพระเครื่องขึ้นใหม่อย่างน้อย2รุ่น โดยใช้ชื่อพระโพธิญาณรุ่นแรก และ พระโพธิญาณรุ่น1 ( ความหมายทำนองเดียวกับรุ่นแรก) สร้างครั้งที่2โดยนับเป็นรุ่นแรก สร้างครั้งที่3โดยนับเป็นรุ่น1 ... คนในพื้นที่เขาย่อมมีกลยุทธ์ แนวคิด เจตนาและความตั้งใจเป็นของตนเอง ต่างคนต่างมุมมอง ต่างความคิด ต่างความเข้าใจ ต่างการกระทำ

ทางณกุศล ได้เปลี่ยนการเรียกชื่อพระเครื่องรุ่นนี้ในส่วนที่เคยถวายวัดไว้จาก พระโพธิญาณรุ่นแรก เป็น พระโพธิญาณ2542 ตามปี พ.ศ.การจัดสร้าง ... ในส่วนที่ณกุศลนำเสกอธิษฐานจิตเพิ่มเติมมาตลอดนานกว่า 20 ปีนั้น ณกุศล เรียกว่า พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ หรือ เรียกสั้นๆว่า พระโพธิญาณ โดยไม่มีปีพ.ศ.ต่อท้าย 

 

พระเครื่องในรุ่นนี้ มีทั้งพระเนื้อผง และ พระกริ่งเนื้อโลหะอุดกริ่งอุดผง จัดสร้างโดยนำ พระประธานในโบสถ์ของวัดหนองเลามาเป็นต้นแบบในการจัดสร้าง และมีวาระที่น่าสนใจกล่าวถึง คือ เป็นครั้งแรกในรอบ 200 กว่าปี ของวัดหนองเลา ที่มีการสร้างพระเครื่องเป็นรูปเหมือนของพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลา และออกให้ทำบุญในนามวัดหนองเลา

( ความจริง การสร้างพระเครื่องโดยใช้ต้นแบบจากพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลา มีการสร้างครั้งแรกสุด ในปี พ.ศ.2541 โดย อ.เทพ เกษมพรรณราย เป็นผู้จัดสร้าง ... แต่พระเครื่อง ปี 2541 ในระหว่างฝากเสกอธิษฐานจิตที่วัดแห่งหนึ่ง ถูกกลุ่มกรรมการวัดแห่งนั้นวางแผนขโมยไปทั้งหมด เพื่อนำไปจำหน่ายหาเงินรายได้เข้ากระเป๋า พระรุ่น ปี 2541 จึงไม่ถูกนับว่าเป็นพระเครื่องที่ออกในนามวัดหนองเลา ในรายละเอียด ณกุศลได้เขียนบันทึกไว้ที่ http://www.nakusol.com/node/457 หลังจากนั้น อ.เทพ จึงได้สร้างพระรุ่นปี 2542 ขึ้นมา โดยออกแบบใหม่ทั้งหมด ไม่ซ้ำแบบเดิม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีความสวยงามลงตัวมากกว่ารุ่น 2541 เพื่อทดแทนพระเครื่องที่ถูกขโมยไป )

เมื่อจัดสร้างพระรุ่น ปี พ.ศ.2542 เสร็จแล้ว ได้มีการแบ่งพระเครื่องออกเป็น 2 ส่วน แต่ละส่วนมีจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของการจัดสร้าง คือ

1. พระโพธิญาณ ชุดถวายวัด คือ ส่วนที่แจกผู้ร่วมทำบุญ งานกฐิน วัดหนองเลา ปี พ.ศ.2542 และจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของการจัดสร้าง ได้นำถวายให้วัดหนองเลา ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้ทางวัดเก็บไว้แจกให้ผู้ทำบุญกับวัดในวาระต่างๆตามความเหมาะสม  พระชุดนี้ ณกุศล ขอเรียกอ้างอิงตาม ปี พ.ศ. ที่จัดสร้าง ว่า " พระโพธิญาณ2542 "

การใช้ ปี พ.ศ. กำกับในการเรียกชื่อนั้น เป็นหนึ่งวิธีในมาตราฐานนิยม มีคุณประโยชน์หลายอย่าง กาลเวลาเป็นสิ่งที่ไม่ย้อนกลับ เรียงลำดับก่อนหลัง เป็นการบันทึกข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนสำหรับคนรุ่นต่อไป พระเครื่องนั้นสร้างย้อนยุคล้อพิมพ์ได้ แต่ไม่สามารถสร้างย้อน พ.ศ. ย้อนกาลเวลาได้ พระเครื่องหลายๆรุ่นในวงการพระเครื่องก็ใช้ ปี พ.ศ. ในการกำหนดความชัดเจนในการจัดสร้าง เช่น มงคลมหาลาภ2499 หลวงปู่ทวด2497  หลวงปู่ทวด2505 หลวงปู่ทวด2508 ... มีแต่พระปลอมเท่านั้นที่พยายามสร้างย้อนกาลเวลา  

2. พระโพธิญาณ ชุดพิเศษ จำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของการจัดสร้าง อ.เทพ ได้นำเข้ารับการอธิษฐานจิตจาก หลวงปู่ทองดำ บรมครูสายณกุศล ยาวนานตลอดไตรมาส พ.ศ.2542 หรือ ค.ศ.1999 หลังจากนั้นได้เก็บรักษาไว้ และนำเข้ารับการอธิษฐานจิตบรรจุสรรพวิชาเพิ่มเติมจากหลวงปู่ทองดำ เป็นระยะๆ ตลอดช่วงเวลาประมาณ 20 ปี จวบจนหลวงปู่ทองดำมรณภาพ กล่าวได้ว่า เป็นพระเครื่องที่สร้างด้วยใจที่ศรัทธาอย่างแท้จริง ไม่ได้สร้างเชิงพุทธพาณิชย์ ใช้เวลาในการทยอยอธิษฐานจิตยาวนาน 20 ปี เน้นเสกเดี่ยวองค์เดียวล้วนๆแต่เสกหลายครั้งหลายรอบ เฉพาะไตรมาสเดียวก็ต้องมีอย่างน้อย 180 ครั้งขึ้นไป ในช่วงเวลา 20 ปี ถ้าจะกล่าวว่า เสกกันนับพันครั้ง ก็ไม่เกินความจริง ... เป็นพระเครื่องที่บรรจุสรรพวิชาของหลวงปู่ทองดำในช่วงเวลาเกือบตลอดชีวิตของท่านอย่างครบถ้วน รวมวิชามากที่สุด  รวมระยะเวลาการเสกนานที่สุด และ จำนวนครั้งในการเสกมากที่สุด พระชุดพิเศษนี้ไม่สามารถหาได้จากตลาดพระเครื่องทั่วไป ณกุศล เรียกอ้างอิงตามชื่อของผู้อธิษฐานจิตว่า " พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ " หรือ เรียกสั้นๆว่า พระโพธิญาณ โดยไม่มีปีพ.ศ.ต่อท้าย

พระเครื่อง 2 ชุดนี้ จะมีความแตกต่างกันในด้านพุทธคุณ เนื่องจากผ่านการเสกอธิษฐานจิตแตกต่างกันอย่างเด่นชัด กล่าวคือ ชุดพระโพธิญาณ2542 ในด้านพุทธคุณ ไม่สามารถนำมาใช้ทดแทน ชุดพระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำได้ 

ในส่วนของการบันทึกนั้น ณกุศลจะเน้นในส่วนของ พระโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำ เป็นหลัก เนื่องจากทุกเรื่องราวอยู่ในขอบเขตที่ทางณกุศลสามารถรับรู้ได้ และ กาลเวลาที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วถึงสัจจธรรมที่ว่า  " จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครเขาอยากเห็นเราเด่นเกิน " 

ในส่วนที่ถวายวัดนั้น หลังจากถวายไปแล้ว ทราบว่า พระหมดจากวัดภายในเวลาไม่นาน และ ส่วนมากจะไปอยู่ในต่างประเทศ โดยบรรจุใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่หลายใบขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศ ไม่ใช่การทยอยจัดจำหน่ายทีละเล็กทีละน้อย พระจึงหมดจากวัดอย่างรวดเร็ว และ ไม่ค่อยพบเจอในพื้นที่แบบรุ่นอื่นๆ ส่วนทางวัดได้รับเงินบริจาคจำนวนมากจากต่างประเทศ ... การที่ณกุศลจะติดตามบันทึกเรื่องราวประสบการณ์ต่างๆของพระชุดนี้ นอกจากความยากลำบากด้วยระยะทางที่ห่างไกลแล้ว ยังไม่เกิดประโยชน์ที่เป็นสาระสำคัญกับทางวัด เพราะที่วัดไม่มีพระเครื่องชุดนี้เหลือแล้ว  ที่วัดมีแต่พระเครื่องที่สร้างขึ้นใหม่ซึ่งด้านพุทธคุณไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบหรือทดแทนกันได้

 

นโยบาย และ การสงวนลิขสิทธิ์ ข้อเขียนและรูปภาพ ในเว็บไซต์ณกุศล

นโยบาย แนวทางของบทความ ในเว็บณกุศล

1. บันทึกข้อมูลจาก เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง  บนเส้นทางชีวิตของณกุศล กล่าวได้ว่าเป็น เรื่องเล่าประสบการณ์ส่วนตัวจากณกุศล เพื่อมอบเป็น มรดก ให้คนรุ่นหลังได้เก็บไว้ใช้อ้างอิงในเรื่องราวต่างๆ

2. ประสบการณ์ เกี่ยวกับวัตถุมงคล เน้นบันทึกเฉพาะ วัตถุมงคลที่ อ.เทพ เกษมพรรณราย เป็นผู้จัดสร้าง หรือร่วมสร้าง และต้องเป็นรุ่นที่ ณกุศล สามารถควบคุมจำนวนการจัดสร้างได้เท่านั้น เพื่อความมั่นใจว่า วัตถุมงคลจะมีพุทธคุณและคุณสมบัติตรงตามที่ณกุศลได้บันทึกไว้ ไม่ถูกสร้างเสริมเพิ่มจำนวนขึ้นมาอีกในภายหลังจากที่ณกุศลได้เขียนเผยแพร่ข้อมูลวัตถุมงคลไปแล้ว 

* สำหรับ วัตถุมงคลที่ ณกุศล สร้างบล๊อกถวายให้วัดไปกดพิมพ์เอง ทางณกุศล ขอปล่อยวาง ไม่สามารถลงบันทึกบทความต่างๆ หรือให้การสนับสนุนใดๆ เนื่องจากเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่จะมีผู้ทรงอิทธิพลนำบล๊อกไปใช้เป็นการส่วนตัว กดพิมพ์สร้างพระเพิ่มจำนวนขึ้นมาใหม่เรื่อยๆตามความต้องการของตลาดพระเครื่อง ทำให้มีปัญหาด้านคุณภาพ  บางชุดถึงกับไม่ได้มีการเสกอธิษฐานจิตใดๆจากใครเลย ในชีวิตคนเรา บางเรื่องการไม่พูดไม่ใช่ว่่า โง่หรือไม่รู้ เพียงแต่ไม่อยู่ในฐานะและช่วงเวลาที่จะพูดอะไรได้ ทำได้แค่ตัดการให้ความสนับสนุนทั้งหมด  

 

เรื่อง การสงวนลิขสิทธิ์ ข้อเขียนและรูปภาพ ในเว็บไซต์ณกุศล

สงวนลิขสิทธิ์ ข้อเขียนและรูปภาพ ในเว็บไซต์ณกุศล ตาม พรบ ลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกไปใช้ในทุกกรณี  เช่น ประกอบการขายวัตถุมงคล ฯลฯ

อย่าอ้างว่าบังเอิญเจอแล้วนำมาใช้ บางคนทั้งลอกทั้งแคปหน้าจอสะสมหลายบทความไปทั้งชุด เห็นภาพชัดเจนว่าแคปหน้าจอไปจากเว็บณกุศล ยังจะอ้างว่าบังเอิญเจอในเว็บอื่น พอขอให้ยืนยันลิงค์เว็บที่คัดลอกมาก็ไม่สามารถทำได้เพราะโกหกหลอกลวง 

ผู้ใดจะนำไปใช้ต้องได้รับการยินยอมจากผู้สร้างสรรค์ เป็นลายลักษณ์อักษร

การขโมย นอกจากผิดกฎหมาย ยังผิดศีลธรรม ... ไม่ใช่สิ่งที่คนดีทำกัน

1. บทความทั้งหมดที่ทาง ณกุศล ได้เขียนบันทึกไว้นั้น สามารถอ่านได้ฟรี ไม่เสียเงิน เพื่อเป็นวิทยาทาน แต่อย่าคัดลอกไปโดยพลการ

2. บทความทั้งหมดนั้น ทางเราจะมีการ update ปรับปรุงข้อมูล เพิ่มเติมคำอธิบาย เพิ่มเติมรายละเอียด หรือ จัดกลุ่มเนื้อหาใหม่ เป็นระยะๆ เพื่อให้ได้ เนื้อหา ใจความ ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด  ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาสภาพข้อมูลที่มีการเผยแพร่ให้ทันสมัยอยู่เสมอ และไม่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง  จึงไม่อนุญาตให้คัดลอกไปใช้ หรือทำการดัดแปลง โดยไม่ขออนุญาต

( ในอดีต เคยมีคนนำบทความของเราไปดัดแปลง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว บิดเบือนความจริง จนเกิดความเสียหายกับส่วนรวมมาแล้วหลายๆครั้ง  จึงจำเป็นต้องขอสงวนสิทธิ์ )

3. เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทางณกุศลจะรวบรวมข้อมูลเป็น ไฟล์ให้ดาวน์โหลดฟรี  และ อาจจัดพิมพ์เป็นหนังสือ ตามความเหมาะสม เพื่อเป็นการอนุรักษ์ข้อมูลเหล่านี้สืบต่อไปให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

4. หากใครต้องการอ้างอิงข้อมูล แนะนำให้ ทำลิงค์ เข้ามาในบทความที่ต้องการ เพื่อให้ผู้สนใจเข้ามาอ่านด้วยตนเองในเว็บไซต์ณกุศล อย่าคัดลอกไปโดยไม่ขออนุญาต จะเป็นการทำผิดกฎหมาย และผิดศีลธรรม

แจ้งเพื่อทราบ และ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ

เว็บไซต์ณกุศล

เรื่องควรรู้ พระโพธิญาณ ความบังเอิญหรือฟ้าลิขิต

เรื่องควรรู้ พระโพธิญาณ ชื่อนั้นสำคัญไฉน เป็นความบังเอิญ หรือฟ้าลิขิต

บทความนี้ เขียนบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ทางณกุศลไม่ได้บังคับ

1. เรื่องชื่อของ พระประธานในโบสถ์ ยุค ปี พ.ศ.2539

ในเดือน พฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2539 อ.เทพ เกษมพรรณราย ณ เวลานั้นทำงานตำแหน่งผู้จัดการแผนก ในบริษัทผู้ผลิตเคมีจากประเทศยุโรป สาขาประเทศไทย ได้ลาหยุดงาน 1 เดือน เพื่อบวชทดแทนคุณบิดามารดา โดยเลือกสถานที่ในการบวชที่ วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม เป็นจุดที่พักอาศัย เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปปฏิบัติธรรมฝึกสมาธิกับครูบาอาจารย์ท่านอื่น

ในช่วงที่บวชนั้น ที่วัดหนองเลามีพระลูกวัด 2 รูปที่คุ้นเคยกัน คือ หลวงพี่นะ หลวงพี่เอ้บ ที่เรียกสรรพนามเป็นหลวงพี่ คือ นับตามอายุการบวช แต่หากนับตามอายุจริง หลวงพี่ทั้งสองรูปก็อายุพอๆกับ หลานคนโตของ อ.เทพ

หลวงพี่เอ้บ ในภายหลังได้ข่าวว่า ไปรับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสที่วัดแห่งหนึ่ง แต่เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพด้านสายตาทำงานด้านเอกสารไม่สะดวกจึงกลับมาอยู่วัดหนองเลา เมื่ออายุมากแล้วชาวบ้านเรียกท่านว่า หลวงปู่เอ้บ ท้ายสุดเห็นข่าวและรูปภาพจากใน facebook ว่าหลวงปู่เอ้บมรณภาพเสียชีวิตแล้ว

ส่วนหลวงพี่นะ หลังจากรับหน้าที่เป็น พระเลขาของเจ้าอาวาส งานยุ่งมาก สุดท้ายมีเหตุให้ลาสึกออกมาเป็นฆารวาส และไม่ทราบข่าวคราว

สมัยนั้น ชาวบ้านและพระสงฆ์ในวัดจะเรียกพระประธานในโบสถ์ว่า " หลวงพ่อใหญ่ "

แต่ความสับสนอย่างหนึ่ง คือ เวลาเรียกสรรพนามแทนเจ้าอาวาส ก็เรียก หลวงพ่อใหญ่ " ด้วยเช่นกัน

อ.เทพ ก็เลยถามพวกหลวงพี่ว่า " เวลาหลวงพี่พูดว่า หลวงพ่อใหญ่ แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่า หลวงพี่หมายถึง พระประธานในโบสถ์ หรือ หมายถึง เจ้าอาวาส "

หลวงพี่นะ ก็ว่า " เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ต่อไปเรียกเจ้าอาวาสว่า " หลวงพ่อเงิน " ส่วนพระประธานก็เรียก " หลวงพ่อใหญ่ " เหมือนเดิม

หลวงพ่อเงินนั้นเป็นเพียง สมญานาม ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ในภายหลัง เพื่อให้สอดคล้องเข้าคู่กับ หลวงปู่ทอง อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองเลา ... นามจริงของท่านเจ้าอาวาส คือ พระครูประจักษ์สันติคุณ (ประเจน สนฺตุสฺสโก) หรือ หลวงพ่อเจน

ส่วนการบวชที่วัดหนองเลา 1 เดือน อ.เทพ ได้ถวายเงินไปหลายหมื่นบาท สมัยนั้นเทียบกับค่าโรงแรมรวมค่าอาหาร ก็เพียงพอที่จะพักโรงแรมได้ 2 เดือนแบบสบายๆเหลือๆ ถ้าพิจารณาตามหลักทางโลกถือว่า ได้ตอบแทนบุญคุณในระดับที่มากเกินพอแล้ว จึงไม่ติดค้างหนี้บุญคุณใดๆกับทางวัด

 

2. ชื่อของ พระประธานในโบสถ์ ยุคเว็บไซต์ และ หนังสือ สิ่งพิมพ์

เหตุการณ์นี้จำปี พ.ศ.ที่แน่นอนไม่ได้ สมัยนั้น อ.เทพ ก่อตั้งเว็บไซต์ณกุศลขึ้นมาแล้วเป็นเวลานานหลายปี วันหนึ่งมีโอกาสแวะไปทำบุญที่วัดหนองเลา และได้รับบันทึกข้อมูลที่เจ้าอาวาสเขียนสรุป ประวัติของวัดหนองเลา จึงได้ขออนุญาตนำมาเขียนลงในเว็บไซต์ณกุศล

โดยข้อมูลที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ณกุศล ทางณกุศลได้เขียนข้อมูล เพิ่มเติม ลงไปด้วยหลายอย่าง แต่มีข้อมูลอยู่อย่างน้อย 2 อย่างที่ หากใครคัดลอกข้อมูลจากเว็บณกุศลไป โดยไม่ขออนุญาต ทางเราจะรู้ทันทีว่าลอกไปจากทางณกุศล พูดภาษาชาวบ้านแบบง่ายๆ คือ เราวางยาไว้อย่างน้อยสองจุดด้วยกัน

จุดวางยาที่หนึ่ง

หนึ่งในข้อมูลที่ ณกุศล ตั้งใจเขียน เปลี่ยนแปลง คือ ชื่อของพระประธานในโบสถ์ หากใครได้ข้อมูลจากคนในท้องถิ่นควรจะต้องเรียกว่า " หลวงพ่อใหญ่ " หรือคำที่ใกล้เคียงกัน แต่ณกุศล เขียนในบทความที่เว็บไซต์ณกุศลโดย ถวายพระนามให้ท่านใหม่ว่า " พระโพธิญาณ " ซึ่งในยุคสมัยนั้น ไม่มีใครเลยที่เรียกชื่อพระประธานในโบสถ์วัดหนองเลาว่า พระโพธิญาณ 

ชื่อพระนาม พระโพธิญาณ นั้นทางณกุศล นำมาจาก ชื่อรุ่นของพระเครื่องที่ อ.เทพ สร้างไว้ในปี พ.ศ.2542 นั่นเอง ... เพื่อให้ ชื่อของพระประธาน และ ชื่อรุ่นของพระเครื่องซึ่งเป็นรูปแบบจำลองของพระประธาน มีชื่อที่สอดคล้องกัน ทางณกุศลจึงได้ตั้งชื่อพระประธานขึ้นมาใหม่

เหตุการณ์ 3 ประการ กลยุทธ ป่าล้อมเมือง ... ความบังเอิญ หรือ ฟ้าลิขิต

1. ปรากฎว่าหลังจากนั้น มีหลายเว็บไซต์ได้คัดลอกบทความที่ณกุศลเขียนไว้โดยไม่ได้ขออนุญาต จึงเป็นการเผยแพร่กระจายข้อมูลออกไปในวงกว้างว่า พระประธาน วัดหนองเลา นามว่า พระโพธิญาณ 

2. ปรากฎว่า ใน ปี พ.ศ. 2554 หลังจากที่ ณกุศลเขียนบันทึกเผยแพร่ข้อมูลและประสบการณ์ของ พระเครื่อง รุ่นพระโพธิญาณ2542 ที่จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ.2542 มีนักขายพระเครื่องหลายคนได้เดินทางไปวัดหนองเลา บางคนได้โทรมาสอบถามเส้นทางกับทางณกุศลโดยอ้างว่ามีความศรัทธา แต่เป็นที่รู้กันว่า เป็นการไปตรวจสอบว่าทางวัดจะมีพระเครื่องชุดนี้หลงเหลือให้เช่าบูชาหรือไม่ เพื่อนำมาขายต่อทำกำไร ... บรรดานักขายพระเครื่องเหล่านี้ ล้วนเรียกชื่อพระประธานในโบสถ์ว่า พระโพธิญาณ ตามข้อมูลที่ณกุศลเคยเขียนไว้ และ นำไปพูดคุยกับทางวัดด้วยชื่อนี้เช่นกัน

3. ปรากฎว่ามี หนังสือเล่มหนึ่ง รวบรวมเรื่องวัดในประเทศไทย พิมพ์จัดจำหน่าย และภายในมีเนื้อหาของวัดหนองเลา โดยระบุชื่อพระประธานว่า ชื่อ หลวงพ่อพระโพธิญาณ และมีข้อมูลอีกหลายอย่างที่ณกุศลเคยเขียนดัดแปลงเพิ่มเติมไว้เพื่อเป็นจุดสังเกตุเวลามีใครคัดลอกไปใช้โดยไม่ได้มาขออนุญาตจากทางณกุศล ...  เรื่องนี้น่าชื่นชมในความตั้งใจ การพยายามรวบรวมข้อมูลจากหลายๆที่ และสามารถเขียนเรียบเรียงขึ้นมาใหม่ ในรูปแบบของตัวเอง อธิบายในรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ดี ... เพียงแต่น่าสงสัยว่ามีการลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่แท้จริงหรือไม่ เพราะข้อมูลบางอย่างที่ลงพิมพ์ไม่ตรงกับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น แต่กลับเหมือนที่ณกุศลได้เขียนดัดแปลงไว้ ... ที่น่าสนใจคือมีพระสงฆ์รุ่นหลังที่เกี่ยวข้องกับวัดหนองเลาใช้หนังสือเล่มนี้เป็นหลักฐานอ้างอิงในการประชาสัมพันธ์ประวัติของวัด ... หมายความว่าชื่อ หลวงพ่อพระโพธิญาณ นั้นเป็นที่รับทราบและยอมรับของคนทางวัดเช่นกัน 

เรื่องเหล่านี้ ณกุศลเคยเล่าให้ พี่ชายและพี่สะใภ้ฟังและสรุปว่า เดี๋ยวนี้คนเค้าเรียกชื่อพระประธานในโบสถ์ว่า พระโพธิญาณกันแล้ว พี่ชายฟังแล้วก็เงียบๆ แต่พี่สะใภ้รีบดุเลยว่า  " ทำอะไรไม่เข้าเรื่อง  "

มีคนกล่าวกันว่า " ความบังเอิญไม่มีในโลก " ดังนั้น ณกุศล บอกได้เพียงว่า คงเป็นฟ้าลิขิต หรือเจตจำนงค์ของสิ่งศักดิสิทธิ์ ที่ทำให้พระนามของพระประธานถูกเรียกเปลี่ยนจากเดิมเป็นชื่อใหม่ คือ พระโพธิญาณ โดยเป็นที่ยอมรับทั่วกัน ทั้งคนท้องถิ่นในพื้นที่และคนนอกพื้นที่

ณ ปัจจุบัน ณกุศลเองก็ไม่แน่ใจว่า จะเหลือคนมากน้อยแค่ไหนที่ยังเรียก พระประธานว่า หลวงพ่อใหญ่ .... เห็นข้อมูลใน facebook นักสะสมพระเครื่องรุ่นใหม่บางคนถึงกับบรรยายลักษณะ พระงาแกะรุ่นเก่า ยุคสมัยหลวงปู่ทอง อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองเลาว่า ภายในซุ้มพระงาแกะคือ พระโพธิญาณ เห็นแล้วก็แปลกใจว่า พระปางมารวิชัย ซึ่งปางไม่ตรงกับพระประธานในโบสถ์ เขาก็เรียกว่า พระโพธิญาณ ด้วยเช่นกัน ... เพี้ยนลามกันไปถึงขนาดนั้นแล้ว

โดยส่วนตัว ณกุศล มองว่า ใครจะเรียกว่า หลวงพ่อใหญ่ ... ใครจะเรียกว่า พระโพธิญาณ ... ใครจะเรียกว่า พระประธานในโบสถ์ว่าอย่างไร .... ทั้งหมดก็หมายถึง พระองค์เดียวกัน ... ต่างกันแค่ว่า ใครจะเรียกอย่างไร ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปกำหนดกฎเกณฑ์ว่า ใครถูกหรือผิด

เขียนบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ทางณกุศลไม่ได้บังคับ

ใครทิฐิมานะสูง ยอมรับความจริงไม่ได้ ณกุศลไม่ได้บังคับ 

จุดวางยาที่สอง ณ ตอนนี้ณกุศลยังไม่เขียนเปิดเผยข้อเท็จจริง ส่วนนี้ได้รับการคัดลอกตีพิมพ์ลงในหนังสือด้วยเช่นกัน ณกุศลอาจจะปล่อยไปเรื่อยๆโดยไม่เขียนอะไรเลยเพราะไม่ได้เป็นสิ่งที่ทำให้ใครเสียหาย เก็บไว้ดูว่า ใครจะเป็น Guru ผู้รอบรู้ตัวจริง หรือเพียงมั่วนิ่ม

Pages