เมตะฟิสิกส์ของ โมเลกุล ดีเอ็นเอ ลำดับธาตุ และ ดวงธาตุโพธิญาณ

เมตะฟิสิกส์ ( Metaphysics ) ของ โมเลกุล ( Molecule ) ดีเอ็นเอ ( DNA ) ลำดับธาตุ ( Sequence ) และ ดวงธาตุโพธิญาณ หรือ โมเลกุลธาตุปรับดวงชะตา ( Destiny Molecular Activation )

ในธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต การเรียงลำดับของธาตุมีความสำคัญมาก สารอินทรีย์ถึงแม้จะมีสูตรโมเลกุลที่เหมือนกันแต่หากมีการเรียงลำดับธาตุที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น น้ำตาล สูตรโมเลกุลคือ C6H12O6

ถึงแม้น้ำตาลทั้ง 3 ชนิด จะมีสูตรโมเลกุลทางเคมีเหมือนกัน คือ C6H12O6 มีจำนวนธาตุเท่ากัน และ ชนิดของธาตุเหมือนกัน คือ ธาตุคาร์บอน 6 อะตอม ธาตุไฮโดรเจน 12 อะตอม และ ธาตุออกซิเจน 6 อะตอม แต่จากการเรียงตัวของธาตุที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน เกิดโมเลกุลน้ำตาล 3 ชนิด ที่มีคุณสมบัติและรสชาติความหวานแตกต่างกัน คือ กลูโคส ( Glucose) ฟรักโทส (Fructose) และ กาแลกโทส (Galactose)

  • กลูโคส พบมากในผลองุ่นสุก น้ำผึ้ง และผลไม้ที่มีรสหวาน มีรสหวานน้อยกว่าน้ำตาลทราย
  • ฟรักโทส พบมากในผลองุ่นสุก น้ำผึ้ง และผลไม้ที่มีรสหวาน มีรสหวานมากกว่าน้ำตาลทราย
  • กาแลกโทส มีรสหวานน้อยกว่าน้ำตาลทราย ไม่พบอิสระในพืชและสัตว์ แต่พบส่วนประกอบโมเลกุลของน้ำตาลกาแล็กโทส อยู่ในน้ำนมเท่านั้น

ในทำนองเดียวกันกับน้ำตาล  ภาพรวมของมนุษย์ ถึงแม้มนุษย์จะมี สูตรธาตุพันธุกรรม DNA ในภาพรวมเหมือนกัน แต่จากการเรียงตัวของธาตุที่แตกต่างกัน ทำให้มนุษย์แต่ละคนมีคุณสมบัติ นิสัยและสิ่งต่างๆแตกต่างกัน เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละตัวบุคคล

ในร่างกายมนุษย์ เมื่อเจาะลึกลงในระดับ DNA นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า การเรียงลำดับ (Sequence ) ของนิวคลีโอไทด์ในสารพันธุกรรม DNA (DeoxyriboNucleic Acid) มีความสำคัญอย่างมากในการกำหนดเอกลักษณ์ หรือ ความแตกต่างของบุคคลแต่ละคน

องค์ประกอบใน DNA มีนิวคลีโอไทด์ ที่แตกต่างกันอยู่สี่ชนิด ได้แก่

  1. อะดีนีน (adenine) ใช้อักษรย่อแทน คือ A
  2. ไทมีน  (thymine)  ใช้อักษรย่อแทน คือ T
  3. ไซโทซีน (cytosine) ใช้อักษรย่อแทน คือ C
  4. กัวนีน (guanine) ใช้อักษรย่อแทน คือ G

โดย A T G C นี้จะมีการเรียงลำดับรหัสต่อเนื่องกัน เช่น TCCACAGGGATCCA ในเซลของร่างกาย เซลหนึ่งจะมีการเรียงรหัสเหล่านี้เป็นจำนวนสามพันล้านตัว

ในหลักทางพันธุกรรม DNA ของคุณจะมีความคล้ายคลึงกับของผู้อื่นถึง 99.9%  สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คุณแตกต่างจากคนอื่นก็คือ การที่ตัวอักษรทั้งสามพันล้านตัวเหล่านั้นมีการเรียงลำดับแตกต่างกันอย่างไรในเซลต่างๆของคุณเท่านั้น  ถึงแม้ความแตกต่างในการเรียงลำดับจะมีเพียงน้อยนิด แต่ก็เพียงพอให้นักวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์เอกลักษณ์ความแตกต่างของแต่ละบุคคลได้ โดยตรวจสอบจาก DNA sequence ที่เรียงต่อเนื่องกัน

DNA sequence

ภาพข้อมูล พิมพ์จากอิเล็กโทรฟีโรแกรม (Electropherogram) เครื่องลำดับดีเอ็นเออัตโนมัติ โดยแสดงส่วนของลำดับดีเอ็นเอ การเรียงรหัสของ A T G C สลับตำแหน่งเรียงต่อเนื่องกัน เป็น DNA Sequence

เมื่อนำหลักการเรียงรหัส DNA ทางวิทยาศาสตร์มาเทียบกับหลักวิชาพุทธศาสตร์ DMA โมเลกุลธาตุปรับดวงชะตา ความอัศจรรย์ที่พบ คือ วิชาพุทธศาสตร์มีหลักการใหญ่ๆสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน

ในวิชาพุทธศาสตร์ ระบบ โมเลกุลธาตุปรับดวงชะตา Destiny Molecular Activation หรือ วิชา ดวงธาตุโพธิญาณ การเรียงธาตุ ( DMA Sequence ) จะเน้นที่องค์ประกอบของ ธาตุ นำมาเรียงต่อเนื่องกันเป็น sequence ต่อเนื่องยาว คล้ายกับการเรียงของรหัส A T G C ใน DNA  การที่ธาตุของดวงธาตุโพธิญาณเรียงตำแหน่งแตกต่างกันจะเกิดกระตุ้นคุณสมบัติทางพลังงานในร่างกายมนุษย์แตกต่างกัน ทำให้สามารถเกิดผลลัพธ์ในด้านต่างๆ เช่น กระตุ้น ส่งเสริม ปรับสภาพ แก้ไข พลังงานในร่างกายของมนุษย์ในด้านต่างๆตามดวงชะตาของมนุษย์แต่ละคน หรือ เรียกอีกอย่างว่า การกระตุ้นดวงชะตา การเสริมดวงชะตา การแก้ดวงชง แล้วแต่กรณีว่า เป็นการถอดรหัสธาตุ encode เพื่อจุดประสงค์แก้ไขปรับแต่งในด้านใด

DMA Sequence ของ มนุษย์ นี้ การเรียงธาตุของแต่ละตัวบุคคลจะมีความแตกต่างกัน เป็นเอกลักษณ์ระดับ DNA ทางพลังงานของมนุษย์แต่ละคน ซึ่งสามารถถอดรหัส encode ได้ด้วยหลักวิชา โมเลกุลธาตุปรับดวงชะตา Destiny Molecular Activation หรือ ดวงธาตุโพธิญาณ

สำหรับท่านที่สนใจ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ขอเชิญที่กระทู้สนทนา http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

ความอัศจรรย์ของพุทธศาสตร์

วิชาพุทธศาสตร์ มีความอัศจรรย์ และค้นพบข้อมูลความเป็นจริงของธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตมาก่อนวิทยาศาสตร์เป็นเวลานานหลายพันปี ดังเช่น พระพุทธเจ้าได้เคยอธิบายเกี่ยวกับ ขนาดของอะตอม และ การปฏิสนธิของมนุษย์ได้ถูกต้องตามหลักที่วิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบไม่นานมานี้

โมเลกุล

พระพุทธเจ้าทรงอธิบายเรื่องของ ปรมาณูไว้ ว่ามีขนาดเล็กแค่ไหนและไม่สามารถแบ่งต่อไปได้  ซึ่งทางวิทยาศาสตร์เรียกสิ่งที่เล็กมากโดยไม่สามารถแบ่งต่อไปได้ว่า อะตอม (  อะตอม ATOM  มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกโบราณ ที่แปลว่า แยกย่อยต่อไปไม่ได้ หรือหน่วยที่เล็กที่สุด )

พระพุทธเจ้าได้ทรงกล่าวเทียบเรื่องขนาดของปรมาณูไว้ว่า
1 ธัญญามาตร (ขนาดเล็กของเมล็ดข้าว)ประกอบด้วย 7 อูกา ( ศรีษะของตัวเล็น )
1 อูกา ประกอบด้วย 7 สิกขา (รอยขีดเล็กๆ)
1 สิกขาประกอบด้วย 37 รถเรณู (ละอองเกสรดอกไม้)
1 รถเรณู ประกอบด้วย 36 ตัชชารี (ละอองรังสีในแสงแดด)
1 ตัชชารี ประกอบด้วย 36 อนู (อนุภาคขนาดเล็ก)
1 อณู ประกอบด้วย 36 ปรมาณู
1 ปรมาณู แบ่งแยกไม่ได้อีก เพราะหากแยกต่อไปจะหมดสภาพของสารนั้น

ความ อัศจรรย์ที่นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ค้นพบคือ เมื่อนำขนาดของปรมาณูมาคำนวณแล้วจะพบว่าความยาวของปรมาณูตามหลักพุทธศาสตร์ จะเท่ากับ 1 ส่วน 100 ล้านเซนติเมตร ซึ่งเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางของอะตอมตามหลักวิทยาศาสตร์อย่างน่าอัศจรรย์ แสดงให้เห็นว่า พระพุทธเจ้าท่านทรงค้นพบอะตอมที่มีขนาดเล็กสุดก่อนนักวิทยาศาสตร์มาเป็นเวลา นานหลายพันปี

พระพุทธเจ้าได้ทรงกล่าวถึงการกำเนิดของมนุษย์

พระพุทธเจ้าได้ทรงกล่าวถึงการกำเนิดของมนุษย์ ไว้ว่า

  • ในสัปดาห์แรกแห่งการปฏิสนธินั้น เกิดเป็น กลลรูป คือเป็นหยาดน้ำใสเหมือนน้ำมันงา
  • ในสัปดาห์ที่ 1 หลักจาก กลละรูป ได้เกิดเป็น อัพพุทรูป ขึ้น มีลักษณะเป็นฟอง สีเหมือนน้ำล้างเนื้อ
  • ในสัปดาห์ที่ 3 หลักจาก อัพพุทรูป ก็ได้เกิดเป็น เปสิรูป ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนมีสัณฐานเหมือนไข่ไก่
  • ในสัปดาห์ที่ 5 หลักจาก ฆนรูป จึงได้เกิด ปัญจสาขา คือ รูปนั้นงอกออกเป็น 5 ปุ่ม คือ เป็นศีรษะ 1 , มือ 2 , เท้า 2 
  • ในระหว่างสัปดาห์ที่ 12 ถึงสัปดาห์ที่ 42 ผม ขน เล็บ ก็ปรากฏขึ้น
  • ความอัศจรรย์ คือ สิ่งต่างๆเหล่านี้ตรงกับสิ่งที่การแพทย์สมัยใหม่ได้ค้นพบไม่นานมานี้ แต่พระพุทธเจ้าท่านทรงทราบมาก่อนเป็นเวลาหลายพันปี โดยสมัยนั้นไม่มีเครื่องมือสมัยใหม่ เช่น เครื่องอุล ตร้าซาวนด์ (The ultrasound scan) เพื่อใช้ในการตรวจสอบแต่อย่างใด

เราจะพบว่า วิชาพุทธศาสตร์ มีความล้ำหน้าในการไขปริศนาธรรมชาติ ความมหัศจรรย์ในร่างกายมนุษย์ ตลอดจนสามารถเจาะลึกลงในรายละเอียดขนาดเล็กระดับอะตอมได้  ดังนั้นการเจาะลึกระดับ DNA ของการเรียงลำดับธาตุเฉพาะตัวของมนุษย์ หรือ โมเลกุลธาตุของมนุษย์แต่ละคน จึงเป็นสิ่งที่วิชาพุทธศาสตร์สามารถ ไขปริศนารหัสลับได้เช่นกัน เพียงแต่มิใช่ว่าทุกคนจะล่วงรู้ถึงกุญแจการไขรหัสลับนี้ คนจำนวนมากใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังไม่มีโอกาสได้พบเจอกุญแจไขรหัสลับเฉพาะตัว นี้

สำหรับท่านที่สนใจ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ขอเชิญที่กระทู้สนทนา http://www.nakusol.com/node/387

โมเลกุลธาตุปรับดวงชะตา คืออะไร

Destiny molecular activation

โมเลกุลธาตุปรับดวงชะตา ( Destiny Molecular Activation ) หรือ ดวงธาตุโพธิญาณ  ที่ทาง ณกุศล กำลังกล่าวถึงนี้ คือ วิชาพุทธศาสตร์ สายโพธิญาณ ศึกษาเกี่ยวกับธาตุของมนุษย์และพลังงานจากดวงดาว เป็นศาสตร์ที่มีมายาวนานหลายพันปีควบคู่กันมากับพระพุทธศาสนา เป็นวิชาของ พระเหนือโลก ใช้เสริมปรับแก้ไขพลังธาตุในร่างกายมนุษย์ เพื่อการฝึกสมาธิจิต พัฒนาศักยภาพภายใน โดยสามารถปรับเปลี่ยนหรือลดผลกระทบจากอิทธิพลของพลังดวงดาวที่มีต่อมนุษย์  ที่บุคคลทั่วไปเรียกว่า " ดวงชะตา "

ในวิชาธาตุขั้นสูง สามารถเจาะลึกลงในรายละเอียด ระดับเทียบเท่ากับ รหัสพันธุกรรม DNA ของมนุษย์ สามารถล่วงรู้ถึง โครงสร้างการเรียงลำดับธาตุของมนุษย์แต่ละคนที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน  โดยอ้างอิงจากอิทธิพลของดวงดาวขณะกำเนิดของแต่ละบุคคล เมื่อล่วงรู้ถึงลำดับการเรียงโมเลกุลธาตุ ( Sequence ) ก็มีแนวทางในการกระตุ้น ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไข โครงสร้างธาตุของแต่ละบุคคลให้อยู่เหนืออิทธิพลจากดวงดาว (ดวงชะตา ) 

หลวงปู่โสภา ชุตินฺธโร

วิชาธาตุขั้นสูงนี้เป็นของครูบาอาจารย์สายโพธิญาณ พระเหนือโลก  สืบสายมาทาง หลวงปู่ทองดำ บรมครูสายโพธิญาณ และ หลวงปู่โสภา ชุตินฺธโร ได้เมตตาเปิดมิติแห่งคลังสรรพวิชา ถ่ายทอดวิชานี้ให้เป็นวิชาประจำตัวของ อ.เทพ เกษมพรรณราย เป็นผู้สืบทอดแต่เพียงผู้เดียว และไม่ใช่ได้มาโดยง่าย กว่าจะผ่านการเรียน การฝึกปฏิบัติต่างๆ อ.เทพ ใช้เวลานานเกือบ 40 ปี จึงได้รับถ่ายทอดวิชาธาตุปรับดวงชะตาชุดนี้มาจนครบถ้วนสมบูรณ์

การเปิดวิชาประจำตัวนั้น หลวงปู่โสภา ท่านจะพิจารณาจาก บุญวาสนาบารมีเดิม สติปัญญาไหวพริบ ความวิริยะอุตสาหะฝึกฝนปฏิบัติของลูกศิษย์แต่ละคน ทยอยสอนให้เป็นลำดับขั้นตอน วิชาเฉพาะตัวของใครก็เป็นของคนนั้น ห้ามมิให้คัดลอกเลียนแบบหรืออิจฉากัน เพราะแต่ละคนสร้างบุญสะสมบารมีในอดีตชาติมาต่างกัน ครูบาอาจารย์เป็นผู้กำหนด แต่ละคนจะเก่งหรือโดดเด่นกันไปคนละแบบ คนละแนวทาง ตามพื้นฐานของแต่ละคน โดยไม่จำเป็นต้องเดินทับรอยกัน หรือ ลอกเลียนแบบกัน

หลวงปู่โสภาบวชและปฏิบัติธรรมตั้งแต่เป็นสามเณร ฝึกฝนจิตตามแนวทางสายโพธิญาณ เดินทางธุดงค์ตามป่าเขาในดงลึกเกือบตลอดชีวิต พบเจอเรื่องราวมหัศจรรย์ต่างมิติเหนือธรรมชาติมากมาย ช่วยเหลือมวลมนุษย์ชาติจำนวนมากในรูปแบบผู้ปิดทองหลังพระโดยไม่เปิดตัวให้โด่งดัง จนวัยชราได้เดินทางกลับเพื่อพัฒนาวัดที่บ้านเกิด และได้มรณภาพ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2557

วิชาธาตุปรับดวงชะตาขั้นสูงชุดนี้  อ.เทพ เกษมพรรณราย เป็นผู้กำหนดการเรียกตาม คุณลักษณะ ของวิชาว่า หากเรียกแบบสมัยใหม่ คือ โมเลกุลธาตุปรับดวงชะตา Destiny Molecular Activation หรือ หากเรียกแบบทั่วไป คือ วิชา ดวงธาตุโพธิญาณ

บันทึกที่มาของวิชา เพื่อเทิดเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ด้วยความเคารพ จารึกไว้มิให้สูญไปตามกาลเวลา

สำหรับท่านที่สนใจ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ขอเชิญที่กระทู้สนทนา

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

Pages