ภาควัตถุมงคล หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

ในส่วนด้านวัตถุมงคลของ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร จะมีจำนวนไม่มากรุ่น ปกติแต่ละรุ่นห่างกันนานหลายๆปี ทิ้งช่วงห่าง 3 ปีบ้าง 5 ปีบ้าง 7 ปีบ้าง จึงจะมีสักรุ่นหนึ่ง เนื่องจากหลวงปู่ฯจะสร้างเมื่อมีเหตุอันควรที่จะสร้าง สร้างไว้ให้ผู้ศรัทธาที่หวังพึ่งในพุทธคุณอย่างแท้จริง ไม่ได้เน้นทำเป็นพุทธพาณิชย์ แบบที่ออกกันปีละหลายๆรุ่น

หลวงปู่โสภา บวชตั้งแต่อายุยังน้อย เริ่มต้นจากเป็นสามเณร ศึกษาพระธรรม ปฏิบัติธรรมตลอดชีวิตจนสิ้นอายุขัยมรณภาพในวัย 76 ปี ในระหว่างบวชท่านได้ธุดงค์ฝึกจิตไปในสถานที่ต่างๆมากมาย บางช่วงเวลาฝึกจิตอยู่แต่ในป่าลึกเป็นเวลาหลายปี พบเจอเรื่องราวอัศจรรย์เหนือธรรมชาติมากมาย เวลาส่วนใหญ่ของหลวงปู่ฯจะใช้ไปกับการธุดงค์เดินทางฝึกจิตปฏิบัติธรรม มิได้ปักหลักอยู่วัดใดวัดหนึ่งเป็นเวลานานๆ

จวบจนสูงวัย ถึงแม้ท่านจะยังธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆเป็นประจำ แต่ในช่วงเข้าพรรษา ไม่ว่าหลวงปู่ฯจะไปธุดงค์ที่ไหน ส่วนใหญ่ท่านจะกลับมาจำพรรษาที่ วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม ซึ่งถือว่าเป็นวัดหลักแห่งหนึ่งที่หลวงปู่ฯจำพรรษาเป็นเวลายาวนานหลายปีต่อเนื่องกัน

ในบั้นปลายชีวิต หลวงปู่โสภาได้กลับไปจำพรรษาที่บ้านเกิดใน จ.สกลนคร วัดบูรพาภิรมย์ เพื่อโปรดโยมแม่ และญาติๆในครอบครัวของท่าน จวบจนวาระสุดท้ายในชีวิตได้มรณภาพ ณ บ้านเกิด  นับว่าเป็นอีกวัดหนึ่งที่ท่านจำพรรษาเป็นเวลานานพอสมควร และเป็นวัดสุดท้ายที่ท่านได้จำพรรษา

หากจะแบ่ง วัตถุมงคลของหลวงปู่โสภา ชุตินธโร เราก็อาจจะแบ่งได้เป็น 2 ช่วงเวลาใหญ่ๆ เป็น วัตถุมงคลยุคต้น และ วัตถุมงคลยุคปลาย โดยยึดหลักจาก 2 วัด ที่ท่านจำพรรษานานที่สุด คือ วัดหนองเลา และ วัดบูรพาภิรมย์

* วัตถุมงคลยุคต้น เริ่มนับจาก สมัยที่ท่านเป็นสามเณร จนมาจำพรรษาอยู่ วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม

* วัตถุมงคลยุคปลาย เริ่มนับจาก สมัยที่ท่านย้ายจากวัดหนองเลา มาจำพรรษาที่ วัดบูรพาภิรมย์ จ.สกลนคร จวบจนสิ้นอายุขัย

วัตถุมงคลที่ หลวงปู่โสภาเป็นประธานในการจัดสร้าง อธิษฐานจิตเดี่ยวๆ และสร้างโดยมีเอกลักษณ์เฉพาะพิเศษ มีจำนวนน้อยรุ่น ทางเราจะทยอยลงข้อมูล และ update ไปเรื่อยๆ

วัตถุมงคลยุคต้น

* ล็อกเก็ต รุ่นแรก หลวงปู่โสภา วัดหนองเลา พ.ศ. 2539

* พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา รุ่นแรก วัดหนองเลา พ.ศ. 2542 ( ส่วนที่อยู่กับทางณกุศล ได้รับการอธิษฐานจิต บรรจุวิชาเพิ่มเติมนานสามเดือนในปี พ.ศ.2554 )

* จุกเปีย  เป็นเครื่องรางที่เป็น วิชาเฉพาะตัวของหลวงปู่โสภา มีสร้างเป็นระยะๆเรื่อยมา ตั้งแต่ยุคต้น แต่ในยุคต้นจะมีจำนวนน้อย เนื่องจากเวลาส่วนใหญ่ของหลวงปู่จะใช้ไปกับการเดินทางธุดงค์ คนส่วนใหญ่จะมารู้จัก จุกเปีย ในช่วงยุคปลาย ซึ่งเป็นช่วงที่หลวงปู่อยู่จำวัดนานขึ้น ไม่ได้ธุดงค์หายไปนานๆเหมือนสมัยก่อน

วัตถุมงคลในยุคก่อนปี พ.ศ.253X ส่วนใหญ่จะเป็น ประคำ108 ซึ่งท่านแจกให้ลูกศิษย์ไว้ใช้ปฏิบัติภาวนาฝึกจิต

 

วัตถุมงคลยุคปลาย

* พระนาคปรก หลวงปู่โสภา รุ่นแรก พ.ศ. 2547

* พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ พ.ศ. 2553

* พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นสุดท้าย พ.ศ. 2554

* พระหยกเขียว พ.ศ. 2554 ( เศษหยกจากการสร้างพระประธานหินหยกเขียว)

* จุกเปีย  เป็นเครื่องรางที่เป็น วิชาเฉพาะตัวของหลวงปู่โสภา มีสร้างเป็นระยะๆเรื่อยมา ตั้งแต่ยุคต้น แต่ในยุคต้นจะมีจำนวนน้อย เนื่องจากเวลาส่วนใหญ่ของหลวงปู่จะใช้ไปกับการเดินทางธุดงค์ คนส่วนใหญ่จะมารู้จัก จุกเปีย ในช่วงยุคปลาย ซึ่งเป็นช่วงที่หลวงปู่อยู่จำวัดนานขึ้น ไม่ได้ธุดงค์หายไปนานๆเหมือนสมัยก่อน

* ธรรมเทพ คือ เครื่องราง จุกเปีย รุ่นพิเศษ มีเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่าง สามารถแยกแยะออกจาก จุกเปีย รุ่นทั่วไปได้โดยง่าย จำนวนจัดสร้าง 200 องค์ ซึ่งหลวงปู่โสภา สร้างตามคำขอของ อ. เทพ เป็นการเฉพาะ และ อ.เทพ ขออนุญาตหลวงปู่ฯ ใช้ชื่อเรียกรุ่นนี้ว่า " ธรรมเทพ " คือ เทพที่เกิดจากองค์ธรรม เป็นรุ่นที่เสกนานมาก ขลังมาก ขนาดหลวงปู่โสภา สั่งกำชับว่า " รุ่นนี้แรงมาก ให้เก็บไว้บ้าง อย่าปล่อยให้บูชาจนหมด " เป็นรุ่นที่มีประสบการณ์มาก แม้แต่สุนัขฝรั่งตัวใหญ่กำลังวิ่งเข้าใส่ แต่กลับโดน ธรรมเทพ กดหัวมันลงไปติดพื้นดิ้นพราดๆ เห็นกันจะๆกับตา ไม่สามารถเข้ามาทำอันตรายผู้ที่ครอบครองธรรมเทพได้

วัตถุมงคล ที่ได้รับการบรรจุวิชา โมเลกุลธาตุกระตุ้นปรับดวงชะตา เป็นการเฉพาะกิจ จะมีพระเครื่องเพียงรุ่นเดียว คือ พระโพธิญาณรุ่นแรก ซึ่งได้นำเข้ารับการอธิษฐานจิตบรรจุวิชาเพิ่มเติมในปี พ.ศ.2554 โดย อ. เทพ เกษมพรรณราย ได้ขอหลวงปู่โสภาเน้นสรรพวิชาด้านเสริมดวงชะตาเป็นกรณีพิเศษ โดยได้นำพระโพธิญาณรุ่นแรกที่ อ.เทพ ได้เคยร่วมทำบุญและเก็บรักษาไว้เข้ารับการอธิษฐานจิตไตรมาส(สามเดือน) พร้อมกับ มวลสารเนื้อผงและเนื้อโลหะจำนวนหนึ่งเพื่อเก็บไว้สร้างวัตถุมงคลในอนาคต โดยเน้นวิชาด้านการเสริมดวงปรับชะตามนุษย์เป็นการเฉพาะ

วัตถุมงคลอื่นๆ

วัตถุมงคลอื่นๆ ที่หลวงปู่โสภาอธิษฐานจิต นอกเหนือจากที่กล่าวไปแล้ว

วัตถุมงคลบางรุ่น หลวงปู่โสภาไม่ได้เป็นประธานหลักในการจัดสร้าง และมีหลวงปู่องค์อื่นๆร่วมสร้างจำนวนหลายท่าน  จึงไม่สามารถระบุลงไปอย่างชัดเจนว่าเป็นพระเครื่องของหลวงปู่โสภา ขึ้นกับกลุ่มผู้ที่ศรัทธาในครูบาอาจารย์องค์ไหนก็เล่นหาวัตถุมงคลไปในสังกัดครูบาอาจารย์องค์นั้น เช่น พระผงว่านยุคต้นของวัดหนองเลา

วัตถุมงคลบางส่วน เป็น พระเครื่องที่จัดสร้างสำเร็จแล้วจากที่อื่น เช่น ตลาดท่าพระจันทร์ ตลาดวัดราชนัดดา แล้วลูกศิษย์นำมาให้ท่านอธิษฐานจิตให้เพื่อใช้ส่วนตัว หรือแจกจ่ายกันเองในหมู่คณะ ส่วนนี้จะไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ชี้ขาดได้

มวลสาร พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา รุ่นแรก พ.ศ. 2542

มวลสาร พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร รุ่นแรก พ.ศ. 2542 วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม

มวลสารในการจัดสร้าง พระโพธิญาณ หลวงปู่โสภา รุ่นแรก รวบรวมมวลสารโดย อ.เทพ เกษมพรรณราย โดยมีหลวงปู่โสภาให้คำแนะนำ และ ช่วยในการใช้ทิพยจักษุตรวจสอบมวลสารต่างๆ หลายสิ่งหลายอย่าง ไม่สามารถใช้เงินซื้อหามาได้ พระเครื่องรุ่นนี้จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ไม่เหมือนใคร 

มวลสารหลัก (มวลสารที่มีจำนวนมากเป็นกระสอบเป็นกิโล) ที่นำมาจัดสร้าง พระผงโพธิญาณ และ ใช้อุดใต้ฐานพระกริ่งโพธิญาณ

* แผ่นจาร อักขระธรรม ของหลวงปู่โสภา จำนวนมาก ซึ่งหลวงปู่มอบให้สำหรับการสร้างพระกริ่งรุ่นแรกเป็นการเฉพาะ เป็นอักขระธรรมของครูบาอาจารย์ในสายโพธิญาณ มีอยู่ในคัมภีร์โลกทิพย์ แต่ไม่มีในหนังสือที่วางขาย หรือ ในตำราใดๆของโลกมนุษย์

* ผงพุทธคุณโพธิญาณ เป็นผงวิเศษ ซึ่งมีเฉพาะในสายโพธิญาณ ของหลวงปู่โสภา ชุตินธโร

* มวลสารของ หลวงปู่ประเคน จ.ปัตตานี ซึ่งได้สะสมมาหลายสิบปี

* มวลสารของ หลวงปู่หาน จ.หนองคาย (ศิษย์สำเร็จลุนที่ทันท่านบวชให้ที่ประเทศลาว)

* เกศา หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร

* เกศา หลวงปู่โสภา ชุตินธโร วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม

* เกศา หลวงพ่อญาท่าน พระครูปภัศรคุณ ( บุญเลิศ ปภสฺสโร) วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนาราม

* เกศา หลวงปู่หาน จ.หนองคาย

* ผงว่าน ชุดเดียวกับที่ใช้สร้างหลวงปู่ทวด ปี 2497 จ.ปัตตานี

* ผงยาสมุนไพรเสก ของ หลวงพ่อญาท่าน พระครูปภัศรคุณ ( บุญเลิศ ปภสฺสโร)

* ผงไม้งิ้วดำ เทพนิมิต จากป่าลึกชายแดนประเทศ

* ดินกากยายักษ์ ของแท้ จากยอดเทือกเขาสันกาลาคีรี

* ดินจอมปลวก 7 เศียร

* ดินขุยปู ดีเด่นด้านเมตตามหานิยม การค้าขายทำกิน

* ปฐวีธาตุ ยอดภูลังกา  ( หินนาคราช จากยอดภูลังกา )

* ปฐวีธาตุ จากถ้ำครูสายโพธิญาณ ในภูเขาควาย ประเทศลาว

* แร่ธาตุ ทนสิทธิ์ ชนิดต่างๆ

  • ข้าวตอกพระร่วง
  • เพชรหน้าทั่ง
  • เต่าหิน
  • คดหิน ชนิดต่างๆ

* เหล็กไหล ชนิดต่างๆ

  • ไหลเพชรดำ
  • เหล็กไหลตาแรด
  • เหล็กไหลฤาษี
  • เหล็กไหลเงินยวง
  • โคตรเหล็กไหล
  • เหล็กไหลเพลิง
  • เหล็กไหลตาน้ำ

* และมวลสารรอง อื่นๆ อีกมากมาย (มวลสารรอง คือมวลสารที่มีจำนวนไม่มาก เช่น อาจมีเพียงกระปุกเล็กๆ )

ผงว่านชุดเดียวกับที่เคยใชัจัดสร้าง พระหลวงปู่ทวด ปี พ.ศ.2497 จ.ปัตตานี

เป็นมวลสารที่ศักดิ์สิทธิ์ ดีจริง และมีมูลค่าสูงตามค่านิยมของพระหลวงปู่ทวด ปี 2497 ซึ่งเป็นที่นิยมของนักสะสม ในช่วงที่มีการจัดสร้าง พระหลวงปู่ทวด ในปี พ.ศ.2497 หลวงปู่ประเคน จ.ปัตตานี ท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่ร่วมแรงในการจัดสร้างช่วยหามวลสารต่างๆมาจัดสร้างพระ โดยได้เก็บรักษาผงว่านชุดดังกล่าวไว้จำนวนหนึ่ง ในภายหลังท่านได้นำมามอบส่งต่อให้หลวงปู่โสภา ที่วัดหนองเลา  จ.มหาสารคาม และหลวงปู่โสภา มอบผงว่านชุดนี้ประมาณครึ่งกระสอบปุ๋ยให้นำมาจัดสร้างพระโพธิญาณเนื้อผงและอุดใต้ฐานพระกริ่ง

สำหรับการจัดสร้างพระเครื่องทั่วไปนั้น  ผงว่านปี2497 ถือว่าเป็นมวลสารหายากและมีราคาสูง เพียงหนึ่งช้อนโต๊ะก็มีคนนำมาใช้เป็นหัวเชื้อผสมสร้างพระเครื่องกันเป็นหมื่นองค์ แต่พระโพธิญาณรุ่นนี้ใช้ผงว่านปี2497 จำนวนมากถึงครึ่งกระสอบปุ๋ยมาเป็นมวลสาร แค่คำนวณราคาต้นทุนของผงว่านปี2497 นับว่าสูงมากและยากที่จะประเมินราคาต้นทุนได้ 

กล่าวได้ว่า พระเครื่องที่สร้างโดยใช้ผงว่านปี2497 จำนวนมากขนาดนี้เป็นมวลสาร ในอนาคตไม่มีอีกแล้ว ใครมีโอกาสได้ไว้บูชาควรเก็บรักษาไว้เป็นมรดกสืบต่อไป

ดินกากยายักษ์ จากยอดเทือกเขาสันกาลาคีรี

ดินกากยายักษ์ ที่ใช้ในการสร้างพระโพธิญาณ รุ่นแรก ปี พ.ศ. 2542 นำมาจากยอดเทือกเขาสันกาลาคีรี โดยลูกศิษย์หลวงปู่ประเคน จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นตำรวจตระเวนชายแดนที่เกษียณอายุแล้วท่านหนึ่ง น่าเสียดายด้วยกาลเวลาที่ผ่านมายาวนานทำให้จำชื่อของท่านไม่ได้ ตลอดจนกล่องพัสดุไปรษณีย์ที่ส่งมาได้เสียหายไปในช่วงน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพ

ต.ช.ด.ท่านนี้เคยร่วมในทีมการหามวลสารสร้างพระหลวงปู่ทวดในปี 2497 เมื่อท่านทราบข่าวว่าหลวงปู่โสภาจะสร้างพระเครื่องรุ่นแรก จึงได้เดินป่ากลับไปยังจุดเดิมในสมัยปี 2497และขุดดินกากยักษ์ใส่เป้สะพายหลังกลับมาเพื่อถวายหลวงปู่โสภาใช้สร้างพระโพธิญาณ รุ่นแรก  ถึงแม้จะได้มาจำนวนจำกัดตามขนาดเป้สะพายหลัง แต่เป็นดินกากยายักษ์ของแท้ที่ดีจริงและศักดิ์สิทธิ์จริงตามแบบโบราณ ไม่ใช่ดินกากยายักษ์ที่มีขายกันทั่วไปแบบปัจจุบันที่อยากจะซื้อจำนวนเท่าไรก็มีขาย

หลวงปู่โสภา ได้ให้ ชื่อ+ที่อยู่ ของ อ.เทพ เกษมพรรณราย แก่ ต.ช.ด. ท่านนี้ เพื่อจัดส่งมวลสารผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ส่งมาที่ อ.เทพ โดยตรงเพื่อดำเนินการจัดสร้างพระเครื่อง

เดิมทีนั้นทางณกุศลไม่ทราบถึง ความยากลำบาก ในการได้มาซึ่งดินกากยายักษ์นี้ เมื่อได้รับพัสดุแล้วก็แจ้งให้หลวงปู่ฯรับทราบว่า ได้รับแล้วแต่มีจำนวนไม่มาก อยากได้เพิ่มอีกสักกระสอบหนึ่ง ได้ข่าวมาว่าทางภาคใต้เขามีดินกากยักษ์ขายเป็นมวลสารสร้างพระเครื่อง ขายกันเป็นกระสอบๆ ทางณกุศลจะติดต่อสั่งซื้อมาดีหรือไม่ ... หลวงปู่โสภาท่านจึงอธิบายให้ฟังว่า ดินกากยายักษ์ของแท้นั้น ไม่ใช่ของที่จะได้มาโดยง่าย ต้องเดินเท้าขึ้นยอดเขาไปขุดมา ที่ขายๆกันนั้นยังไม่ใช่ของแท้ เป็นดินอาถรรพณ์ประเภทอื่น คุณภาพสู้ของแท้ไม่ได้ ยังห่างชั้นกันมาก เนื่องจากหลวงปู่ฯเคยลงไปพำนักที่ภาคใต้อยู่นานจึงทราบเรื่องราวต่างๆเป็นอย่างดี และได้เล่าเรื่องที่น่าสนใจในเชิงลึกเกี่ยวกับมวลสารต่างๆอีกหลายเรื่อง ทางณกุศลจึงไม่ได้สั่งซื้อดินอาถรรพณ์ดังกล่าวด้วยเห็นว่าคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับงานของสายโพธิญาณ

ในส่วนของดินกากยายักษ์ของแท้ส่วนนี้ เท่าที่สอบถามจากหลวงปู่โสภา ทราบว่า ท่านได้สั่งการจัดหามาเพื่อใช้สร้างพระโพธิญาณรุ่นแรกเป็นการเฉพาะ  พระเครื่องที่สร้างก่อนหน้านี้ เช่น พระผงว่านยุคต้นของวัดหนองเลาไม่ได้ใส่มวลสารนี้ และ หลังจากสร้างพระโพธิญาณรุ่นแรกไปแล้ว ก็ไม่เคยได้ข่าวว่าหลวงปู่ฯให้จัดหาดินกากยายักษ์อีกเลย น่าจะเนื่องจากความสูงวัยของบุคคลากร ซึ่งไม่สะดวกกับการเดินป่าปีนเขา นับกันคร่าวๆ ปี พ.ศ. 2497 ถึง 2542 เป็นเวลา 45 ปี คนๆหนึ่งกว่าจะเป็น ต.ช.ด.ได้ ก็อย่างน้อยต้องมีอายุ 20 กว่าปี สมมุติว่าเมื่อ ปี พ.ศ. 2497 มี อายุ 25 ถึง 40 ปี ... ณ ปี พ.ศ. 2542 ก็จะมีอายุอย่างน้อย 70 ถึง 85 ปี ซึ่งนับว่าสูงมากแล้วกับการเดินป่า ปีนเขา แบกของหนัก

ดินกากยายักษ์ที่เหลือจากการสร้างพระโพธิญาณรุ่นแรก  ซึ่งมีจำนวนไม่มากนั้น หลวงปู่ฯให้ อ.เทพ เก็บเอาไว้ใช้ตามความเหมาะสมต่อไปในอนาคต โดยที่หลวงปู่ฯไม่ได้แบ่งเก็บไว้เลย

ผงไม้งิ้วดำ เทพนิมิต

ผงไม้งิ้วดำเทพนิมิต อ.เทพ เกษมพรรณราย นำมาร่วมสร้างพระโพธิญาณรุ่นแรก จำนวนหนึ่งกระสอบใหญ่

ผงไม้งิ้วดำเทพนิมิต เป็นไม้มงคลมีเทพสถิตย์รักษา ได้มาจากป่าลึกในเขตดินแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีเทพที่ประสงค์จะร่วมสร้างบุญบารมีได้มาบอกข้อมูลผ่านทางนิมิตถึงสามครั้งซ้ำๆกันว่า ให้ไปนำไม้งิ้วดำต้นนี้มาจากในป่าลึกเพื่อใช้ในการสร้างพระ ซึ่งการเดินทางไปนั้นต้องใช้พรานป่าช่วยนำทางไปค้นหา เมื่อไปถึงสถานที่ตามในนิมิตแล้วทีมงานได้ใช้เวลาค้นหาทั้งวันก็หาไม่พบ ในวันรุ่งขึ้นจึงตั้งบายศรี ทำพิธีบอกกล่าวและทำบุญถวายกุศลต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อารักขาไม้งิ้วดำ อัญเชิญให้มาร่วมสร้างบารมี สร้างพระร่วมกัน เกิดเหตุอัศจรรย์ ปรากฎภาพหญิงสาวห่มผ้าสไบยืนอยู่ในจุดที่ห่างออกไปเล็กน้อย แล้วภาพหญิงสาวก็หายไป กลายเป็นต้นไม้งิ้วดำยืนโดดเด่นอยู่ตรงสถานที่นั้น ทางทีมงานจึงได้อัญเชิญไม้งิ้วดำนี้นำกลับมาสร้างพระ กล่าวได้ว่า นอกจากเป็นของดีที่หาได้ยากแล้ว ยังต้องใช้ทั้งกำลังกาย กำลังใจ เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต และทุนทรัพย์จำนวนมากในการอัญเชิญไม้งิ้วดำเทพนิมิตนี้ออกมาจากป่าลึกในเขตดินแดนประเทศเพื่อนบ้าน

ปฐวีธาตุ ยอดภูลังกา  ( หินนาคราช จากยอดภูลังกา )

ปฐวีธาตุจากยอดสุดของภูลังกา อ.เทพ เกษมพรรณราย นำมาร่วมสร้างพระ จำนวนหลายกิโล

ภูลังกา เป็นป่าและภูเขาที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ และเป็นที่ทราบกันดีในกลุ่มผู้ฝึกปฏิบัติทางจิตวิญญาณว่าเป็นหนึ่งในดินแดนอาถรรพณ์ มีความศักดิ์สิทธิ์ มีสิ่งลี้ลับมากมาย ณ จุดหนึ่งบนยอดภูลังกาจะมี โพรงขนาดใหญ่ ลึกดิ่งลงไปในภูเขา มืดมิด ความลึกยากหยั่งถึง

ปากโพรงนี้อยู่บนยอดสุดของภูลังกา ณ ปากโพรงจะมีหินก้อนเล็กๆตกเกลื่อนอยู่ ความแปลกอยู่ตรงที่ว่า ถึงแม้จะปัดกวาดบริเวณปากโพรงจนสะอาดดีแล้ว เพียงแค่วันรุ่งขึ้นก็กลับมีหินก้อนเล็กๆกลับมาเกลื่อนอีก หินเหล่านี้มาจากไหน ทั้งๆที่เป็นจุดสูงสุดแล้วไม่มีหินจากที่ไหนกลิ้งลงมาได้ อยู่ในป่าลึกที่ไม่มีใครเดินผ่านไปมา โดยรอบก็เป็นลานหินโล่งๆและไม่มีหินประเภทนี้ให้เห็น จะมีเฉพาะที่ปากโพรงนี้เท่านั้น

มีผู้รู้ทางจิตบอกว่า โพรงนี้ลึกลงไปถึงใต้โลกเชื่อมต่อกับโลกพญานาค หินที่ปากโพรงนี้เป็นหินจากนาคพิภพ ถึงแม้จะยังไม่ได้เสกก็มีความขลังศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ แถมยังมีดวงจิตบางอย่างสถิตย์รักษาอยู่ สามารถติดต่อสื่อสารทางจิตได้ หากเสกแล้วหินนี้จะยิ่งเพิ่มพูนพลังอำนาจ กล่าวกันว่า พระอริยสงฆ์ในอดีต เช่น หลวงปู่พิบูลย์ บ้านแดง จะเก็บหินเหล่านี้นำไปอธิษฐานจิตแล้วแจกจ่ายชาวบ้าน เป็นของดีที่เรียกว่า ปฐวีธาตุยอดภูลังกา

ปฐวีธาตุยอดภูลังกา ชุดนี้ อ.เทพ เกษมพรรณราย ได้ร่วมเดินทางกับคณะและพระสงฆ์ผู้ทรงจิตอภิญญา ปีนยอดภูลังกา เดินป่าหลายวันเพื่อฝึกจิตสมาธิ ระหว่างพำนักปฏิบัติธรรมบนยอดภูลังกา ได้บอกกล่าวขออนุญาตสิ่งศักดิ์สิทธิ์เก็บปฐวีธาตุมาจำนวนหลายกิโล ซึ่งต้องแบกน้ำหนักหลายกิโลเดินป่า ปีนหน้าผาสูงชันเทียบเท่าตึกหลายชั้นด้วยความยากลำบาก กล่าวได้ว่า เป็นมวลสารที่เสี่ยงแลกมาด้วยชีวิต จึงถือเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้

เมื่อได้นำกลับมาให้หลวงปู่โสภาตรวจสอบทางจิต  หลวงปู่ฯยืนยันว่าเป็นของดีจริง อ.เทพจึงได้นำมาเป็นมวลสารในการสร้างพระโพธิญาณรุ่นแรกนี้

ปฐวีธาตุ จากถ้ำครูสายโพธิญาณ ในภูเขาควาย ประเทศลาว

ปฐวีธาตุ จากถ้ำครูสายโพธิญาณ ในภูเขาควาย ประเทศลาว เป็นมวลสารที่ อ.เทพ เกษมพรรณราย ได้มาเมื่อครั้งเดินทางไปปฏิบัติธรรมฝึกจิต ณ ภูเขาควาย ประเทศลาว โดยการนำทางของพระอริยสงฆ์ของประเทศลาว

ในการเดินทางครั้งนี้ หลวงปู่โสภา ได้ให้คำแนะนำก่อนการเดินทางว่า สถานที่ใดบ้างที่ควรไป และควรทำอย่างไรบ้างในสถานที่นั้นๆเพื่อให้ได้รับพลังจากโลกทิพย์มากที่สุด ตลอดจนหลวงปู่โสภาได้คอยติดตามดูด้วย ทิพยจักษุ ท่านเห็นในทุกเรื่อง และช่วยเหลือคุ้มครองตลอดการเดินทาง

ภูเขาควาย ประเทศลาว ถือว่าเป็นหนึ่งในดินแดนที่คงความศักดิ์สิทธิ์มาหลายยุคหลายสมัย พระอริยสงฆ์ที่ปฏิบัติธรรมเดินธุดงค์ ฝึกจิต เช่น หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล และครูบาอาจารย์อีกนับไม่ถ้วน ล้วนต่างเดินทางผ่านมาในดินแดนนี้

เขตภูเขาควาย มีเทือกเขาสลับซับซ้อนและมีถ้ำเป็นจำนวนมาก ทางคณะ อ.เทพ ได้เดินทางเข้าไปในถ้ำที่หลวงปู่โสภาแนะนำมา เมื่อเข้าไปลึกพอสมควร ภายในถ้ำพบลำธารขนาดใหญ่ไหลผ่านลงไปใต้ภูเขาลึกสุดหยั่ง มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่พอๆกับสระว่ายน้ำ ที่น่าแปลกคือ น้ำบางส่วนเย็น บางส่วนอุ่นสบาย แต่ด้วยความมืดกลับดูน่ากลัว มากกว่าน่าสนุก

พระอริยสงฆ์ที่มาด้วย ท่านอนุญาตให้อาบน้ำและเล่นน้ำได้ โดยท่านได้เดินขึ้นไปที่ต้นน้ำคอยดูแลให้

ขณะที่เกือบทุกคนกำลังสนใจอยู่กับแอ่งน้ำ ณ จุดต้นน้ำนี้ มีบุคคลหนึ่งในคณะเดินทางได้เดินขึ้นไปต้นน้ำเห็น งูยักษ์ มีหงอนสีแดง ตาสีแดง โดนกักอยู่ที่ต้นน้ำ บุคคลท่านนี้ขณะนั้นรับราชการเป็นนายทหารยศนายพัน ( ปัจจุบันเป็น นายพลเกษียณราชการ ) เมื่อเห็นแล้วเขาก็เงียบไว้ไม่บอกใคร กลัวจะเกิดการแตกตื่นตกใจ เพียงคุยกับพระสงฆ์ที่นำทางเท่านั้น รอจนกลับถึงที่พักแล้วจึงเล่าให้คนอื่นฟังในภายหลัง

ถึงคนอื่นจะไม่เห็นพญานาคตัวเป็นๆ แต่ภายในถ้ำก็พบเห็น เหมือนรอยเลื้อยของสัตว์ขนาดใหญ่ที่พื้นถ้ำ วิเคราะห์กันว่าลำตัวน่าจะกว้างพอๆกับ ถังน้ำมันขนาด200ลิตร

ภายในถ้ำลึกนี้ เราได้ทำพิธีขอเก็บมวลสารจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็น ปฐวีธาตุ และ หินแก้วผลึกใส มาจำนวนหนึ่ง  แต่จำนวนไม่มากนัก เพราะมีข้อจำกัดในการนำออกนอกประเทศตรงด่านชายแดน มีความเสี่ยงสูง ถ้าเกิดผิดพลาดก็จะไม่ได้กลับมาเมืองไทยโดยง่าย เรียกว่าข้ามชายแดนมาด้วยใจเต้นระทึก ใครไม่ลองเองคงยากที่จะเข้าใจ

เมื่อเดินทางกลับถึง ประเทศไทยแล้ว ทางคณะได้แวะเยี่ยมนมัสการ หลวงพ่อญาท่าน พระครูปภัศรคุณ ( บุญเลิศ ปภสฺสโร) วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนาราม ได้กราบเล่าเรื่องราวของการเดินทางไปภูเขาควายให้ท่านทราบ ซึ่งท่านได้ยืนยันว่า บริเวณถ้ำที่ทางคณะเดินทางไปนั้นเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาแต่โบราณ ณ ปัจจุบันก็ยังมีพระอริยเจ้าบำเพ็ญเพียรปฏิบัติธรรมอยู่เป็นจำนวนมาก แต่คนธรรมดาจะไม่สามารถพบเห็นได้โดยง่าย สมัยที่หลวงพ่อญาท่านยังเป็นพระหนุ่มไปธุดงค์แถวนั้น ยังต้องปฏิบัติจริงจัง นั่งสมาธิอดข้าวอดน้ำอยู่ถึง 7 วัน ประตูมิติถึงเปิด ได้พบเห็นพระอริยเจ้าจำนวนมาก ณ สถานที่แห่งนั้น แต่ละท่านล้วนแต่มีอายุขัยหลายร้อยปี มากกว่ามนุษย์ในสมัยปัจจุบัน

อ.เทพ ได้นำปฐวีธาตุจากภูเขาควาย ให้หลวงพ่อญาท่านพิจารณา และถามว่า " หลวงพ่อครับ สิ่งนี้คือ พระธาตุ ใช่หรือไม่ครับ "

หลวงพ่อญาท่าน มองพิจารณาดูชั่วครู่ แล้วพยักหน้า ซึ่งเราคาดเดาว่าหมายถึง " ใช่ "

อ.เทพ สอบถามต่่อว่า " ไม่ทราบว่า เป็นพระธาตุ สรีระส่วนไหนเหรอครับ หลวงพ่อ "

หลวงพ่อญาท่าน ใช้มือ ตบแขน ตบขา หลายครั้ง เกิดเป็นเสียงดังมาก ดังผิดปกติจนหลายคนในคณะตกใจ เสมือนบอกเป็นนัยว่า คือ สรีระส่วนแขน ส่วนขา  ท่านบอกว่า อย่าไปยึดติด ขอให้ตั้งใจฝึกจิต ปฏิบัติภาวนา

หลังจากได้นำปฐวีธาตุจากภูเขาควายให้หลวงปู่โสภาตรวจสอบด้วย ทิพยจักษุ หลวงปู่ฯยืนยันว่าเป็นของดี ของศักดิ์สิทธิ์ที่หาได้ยาก จากถ้ำครูบาอาจารย์สายโพธิญาณจริง และแนะนำให้เก็บรักษาบูชาไว้ให้ดี ครูบาอาจารย์จะอำนวยพรให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง เนื่องในวาระโอกาสที่นานๆหลวงปู่โสภาจะสร้างพระเครื่องสักครั้งหนึ่ง อ.เทพจึงได้นำปฐวีธาตุจากภูเขาควายมาผสมเป็นมวลสารในการจัดสร้างพระโพธิญาณรุ่นแรกด้วย

ยังมีเขียนต่อ To Be Continued

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

ล็อกเก็ตรุ่นแรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร วัดหนองเลา พ.ศ. 2539

ล็อกเก็ต รุ่นแรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

ล็อกเก็ตรุ่นแรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร วัดหนองเลา พ.ศ. 2539

ด้านหน้าเป็นรูป สำเร็จลุน นครจำปาศักดิ์ ด้านหลังเป็นรูป หลวงพ่อโสภา

จำนวนจัดสร้าง 199 องค์

จัดสร้างใน ปี พ.ศ. 2539 เพื่อแจกนักบุญผู้ร่วมทำบุญ ทอดผ้าป่า ณ วัดหนองเลา จ.มหาสารคาม เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2539 ขณะนั้นหลวงปู่โสภายังมีอายุพอประมาณ คณะศิษย์จึงเรียกท่านว่า หลวงพ่อ แต่ชาวบ้านทั่วไปขณะนั้นเรียกท่านว่า หลวงปู่ ต่อมาในภายหลังคณะศิษย์จึงเรียกท่านว่า หลวงปู่ ตามแบบที่ชาวบ้านเรียกกัน

ในปี พ.ศ.2539 ผู้ร่วมทำบุญ 1,000 บาท จะได้รับ ล็อกเก็ต สำเร็จลุน-หลวงพ่อโสภา จำนวน 1 องค์ ซึ่งถ้าเทียบกับ ราคาทองคำ ในสมัยนั้นประมาณ บาทละ 4,000 บาท ล็อกเก็ตรุ่นแรกจึงมีมูลค่าเท่ากับ ทองคำ 1 สลึง

ณ ปัจจุบัน ราคาทองคำ ประมาณ บาทละ 20,000 บาท หากเทียบกลับ 1 สลึง ก็จะเท่ากับมูลค่า 5,000 บาท ในปัจจุบัน

เป็นที่ทราบกันดีในกลุ่มลูกศิษย์ว่า หลวงปู่โสภาท่านไม่นิยมให้ทำวัตถุมงคลเป็นรูปเหมือนของท่าน เนื่องจากท่านมีภาระหน้าที่สำคัญทางโลกทิพย์ หากทำตัวโดดเด่นโด่งดังจะทำให้ทำงานไม่สะดวก แม้แต่ญาติๆท่านขออนุญาตจัดสร้างเหรียญรูปเหมือน หลวงปู่ก็ไม่อนุญาต เท่าที่ทราบมา ล็อกเก็ตรุ่นแรก เป็นวัตถุมงคลเพียงรุ่นเดียวที่ หลวงปู่โสภาอนุญาตให้จัดสร้างเป็นรูปของท่านและท่านอธิษฐานจิตให้ด้วยตนเอง

ล็อกเก็ตรุ่นแรก จึงเป็นที่หวงแหนของลูกศิษย์ เนื่องจากเป็นวัตถุมงคล รูปเหมือนของหลวงปู่เพียงรุ่นเดียวที่หลวงปู่อธิษฐานจิตให้ด้วยตนเอง ตลอดจนจำนวนสร้างที่น้อยมากเพียง 199 องค์ ทำให้หาได้ยากยิ่งกว่าพระเครื่องและวัตถุมงคลชนิดอื่นๆ

เมื่อ 20 กว่าปีก่อน คราวทอดผ้าป่า ปี พ.ศ. 2539 หลวงปู่ฯท่านบอกลูกศิษย์ว่า หากใครพกล็อกเก็ตนี้แล้วได้ยินเสียงผู้ชาย ทุ้มๆต่ำๆดังก้องกังวาน ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นเสียงของสำเร็จลุน หรืออีกนัยหนึ่งคือ หากใครจิตถึงก็จะสามารถใช้สื่อสารทางจิตกับพระอาจารย์สำเร็จลุนได้

ณ ปัจจุบันต้องบอกว่า นอกจากใช้ล็อกเก็ตเป็นสื่อในการส่งจิตอธิษฐานถึงพระอาจารย์สำเร็จลุนได้แล้ว ยังสามารถใช้เป็นสื่อในการส่งจิตอธิษฐานถึงหลวงปู่โสภาได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นรูปของหลวงปู่โสภา และท่านอธิษฐานจิตให้ด้วยตนเอง

สำหรับ ล็อกเก็ตรุ่นแรก ที่ทางณกุศลได้ร่วมทำบุญเก็บไว้นั้น ได้นำเข้าขอรับการอธิษฐานจิตเพิ่มเติมอีกครั้งโดยหลวงปู่โสภา ตลอดไตรมาส พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นการเพิ่มเติมสรรพวิชาต่างๆที่หลวงปู่ได้สำเร็จเพิ่มเติมในช่วง 15 ปี หลังจากปี 2539 ซึ่งเป็นปีที่สร้างล็อกเก็ต

Pages