เรื่องควรรู้ พระโพธิญาณ รุ่นแรก หลวงปู่โสภา

เรื่องควรรู้ พระโพธิญาณ รุ่นแรก หลวงปู่โสภา

ข้อมูลในอดีต หลายสิ่งหลายอย่างสามารถ บิดเบือน ผิดเพี้ยน ไปตามกาลเวลาที่ผ่านไป ด้วยเหตุผลต่างๆนานา

ข้อมูลเกี่ยวกับ พระโพธิญาณ รุ่นแรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร ก็เป็นเช่นเดียวกัน เริ่มมีการคลาดเคลื่อน จากความเป็นจริง

ทางณกุศล ในฐานะที่อยู่ในเหตุการณ์การจัดสร้างพระโพธิญาณรุ่นแรก จึงขออนุญาตบันทึกข้อเท็จจริงไว้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

ตามที่ปรากฎว่ามี guru ได้อ้างอิงครูบาอาจารย์ว่า พระโพธิญาณ รุ่นแรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร จัดสร้างขึ้น เพื่อให้ประชาชน ร่วมทำบุญสมทบปัจจัย ร่วมสร้าง เททองหล่อ องค์พระประธาน พระโพธิญาณ ให้กับวัดหนองเลา นั้น ข้อมูลดังกล่าวนี้ไม่เป็นความจริง

ตามประวัติศาสตร์ วัดหนองเลา ทางกรมศิลปากร ขึ้นทะเบียนโบราณสถานไว้ ท่านเจ้าอาวาสแจ้งว่ามีอายุมากกว่า 200 ปี และพระประธานอยู่คู่วัดหนองเลา มานานแล้วตั้งแต่ยุคต้นๆ ดังนั้น อายุของพระประธาน จึงมีอายุมากกว่า หลวงปู่โสภา หรือพูดง่ายๆว่า หลวงปู่ฯท่านเองก็เกิดไม่ทันตอนสร้างพระประธาน และ ทางณกุศลมั่นใจเกิน 100 % ว่า หลวงปู่ฯไม่เคยบอกใครว่าท่านเป็นคนเททองหล่อสร้างพระประธานวัดหนองเลาอย่างแน่นอน มีแต่คนไปมโนนึกคิดเอาเอง

ในปี พ.ศ.2542 ที่จัดสร้างพระโพธิญาณรุ่นแรก ผู้อยู่ในเหตุการณ์ทราบกันดีและสามารถยืนยันว่า ขณะนั้นที่วัดหนองเลามีพระประธานอยู่แล้ว

ใครที่เคย จำ ข้อมูลผิดๆไป กรุณาปรับความจำใหม่ให้ถูกต้อง

พระโพธิญาณรุ่นแรกนี้ มอบให้ผู้ร่วมทำบุญกฐินของวัดหนองเลา ปี พ.ศ.2542 ปัจจัยทั้งหมดทำบุญทอดกฐินวัดหนองเลา เพื่อพัฒนาวัดตามแต่ทางวัดจะเห็นสมควร

พระเครื่องรุ่นนี้จำนวนประมาณครึ่งหนึ่งไปอยู่กับลูกศิษย์ในประเทศมาเลเซีย เป็นที่นิยมและศรัทธาในศิษย์สายต่างประเทศ โดยเงินบริจาคทำบุญจากต่างประเทศนี้ท่านเจ้าอาวาสนำกลับมาช่วยสร้างพัฒนาวัดในด้านต่างๆหลายด้าน ทั้งด้านการก่อสร้าง บูรณะทำนุบำรุง ถาวรวัตถุและอื่นๆ

พระเครื่องรุ่นนี้ถึงแม้จะไม่ได้สร้างพระประธาน แต่ก็สร้างคุณประโยชน์มากมายให้แก่ทางวัดและพระศาสนา และที่สำคัญ เป็นพระเครื่องรูปเหมือนพระประธาน รุ่นแรก ในรอบ 200 กว่าปีของประวัติศาสตร์วัดหนองเลา ที่จะเป็น มรดกของคนรุ่นหลัง สืบสานเป็นตำนานกล่าวขานจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนรุ่นต่อๆไป เพราะถึงแม้คนจะเปลี่ยนไปอีกสักกี่รุ่น แต่พระรุ่นแรก มีได้เพียงรุ่นเดียว

เรื่องควรรู้ เหรียญ หลวงปู่โสภา รุ่นสำเร็จทุกอย่าง พ.ศ.2557

เรื่องควรรู้ เหรียญ หลวงปู่โสภา รุ่นสำเร็จทุกอย่าง พ.ศ.2557

ตามที่ปรากฎว่า มีนักขายบางคน บรรยายประวัติของเหรียญว่า หลวงปู่โสภาเมตตาอธิษฐานปลุกเสกให้ก่อนละสังขาร ข้อมูลดังกล่าวนี้ไม่เป็นความจริง

ความจริง คือ ถึงแม้เหรียญนี้จะสร้างในปี พ.ศ. ที่หลวงปู่โสภา มรณภาพ แต่เป็นเหรียญตาย คือ จัดสร้างภายหลังจากที่หลวงปู่โสภา มรณภาพไปแล้ว

จัดสร้างเพื่อเป็นที่ระลึกงานบุญ ถวายเพลิงสรีระสังขาร หลวงปู่โสภา ชุตินธโร เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เพื่อเป็นสังฆานุสติระลึกถึงหลวงปู่ฯ

ลักษณะโดยทั่วไปของเหรียญ

* เหรียญรูปไข่ เนื้อทองเหลือง

* ด้านหน้าเป็นรูปหลวงปู่โสภา ครึ่งองค์

* ด้านหลัง เป็นรูปพญานาค พร้อมคำจารึก รุ่นสำเร็จทุกอย่าง วัดบูรพาภิรมย์ ต.บ้านเหล่า อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร ๒๕๕๗

ตามข้อมูลนักขาย กล่าวว่า หลวงปู่อายุ 79 ปี 59 พรรษา ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ความจริง คือ หลวงปู่โสภา อายุ 76 ปี 62 พรรษา โดยนับพรรษาตั้งแต่ท่านบวชเป็นสามเณร

บันทึกไว้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

กำเนิด พระนาคปรก รุ่นแรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร

สีติกะมหานาคราช นาคาธิบดีแห่งไตรยุค

กำเนิด พระนาคปรก รุ่นแรก หลวงปู่โสภา ชุตินธโร ( พระนาคปรก สีติกะมหานาคราช มหานาคาธิบดีแห่งไตรยุค )

เป็นที่ทราบกันดีในกลุ่มลูกศิษย์ของหลวงปู่โสภา ชุตินธโร ว่า อายตนะประสาทสัมผัสต่างๆของหลวงปู่ฯ เช่น การมองเห็น การได้ยิน ล้วนแต่เข้าสู่สภาวะทิพย์สัมบูรณ์ สามารถมองเห็นและได้ยินสิ่งต่างๆที่เหนือมิติธรรมชาติทั้งสิ่งที่มีจิตวิญญาณและไม่มีจิตวิญญาณอยู่ตลอดเวลาเป็นปกติ โดยไม่ต้องกำหนดสมาธิหรือเพ่งจิตแต่อย่างไร เรื่องของ เทพ พรหม เทวดา พญานาค บังบดลับแล ยักษ์ คนธรรพ์ ผีและอมนุษย์ต่างๆ ตลอดจนมลพิษเชื้อโรคในภาวะละเอียด ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับหลวงปู่ฯ

เวลาหลวงปู่โสภาเดินทางมากรุงเทพ ท่านมักจะพูดถึง หมอกพิษที่ลอยอยู่ตามพื้นถนน ซึ่งคนธรรมดามองไม่เห็น แต่ท่านจะเห็นเป็นหมอกควัน และนับวันหมอกควันพิษจะหนาแน่นและมีปริมาตรสูงขึ้นเรื่อยๆ  จนถึงช่วงเวลาหนึ่ง หลวงปู่โสภาได้บอกว่า หากไม่มีธุระจำเป็น ท่านจะไม่มากรุงเทพอีกแล้ว เพราะหมอกควันพิษสูงขึ้นมาก หากใครมีธุระสิ่งใดให้ไปหาท่านที่วัดใน จ.สกลนคร ซึ่งกลุ่มลูกศิษย์ก็รับทราบข้อมูลตามนั้น

หลังจากนั้น ช่วงต้นปี พ.ศ. 2547 หลวงปู่โสภา ชุตินธโร ได้เดินทางจากวัด จ.สกลนคร มาที่ จ.กรุงเทพมหานคร โดยพำนักที่วัดแห่งหนึ่งในย่านฝั่งธนบุรี ติดแม่น้ำเจ้าพระยา และท่านได้ติดต่อเรียกให้ อ.เทพ เกษมพรรณราย มาพบในวันรุ่งขึ้น ทำให้ อ.เทพ รู้สึกแปลกใจมากว่าหลวงปู่ฯมีธุระสำคัญสิ่งใดถึงเดินทางมากรุงเทพอีก

เมื่อ อ.เทพ เดินทางไปพบหลวงปู่โสภาที่วัดย่านฝั่งธนบุรี ท่านได้มอบหมายงานให้เขียนออกแบบ พระนาคปรกขนาดใหญ่ เพื่อนำไปประดิษฐานเป็นพระประธานที่วัดใน จ.สกลนคร โดยได้บอกแนวทางพุทธศิลป์ขององค์พระและพญานาคที่ท่านต้องการให้ทราบ และแจ้งว่า ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ได้กำหนดระบุมาว่าให้ อ.เทพ เป็นคนออกแบบดำเนินการในเรื่องนี้ หลวงปู่ฯจึงได้เดินทางมากรุงเทพ

ในส่วนการออกแบบพระนาคปรก อ.เทพจะเดินทางมาพบหลวงปู่โสภาทุกวัน ซึ่งมีจุดที่น่าแปลกใจคือ หลังจากที่หลวงปู่ฯเห็นภาพร่างออกแบบแล้ว ท่านจะบอกว่าให้มาฟังคำชี้แนะปรับปรุงในวันพรุ่งนี้ เป็นแบบนี้ทุกครั้ง

วันแรกๆ อ.เทพ ก็ไม่สงสัยอะไรคิดว่า หลวงปู่ฯคงต้องการเวลาในการคิดพิจารณามากหน่อย แต่งานก็ดำเนินไปได้ช้ามากเพราะส่งงานเสร็จก็จบภารกิจประจำวันให้มาฟังผลในวันรุ่งขึ้นเป็นแบบนี้ทุกครั้ง จน อ.เทพ เอ่ยปากว่า " หลวงปู่ฯครับ ขอความเห็นในวันนี้เลยได้มั้ยครับ ผมจะได้รีบกลับไปแก้ไข แล้วนำกลับมาให้ดูใหม่ "

ผ่านไปนานหลายวัน หลวงปู่โสภาถึงยอมเฉลยว่า " ต้องรอมหานาคราชทั้ง 3 องค์ มาดูแบบก่อนว่ามีความคิดเห็นอย่างไร พวกเขาจะมาหาหลวงปู่ฯในช่วงเวลากลางคืน " ถือเป็นครั้งแรกที่หลวงปู่โสภาได้เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับ มหานาคราช 3 พระองค์ ไม่เคยมีลูกศิษย์คนไหนเคยได้รับทราบเรื่องราวนี้มาก่อน ซึ่งเป็นแนวปกติของหลวงปู่โสภา คือ พูดน้อย ไม่โอ้อวดตนเอง ถ้าไม่จำเป็นจะไม่พูดถึงเรื่องราวอภิญญาของตัวท่านเอง และไม่พูดถึงความลับของงานในโลกทิพย์ที่หลวงปู่ฯได้รับมอบหมายให้มาดำเนินการ

อ. เทพ จึงได้โอกาสสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มหานาคราช 3 พระองค์ ได้ทราบว่า

ในคืนหนึ่งมีบุรุษ 3 คนได้มากราบนมัสการหลวงปู่โสภาที่วัดบูรพาภิรมณ์ จ.สกลนคร เมื่อหลวงปู่มองพิจารณาแล้วก็ทราบว่า ทั้งสามคนนี้เป็นอมนุษย์ ไม่ใช่คนธรรมดา จึงสอบถามว่า “ พวกท่านเป็นใคร และต้องการสิ่งใด “

ตัวแทนของกลุ่มได้ตอบว่า “ พวกข้าพเจ้าทั้งสามเป็นมหานาคราช ผู้ดูแลความเป็นไปของแผ่นดินและผืนน้ำของโลกนี้ ได้รับหน้าที่มาอารักขาและประสานงานกับพระคุณเจ้า เกี่ยวกับงานการเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

ตัวข้าพเจ้า นามว่า พญา....( ยังไม่ถึงเวลาเปิดเผยนามของท่าน ) ดูแลโลกนี้มาตั้งแต่สมัยกำเนิดโลก

ตนที่สอง นามว่า พญาศรีสัตตนาคราช รับหน้าที่ดูแลโลกนี้และรักษาพระพุทธศาสนามาตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าพระองค์แรก สมเด็จองค์ปฐม เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ตนที่สาม นามว่า พญาศรีสุทโธนาคราช มีหน้าที่ดูแลโลกในอนาคตกาล หลังจากยุคพระศรีอริยเมตตรัยมาตรัสรู้ในโลกนี้

มหานาคราชทั้งสามองค์ได้ผลัดกันแวะเวียนมาหาหลวงปู่โสภาอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งมาในร่างมนุษย์ บางครั้งมาในร่างของนาคราช โดยหลวงปู่โสภาบอกว่า ทั้ง 3 พระองค์นี้ คือ นาคราชที่มีศักดิ์ฐานะและฤทธิ์อำนาจสูงสุด เป็นผู้ปกครองสูงสุดของโลกพญานาคหรือนาคพิภพ ดูแลโลกนี้มาตั้งแต่สมัยกำเนิดโลก ไม่ว่าในอดีต ในปัจจุบัน และ ในอนาคต ล้วนอยู่ภายใต้การดูแลของ มหานาคราช 3 พระองค์นี้

ในต้นปี พ.ศ. 2547 มหานาคราชทั้งสามได้บอกว่า เวลาใกล้เข้ามามากแล้ว ขอให้หลวงปู่โสภาสร้างพระประธาน ปางนาคปรกสามเศียร โดยแต่ละเศียรเป็นสัญลักษณ์แทนพวกท่านหนึ่งตน บารมีของพระนาคปรกสามเศียรนี้จะมีอำนาจต้านภัยพิบัติต่างๆได้

อ. เทพ ได้รับทราบดังนั้นจึง อาราธนาขอให้หลวงปู่โสภาช่วยสร้าง พระนาคปรกสามเศียรในรูปแบบพระเครื่อง เพื่อให้ลูกศิษย์ได้ใช้ติดตัว โดย อ.เทพ จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและช่วยดำเนินการให้ทั้งหมด หลวงปู่ฯท่านรับปากว่าจะนำเรื่องนี้ปรึกษากับ มหานาคราชทั้งสาม แล้วให้มาฟังผลในวันรุ่งขึ้น

มหานาคราชทั้ง 3 พระองค์ เห็นชอบด้วยที่หลวงปู่โสภาจะสร้างพระเครื่องที่เป็นรูป พระนาคปรกสามเศียร พวกท่านบอกว่า ให้สร้างเยอะๆ สร้างเผื่อบรรดาผู้ที่เคยเป็นลูกหลานพญานาคในอดีตชาติที่มาเกิดเป็นมนุษย์ด้วย พวกท่านจะช่วยอดีตลูกหลานพญานาคและผู้มีบุญวาสนามีศีลมีธรรม โดยจะกำหนดให้บริวารนาคเข้าสถิตรักษาในองค์พระเหล่านี้ทุกองค์ เพื่อคอยดูแลช่วยเหลือผู้ครอบครองพระนาคปรกนี้ในชีวิตประจำวัน และยามเกิดภัยพิบัติจากมนุษย์สร้างขึ้น หรือ ภัยธรรมชาติต่างๆ

อ.เทพ จึงรีบดำเนินการจัดสร้างบล๊อกพระผง พร้อมเครื่องกดพิมพ์พระ ถวายหลวงปู่โสภา โดยท่านนำไปกดพิมพ์เองที่วัด เป็นพระนาคปรกรุ่นแรก ทำได้ประมาณ 3,000 องค์ แจกฟรี โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ แต่กำหนดให้ต้องไปรับด้วยตนเองที่วัด และถือสัตย์รับได้เพียงคนละองค์เท่านั้น เพื่อให้กระจายได้ทั่วถึง ชั่วเวลาไม่นานพระทั้ง 3,000 องค์ ได้หมดไปจากวัดอย่างรวดเร็ว

ในปลายปี พ.ศ. 2547 ได้เกิดภัยพิบัติสึนามิขึ้นในภาคใต้ของไทย โดยในคืนนั้นมหานาคราชทั้งสามได้แวะมากราบเรียนหลวงปู่โสภาล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อให้หลวงปู่โสภาได้เตรียมงานในหน้าที่ซึ่งหลวงปู่ฯได้รับมอบหมายมาจากครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์ (สายโพธิญาณ)

ในคืนนั้น ลูกศิษย์ที่มีตาทิพย์นั่งสมาธิเห็น ลำแสงสว่างไสวจำนวนมาก พุ่งออกจากกุฏิหลวงปู่โสภาตลอดทั้งคืน เมื่อลูกศิษย์ท่านนี้มีโอกาสพบหลวงปู่โสภา จึงได้โอกาสสอบถามว่า ลำแสงที่เห็นเป็นสิ่งใด หลวงปู่ฯทำอะไรทั้งคืน

หลวงปู่โสภายอมรับว่า ไม่ได้จำวัดทั้งคืน เพราะสงสารบรรดาสรรพชีวิต ส่วนลำแสงที่เห็นเป็นศรนารายณ์ตรึงพิภพ  ท่านยิงลูกศรทิพย์ไปตรึงสถานที่สำคัญทั่วประเทศ โดยเฉพาะตามเขื่อนต่างๆ ตรึงเอาไว้ไม่ให้แตกเสียหาย  ป้องกันผลข้างเคียงจากแผ่นดินไหว

นี่คือ หนึ่งในหลายเรื่องราวของ หลวงปู่โสภา ชุตินธโร พระมหาโพธิสัตว์แห่งสายโพธิญาณ ผู้ทำงานอยู่เบื้องหลังความเป็นไปในเหตุการณ์ต่างๆ ประหนึ่งผู้ปิดทองหลังพระ 

จากบทความ สีติกะมหานาคราช ซึ่งกล่าวถึงหน้าที่ของคณะหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร หน้าที่ดังกล่าวทั้งหมดนั้น ความจริงคือ ส่วนหนึ่งในหน้าที่ของหลวงปู่โสภา ที่ได้รับมอบหมายมาให้ดำเนินการ

ณ ปัจจุบัน หลวงปู่โสภา ท่านละสังขารแล้ว ทางณกุศลเห็นว่าสมควรที่จะเปิดเผยความจริง และจารึกไว้เพื่อเทิดเกียรติคุณของท่าน

ลิงค์บทความ สีติกะมหานาคราช http://www.nakusol.com/node/412

ท่านสามารถ ร่วมสนทนา สอบถาม เล่าประสบการณ์ ได้ที่กระทู้ตามลิงค์ข้างล่าง

http://community.nakusol.com/index.php/topic,8.0.html

Pages