นโยบาย และ การสงวนลิขสิทธิ์ ข้อเขียนและรูปภาพ ในเว็บไซต์ณกุศล

นโยบาย แนวทางของบทความ ในเว็บณกุศล

1. บันทึกข้อมูลจาก เรื่องที่เกิดขึ้นจริง  ซึ่งทางณกุศลพบเจอมาในช่วงเวลา มากกว่าค่อนชีวิต ประมาณว่าเป็น เรื่องเล่าจากณกุศล ก็ได้ ... เพื่อเป็นมรดกให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา และนำไปใช้เป็นประโยชน์อ้างอิงในอนาคต

2. ประสบการณ์ เกี่ยวกับวัตถุมงคล เน้นบันทึกเฉพาะ วัตถุมงคลที่ อ.เทพ เกษมพรรณราย เป็นผู้จัดสร้าง หรือร่วมสร้าง และต้องสามารถควบคุมจำนวนในการจัดสร้างได้เท่านั้น เพื่อความมั่นใจว่า วัตถุมงคลจะไม่มีการสร้างจำนวนเสริมเพิ่มเติมขึ้นมาอีกในภายหลังจากที่ณกุศลได้เผยแพร่ข้อมูลวัตถุมงคลไปแล้ว

** ในกรณี วัตถุมงคลที่ ณกุศล ทำเฉพาะบล๊อกพระแล้วถวายบล๊อกให้วัดไปจัดสร้างเองนั้น ทางณกุศลไม่สามารถควบคุมจำนวนพระเครื่องและจำนวนครั้งในการจัดสร้างได้  คนที่มีบล๊อกพระสามารถจัดสร้างขึ้นใหม่ซ้ำๆกันไปเรื่อยๆแบบไม่รู้จบได้ ปั๊มออกมาแต่ละชุดมีการเสกหรือไม่เสกอย่างไรก็ไม่ทราบ ยากต่อการตรวจสอบคัดแยก ดังนั้นเพื่อลดปัญหาการแสวงหาผลประโยชน์ ในรูปแบบต่างๆที่เคยเกิดขึ้น เช่น การสร้างขึ้นใหม่โดยเจตนาให้ผู้ที่ศรัทธาหลงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรุ่นเก่า การสร้างเสริมขี้นใหม่แบบไม่จบไม่สิ้นตราบใดที่ยังขายได้ก็ปั๊มเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆโดยบางส่วนที่ขายไปนั้นไม่ผ่านการอธิษฐานจิตใดๆเลย ... ดังนั้นทางณกุศลจะไม่บันทึกเรื่องราวประสบการณ์ของวัตถุมงคลเหล่านี้ เนื่องจากณกุศลไม่สนับสนุนแนวคิดและพฤติกรรมดังกล่าว

3. ณกุศล ไม่เน้นในการเขียนชีวประวัติเรื่องราวของหลวงปู่ฯหลวงพ่อองค์ใดเป็นการเฉพาะเนื่องจากพบว่า ปัญหาที่ตามมาจากบรรดากลุ่มคนใกล้ชิดของหลวงปู่ฯหลวงพ่อนั้นมากมายนัก โลภโมโทสันจนเกินเยียวยา เพื่อเงินแล้วยอมทำทุกอย่าง หลอกลวงหักหลังเนรคุณ ... ณกุศลไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่คนในพื้นที่ซึ่งจะต้องช่วยพัฒนาวัดในบ้านเกิด ไม่มีเหตุผลที่จะต้องอดทนต่อสู้กับพฤติกรรมเหล่านั้น ใครอยากทำอะไรก็เชิญทำกันตามสะดวก ... ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้าณกุศลจะไม่เขียนชีวประวัติของหลวงปู่ฯหลวงพ่อองค์ไหนเป็นการเฉพาะ แต่อาจจะมีแทรกลงไปบางส่วนในการเล่าประสบการณ์ส่วนตัวจากเรื่องเล่าณกุศล

 

เรื่อง การสงวนลิขสิทธิ์ ข้อเขียนและรูปภาพ ในเว็บไซต์ณกุศล

สงวนลิขสิทธิ์ ข้อเขียนและรูปภาพ ในเว็บไซต์ณกุศล ตาม พรบ ลิขสิทธิ์ ไม่อนุญาตให้คัดลอกไปใช้ในทุกกรณี  เช่น ประกอบการขายวัตถุมงคล ฯลฯ

อย่าอ้างว่าบังเอิญเจอแล้วนำมาใช้ บางคนทั้งลอกทั้งแคปหน้าจอสะสมหลายบทความไปทั้งชุด เห็นภาพชัดเจนว่าแคปหน้าจอไปจากเว็บณกุศล ยังจะอ้างว่าบังเอิญเจอในเว็บอื่น พอขอให้ยืนยันลิงค์เว็บที่คัดลอกมาก็ไม่สามารถทำได้เพราะโกหกหลอกลวง 

ผู้ใดจะนำไปใช้ต้องได้รับการยินยอมจากผู้สร้างสรรค์ เป็นลายลักษณ์อักษร

การขโมย นอกจากผิดกฎหมาย ยังผิดศีลธรรม ... ไม่ใช่สิ่งที่คนดีทำกัน

1. บทความทั้งหมดที่ทาง ณกุศล ได้เขียนบันทึกไว้นั้น สามารถอ่านได้ฟรี ไม่เสียเงิน เพื่อเป็นวิทยาทาน แต่อย่าคัดลอกไปโดยพลการ

2. บทความทั้งหมดนั้น ทางเราจะมีการ update ปรับปรุงข้อมูล เพิ่มเติมคำอธิบาย เพิ่มเติมรายละเอียด หรือ จัดกลุ่มเนื้อหาใหม่ เป็นระยะๆ เพื่อให้ได้ เนื้อหา ใจความ ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด  ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาสภาพข้อมูลที่มีการเผยแพร่ให้ทันสมัยอยู่เสมอ และไม่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง  จึงไม่อนุญาตให้คัดลอกไปใช้ หรือทำการดัดแปลง โดยไม่ขออนุญาต

( ในอดีต เคยมีคนนำบทความของเราไปดัดแปลง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว บิดเบือนความจริง จนเกิดความเสียหายกับส่วนรวมมาแล้วหลายๆครั้ง  จึงจำเป็นต้องขอสงวนสิทธิ์ )

3. เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทางณกุศลจะรวบรวมข้อมูลเป็น ไฟล์ให้ดาวน์โหลดฟรี  และ อาจจัดพิมพ์เป็นหนังสือ ตามความเหมาะสม เพื่อเป็นการอนุรักษ์ข้อมูลเหล่านี้สืบต่อไปให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

4. หากใครต้องการอ้างอิงข้อมูล แนะนำให้ ทำลิงค์ เข้ามาในบทความที่ต้องการ เพื่อให้ผู้สนใจเข้ามาอ่านด้วยตนเองในเว็บไซต์ณกุศล อย่าคัดลอกไปโดยไม่ขออนุญาต จะเป็นการทำผิดกฎหมาย และผิดศีลธรรม

แจ้งเพื่อทราบ และ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ

เว็บไซต์ณกุศล

สายโพธิญาณ หลวงปู่ทองดำบรมครู

หลวงปู่ทองดำบรมครู สายโพธิญาณ

คำว่า โพธิญาณ มีได้หลายนัยความหมาย ดังนั้นเวลาที่แต่ละคนใช้คำว่า สายโพธิญาณ จึงสามารถมีความหมายแตกต่างกันไปได้หลากหลายขึ้นกับเหตุปัจจัยพื้นฐานความเข้าใจของแต่ละคน เมื่อต่างบุคคลต่างเหตุปัจจัยเรื่องราวก็แตกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องมีความหมายเดียวกัน หรือ หมายถึงเรื่องเดียวกัน

โดยทั่วไป บางคนถือว่าเพียงตั้งใจปรารถนาที่จะบรรลุโพธิญาณก็ถือว่าเริ่มนับเข้าเป็น สายโพธิญาณ แล้ว โดยไม่มีกติกา หรือเงื่อนไขใดๆ และไม่จำเป็นต้องมีครูบาอาจารย์ใดๆ

สำหรับบทความที่ ณกุศล เขียนนี้จะเป็นอีกหนึ่งความหมายของคำว่า สายโพธิญาณ ที่พิเศษแตกต่างจากที่พบเจอทั่วไป มีกฎกติกา มีครูบาอาจารย์ มีระบบแบบแผนในการเรียนฝึกฝนปฏิบัติ โดยบันทึกจากประสบการณ์จริงของ อ.เทพ เกษมพรรณราย ที่ได้พบเจอด้วยตนเอง

หลวงปู่เทพโลกอุดร

ในช่วงปีแรกๆของการแสวงหาแนวทางการฝึกจิตปฏิบัติธรรม ถึงแม้ อ.เทพ เกษมพรรณราย และกลุ่มเพื่อนๆ จะได้พบครูบาอาจารย์ที่เก่งมากแล้วดังเช่น หลวงปู่ทองดำ แต่ก็ยังมีความปรารถนาอยากรู้เพิ่มเติมในแนวทางการปฏิบัติธรรมของสายต่างๆ ซึ่งหลวงปู่ทองดำก็อนุญาตให้ไปศึกษาเพื่อเป็นประสบการณ์ชีวิต ตลอดจนยังแนะนำรายชื่อพระสุปฏิปันโนเพิ่มเติมให้ หากมีโอกาสก็ควรแวะไปกราบเพื่อเป็นมงคลชีวิต

ประมาณปี พ.ศ. 2529 ช่วงเวลานั้น กระแสความศรัทธาในหลวงปู่เทพโลกอุดรมีสูงมาก สูงกว่าสมัยนี้ (พ.ศ. 2560) หลายเท่าตัว มีหนังสือรวมเรื่องราวเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดรวางจำหน่ายกันหลายเล่ม นักปฏิบัติธรรมจำนวนมากใฝ่ฝันปรารถนาว่าจะได้พบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรสักครั้งหนึ่งในชีวิต ทางกลุ่ม อ.เทพ เองก็มีความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก นอกจากศึกษาข้อมูลจากในหนังสือก็ยังพยายามสอบถามข้อมูลจากบุคคลต่างๆ

ในช่วงนั้น อ.เทพ ได้ไปทำบุญและกราบนมัสการ หลวงปู่ญาท่าน พระครูปภัศรคุณ ( บุญเลิศ ปภสฺสโร) วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนาราม จ.หนองบัวลำภู ตามคำแนะนำของหลวงปู่ทองดำว่าหากมีโอกาสให้ไปกราบหลวงพ่อบุญเลิศให้ได้ ในช่วงการสนทนาได้มีคนเรียนสอบถามหลวงปู่ญาท่านว่า หลวงปู่ได้เคยพบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรหรือไม่

ท่านตอบว่า " ช่วงนี้ไม่เห็น แต่ช่วงก่อนเคยเจออยู่หลายครั้ง ถ้าอยากรู้เรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร ให้ไปถามหลวงพ่อทองดำโน่น หลวงพ่อทองดำเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าลึกเป็นปีๆ นั่งสมาธินานจนจอมปลวกขึ้นมิดหัว อยากรู้อะไรก็ให้ไปถามเอา "

ได้ยินแค่นี้ทุกคนในกลุ่มก็ออกอาการหูผึ่งทันที ประหนึ่งดัง จุดไต้ตำตอ ตระเวนถามคนไปทั่วเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดร หารู้ไม่ว่าคนที่รู้เรื่องและเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรในป่าดงมาแล้ว คือครูบาอาจารย์ที่อยู่ใกล้ตัว หรือ หลวงปู่ทองดำนั่นเอง ... ที่สำคัญคือหลวงปู่ทองดำเข้าป่าไปฝึกวิชาโดยไปด้วยกายเนื้อ ไม่ได้ไปเพียงจิตหรือเพียงถอดกายทิพย์ไป ซึ่งถือว่าเป็นกรณีที่พบเจอได้น้อยมาก

นี่แหละที่เขาพูดกันว่า ของจริงนิ่งเป็นใบ้

มิน่า เวลาถามหลวงปู่ทองดำเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร  ท่านก็จะนิ่งเงียบไม่คุย เปลี่ยนเรื่องคุยทุกที

เมื่อได้ข้อมูลคำชี้แนะจากหลวงปู่ญาท่านแล้ว อ.เทพก็คิดหาคำถามว่า จะถามหลวงปู่ทองดำอย่างไรดี ท่านถึงจะยอมตอบเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดรโดยไม่บ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่อง

พอมีโอกาสพบหลวงปู่ทองดำอีกครั้ง อ.เทพ ก็พูดเกริ่นนำก่อนว่า

" หลวงพ่อครับ หลวงพ่อบุญเลิศบอกว่า หลวงพ่อทองดำเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่า ถ้าอยากรู้อะไรให้มาถามหลวงพ่อทองดำ  "

หลวงปู่ทองดำ รับฟังแล้ว ท่านก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่ก็ไม่มีท่าทีปฏิเสธ

อ.เทพ ถามต่อว่า " เออ หลวงพ่อครับ อย่างงี้หลวงพ่อก็ถือว่าเป็น ศิษย์ในดง ใช่มั้ยครับ "

นิ่งเงียบไร้คำตอบ จึงถามต่อว่า

" ในหนังสือที่พิมพ์ขายกันเขาเขียนว่า ถ้าใครได้ไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าดงจะเรียกว่าเป็น ศิษย์สายในดง หรือ ศิษย์ในดง แบบนี้หลวงพ่อก็เป็นศิษย์สายในดงสิครับ "

คราวนี้หลวงปู่ทองดำท่านตอบกลับว่า " ครูบาอาจารย์ ท่านให้เรียกสายเราว่า สายโพธิญาณ " ให้เรียกตามนี้

นับเป็นครั้งแรกที่หลวงปู่ทองดำ พูดถึงชื่อ สายโพธิญาณ และก็ไม่บอกรายละเอียดอะไรมากมายนัก

ลูกศิษย์บางคนที่ติดตามฝึกสมาธิจิตกับหลวงปู่ทองดำมาเป็นสิบปี ก็เพิ่งจะได้ยินเป็นครั้งแรกเช่นกัน ถึงกับออกอาการ งง กันโดยทั่วหน้า  ตอนออกมาภายนอกกุฏิแล้วยังถามกันเองว่า สายโพธิญาณคืออะไร

หลวงปู่ทองดำไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังมากนัก แต่เมื่อมีคนในกลุ่มที่สามารถฝึกจิตบรรลุขั้น เลื่อนระดับได้สูงขึ้น ข้อมูลเกี่ยวกับสายโพธิญาณก็ถูกเปิดเผยมากขึ้น หรือ เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญที่จำเป็นต้องรู้ เฉพาะคนที่เกี่ยวข้องก็จะได้รับทราบข้อมูลของสายโพธิญาณเพิ่มเติม

จากการที่ อ.เทพ เก็บสะสมข้อมูลที่ละเล็กละน้อยยาวนานหลายสิบปี หากสรุปในภาพรวมกว้างๆ กล่าวได้ว่า

* สายโพธิญาณ ที่หลวงปู่ทองดำบรมครูกล่าวถึง เป็นคำสรรพนามที่ใช้เรียกชื่อเฉพาะของ สายปฏิบัติธรรมสายหนึ่ง หรือ กลุ่มองค์กรโลกทิพย์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่ง ซึ่งดำรงอยู่มายาวนานหลายพันปีในโลกทิพย์ต่างมิติ และมีบทบาทที่สำคัญหลายอย่างในโลกมนุษย์ สายโพธิญาณเป็นชื่อที่เรียกกันมานานนับพันปี ไม่ใช่ชื่อที่ใครมาตั้งกันใหม่ หรือตั้งกันเอง

* หลวงปู่เทพโลกอุดรเป็นเพียงสรรพนามที่คนทั่วไปในยุคปัจจุบันเรียกกัน ในสายโพธิญาณไม่มีการเรียกชื่อนี้หรือชื่อแบบนี้ เพียงแต่สามารถใช้อนุโลมอ้างอิงถึงครูบาอาจารย์ที่มีความสำคัญท่านหนึ่งในสายโพธิญาณได้  สายโพธิญาณในโลกทิพย์นั้นยังมีครูบาอาจารย์องค์อื่นอีกเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นพระอริยะเจ้าที่บรรลุธรรมแล้ว มีสิทธิ์สามารถเข้าสู่แดนพระนิพพานได้แต่ยังไม่ปรารถนาเข้าพระนิพพาน

* การดำรงอยู่ของครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ เพื่อดูแลรักษาพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงจนครบห้าพันปี โดยโปรดสรรพสัตว์ตามแนวทางแห่งพระโพธิสัตว์ และดูแลเหตุการณ์สำคัญๆในภพภูมิมนุษย์ ครูบาอาจารย์บางองค์ท่านกล่าวว่าจะอยู่รอจนถึงสมัยพระศรีอริยเมตตรัยมาตรัสรู้บรรลุธรรมจนเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปก่อนจึงจะยอมเข้าสู่พระนิพพาน

* ทางเข้าสู่ดินแดนสายโพธิญาณนั้นมีทางเข้าหลายทาง หนึ่งในนั้นคือ ทางถ้ำวัวแดง เขตแดนอาถรรพณ์ที่เคยมีคนเขียนเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดรและเผยแพร่ให้คนทั่วไปทราบกัน แต่ถึงรู้ก็มิใช่ว่าใครอยากจะไปแล้วจะไปได้ไปถึง มีแต่ครูบาอาจารย์ที่มีหน้าที่พาเข้าไปจึงจะสามารถผ่านเข้าไปได้

* เรื่องราวของสายโพธิญาณ ถึงแม้จะมีบางอย่างที่คล้ายกับสายในดงตามหนังสือรวมเล่มหลวงปู่เทพโลกอุดรที่พิมพ์วางจำหน่ายกัน แต่ในรายละเอียดหลายอย่างนั้นแตกต่างกันอย่างเด่นชัด กล่าวได้ว่า สายในดงก็คือสายในดง ส่วนสายโพธิญาณก็คือสายโพธิญาณ มีเอกลักษณ์และรายละเอียดที่แตกต่างกัน

* ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ สามารถรับศิษย์หรือสอนศิษย์ เป็นการส่วนตัวได้ แต่หากไม่ผ่านขั้นตอนและได้รับการอนุมัติ ตามระเบียบแบบแผนของสายโพธิญาณ ก็ไม่เป็นนับว่าเป็นศิษย์สายโพธิญาณ ดังนั้นครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์บางท่านจะนิมิตบอกลูกศิษย์ให้ไปตามหาหลวงปู่ทองดำ เพื่อให้หลวงปู่ทองดำช่วยดำเนินการตามขั้นตอนในการรับเป็นศิษย์สายโพธิญาณโดยสมบูรณ์ เนื่องจากในภพมนุษย์ช่วงนั้นหลวงปู่ทองดำเป็นเพียงบุคคลเดียวที่รับหน้าที่นี้ เป็นดั่งจุดรวมของครูบาอาจารย์แห่งโลกทิพย์ทั้งหมด ดังนั้นณกุศลจึงเรียกท่านว่า " บรมครู " หรือเรียกแบบเต็มๆคือ หลวงปู่ทองดำบรมครู .... อย่างไรก็ตามการอนุมัติรับศิษย์นั้นมิใช่ว่าจะสำเร็จทุกคนไป บางรายส่งเรื่องไปถึงสามครั้งก็โดนทางโลกทิพย์ตีกลับ ปฏิเสธกลับมาทุกครั้ง มิใช่ว่าทุกคนที่มีโอกาสแล้วจะมีวาสนาเข้าถึงทุกคน

* ผู้ที่รับหน้าที่สำคัญในโลกมนุษย์ หรือ ภพภูมิของมนุษย์ ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ไม่อนุญาตให้เปิดเผยตนเองในสื่อสาธารณะต่างๆอย่างเด็ดขาด ดังเช่น หลวงปู่ทองดำ ตลอดชีวิตห้ามทำตนโดดเด่นโด่งดัง ทำได้เพียงเป็นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์สำคัญต่างๆอย่างเงียบๆ แบบปิดทองหลังพระเท่านั้น

ตลอดชีวิตของหลวงปู่ทองดำ ตั้งแต่บวชเป็นสามเณรตราบจนมรณภาพในวัยชรา พบเจอเรื่องราวอัศจรรย์มามากมาย ผ่านการแสวงหามามากมาย ท่านเคยบอก อ.เทพ เกษมพรรณราย ว่า สายโพธิญาณนั้นถือว่า เป็นที่สุดในชีวิตที่ท่านได้พบเจอมา เป็นศูนย์กลางของโลกและจักรวาล ศูนย์กลางของทุกสรรพสิ่ง ไม่จำเป็นต้องไปดิ้นรนแสวงหาใดๆอีก

* คำเตือน การจะได้พบ บรมครู สายโพธิญาณ ( สายโบราณตามแบบหลวงปู่ทองดำ)  เป็นเรื่องของ บุญและวาสนา ไม่สามารถพบเจอตามสื่อสาธารณะต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร เว็บไซต์ internet social facebook twitter instagram etc เนื่องจากครูบาอาจารย์ในโลกทิพยิ์ไม่อนุญาตให้เปิดเผยตนเองในสื่อสาธารณะใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำด้วยตนเอง หรือกระทำโดยลูกศิษย์คนใกล้ชิดก็ตาม ทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกรูปแบบ ล้วนไม่ได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด ไม่มีการอนุโลมผ่อนผันใดๆทั้งสิ้น ใครฝ่าฝืนมีบทลงโทษจากทางโลกทิพย์ที่รุนแรงสาหัสมาก ดังนั้นจึงไม่มีโอกาสพบเจอ บรมครูสายโพธิญาณ จากสื่อสาธารณะใดๆได้เลย ... โปรดจำคำที่ว่า " ของจริงนิ่งเป็นใบ้ " ไม่มีการโฆษณาตัวตน ไม่มีการติดโลโก้แสดงสถานะหรือบอกเป็นนัยใดๆเพื่อให้คนทั่วไปคาดเดาได้

บทความเรื่อง สายโพธิญาณ นี้ณกุศลเขียนขึ้นหลังจากที่หลวงปู่ทองดำมรณภาพ ละสังขารหลายปีแล้ว จึงไม่มีผลกระทบใดๆกับการกระทำหน้าที่ต่างๆของท่าน  ตลอดจนเป็นการเขียนภาพรวมในเชิงกว้าง ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด เป็นเพียงการบันทึกเรื่องราวประสบการณ์ส่วนหนึ่งในชีวิตของทางณกุศล ... ( การเขียนรายละเอียดมากเกินไป กลับจะเกิดผลเสีย คือ ถูกมิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวงคนอื่นได้ ยิ่งรู้มากก็ยิ่งหลอกคนได้แนบเนียน อันตรายมาก )

หลวงปู่ทองดำ บรมครูสายโพธิญาณ

หลวงปู่ทองดำ บรมครูสายโพธิญาณ

หลวงปู่ทองดำ เป็นพระอริยสงฆ์ที่เคยดำรงธาตุขันธ์ในอดีต และเป็นครูบาอาจารย์องค์แรกในด้านสมาธิจิตของณกุศล

การเขียนเรื่องราวของหลวงปู่ทองดำ เป็นเพียงการบันทึกเรื่องราวประสบการณ์ส่วนหนึ่งในชีวิตของณกุศล ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับหลวงปู่ทองดำในฐานะอาจารย์และลูกศิษย์ ผ่านกาลเวลายาวนานหลายสิบปีจนท่านมรณภาพจากโลกนี้ไป ซึ่งหากไม่บันทึกไว้ก็จะขาดสาระสำคัญหลายอย่าง เช่น ที่มาของวิชาดวงธาตุโพธิญาณที่ณกุศลได้นำมาใช้ มาจากไหน มาจากใคร

บันทึกของณกุศล เป็นเพียงการบันทึกประสบการณ์ชีวิตส่วนตัวของณกุศล ไม่ใช่การเขียนชีวประวัติของหลวงปู่ทองดำ ดังนั้นจึงไม่มีการเจาะลึกในประวัติชีวิตส่วนตัวของท่าน ตลอดจนไม่มีการไปเที่ยวตามสัมภาษณ์ใครต่อใครเพื่อนำมาเขียนหรือจัดทำหนังสือชีวประวัติตามแบบที่วงการพระเครื่องนิยมทำกัน

  • อะไรที่ณกุศลรู้ ก็จะทยอยเขียนไป
  • อะไรที่ณกุศลไม่รู้ ก็ปล่อยวางไว้ ไม่มีความจำเป็นต้องดิ้นรนหามาเขียนเพราะ ไม่ได้เขียนชีวประวัติของท่าน
  • ส่วนอะไรที่รู้แต่เขียนแล้วจะเกิดความวุ่นวาย เพราะคนจะฉวยโอกาสเอาไปใช้หลอกลวงคนอื่น ก็ไม่สามารถเขียนบันทึกให้อ่านกันได้ 

ณกุศลไม่มีเวลาในชีวิตเหลือมากพอ ที่จะมาคอยตามตรวจสอบ ตามเขียนแก้ข่าวเท็จ หรือ เขียนเตือนเรื่องราวต่างๆที่ถูกนำเอาไปใช้หลอกลวงหาผลประโยชน์กัน และไม่ประสงค์จะใช้เวลาที่เหลือในชีวิตไปทะเลาะเบาะแว้งกับบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์

ตราบใดที่มีช่องทางให้หาผลประโยชน์ได้ ตราบนั้นย่อมมีผู้พยายามดิ้นรนแสวงหาไขว่คว้า แม้ต้องแลกมาด้วยการหลอกลวงทุจริตนานับประการ ก็ยังทำกันโดยปราศจากความละอายใจ หรือเกรงกลัวต่อบาปกรรม

ชีวประวัติของหลวงปู่ทองดำบรมครู ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้โดยง่าย หลวงปู่ฯไม่เคยอนุญาตให้ใครสัมภาษณ์เพื่อเขียนชีวประวัติของท่าน  แม้แต่ภาพถ่ายก็ไม่อนุญาติให้ใครถ่ายภาพ เนื่องด้วยครูบาอาจารย์ของหลวงปู่ฯไม่อนุญาตให้ทำตัวโดดเด่นมีชื่อเสียง ความโด่งดังจะนำมาซึ่งความวุ่นวายทางโลกในเรื่องต่างๆมากมายนานับประการ ดังนั้นในช่วงที่หลวงปู่ทองดำยังดำรงขันธ์อยู่นั้นท่านจะเน้นไปที่ด้านการปฏิบัติธรรมฝึกฝนจิตเป็นหลัก ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่อง ชื่อเสียง เงินทอง ลาภสักการะ ตำแหน่งสมณศักดิ์ ท่านจึงไม่เป็นที่รู้จักในสื่อสาธารณะใดๆ ไม่ใช่พระเกจิอาจารย์ปลุกเสกมนต์ขลัง ไม่ใช่พระดูดวงทำนายดวงชะตา ไม่ใช่พระที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และ ในอดีต ก่อนที่ณกุศลจะเขียนบันทึก ไม่เคยมีใครกล่าวถึงท่านในสื่อสาธารณะใดมาก่อนทั้งสิ้น กล่าวได้ว่า ณกุศลเขียนเริ่มต้นจากศูนย์ ความว่างเปล่า ไม่มีการโหนกระแสชื่อเสียงหรือความโด่งดังใดๆของหลวงปู่ทองดำทั้งสิ้น

บทความทั้งหมดที่ณกุศลได้เขียนขึ้นมา ล้วนแต่เขียนหลังจากที่หลวงปู่ทองดำได้มรณภาพจากไปแล้วหลายปี จึงไม่มีผลกระทบใดๆกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางธรรมของหลวงปู่ฯ

หลังจากที่ณกุศลได้เขียนเผยแพร่เรื่องราวของหลวงปู่ทองดำไปแล้ว ไม่แน่ว่า ในอนาคตอาจมีบุคคลอื่นๆเปิดตัวโดยระบุว่า เป็นศิษย์ใกล้ชิด เป็นศิษย์ผู้รับสืบทอดวิชา เป็นคนใกล้ชิด เป็นลูกหลานของหลวงปู่ทองดำบรมครู หรือพยายามเชื่อมโยงกล่าวอ้างความสัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่งว่าตนเองนั้นมีความเกี่ยวเนื่องกับหลวงปู่ทองดำ ซึ่งหากมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไปของคนที่ต้องการ ฉวยโอกาส หรือสวมรอย แสวงหาผลประโยชน์ นิยมจะมากันในแนวนี้ เป็นมุกเก่ามีมาตั้งแต่สมัยโบราณแต่ปัจจุบันก็ยังนิยมใช้กันอยู่ทั่วไปเพราะง่าย ลงทุนน้อย ได้ผลประโยชน์เร็ว ... ไม่ต้องลงทุนลงแรงเสียเวลาเพาะปลูกต้นกล้าแห่งศรัทธา มาถึงก็อวดอ้างเก็บเกี่ยวดอกผลได้เลย ... หากพบเจอ ขอให้ท่านผู้อ่านใช้ สติ+ปัญญา+วิจารณญาณ อย่างรอบคอบ  คนที่ปกติร้อยวันพันปีไม่เคยปรากฎ อยู่ๆจะมาเปิดตัวเพราะเหตุใด ( ห้ามอ้างว่าเปิดตัวมาเพื่อเผยแพร่กิตติคุณของหลวงปู่ฯ หรือเอางานบุญบังหน้า ตามแบบมุกเดิมๆที่นิยมใช้อ้างกัน )

 

Pages