พระผงเกศา รุ่นแรก หลวงพ่อญาท่าน พระครูปภัศรคุณ

พระผงรูปเหมือน รุ่นแรก หลวงพ่อญาท่าน ผสมเกศา ของดีที่หายาก

หลวงพ่อญาท่าน พระครูปภัศรคุณ ( บุญเลิศ ปภสฺสโร) วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนาราม ( กุดโพนทัน ) จ. หนองบัวลำภู

ผู้จัดสร้างถวาย : อ.เทพ เกษมพรรณราย  ปี พ.ศ. 2541

ในกลุ่มลูกศิษย์ และผู้ที่ศรัทธาหลวงพ่อญาท่าน จะทราบกันดีว่า โดยทั่วไปหลวงพ่อญาท่านใจดีมีเมตตาสูง ปีหนึ่งๆแจกทานมากมายมหาศาล มีผู้มาร่วมงานทั้งพระสงฆ์และฆารวาสจำนวนมากจนแน่นเต็มวัด ถึงแม้ท่านจะให้วัตถุสิ่งของแจกฟรีมากมาย แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ลูกศิษย์หลายคนขอท่านแล้วจะได้รับการปฏิเสธ คือ เส้นเกศาของท่าน เป็นสิ่งที่ท่านจะไม่ให้ใครโดยง่าย

กล่าวได้ว่า เส้นเกศา ของหลวงพ่อญาท่าน ถือว่าเป็นสิ่งของหายากที่ลูกศิษย์และผู้ที่ศรัทธาปรารถนาจะได้มาไว้บูชา

ปี พ.ศ.2541 อ.เทพ เกษมพรรณราย มีความประสงค์จะขอเส้นเกศาของหลวงพ่อญาท่านไว้บูชา โดยมีแนวคิดว่า น่าจะจัดทำเป็นพระผงผสมเส้นเกศา จึงได้ลองเสี่ยงบารมีขออนุญาตหลวงพ่อญาท่านจัดสร้าง พระผงรูปเหมือนรุ่นแรกผสมเกศา ปรากฎว่า หลวงพ่อญาท่านอนุญาต และท่านยังเมตตาเขียนยันต์ที่จะให้ลงไว้ด้านหลังพระผงมาด้วย เป็นพระยันต์ที่เน้นทางโชคลาภ มหาลาภ มหาโภคทรัพย์ ตามคำขอของ อ.เทพ

ด้านหลัง ใต้พระยันต์มหาลาภมหาโภคทรัพย์ เขียนบันทึกไว้ว่า " หลวงปู่บุญเลิศ วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนาราม จ. หนองบัวลำภู " ด้านบนเขียนว่า มหาบารมี ๗๔ ... เท่าที่ณกุศลจำได้ลางๆ ๗๔ คือ อายุของหลวงปู่ในปีที่จัดสร้างพระผง

มวลสาร พระผงรูปเหมือนรุ่นแรกผสมเกศา จะมีส่วนผสมของว่านยาเป็นหลัก เป็นยาที่หลวงพ่อญาท่านอธิษฐานจิตเสกและแจกฟรีให้แก่ผู้ป่วยที่มารักษาตัวที่วัด  ดังนั้นองค์พระจะมีกลิ่นว่านยาชัดเจนมาก และที่สำคัญคือ มีเส้นเกศาผสมลงไปในเนื้อพระจำนวนมาก สามารถเห็นเส้นเกศายื่นยาวออกมาจากเนื้อองค์พระได้ชัดเจน

เนื้อมวลสารมีส่วนผสมที่เข้มข้น เนื่องจาก อ.เทพ ผสมเนื้อมวลสารเอง กดพิมพ์กันเองในกลุ่มลูกศิษย์และผู้ที่ศรัทธา ไม่ได้ให้โรงงานจัดสร้าง เพื่อมิให้เกศาหลวงพ่อญาท่านตกหล่นลงพื้นให้คนเหยียบย่ำ หรือ มีการกระทำที่มิสมควรกับเกศาของท่าน

จำนวนจัดสร้าง ค่อนข้างน้อย เพียงหลักร้อยองค์ จำนวนที่แน่นอนไม่ได้จดบันทึกไว้

เท่าที่ทราบ หลวงพ่อญาท่านได้แจกคณะศรัทธาที่มาทำบุญผ้าป่าไปทั้งหมด และ น่าจะเป็นที่หวงแหนของผู้ที่ได้รับไป เพราะไม่เคยปรากฎออกมาให้พบเห็นในตลาดซื้อขายพระเครื่องเลย

ข้อดีของพระผงเกศานั้น คือ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็สามารถทราบได้ว่าเป็น เกศาแท้ๆของหลวงพ่อญาท่าน ชื่อท่านและชื่อวัดระบุไว้ชัดเจนที่ด้านหลังองค์พระ สามารถเก็บไว้บูชาได้สนิทใจ

พุทธคุณ คงไม่ต้องกล่าวถึง เพียงแค่เส้นเกศาของหลวงพ่อญาท่าน ก็ถือว่ามากเพียงพอแล้วที่จะพกติดตัวได้อย่างสนิทใจ

ณ ปัจจุบัน พ.ศ.2562 ผ่านมา 21 ปี ณกุศลได้ส่องกล้องดูพบว่า เกศาของหลวงพ่อญาท่าน ใสเป็นแก้วทุกเส้น บางเส้นที่เป็นสีน้ำตาลก็เป็น น้ำตาลใส แสงสามารถส่องทะลุได้เหมือนแก้วสีชา ทรงคุณค่าที่จะเก็บไว้สักการะบูชา

อานิสงค์ผลบุญต่อเนื่องใดๆ อันเกิดจากการจัดสร้างและถวาย พระเครื่องให้หลวงพ่อญาท่าน พระครูปภัศรคุณ ( บุญเลิศ ปภสฺสโร) วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนาราม จ. หนองบัวลำภู ขอให้อานิสงค์ผลบุญทั้งหมดนั้นจงบังเกิดสำเร็จแด่ สมาชิกทุกคนในครอบครัวสกุล เกษมพรรณราย ทั้งที่ยังดำรงชีวิตอยู่ และที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ทุกคนและทุกดวงวิญญาณ ขอให้มีความสุข พ้นจากความทุกข์ทั้งปวง เพียบพร้อมด้วย มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ เทอญ

อะยัมภะทันตา อะยัมภะทันตา อะยัมภะทันตา

วิญญาณในเสาตกน้ำมัน

วิญญาณในเสาตกน้ำมัน

หลวงปู่ทองดำบรมครู  บททดสอบเรื่องวิญญาณในเสาตกน้ำมัน

อาถรรพณ์ของวิญญาณในเสาตกน้ำมัน เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย ถึงแม้สิ่งก่อสร้างสมัยใหม่ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ไม้ต้นใหญ่มาทำเสากันแล้ว แต่ก็ยังมีบ้านที่นิยมสร้างด้วยไม้ทั้งหลังกันอยู่บ้าง ทำให้ยังมีการพบเจออาถรรพณ์ของวิญญาณที่ยังสถิตอยู่ในเสาไม้นั้น

ทางเลือกของเจ้าของบ้านที่เจอวิญญาณ ส่วนใหญ่ไม่พ้น 2 ตัวเลือก คือ ถ้าไม่ไปหาพระ ก็ไปหาหมอธรรมหรือหมอผี

วันหนึ่งขณะที่ณกุศลไปฝึกนั่งสมาธิกับหลวงปู่ทองดำ มีคนพาเจ้าของบ้านที่มีวิญญาณในเสาตกน้ำมันมาพบหลวงปู่ทองดำ เพื่อขอความเมตตาอนุเคราะห์แก้ปัญหา ด้วยเจออิทธิฤทธิ์ของวิญญาณปรากฏกายแสดงตนให้เห็นเป็นประจำจนเครียด

หลวงปู่ทองดำท่านพิจารณาแล้ว เห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ และเหมาะสำหรับนำมาใช้เป็นบททดสอบให้ลูกศิษย์ฝึกฝนทางจิตได้ จึงมอบหมายให้ลูกศิษย์ที่มานั่งสมาธิในวันนั้น ชื่อคุณวิทย์เป็นผู้ดำเนินการ

คุณวิทย์ได้สอบถามเจ้าของบ้านว่า " บ้านคุณอยู่แถวไหน ถนนอะไร เลขที่บ้านอะไร "

เจ้าของบ้านได้บอกทางไปบ้านตนเอง และถามคุณวิทย์ว่า " คุณจะว่างไปดูให้ได้วันไหน "

คุณวิทย์ไม่ตอบ แต่หลับตานิ่งไปสักพักใหญ่

พอลืมตา คุณวิทย์ก็อธิบายลักษณะบ้านว่า สีอะไร ลักษณะอย่างไร มีจุดเด่นอะไร มีอะไรวางไว้หน้าบ้านบ้าง และถามว่า " บ้านหลังนี้คือบ้านของคุณ ถูกต้องมั้ย "

เจ้าของบ้านแปลกใจและยอมรับว่า คุณวิทย์บอกลักษณะบ้านของตนได้ถูกต้อง รู้ได้ยังงัย

คุณวิทย์ได้อธิบายสั้นๆว่า " ผมส่งจิตไปดูมา "

จากนั้นคุณวิทย์ก็หลับตานิ่งเงียบไปอีกรอบหนึ่ง พอลืมตาก็พูดว่า " เจอแล้ว วิญญาณในเสาตกน้ำมัน  เขาตกลงยอมออกจากเสา แต่มีการต่อรองโดยเขาขอย้ายไปอยู่ตรงธรณีประตูแทน และจะไม่รบกวนเจ้าของบ้านอีก เจ้าของบ้านจะตกลงมั้ย "

( ธรณีประตูนั้นคนรุ่นเก่าจะถือว่าเป็นที่สถิตของพระแม่ธรณีหรือผีบ้านผีเรือน จึงเป็นจุดที่วิญญาณนำมาใช้ต่อรองเพื่อขอย้ายไป โดยไม่ถึงกับต้องถูกบังคับออกไปจากตัวบ้าน )

เจ้าของบ้านอารามดีใจที่มีคนมาช่วยแก้ปัญหา ได้เสาคืน ได้บ้านคืนไม่โดนรบกวน จึงรีบตอบตกลงทันที

เมื่อเจ้าของบ้านตกลง คุณวิทย์ก็จัดการย้ายให้เป็นไปตามการตกลงของทั้งสองฝ่าย

หลวงปู่ทองดำ เมื่อเจ้าของบ้านไม่มีข้อท้วงติงอะไร ท่านก็ไม่ได้พูดอะไร ณกุศลและลูกศิษย์ทุกคนรู้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในสายตาของท่านทั้งหมด เมื่อท่านส่งลูกศิษย์ไป หลวงปู่ฯก็ต้องส่งจิตตามไปคอยดูแลและตรวจสอบด้วยเช่นกัน เพียงแต่ดูเฉยๆโดยไม่เข้าไปแทรกแซงถ้าไม่จำเป็น  ถือเป็นบททดสอบในการฝึกฝนทางจิตแบบหนึ่ง

เรื่องทางจิตนั้น หลวงปู่ทองดำท่านสำเร็จบรรลุในระดับที่สูงมาก เกินกว่าที่ลูกศิษย์คนไหนจะเทียบได้ เทียบไปก็ไม่ต่างกับเอาแสงหิ่งห้อยไปเทียบกับแสงพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ระยะทางไม่ใช่ปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ จิตถึงจิต ใจถึงใจ ถ้าศรัทธาด้วยใจมั่นคง จิตก็ถึงหลวงปู่ฯได้

เรื่องราวนี้ผ่านมาเกือบ 40 ปี ณ ปัจจุบัน หลวงปู่ทองดำมรณภาพแล้ว ส่วนคุณวิทย์ย้ายออกจากกรุงเทพไปลงทุนทำธุรกิจส่วนตัวในต่างจังหวัด ขาดการติดต่อกันมานานปี ... หากใครจะมาถามว่าจะติดต่อคุณวิทย์ยังงัย ณกุศลก็ไม่ทราบเหมือนกัน ...บันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำเกี่ยวกับหลวงปู่ทองดำ

คุรุแห่งจิตวิญญาณ

คุรุแห่งจิตวิญญาณ

หลวงปู่ทองดำบรมครู

ปี พ.ศ.252X ในช่วงที่ อ.เทพ เกษมพรรณราย กำลังศึกษาอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีโอกาสเข้ารับการฝึกสมาธิจิตกับพระสงฆ์องค์หนึ่ง  โดยทราบในเบื้องต้นว่า ท่านชื่อ ทองดำ ส่วนใหญ่ท่านใช้เวลาเดินทางธุดงค์ฝึกจิตในป่าเขา ไม่ได้อยู่ประจำที่วัดใดวัดหนึ่ง ไม่มีหมายกำหนดการเดินทางไปมาที่แน่นอน แต่จะมีวัดบางแห่งที่ท่านจะแวะมาพักในระยะเวลาสั้นๆ เช่น หากเข้ากรุงเทพก็จะแวะพักกับพระผู้ใหญ่ที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา

หลวงปู่ทองดำ มีสีผิวคล้ำค่อนข้างดำ พูดน้อย ไม่ชอบพูดเล่นหรือเล่าเรื่องราวอะไร ประมาณว่าถ้าไม่มีใครถามอะไร ท่านก็จะนิ่งเงียบแทบไม่พูดอะไรเลย แต่ถ้าใครติดขัดในเรื่องการ ฝึกจิต ฝึกสมาธิ หรือปรากฏจิตนิมิตต่างๆ หากนำมาถามท่าน จะได้รับคำตอบที่อัศจรรย์ใจเนื่องจากหลวงปู่ทองดำท่านรู้รายละเอียดที่เกิดขึ้นชัดเจนมากกว่าคนที่ถามซะอีก ประหนึ่งว่าท่านเห็นเหตุการณ์แห่งจิตหรือเห็นนิมิตที่เกิดขึ้นด้วยตัวท่านเองทีเดียว ตลอดจนสามารถอธิบายให้ความกระจ่าง และให้คำแนะนำสำหรับการฝึกจิตที่ควรกระทำต่อไปเป็นอย่างดี

โดยทั่วไปการฝึกสมาธิจิตจนสามารถปรากฏเห็นนิมิตต่างๆนั้น หากคิดว่าระดับนี้ยากแล้ว การแยกนิมิตที่ปรากฏขึ้นมาว่าเป็น ของจริง หรือ ของปลอม จะเป็นระดับที่ยากกว่ามาก และ ยากยิ่งจะหาครูบาอาจารย์ที่สามารถช่วยสอนให้สอบผ่านในขั้นนี้ได้

กล่าวได้ว่า หลวงปู่ทองดำท่านเป็น ครูสอนสมาธิ หรือ คุรุแห่งจิตวิญญาณ ที่แท้จริง ด้วยท่านสามารถล่วงรู้รายละเอียดของนิมิตส่วนบุคคลที่ปรากฏทางจิตของลูกศิษย์ขณะฝึกสมาธิ ทั้งนิมิตที่เคยเกิดในอดีต และนิมิตที่เกิดในปัจจุบัน โดยแยกแยะได้ว่า ของจริง หรือ ของปลอม ตลอดจนสามารถแนะนำวิธีการปฏิบัติเพื่อความก้าวหน้าต่อไป

เวลาหลวงปู่ทองดำนั่งคุมกลุ่มลูกศิษย์ที่กำลังนั่งสมาธิ ถึงแม้จะมีลูกศิษย์นั่งสมาธิพร้อมกันหลายคน แต่หลวงปู่ทองดำก็สามารถตามจิตของแต่ละคนไปได้อย่างครบถ้วน คนไหนจิตไปภพบาดาล คนไหนจิตไปภพสวรรค์ ไปเจออะไร ไปทำอะไรมา หลวงปู่ทองดำจะทราบทั้งหมด ... เมื่อกลุ่มศิษย์ที่นั่งสมาธิออกจากสมาธิเรียบร้อยแล้ว หลวงปู่ทองดำท่านจะสรุปผล โดยการเริ่มทักไปทีละคน โดยบอกกล่าวเรื่องราวสำคัญต่างๆที่ลูกศิษย์คนนั้นได้พบเห็นทางจิตได้อย่างถูกต้อง ทำให้ลูกศิษย์คนนั้นยอมรับหมดใจว่า หลวงปู่ทองดำท่านรู้จริงเห็นจริงว่า ถอดจิตไปไหน พบเห็นอะไร จากนั้นหลวงปู่ฯจะให้คำแนะนำในการฝึกปฏิบัติสำหรับศิษย์คนนั้นและให้สอบถามข้อสงสัย ข้อข้องใจต่างๆ ซึ่งข้อมูลส่วนหนึ่งก็จะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆด้วยว่าหากเจอเหตุการณ์แบบนี้ควรปฏิบัติอย่างไร มีวิธีการแก้ไขหรือรับมืออย่างไร

 

Pages