สายโพธิญาณ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

สายโพธิญาณ ตามแนวทางของ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

ก่อนหน้านี้ ทางณกุศลได้กล่าวถึง สายโพธิญาณ อยู่บ่อยครั้ง หลายคนอาจสงสัย หลายคนอาจคาดเดาไปต่างๆนาๆว่า สายโพธิญาณ คืออะไร สายโพธิญาณตามแนวทางของหลวงปู่โสภานั้นจะไม่เหมือนกับที่พบเห็นหรือกล่าวถึงกันทั่วไป หากอ่านบทความนี้แล้วน่าจะมีความเข้าใจมากขึ้น

หลวงปู่โสภา ชุตินธโร และ แนวทางสายในการฝึกจิตปฏิบัติธรรม

นับย้อนหลังถอยไปหลายสิบปีก่อน ในปี พ.ศ. 2529 ช่วงเวลานั้น กระแสความศรัทธาในหลวงปู่เทพโลกอุดรมีสูงมาก สูงกว่าสมัยนี้ (2560) หลายเท่าตัว นักปฏิบัติธรรมจำนวนมากใฝ่ฝันปรารถนาว่าจะได้พบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรสักครั้งหนึ่งในชีวิต

ในสมัยนั้นพวกเราจะเรียก หลวงปู่โสภา ว่า หลวงพ่อโสภา เนื่องจากเป็นสมัยที่ท่านยังอายุไม่มากถึงขนาดให้เรียกเป็นหลวงปู่

กลุ่มของ อ.เทพ เกษมพรรณราย ในช่วงนั้นได้ไปทำบุญและกราบนมัสการ หลวงพ่อญาท่าน พระครูปภัศรคุณ ( บุญเลิศ ปภสฺสโร) วัดป่าสามัคคีศิริพัฒนาราม  ในช่วงการสนทนาได้มีคนเรียนสอบถามหลวงพ่อญาท่านว่า หลวงพ่อได้เคยพบเจอหลวงปู่เทพโลกอุดรหรือไม่

หลวงพ่อญาท่านตอบว่า " ช่วงนี้ไม่เห็น แต่ช่วงก่อนเคยเจออยู่หลายครั้ง ถ้าอยากรู้เรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร ให้ไปถามหลวงพ่อโสภาโน่น หลวงพ่อโสภาเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าลึกเป็นปีๆ อยากรู้อะไรก็ให้ไปถามหลวงพ่อโสภา "

ได้ยินแค่นี้ทุกคนในกลุ่มก็ออกอาการหูผึ่งทันที ประหนึ่งดัง จุดไต้ตำตอ ตระเวนถามคนไปทั่วเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดร หารู้ไม่ว่าคนที่รู้เรื่องและเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรมาแล้ว คือครูบาอาจารย์ที่อยู่ใกล้ตัว หรือ หลวงพ่อโสภานั่นเอง

มิน่า เวลาถามหลวงพ่อโสภาเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดร  ท่านก็จะนิ่งเงียบไม่คุย เปลี่ยนเรื่องคุยทุกที

เมื่อได้ข้อมูลคำชี้แนะจากหลวงพ่อญาท่านแล้ว อ.เทพก็คิดหาคำถามว่า จะถามหลวงพ่อโสภาอย่างไรดี ท่านถึงจะยอมตอบเรื่องหลวงปู่เทพโลกอุดรโดยไม่บ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่อง

พอมีโอกาสพบหลวงพ่อโสภาอีกครั้ง อ.เทพ ก็พูดเกริ่นนำก่อนว่า " หลวงพ่อครับ หลวงพ่อญาท่านบอกว่า หลวงพ่อโสภาเคยไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่า ถ้าอยากรู้อะไรให้มาถามหลวงพ่อโสภา  "

หลวงพ่อโสภา รับฟังแล้ว ท่านก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่ไม่มีท่าทีปฏิเสธ น่าจะเพราะมีการยกเอา หลวงพ่อญาท่าน นำทางอ้างอิงไปก่อน

อ.เทพ ถามต่อว่า " เออ หลวงพ่อครับ อย่างงี้จะเรียกหลวงพ่อว่าเป็น สายในดง ได้หรือไม่ครับ ในหนังสือที่พิมพ์ขายกันเขาเขียนว่า ถ้าใครได้ไปฝึกวิชากับหลวงปู่เทพโลกอุดรในป่าจะเรียกว่าเป็น ศิษย์สายในดง หรือ ศิษย์ในดง "

คราวนี้หลวงพ่อโสภาท่านตอบกลับว่า " ครูบาอาจารย์ ท่านให้เรียกสายเราว่า สายโพธิญาณ ให้เรียกตามนี้ "

นับเป็นครั้งแรกที่หลวงพ่อโสภา พูดถึง สายโพธิญาณ ที่ท่านศึกษามา ซึ่งครูบาอาจารย์เรียกกันแบบนี้มายาวนานหลายพันปีแล้ว โดยท่านค่อยๆทยอยบอกรายละเอียดเพิ่มเติมทีละเล็กทีละน้อย ถ้าจำเป็นหรือถึงเวลาก็จะบอก แต่หากไม่จำเป็นหรือไม่ถึงเวลาถึงถามไปก็จะไม่บอก

โดยภาพรวมแล้วกล่าวได้ว่า สายโพธิญาณของหลวงปู่โสภานั้น ในรายละเอียดไม่เหมือนกับสายใดๆที่เคยมีบันทึกหรือเขียนเป็นหนังสือเลย หลายอย่างก็อาจจะคาบเกี่ยวคล้ายกับสายในดง แต่ส่วนที่แตกต่างก็มีอยู่มาก สมควรแล้วที่ท่านให้เรียกว่า สายโพธิญาณ ตามแบบครูบาอาจารย์ โดยไม่ต้องไปอ้างอิงกับที่อื่น

เรื่องราวของ สายโพธิญาณ ตามแนวทางที่หลวงพ่อโสภากล่าวถึงนั้น สายนี้ดำรงอยู่คู่กับพระพุทธศาสนามานานหลายพันปี โดยมีหลวงปู่เทพโลกอุดรเป็นหนึ่งในกลุ่มครูบาอาจารย์ ในสายยังมีครูบาอาจารย์องค์อื่นอีกเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นพระอริยเจ้าที่บรรลุธรรมแล้วแต่ยังไม่ปรารถนาเข้านิพพาน ยังอยู่เพื่อดูแลรักษาพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงจนครบห้าพันปี และโปรดสรรพสัตว์ตามแนวทางพระโพธิสัตว์ กล่าวได้ว่าเป็นแกนหลักสำคัญของโลกทิพย์ที่อยู่เพื่อค้ำจุนพระพุทธศาสนาและมีบทบาทสำคัญกับโลกมนุษย์ในหลายๆเรื่อง ทางเข้าสู่ดินแดนสายโพธิญาณนั้นมีทางเข้าหลายทาง หนึ่งในนั้นคือ ทางถ้ำวัวแดง เขตแดนอาถรรพณ์ที่มีคนเขียนเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดรและเผยแพร่ให้คนทั่วไปทราบกัน แต่ถึงรู้ก็มิใช่ว่าใครอยากจะไปแล้วจะไปได้ไปถึง

ในช่วงบั้นปลายชีวิต หลวงปู่โสภา ชุตินธโร ได้รับคัดเลือกจากครูบาอาจารย์ในมิติเหนือโลกให้เป็น ประธานฝ่ายสงฆ์ ของสายโพธิญาณ หากเปรียบเทียบกับเพชร ก็เป็นดั่งเพชรยอดมงกุฏ ที่มีเพียงหนึ่งเดียว ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของพระสงฆ์ที่ยังคงดำรงกายเนื้อแบบมนุษย์ธรรมดา หลวงปู่โสภาเป็นผู้ที่มีฤทธิ์อภิญญาสูงมากตามแบบฉบับพระเหนือโลกของสายนี้ และรับผิดชอบดำเนินการในเรื่องสำคัญต่างๆของทางโลกทิพย์ที่มีผลกับโลกมนุษย์หลากหลายเรื่องราว ดำเนินงานร่วมกันกับมหานาคราชาทั้งสามพระองค์ ผู้มีอำนาจเหนือภัยพิบัติธรรมชาติทั้งปวง ดำเนินงานร่วมกันกับพระสยามเทวาธิราช ผู้มีอำนาจดูแลประเทศไทย และอื่นๆอีกมากมาย

รายละเอียดของ สายโพธิญาณ ตามแนวปฏิบัติของหลวงปู่โสภา ชุตินธโร ไม่สามารถเขียนลงลึกในรายละเอียดได้ เนื่องจากไม่ได้ขออนุญาตครูบาอาจารย์ เพียงบันทึกไว้คร่าวๆเพื่อเทิดเกียรติคุณหลวงปู่โสภา ชุตินธโร และเจริญศรัทธาของผู้ที่เคารพในองค์หลวงปู่ฯ

ณ ปัจจุบัน ถึงแม้หลวงปู่โสภาจะละสังขารแล้ว แต่ท่านยังคงดำเนินภารกิจหน้าที่ของท่านภายในมิติเหนือโลกเป็นหนึ่งในครูบาอาจารย์และพระมหาโพธิสัตว์แห่งสายโพธิญาณ  คอยช่วยเหลือมนุษย์ในโลกนี้ ขอเพียงมีความศรัทธาและสื่อใจไปให้ถึงหลวงปู่ฯเป็นสำคัญ

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

เรื่องควรรู้ พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร ตอนที่ 1

เรื่องราวของ พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร วัดบูรพาภิรมย์ หลังจากที่ทาง ณกุศล ได้ประชาสัมพันธ์งานบุญในช่วงต้นปี พ.ศ. 2554 ปรากฎว่ามีนักบุญสนใจร่วมบริจาคทำบุญสร้างพระประธานกับหลวงปู่โสภาเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นที่สนใจของบรรดานักขายพระเครื่อง เข้าไปวัดด้วยวัตถุประสงค์และผลประโยชน์แตกต่างกันไป ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของโลกในยุคสมัยปัจจุบัน

เมื่อมีเรื่องของผลประโยชน์ สิ่งที่มักจะเกิดตามมาเสมอ คือ ความวุ่นวายของคนในสารพัดรูปแบบ

ทางณกุศลเขียนบทความนี้ เพื่อเป็นแนวคิด และเป็นภูมิคุ้มกันสำหรับคนที่ศรัทธาในพระนาคปรกของหลวงปู่โสภา ได้ศึกษาไว้เป็นแนวทาง เราเพียงขอเตือนว่า กฎแห่งกรรมนั้นมีจริง กฎทางโลกอาจหลบเลี่ยงได้ แต่กฎแห่งกรรมนั้นยากหลบหลีก ทางที่ดีที่สุดคือ การทำทุกสิ่งด้วยความศรัทธา สุจริต ตรงไปตรงมา ไม่หลอกลวง ไม่เนรคุณใคร

หากการกระทำเริ่มต้นด้วย ศรัทธา สิ่งที่ตามมามักเป็นสิ่งมงคล ดีงาม

หากการกระทำเริ่มต้นด้วย เงินตรา สิ่งที่ตามมาอะไรๆก็เกิดขึ้นได้ แม้แต่การหลอกลวงต้มตุ๋น

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ภูมิคุ้มกันที่ 1 พระนาคปรก รุ่นแรก

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นแรก

สำหรับนักสะสมพระเครื่องคำว่า " รุ่นแรก " มักจะเป็นคำที่มีเสน่ห์ ดูมีคุณค่า มีค่านิยม น่าสะสม

ดังนั้น พระนาคปรกรุ่นแรก จึงตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่มีโอกาสถูกหลอกลวงจากนักขายพระเครื่องบางคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น นำรุ่นอื่นมาหลอกลวงว่าเป็นพระรุ่นแรก หรือ อาจจะมีการทำพระปลอมขึ้นมาเป็นการเฉพาะ มีโอกาสเกิดขึ้นได้หลายแบบ ขึ้นกับสภาวะและเหตุปัจจัยในแต่ละยุคสมัย

ผลประโยชน์ของการหลอกลวง อาจเพื่อหวังให้ ขายได้ง่าย ขายได้เร็ว ขายได้ราคาสูง และอื่นๆแล้วแต่กรณี

สิ่งที่ผู้ศรัทธาควรทราบ คือ รูปแบบ เวลา และ จำนวน เป็นข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในเบื้องต้น ซึ่งความจริงได้เขียนไว้แล้วในบทความของ พระนาคปรกรุ่นแรก เพียงแต่จะเขียนขยายความเพิ่มเติมนิดหน่อย

เรื่องของ รูปแบบ อย่าลืมที่เราเขียนบทความไว้

* พระนาคปรกรุ่นแรก มีพิมพ์เดียว คือ บล๊อกแรก

* พระนาคปรกรุ่นแรก มีเนื้อเดียว

* พระนาคปรกรุ่นแรก ทุกองค์ มีฝังพลอยสามเม็ด

* พระนาคปรกรุ่นแรก ทุกองค์  จะมีการผสมสีลงในเนื้อพระ ไม่มีแบบเนื้อสีมวลสารเดิม สีเดียวล้วนๆ

* ในกรณีที่มีฝังพลอย แต่ถ้าเป็นเนื้อสีมวลสารเดิม สีเดียวล้วนๆ ก็ไม่ใช่พระนาคปรกรุ่นแรก ขอให้ระมัดระวังในจุดนี้

ข้อมูลรูปแบบภายนอกเหล่านี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น ส่วนลักษณะของเนื้อพระนั้นแต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนจากองค์จริงที่ไม่ใช่ภาพถ่าย 

เรื่องของ เวลา สิ่งที่ได้เคยเขียนแล้ว คือ พระนาคปรกรุ่นแรก สร้างในปี พ.ศ.2547 และ หมดจากวัดภายในปีเดียวกัน  ลูกศิษย์จำนวนมากที่อยากได้พระนาคปรกรุ่นแรกเพิ่มก็ยังไม่สมหวัง ส่วนนักขายพระเครื่องเริ่มเข้าไปวัดในปี พ.ศ.2554 ซึ่งเวลาผ่านไปนานถึง 7 ปี ดังนั้นความจริง ที่ไม่ใช่นิยาย คือ  ไม่มีนักขายพระเครื่องคนไหนเลยที่ทันรับพระนาคปรกรุ่นแรกจากมือของหลวงปู่โสภา เวลา จังหวะและโอกาสของคนเราแตกต่างกัน มิใช่ว่าใครก็ตามที่ไปถึงวัดแล้ว จะได้ จะมี ไปหมดทุกอย่างตามแบบที่ชอบนำมาอ้างกัน

เรื่องของ จำนวน  สิ่งที่ควรตระหนักคือ หลวงปู่โสภา ท่านจำกัดจำนวนแจก คนละ 1 องค์ ดังนั้นหากใครบอกว่า มีพระรุ่นแรกจำนวนมากหลายองค์ ก็ควรใช้สติและเหตุผล ประกอบกับความรู้ในการพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ

ตามความเป็นจริงแล้ว พระนาคปรกทุกรุ่นของหลวงปู่โสภานั้น มีดีมากเกินพอที่จะห้อยบูชาแขวนเดี่ยวได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นแรก ทุกรุ่นมีดีไม่น้อยหน้ากัน ขอเพียงให้เป็นพระที่แท้ สร้างถูกต้องตามหลักวิชา และทันหลวงปู่ฯอธิษฐานจิตให้อย่างครบถ้วนตามวิชาที่ท่านกำหนดถือเป็นสิ่งสำคัญ

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นแรก พ.ศ. 2547

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร วัดบูรพาภิรมย์ รุ่นแรก

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร วัดบูรพาภิรมย์ จ.สกลนคร รุ่นแรก พ.ศ.2547

พระนาคปรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร สร้างในสมัยที่ท่านย้ายไปจำพรรษาที่วัดบูรพาภิรมย์ จ.สกลนคร จัดเป็นพระเครื่องยุคปลายของหลวงปู่ เริ่มจัดสร้าง รุ่นแรก ในปี พ.ศ. 2547 โดย อ. เทพ เกษมพรรณราย เป็นผู้ที่อาราธนาขอให้หลวงปู่โสภาจัดสร้างพระนาคปรกรุ่นแรก และ อ. เทพ เป็นผู้ออกแบบพระเครื่อง ดำเนินการจัดสร้างถวายบล๊อกแม่พิมพ์พระโลหะ ถวายเครื่องปั๊มพระผง ถวายฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

เรื่องราวลึกลับเหนือธรรมชาติ พุทธคุณที่สูงล้ำแห่งสายโพธิญาณ และ ความสำคัญของพระนาคปรกหลวงปู่โสภาที่ถูกสร้างขึ้นมาตามหลักวิชา มีข้อมูลสำคัญอีกหลายส่วนหลายประการที่ยังไม่เคยมีใครเปิดเผยสู่สาธารณชนและลูกศิษย์ทั่วไปไม่เคยทราบ สิ่งต่างๆเหล่านี้ อ.เทพ จะทราบดีที่สุด เนื่องจากในระหว่างทำงานออกแบบจัดสร้างพระนาคปรกถวายหลวงปู่ฯได้มีโอกาสสอบถามอย่างละเอียดจากหลวงปู่โสภาโดยตรง ซึ่งหลากหลายเรื่องราวเป็นสิ่งอจินไตยที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะที่หลวงปู่ฯยังดำรงขันธ์อยู่

ลักษณะโดยทั่วไป สำหรับ พระนาคปรก หลวงปู่โสภา วัดบูรพาภิรมย์ จ.สกลนคร รุ่นแรก

* พระรุ่นนี้มี พิมพ์เดียว คือ บล๊อกแรก

* พระรุ่นนี้มี เนื้อเดียว

* พระทุกองค์ ด้านหน้า ฝังพลอย 3 เม็ด รายละเอียดตามที่หลวงปู่โสภากำหนด ...( รุ่นแรกนี้ไม่มีแบบที่ ไม่ฝังพลอย )

* พระทุกองค์ ผสมสี แต่ละองค์มีสีสรรลวดลาย แตกต่างกัน เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน รายละเอียดตามหลักวิชาที่หลวงปู่โสภากำหนดไว้ ... รุ่นแรกนี้ไม่มีแบบสีมวลสารเดิม สีเดียวล้วนๆ จะมีการผสมสีลงในเนื้อพระทุกองค์

* ถึงแม้ในกรณีที่มีฝังพลอย แต่เนื้อพระเป็นสีมวลสารเดิม สีเดียวล้วนๆ แบบนี้ก็ ไม่ใช่พระนาคปรกรุ่นแรก ขอให้ระมัดระวังในเรื่องนี้

จำนวนการจัดสร้าง สำหรับ พระนาคปรก รุ่นแรก ปี พ.ศ. 2547 ประมาณ 3,000 องค์

พระรุ่นนี้ หลวงปู่โสภา แจกฟรี จำกัดจำนวน คนละ 1 องค์ โดยให้ไปรับกับมือหลวงปู่ฯเอง เพื่อให้พระกระจายทั่วถึงคนที่มีศรัทธาจริง ลูกศิษย์จากทั่วประเทศทราบข่าวต่างก็รีบเดินทางมาวัด ทำให้พระนาคปรกรุ่นแรกหมดจากวัดในเวลารวดเร็ว มีคนจำนวนมากที่พลาดโอกาสไปรับไม่ทัน

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

Pages