สีติกะมหานาคราช มหานาคาธิบดีแห่งไตรยุค

สีติกะมหานาคราช มหานาคาธิบดีแห่งไตรยุค

สีติกะมหานาคราช มหานาคาธิบดีแห่งไตรยุค เป็นหนึ่งในบทความที่เกี่ยวข้องกับ ที่มาในการจัดสร้าง พระนาคปรกรุ่นแรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร ปี พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นปีที่เกิดภัยพิบัติ สึนามิ ในประเทศไทย

บทความนี้เขียนขึ้นโดยใช้ข้อมูลจริง และเรื่องจริงของ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร มาประกอบเป็นส่วนสำคัญของบทความ

ชื่อ สีติกะ เป็นชื่อที่ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร เป็นผู้กำหนดตั้งให้ โดยท่านประชุมหารือร่วมกับมหานาคาธิบดีทั้งสามพระองค์ มีมติเห็นชอบให้เรียกตามนี้ คือ สีติกะ  และเพื่อให้ได้ความหมายที่สมบูรณ์มากขึ้น ทาง อ.เทพ เกษมพรรณราย จึงได้เพิ่มเติมเป็น สีติกะนาคราช นาคาธิบดีแห่งไตรยุค

เมื่อทางณกุศลได้มาทบทวนบทความนี้ ซึ่งเราได้เคยเขียนไว้เมื่อหลายปีแล้วนั้น เห็นว่า สมควรเพิ่มคำ" มหา " เข้าไปในการกล่าวเรียกให้สมฐานะกับการเป็น มหานาคราชา ผู้มีศักดิ์ฐานะอำนาจเหนือกว่า นาคราชาทั่วไป King of the King Naka จากนี้ไปจึงขอเรียกว่า สีติกะมหานาคราช มหานาคาธิบดีแห่งไตรยุค

เรื่องราวของพญานาคเป็นที่รู้จักคุ้นเคยกันดีในพระพุทธศาสนา และมีตำนานเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ เช่น
* พญากาฬนาค ผู้รักษาถาดทองคำที่พระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ในกัปนี้ได้ทรงลอยอธิษฐาน และกล่าวว่าจะยังคงอยู่ไปถึงอนาคตสมัยพระศรีอริยเมตตรัยทรงลอยถาดทองคำ แสดงว่าพญานาคท่านนี้มีอายุยืนยาวท่านหนึ่ง
* พญามุจลินทร์ ที่แผ่พังพานปกป้องพระพุทธเจ้าจากลมและฝน เมื่อครั้งทรงนั่งเสวยวิมุตติอยู่ 7 วัน ต้นแบบพระปางนาคปรก

ใน สมัยพุทธกาล เหล่าพญานาคได้ทูลขอต่อองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อร่วมรักษาพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวครบถ้วน 5000 ปี กล่าวคือ พญานาคมีความเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนามายาวนานหลายยุคหลายสมัย ที่เป็นสัมมาทิฐิก็มาก แต่ที่เป็นมิจฉาทิฐิก็มี เหมือนกับมนุษย์ที่มีทั้งคนดี และ คนไม่ดีปะปนกัน เพียงแต่ส่วนใหญ่จะเป็นสัมมาทิฐิ

พญานาค กับตำนานท้องถิ่น
เรื่องราวของพญานาคจะมีปรากฏหลากหลายในตำนานท้องถิ่นทั่วไป ซึ่งพอสรุปคร่าวๆ คือ
• การเพาะปลูก : พญานาค เป็นสัญลักษณ์แห่งน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน
• การกำเนิดแม่น้ำสายสำคัญต่างๆ เช่น ตำนานการเกิดแม่น้ำโขง
• การล่มสลายของเมืองโบราณต่างๆ
• การก่อกำเนิดเมือง เช่น ตำนานกำเนิดประเทศกัมพูชา ที่พญานาคกลืนน้ำซึ่งท่วมดินแดนนั้นอยู่จนแผ่นดินแห้ง กลายเป็นประเทศขึ้นมา
• กองทหารแห่งพระพุทธศาสนา หน้าที่ปกป้องพระพุทธศาสนาในด้านต่างๆ เช่น ปกป้องพระอริยสงฆ์ ปกป้องสถานที่สำคัญทางศาสนา
     กล่าวคือ พญานาค เป็นผู้มีพลังเกี่ยวเนื่องชัดเจน เกี่ยวกับความเป็นไปของแผ่นดินและผืนน้ำ หากมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญด้านแผ่นดินและผืนน้ำ มักจะมีความเกี่ยวเนื่องกับพญานาคเสมอ

พญานาคเจ็ดเศียร
คนไทยจำนวนมาก นิยมสร้างพญานาค ๗ เศียร เพราะเกี่ยวเนื่องกับพุทธประวัติปางนาคปรก (พญามุจลินท์) เราจึงมีโอกาสพบเห็นนาคตามบันไดวัด หรือหินแกะสลักต่างๆ เป็นนาค ๗ เศียร มีหลากหลายสี
โดยอีกความเชื่อหนึ่ง คือ คนจำนวนมากเชื่อว่า พญานาคที่ฤทธิ์มาก หรือ นาคสูงศักดิ์ จะต้องมีเศียรจำนวนมาก บางคนก็ว่ากันเป็นพันเศียร แต่ส่วนใหญ่เวลาสร้างให้ดูสวยงามก็มักจะมาลงที่ ๗ เศียร เช่น
• พญาอนันตนาคราช กล่าวกันว่าท่านมีพันเศียร แต่เวลามาสร้างเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช กลับเป็นหัวเรือนาค ๗ เศียร
• พญาศรีสัตตนาคราช เป็นนาคราช ๗ เศียร ตามคำบอกเล่าของหลวงปู่คำพันธ์ กล่าวว่าเป็นกษัตริย์นาคที่ยิ่งใหญ่กว่าใครในสองแผ่นดิน ไทย-ลาว
     สรุป คือ โอกาสพบนาค ๗ เศียรในประเทศไทยนั้นสูงมาก และมีการสร้างอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันตามวัดต่างๆ จึงไม่ได้เป็นสาเหตุการเกิดภัยธรรมชาติตามความเชื่อของบุคคลบางท่านแต่อย่างใด

หน้าที่ของนาคราช กับ งานภัยพิบัติธรรมชาติ

ในปัจจุบันเริ่มมีหลายคน เริ่มทราบความเชื่อมโยงของพญานาคกับภัยธรรมชาติ ผ่านทางสมาธิบ้าง เทพบางฝ่ายมาส่งข้อมูลผ่านความฝันบ้าง ถึงแม้ภาพที่ได้รับยังไม่ชัดเจน แต่เป็นเสมือนการเตือนว่า วันเวลาของงานครั้งใหญ่ ได้ใกล้เข้ามามากแล้ว ตามวลีที่กล่าวว่า ความลับไม่มีในโลก เป็นเพียงว่าจะรู้ช้าหรือเร็ว หรือ ถึงเวลาที่พระท่านเห็นสมควรแก่การเปิดเผยให้ทราบ

นับย้อนหลังไปช่วงต้นปี พ.ศ.2547  อ.เทพ เกษมพรรณรายได้รับคำสั่งด่วนที่สุด ให้ช่วยสร้างบล๊อคพระนาคปรกสามเศียร เพื่อสร้างพระแจกให้บุคคลที่เกี่ยวข้องในการเตรียมงานฯ โดยจำกัดคนละหนึ่งองค์ให้พกติดตัวไว้ตลอดเวลา เป็นงานที่ทำบล๊อคเสร็จภายใน ๗ วันเหมือนเนรมิต มาทราบภายหลังว่าเป็นข้อตกลงกับกลุ่มนาคราชผู้ดูแลด้านภัยพิบัติธรรมชาติ ใช้เป็นจุดในการสังเกต เพื่อความรวดเร็วของการเข้าช่วยเหลือขณะเกิดภัยพิบัติ และในปลายปีเดียวกันนั้นก็ได้ปรากฎภัยพิบัติสึนามิขึ้นในประเทศไทย คนส่วนใหญ่เริ่มตระหนักถึงอันตรายจากภัยธรรมชาติที่กำลังหนักขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อค่อยๆได้รับข้อมูลมากขึ้น ทราบว่า กองทัพนาคราช มีรายชื่อของบุคคลที่จะได้รับการคุ้มครอง และเริ่มส่งบริวารไปดูตามบ้านของบุคคลตามบัญชีรายชื่อ เพื่อให้การคุ้มครองป้องกัน บุคคลเหล่านี้คือผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในทุกสายการปฏิบัติธรรม ไม่มีการแบ่งแยกสาย ตรงนี้ทำให้ทราบว่า งานด้านภัยพิบัติของกองทัพนาคราชมีระบบ มีขั้นตอนในการทำงาน รวมถึงมีหน้าที่ช่วยเหลือคนดีให้อยู่รอดปลอดภัยจากภัยพิบัติ ตามกรรม ตามวาระ

ถ้าเปรียบเทียบก็คล้ายกับ การส่งกองกำลังทหารเข้าเคลียพื้นที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ... ทหารไม่ได้มีหน้าที่ทำร้ายคนดี แต่การทำหน้าที่ก็อาจมีผลกระทบกระเทือนบ้าง ตลอดจนทหารมีหน้าที่เข้ากู้ภัยช่วยเหลือประชาชนในกรณีภัยพิบัติต่างๆ เช่น น้ำท่วม และอื่นๆด้วย กองทัพนาคราชก็มีหน้าที่คล้ายกองกำลังทหาร

ภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายๆอย่าง ก็ล้วนมาจากฝีมือมนุษย์ที่ทำให้โลกขาดความสมดุล และมนุษย์ทำลายล้างกันเอง จนฝ่ายโลกทิพย์ ตลอดจนฝ่ายต่างดาว ต้องยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว

หน้าที่กองทัพนาคราช เกี่ยวกับภัยพิบัติ โดยย่อ
• ปกป้องพระศาสนา จากฝ่ายมาร
• ป้องกันพุทธสถาน ขณะเกิดภัยพิบัติ
• ช่วยเหลือคนดี ขณะเกิดภัยพิบัติ

มหานาคาธิบดีแห่งไตรยุค ผู้อยู่เหนือภัยธรรมชาติ

กล่าวว่า กลุ่มมหานาคราช หมายถึง ไม่ใช่มีเพียงมหานาคราชท่านเดียว แต่เป็นการรวมตัวของ มหานาคราชสามพี่น้องผู้รับหน้าที่หลักดูแลยุคทั้งสาม ในการดูแลปกป้องพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ สมัยพระพุทธเจ้าพระองค์แรก (สมเด็จองค์ปฐม) เรื่อยมาจนถึงยุคพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน และ รวมถึงมหานาคราชผู้รับหน้าที่จะดูแลในอนาคตกาล สมัยที่พระอริยเมตตรัยมาตรัสรู้ธรรม เรียกรวมว่า ไตรยุค คือ ยุคอดีต ยุคปัจจุบัน ยุคอนาคต รวมเป็นหนึ่ง มาช่วยกันดำเนินงาน ... แต่ละท่านมีจำนวนเศียร ขนาด สีแตกต่างกัน แต่ศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน เมื่อรวมจำนวนบริวารของแต่ละท่านก็มากมายประดุจกองทัพ ... บ่งบอกว่างานครั้งนี้เป็นงานที่สำคัญครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่สมควร จารึกไว้

ในการกำหนดสัญลักษณ์ แทน มหานาคาธิบดีแห่งไตรยุค เนื่องจากแต่ละท่านมีลักษณะแตกต่างกัน เพื่อความสะดวก ทุกท่านตกลงให้ใช้เป็นรูปนาคราชสามเศียร เรียกนามรวมว่า สีติกะมหานาคราช ( สีติกะมหานาคาธิบดี ) และให้มีรูปของพระพุทธเจ้า หรือ เครื่องหมายของพระรัตนตรัย ควบคู่กันไปเสมอ ด้วยพวกท่านมีหน้าที่ผู้ดูแลปกป้องพระพุทธศาสนาในสามยุค มิใช่มาสร้างลัทธิใดๆ ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น พญานาค เป็นผู้มีพลังพิเศษเกี่ยวกับความเป็นไปของแผ่นดินและผืนน้ำ งานในส่วนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้านแผ่นดินและผืนน้ำของโลกครั้งนี้ ทั้งสามภพจึงมีมติให้เป็นหน้าที่ของสีติกะมหานาคาธิบดีแห่งไตรยุคเป็นกองหน้าในการดำเนินงาน

มหานาคาธิบดีแห่งไตรยุค กับ กองกำลังอภิญญา
งานของกลุ่มมหานาคาธิบดีแห่งไตรยุค ทำงานเป็นระบบเชื่อมโยงกับงานของกลุ่มพระอริยะสงฆ์ที่บุคคลทางโลกเรียกว่า คณะหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร เปรียบเหมือนหน่วยงานในบริษัทเดียวกัน แต่ต่างแผนก ต่างหน้าที่ โดยทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน

หากงานของแผนกหนึ่งมีการเลื่อนกำหนดงาน หรือปรับปรุงแผนงาน แผนกอื่นก็ต้องเลื่อนหรือปรับตามกัน เพื่อให้สอดคล้องและสนับสนุนกัน "สิ่งนี้จึงเป็นลักษณะเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ใช่สิ่งตายตัว เกินกว่าที่มนุษย์จะเปิดตำราหรือทำนายได้แม่นยำ จึงกล่าวได้ว่า มนุษย์ทำนาย ฤาจะสู้ฟ้าลิขิต"

หน้าที่ของคณะหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร ดูแลเตรียมงานการรองรับภัยพิบัติทั้งหมด เช่น

• การเตรียม กองกำลังผู้มีอภิญญาพลังจิต เพื่อดำเนินงานต่างๆ
• การคัดกรองรายชื่อของบุคคลผู้ปฏิบัติดีและมีจิตใจดีงาม จากบุคคลทุกสายการปฏิบัติธรรม
• การเตรียมสถานที่หลบภัย เสบียงอาหาร การเคลื่อนย้ายบุคคลเข้าสู่สถานที่หลบภัย
• การรักษา เอกสารสำคัญ ตลอดจนองค์ความรู้และเทคโนโลยีต่างๆ จากภัยพิบัติ
• ฝ่ายสนับสนุนให้ความช่วยเหลือ ประสานงานกับ กลุ่มบุคคลทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
• การประสานงานกับฝ่ายดำเนินการภพภูมิต่างๆ

ตัวอย่าง การประสานงาน : ก่อนเกิดสึนามิในไทย คณะหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรกำหนดจุดตรึงแผ่นดินในบางส่วนของประเทศไทย ไม่ให้เคลื่อนตัวรุนแรงตามแผ่นดินไหว โดยแต่ละจุดที่ถูกกำหนด ทางมหานาคาธิบดีแห่งไตรยุคได้ส่งบริวารนาคไปทำการอารักขาและตรึงแผ่นดินไม่ให้ เคลื่อนจนกว่าจะถึงวาระ เช่น บริเวณเขื่อน จ.กาญจนบุรี

จิตใจที่ดีงาม คือ ความรอด
     เรื่องของภัยพิบัติ เป็นเรื่องที่รู้เพื่อ เตรียมกาย เตรียมใจ เตรียมการณ์ให้พร้อม โดยยังดำเนินชีวิต ทำกิจกรรม ทำงานตามปกติ ไม่ตื่นตระหนกหรือกังวลเกินขอบเขต

     การเตรียมใจ คือ การฝึกจิต ยึดมั่นในความดี ในทางพุทธคือ การรักษาศีล5 ฝึกสมาธิ และแผ่เมตตาให้มากๆ

     ด้วยจิตใจที่ดีงาม และมีการเตรียมกาย เตรียมใจที่ดี จะส่งผลให้รอดพ้นจากภัยพิบัติในรูปแบบแตกต่างกัน เช่น
• รอดด้วยผลแห่งกรรมดีของตน
• ได้รับคำเตือนจากกัลยาณมิตร และนำพาให้รอดพ้นด้วยกัน
• ได้รับคำเตือนจากพระสุปฏิปันโน และนำพาให้รอดพ้น
• ได้รับการช่วยเหลือจากกองทัพนาคราชให้ผ่านพ้นวิกฤตเฉพาะหน้าขณะเกิดภัยพิบัติ
• สำหรับบุคคลพิเศษ ได้รับการช่วยเหลือโดยตรงจากกองกำลังอภิญญาของหลวงปู่ใหญ่ พาไปยังสถานที่ปลอดภัย
• อื่นๆ เช่น การช่วยเหลือจากมนุษย์ต่างมิติ มนุษย์ต่างดาว

     ปัจจุบันทั้งทางวิทยาศาสตร์และจิตศาสตร์ ได้เชื่อมโยงแนวโน้มแห่งภัยพิบัติธรรมชาติ ไปในแนวทางเดียวกัน จึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรตระหนักและเตรียมการณ์ด้วยความไม่ประมาท

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

สรุปภาพรวม พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์

สรุปภาพรวม พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์

เกี่ยวกับบทความของ พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร วัดบูรพาภิรมย์ จ.สกลนคร ทางณกุศลได้เขียนไว้หลายบทความ เพื่อแยกแยะรายละเอียดของแต่ละรุ่น แต่ละแบบ ซึ่งท่านที่ศรัทธามาใหม่ในระยะแรกบางท่านอาจจะตามอ่านไม่ทัน ในบทความนี้เราจะ สรุปภาพรวม ในมุมกว้าง ซึ่งน่าจะมีประโยชน์สำหรับท่านที่ติดตามศึกษาข้อมูล

ถาม . พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร วัดบูรพาภิรมย์ มีทั้งหมดกี่รุ่น

ตอบ .  เท่าที่มีหลักฐานพิสูจน์ยืนยันได้ เป็นมาตราฐาน มีการจัดสร้าง 3 วาระ คือ

1. รุ่นแรก ปี พ.ศ. 2547   อ.เทพ เกษมพรรณราย อาราธนาขอให้หลวงปู่โสภาจัดสร้างเพื่อโปรดผู้ที่มีบุญกุศล และบรรดาลูกหลานพญานาคในอดีตชาติ

2. รุ่นยอดนิยม ปี พ.ศ. 2553   แจกงานกฐินวัดบูรพาภิรมย์

3. รุ่นสุดท้าย ปี พ.ศ. 2554   กตเวทิตา แทนคุณครูบาอาจารย์

ถึงแม้จะมีการจัดสร้างสามวาระ แต่ก็สามารถแยกแยะความแตกต่างได้โดยง่าย เพราะพระในแต่ละรุ่นมีองค์ประกอบภายนอกที่เสริมแต่งไม่เหมือนกัน เห็นชัดเจนด้วยตาเปล่า

มวลสารในแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน สูตรในการผสมเนื้อพระมีความแตกต่างกัน ส่งผลให้ลักษณะเนื้อพระแต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน

ภาพถ่ายพระนาคปรกทุกองค์ที่ลงไว้ในเว็บณกุศล เป็นพระเครื่องที่อยู่ในการครอบครองของทางณกุศล ไม่ได้หยิบยืมภาพของคนอื่นมาใช้ประกอบ พระเครื่องทุกองค์ได้มาจากการทำบุญกับทางวัดในวาระแตกต่างกัน ทันร่วมบุญตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นสุดท้าย ดังนั้นพระทุกองค์แท้และทันหลวงปู่โสภาอธิษฐานจิตอย่างแน่นอน และยังสามารถแยกแยะรุ่นได้ชัดเจน เพราะช่วงเวลาที่ได้รับพระแต่ละชุดมาแตกต่างกัน โดยแยกเก็บรักษาไว้อย่างเป็นระเบียบ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ถาม . พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร วัดบูรพาภิรมย์ มีจำนวนการจัดสร้าง มากน้อยแค่ไหน

ตอบ. จำนวนการจัดสร้าง เรียงลำดับจากมากไปน้อย

* หลักหมื่นองค์ รุ่นปี พ.ศ. 2553 หรือ รุ่นยอดนิยม จำนวนจัดสร้างมากที่สุด ประมาณ  17,000 องค์  ( เนื้อมาตราฐาน 12,000 องค์ เนื้อพิเศษ 5,000 องค์ )

* หลักพันองค์ รุ่นปี พ.ศ. 2547 หรือ รุ่นแรก ประมาณ  3,000 องค์

* หลักร้อยองค์ รุ่นปี พ.ศ. 2554 หรือ รุ่นสุดท้าย จำนวนจัดสร้างน้อยที่สุด มีเพียงประมาณ  700 องค์

ดังนั้นโอกาสที่จะพบเจอพระนาคปรก ของหลวงปู่โสภา มากที่สุด คือ พระรุ่นที่สร้างใน ปี พ.ศ. 2553 ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น รุ่นยอดนิยม ถึงแม้เป็นรุ่นที่จำนวนสร้างมากที่สุด  แต่ ณ ปัจจุบัน ( 2560 ) พระแท้ แบบนิยม ไม่ค่อยพบเห็นหมุนเวียน ... ส่วนพระแบบที่คนวงในไม่ชอบไม่นิยมเพราะหลวงปู่โสภาไม่ได้เสกนั้น มีพบเห็นมานานหลายปีแล้ว ใครจะพบเจอได้แบบไหนไปบูชาขึ้นกับบุญวาสนาของแต่ละคน

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นปี พ.ศ. 2553 เนื้อพิเศษ กรรมการ

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นปี พ.ศ. 2553 เนื้อพิเศษ กรรมการกฐิน

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร เนื้อพิเศษ

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร เนื้อพิเศษ บล๊อกสอง

ตามที่ทางณกุศลได้เขียนไว้ก่อนหน้านี้ คือ พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นปี พ.ศ. 2553 มีเนื้อพิเศษ แจกกรรมการกฐิน 2 แบบ คือ แบบพิมพ์บล๊อกแรก และ แบบพิมพ์บล๊อกสอง

1. พระเนื้อกรรมการ บล๊อกแรก ...

* ด้านหน้า จะเป็นแบบปกติทั่วไป ไม่มีการฝังอะไรเป็นพิเศษ

* ด้านหลัง ทุกองค์ ฝังเหล็กไหล

* ด้านหลัง ทุกองค์ฝังตะกรุดสามกษัตริย์ ( ตะกรุด 3 ดอก คือ ทอง เงิน ทองแดง )

* พระเนื้อพิเศษทุกองค์ ผสมสี แต่ละองค์มีสีสรรลวดลาย แตกต่างกัน

2. พระเนื้อกรรมการ บล๊อกสอง ...

* ด้านหน้า ทุกองค์ ฝังพลอยสามเม็ด ( ไม่มีแบบ ไม่ฝังพลอย )

* ด้านหลัง ทุกองค์ ฝังเหล็กไหล

* ด้านหลัง ทุกองค์ ฝังตะกรุดสามกษัตริย์ ( ตะกรุด 3 ดอก คือ ทอง เงิน ทองแดง )

* พระเนื้อพิเศษทุกองค์ ผสมสี แต่ละองค์มีสีสรรลวดลาย แตกต่างกัน

* มีเส้นเกศาหลวงปู่โสภาผสมลงในเนื้อพระ บางองค์เห็นชัดเจน บางองค์อาจเห็นเส้นเกศาไม่ชัดเจน

เกี่ยวกับ การฝังเหล็กไหล ในพระเนื้อพิเศษบางองค์ เวลากดพิมพ์อาจทำให้เหล็กไหลจมลึกลงในเนื้อพระทำให้มองไม่เห็น บางองค์เหล็กไหลโดนกดทะลุไปออกด้านหน้าก็มี แต่จากเท่าที่ทาง ณกุศล เคยตรวจสอบพระเนื้อพิเศษมานับร้อยองค์ พบว่ามีฝังเหล็กไหลทุกองค์ โดยในตำแหน่งที่ฝังสามารถใช้แม่เหล็กดูดติดได้

เนื้อมวลสารในรุ่นพิเศษแจกกรรมการกฐิน จะมีส่วนผสมและมวลสารที่พิเศษเพิ่มเติม ทำให้แตกต่างจากเนื้อมาตราฐาน สามารถสังเกตุเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า แต่สำหรับภาพถ่ายจะมองรายละเอียดของเนื้อมวลสารได้ยาก ถ้าใครไม่เคยเห็นหรือได้สัมผัสของจริง ควรใช้ความรอบคอบในการพิจารณา เนื้อพิเศษคือมีความพิเศษตั้งแต่ในเนื้อมวลสาร ส่วนพลอย และ ตะกรุดเป็นเพียงปัจจัยเสริมแต่งภายนอก

พระเนื้อพิเศษทุกองค์ ผสมสี แต่ละองค์มีสีสรรลวดลาย แตกต่างกัน เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน รายละเอียดตามหลักวิชาที่หลวงปู่โสภากำหนดไว้ ... ไม่มีแบบสีมวลสารเดิมล้วนๆ จะมีการผสมสีลงในเนื้อพระทุกองค์

จำนวนการจัดสร้าง สำหรับ พระเนื้อพิเศษ แจกกรรมการกฐิน รุ่น ปี พ.ศ. 2553 ทั้งสองพิมพ์รวมกัน ประมาณ 5,000 องค์ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนไม่มาก เพราะถ้าแยกพิมพ์ออกมาแบบหารสอง จะได้ตัวเลขเฉลี่ย 2500 องค์ต่อพิมพ์ ขนาดรุ่นแรก 3,000 องค์ ก็ยังไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่ต้องการ แล้วจำนวนเฉลี่ยที่น้อยกว่ารุ่นแรกก็ไม่ต้องพูดถึง คือ ไม่เพียงพอกับศรัทธาของลูกศิษย์เช่นกัน

Pages